_id Main.Info.ID Main.Info.Province.th.Name Main.Info.Region.th.Name Main.Details.th.Name Main.Details.th.IntroText Main.Details.th.Description 1 52659 นครนายก ภาคกลาง เส้นทางสัมผัสหมอก ชื่นชมธรรมชาติ ที่นครนายก อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ มีอากาศเย็นตลอดทั้งปี อุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 23 องศาเซลเชียล ในฤดูหนาวช่วงเดือนตุลาคมถึงเดือนกุมภาพันธ์อากาศค่อนข้างหนาวเย็น โดยเฉพาะบริเวณเขาสูง จึงอยากเชิญทุกท่านที่หลงรักทะเลหมอกอันสวยงามแนะนำให้มาสัมผัสได้ที่นี่ค่ะ "

อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ มีอากาศเย็นตลอดทั้งปี อุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 23 องศาเซลเชียล ในฤดูหนาวช่วงเดือนตุลาคมถึงเดือนกุมภาพันธ์อากาศค่อนข้างหนาวเย็น โดยเฉพาะบริเวณเขาสูง จึงอยากเชิญทุกท่านที่หลงรักทะเลหมอกอันสวยงามให้มาสัมผัสได้ที่นี่ค่ะ

\r\n\r\n

1. จุดแรกที่เราจะไปท่องเที่ยวกันคือ น้ำตกเหวนรก น้ำตกเหวนรกนั้นตั้งอยู่ในบริเวณ กม.ที่24 บนทางหลวงหมายเลข 3077  จากบริเวณจอดรถต้องเดินเท้าต่อไปอีกประมาณ 1 กม. โดยข้ามห้วยสมอปูนจนถึงจุดชมน้ำตก ชื่อน้ำตกอาจจะฟังแล้วดูน่ากลัว แต่ถ้าได้มาสัมผัสมาชื่นชมที่สถานที่จริงแล้วนั้น ต้องบอกเลยว่าคุ้มค่าต่อการมาเยือนน้ำตกอย่างแน่นอน เพราะน้ำตกเหวนรกนั้นมีความสวยงาม มีธรรมชาติที่สมบูรณ์อยู่มาก น้ำตกมีทั้งหมดสามชั้น ชั้นที่ 1 มีความสูงประมาณ 50 เมตร เป็นหน้าผาลาดชัน ในฤดูน้ำหลากน้ำจะไหลเชี่ยวทำให้สายน้ำที่พุ่งตัวสู่แอ่งน้ำข้างล่างมีเสียงดังและละอองน้ำฟุ้งกระจายไปทั่ว ซึ่งเป็นบรรยากาศที่สวยงามเหมาะแก่การถ่ายรูปมากๆ ส่วนชั้น2และ3 ค่อนข้างอันตรายจะไม่ค่อยเปิดให้เข้าชม

\r\n\r\n

2. จุดชมวิวผาเดียวดาย ขับต่อขึ้นไป (เส้นทางแยกเขาเขียว - สถานีทวนสัญญานกองทัพอากาศ) บริเวณกิโลเมตรที่ 9 มีเส้นทางเดินไปยังจุดชมวิว เป็นป่าดิบชื้นและอากาศเย็นตลอดปี มีมอสและตะไคร่ขึ้นปกคลุมต้นไม้และโขดหินอยู่ทั่วบริเวณ จุดชมวิวทิวทัศน์ มีความสูง 900 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง เป็นลานหินยื่นออกมาจากหน้าผา ขนาดพื้นที่ประมาณ 15  ตารางเมตร มุมมองกว้าง มองเห็นเขาร่มขวางอยู่เป็นแนวยาวและป่าดงดิบ หนาทึบจนถึงทุ่งงูเหลือมและเขาสมอปูน บริเวณนี้จะพบนกบนที่สูงหลายชนิด เช่น นกเงือกกรามช้าง นกปรอดดำ นกเปล้าหางพลั่ว นกแซงแซวหางบ่วงใหญ่ เป็นต้น พรรณไม้ที่น่าสนใจได้แก่ สนสามพันปี มอส ช้องนางคลี หญ้าข้าวก่ำ

\r\n\r\n

3.  จุดชมวิวเขาเขียว (ผาตรอมใจ) ตั้งอยู่เลยทางเข้าเส้นทางศึกษาธรรมชาติผาเดียวดายไปอีกเล็กน้อย บริเวณกิโลเมตรที่ 10  ตรงทางเข้าศูนย์เรดาร์ของกองทัพอากาศแต่อนุญาตให้ประชาชนทั่วไปเข้าชมได้จากจุดนี้มองออกไปเห็นทุ่งหญ้ากว้างไกลสุดลูกหูลูกตา ทิวทัศน์ที่สวยงามทางด้านจังหวัดปราจีนบุรี เป็นจุดที่สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 4,233 ฟุต

\r\n\r\n

ทั้งสามเส้นทางนี้ผู้มาเยือนจะได้สัมผัสกับทะเลหมอก ที่ธรรมชาติได้สรรค์สร้างขึ้น นับเป็นเส้นทางเมืองในฝันที่ใกล้กรุงอย่างแท้จริง

\r\n" 2 3 นครนายก ภาคกลาง เส้นทางอิ่มบุญ อิ่มใจ เส้นทางอิ่มบุญ อิ่มใจ ที่นำพาให้ทุกท่านได้สัมผัสทั้งความสวยงาม ประวัติศาสตร์ สิ่งที่น่าค้นหา และเหนือสิ่งอื่นใดท่านยังได้สงบจิต สงบใจไปกับทริปการทำบุญ

เส้นทางอิ่มบุญ อิ่มใจ

\r\n\r\n

       1. วัดประสิทธิเวช ชาวบ้านมักเรียกกันว่า “วัดเก่า” หรือ “วัดบางปรากฏ” เนื่องมาจากสมัยแรกชื่อจริงคือ วัดบางปรากฏ ซึ่งเป็นชื่อตามหมู่บ้าน  ภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็น “วัดประสิทธิเวช” เมื่อใดไม่ปรากฏหลักฐาน วัดประสิทธิเวชนั้นตั้งอยู่ที่ ตั้งอยู่หมู่ที่ ๑๐ ตำบลบางปลากด  อำเภอองครักษ์  จังหวัดนครนายก  ภายในวัดมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ผู้คนนิยมมาสักการะ กราบไหว้ คือรูปหล่ออดีตเจ้าอาวาส หลวงพ่อใหญ่อุดมโชคมงคลลาภ ซึ่งมีอายุถึง 330 ปี นอกจากนี้ยังมีพระบรมสารีริกธาตุที่ประดิษฐานอยู่ในเจดีย์กลางน้ำ มณฑปเก่าจัดเก็บเครื่องเงิน เครื่องลายคราม เครื่องทองเหลืองเก่า มีศาลาท่าน้ำให้ได้พักผ่อนและยังสามารถให้อาหารปลาหรือจะปล่อยสัตว์น้ำในเขตอภัยทานได้อีกด้วย ตรงข้ามวัดมีศาลาเหมาะสำหรับปฏิบัติธรรมกว้างกว่า 2 ไร่ โทร. 0-3733-2113, 0-3733-2115

\r\n\r\n

                ปล.ก่อนกลับอย่างแวะศูนย์เพาะพันธุ์ไม้ดอกไม้ประดับ ระหว่างทางด้วยนะค่ะ รับรองถูกใจแน่นอน

\r\n\r\n

       2. ออกจากปากคลอง 15 เดินทางต่อไปยังวัดโพธิ์แทน ซึ่งตั้งอยู่ที่ 19 หมู่ 4 คลอง 15 ต.โพธิ์แทน เมืองนครนายก นครนายก วัดนี้ผู้คนนิยมไปสักการะหลวงพ่อโต พระประธานในอุโบสถ พระพุทธรูปปางไสยาสน์ 9 วา ณ วิหารพุทธโคดมปางไสยาสน์ เจดีย์บรรจุพระธาตุ บูชาพญานาคและบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ กราบรูปเหมือนหลวงปู่เกิด ปริมุตโต พระเกจิที่เมตตาธรรมสูง เป็นที่เคารพของประชาชนทั่วไป

\r\n\r\n

       3. จากนั้นเดินทางต่อไปยังตัวเมืองนครนายก เราจะไปวัดบุญนาครักขิตารามกัน วัดนี้ตั้งอยู่ที่ ถนนสุวรรณศร อำเภอเมืองนครนายก จังหวัดนครนายก ซึ่งเดิมชื่อว่า “วัดต่ำ” สันนิษฐานว่าตั้งชื่อวัดตามชื่อหมู่บ้าน สิ่งสำคัญภายในวัด คือ หลวงพ่อเศียรนคร พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ เป็นที่เสื่อมใสศรัทธาของชาวจังหวัดนครนายกและพุทธศาสนิกชนทั่วไป สันนิษฐานว่าเป็นพระพุทธรูปศิลปะสมัยสุโขทัย ขุดพบเฉพาะพระเศียร เมื่อ พ.ศ. 2495 ต่อมาเมื่อปี พ.ศ. 2511 นางผล รอดอุไร มีศรัทธาสร้างองค์พระอุโบสถถวายจึงได้ถวายพระนามพระพุทธรูปองค์นี้ว่า “หลวงพ่อเศียรนคร” และสักการะพระพุทธรูปองค์ใหญ่บริเวณลานปฏิบัติธรรม

\r\n\r\n

      4. ใกล้ๆ กัน วัดใหญ่ทักขิณาราม ตั้งอยู่ที่ ตําบลบ้านใหญ่ อําเภอเมืองนครนายก จังหวัดนครนายก บริเวณริมแม่น้ำนครนายก บรรยากาศร่มรื่น เป็นวัดเก่าแก่วัดหนึ่งที่สร้างโดยชาวเวียนจันทน์ที่อพยพหนีภัยสงครามระหว่างลาวกับฝรั่งเศสในสมัยกรุงธนบุรี กระทั่งเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก (รัชกาลที่ 1 ในเวลาต่อมา) ต้องยกพลไปปราบปรามและนำชาวลาวที่ตกทุกข์ได้ยากจากพิษสงครามอพยพมาอยู่ที่นี่ โดยวัดสร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2323 ถือเป็นวัดแห่งแรกของจังหวัดนครนายกเลย วัดนี้มีความโดดเด่นด้วยพระอุโบสถเก่าแก่เป็นศิลปะชาวลาวผสมศิลปะทางยุโรป

\r\n\r\n

       5. ไม่ห่างกันมากมีวัดอุดมธานี (พระอารามหลวง) ตั้งอยู่ที่ ถ.อุดมธานี ตำบลนครนายก อำเภอเมืองนครนายก จังหวัดนครนายก สิ่งสำคัญในวัด คือ พระบรมธาตุ อัญเชิญมาจากประเทศอินเดีย ศรีลังกา รอยพระพุทธบาทจำลอง สร้างจากหินโบราณของเมืองพุกาม ประเทศพม่า พระพุทธสัมฤทธิ์สิทธิโชคนครนายกอภิปูชนีย์ในพระบรมธาตุเจดีย์มหาวิหาร นอกจากนี้ยังมีอุโบสถเก่าแก่อายุนับร้อยปี ตั้งอยู่ภายในบริเวณด้วย

\r\n\r\n

นับได้ว่ามาจังหวัดนครนายกเพียง 1 วันก็สามารถเที่ยวชมวัดทั้ง 5 วัด ที่มีความสวยงาม มีประวัติความเป็นมาที่น่าสนใจ ท่านสามารถพาครอบครัวมาไหว้พระทำบุญ ท่องเที่ยวชมความสวยงาม รับประทานอาหารอร่อยๆที่จังหวัดนครนายก ได้รับความอิ่มอกอิ่มใจกลับบ้านกันอย่างแน่นอน

\r\n 3 39874 ชลบุรี ภาคตะวันออก เส้นทาง Luxperience Pattaya “เที่ยวพัทยามุมมองใหม่…หรูหรา มีระดับ ท่องเที่ยวได้ทั้งครอบครัว” "

\r\n\r\n

จังหวัดชลบุรี โดยเฉพาะอย่างยิ่งพัทยา เป็นเมืองที่เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติมาอย่างดี ด้วยจุดเด่นของความเป็นธรรมชาติ หาดทราย ศูนย์กลางแห่งศิลปะ ประเพณีพื้นบ้านและวัฒนธรรมร่วมสมัย และบรรยากาศสีสันยามราตรี แต่พัทยายังมีกิจกรรมการท่องเที่ยวที่มากกว่า เส้นทาง“Luxperience Pattaya” จึงจะเป็นเส้นทางที่นำเสนอการเที่ยวพัทยามุมมองใหม่ เปิดประสบการณ์นักท่องเที่ยวให้รู้สึกเหมือนคนพิเศษด้วยกิจกรรมการท่องเที่ยวที่ไม่เหมือนใคร หรูหรา มีระดับ และมีความเป็นส่วนตัว กับกิจกรรมบนเส้นทางกอล์ฟที่มีมาตรฐานระดับโลก มีความสวยงาม และใช้จัดการแข่งขันระดับนานาชาติ มามากมาย เป็นที่รู้จักของทั่วโลก และเส้นทางทะเลเส้นทางใหม่ ที่ยังคงความเป็นธรรมชาติที่งดงาม และมีความเป็นส่วนตัวด้วยเรือยอร์ช/เรือใบแล่นในทะเลพัทยา รวมถึงการเดินทางได้ทั้งครอบครัว กับการเพลิดเพลินกับสวนน้ำขนาดใหญ่ระดับโลก ที่มีมาตรฐานมากมาย กระจายอยู่ทั่วพัทยา พรั่งพร้อมด้วยโรงแรม รีสอร์ท และที่พักชั้นนำรองรูปแบบที่ยังคงคอยต้อนรับการมาเยือนของนักท่องเที่ยว

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

     

\r\n\r\n

\r\n\r\n

\r\n\r\n

\r\n\r\n

\r\n\r\n

 

\r\n" 4 39882 ชลบุรี ภาคตะวันออก เส้นทางรักษ์ “เส้นทางสายอนุรักษ์…น้ำ ป่า สัตว์ สุขภาพ วัฒนธรรม” "

การท่องเที่ยวที่มาพร้อมกับการอนุรักษ์ ความรับผิดชอบสิ่งแวดล้อม เรียนรู้วิถีชีวิตและวัฒนธรรม ผ่านกระบวนการเรียนรู้ร่วมกันของผู้ที่เกี่ยวข้อง ภายใต้การจัดการอย่างมีส่วนร่วมของท้องถิ่น เพื่อมุ่งเน้นให้เกิดจิตสำนึกต่อการรักษาระบบนิเวศอย่างยั่งยืน ซึ่งในเส้นทางสายนี้นักท่องเที่ยวจะมีส่วนร่วมในกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ทั้งการอนุรักษ์ป่าอนุรักษ์น้ำ อนุรักษ์สัตว์ รักษ์สุขภาพ และรักษ์วัฒนธรรม ไปพร้อมๆ กัน ในเวลาวันเดียวก็ทำกิจกรรมต่างๆ ได้ อาทิ การปั่นจักรยาน การปลูกป่า ทำฝาย เป็นต้น

\r\n\r\n

\r\n\r\n

\r\n\r\n

\r\n\r\n

\r\n\r\n

\r\n\r\n

\r\n" 5 40909 สุโขทัย ภาคเหนือ ตามรอยความรุ่งเรือง สัมผัสวิถีเมืองสุโขทัย เรียนรู้หัวใจแหล่งมรดกโลก เมื่อเอ่ยถึงคำว่า “มรดกโลก” เชื่อเหลือเกินว่าใคร ๆ หลายคนก็จะต้องมีความเข้าใจ ความหมาย นิยามไปในแต่ละคน อาจเหมือนกันต่างกันสุดแท้แต่กันไป แต่เมือพูดถึง จ. สุโขทัย ทุกคนจะเข้าใจได้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันคือ อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย เมืองเก่า "

\r\n\r\n

ตามรอยความรุ่งเรือง สัมผัสวิถีเมืองสุโขทัย เรียนรู้หัวใจแหล่งมรดกโลก

\r\n\r\n

วันที่ (1)

\r\n\r\n

9.00 – 9.30 น.          กราบสักการะบูชาศาลแม่ย่าเพื่อเป็นศิริมงคลในการมาเยือนเมืองสุโขทัย

\r\n\r\n

9.30 – 10.00 น.        นั่งชมบรรยากาศเมืองเก่าด้วยรถคอกหมูจากศาลแม่ย่ามาที่อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย

\r\n\r\n

10.00 - 11.00 น.       ชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติรามคำแหงซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์ที่บ่งบอกความเป็นอาณาจักรสุโขทัยในอดีตที่มีความเจริญรุ่งเรื่อง

\r\n\r\n

11.10 – 1 1.40 น.      ชื่นชมความงามของวัดศรีชุมและร่วมทำกิจกรรมสานปลาตะเพียนซึ่งเป็นเอกลักษณ์ประจำท้องถิ่นบริเวณหน้าวัดศรีชุม

\r\n\r\n

11.45 – 12.10 น.       หอพระพุทธศิริมารวิชัย ชมความงดงามของสถาปัตยกรรมไทยสมัยสุโขทัยที่มีความสมบูรณ์ซึ่งได้มีการนำเอาสถาปัตยกรรมในอดีตมาสร้างสรรค์ให้เห็นภาพของอดีตในปัจจุบัน

\r\n\r\n

12.15 – 13.20 น.      รับประทานอาหารกลางวัน

\r\n\r\n

13.30 – 14.30 น.      ร่วมพิธีส่งกระบาลซึ่งถือเป็นพิธีโบราณอันศักสิทธิ์ของชาวสุดโขทัยที่ได้รับการสืบทอดมาเป็นเวลาช้านาน

\r\n\r\n

14.30 – 15.40 น.      เที่ยวชมถนนสังคโลกและชื่นชมกับปฏิมากรรมของคนในชุมชนมาที่ร่วมกันประดับกำแพงด้วยสังคโลกอย่างสวยงามโดยท่านสามารถ ถ่ายรูปเพื่อเป็นที่ระลึกได้ตามอัธยาศัย

\r\n\r\n

15.50 – 17.00 น.      นั่งรถรางชื่นชมความงามของอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยโดยมัคคุเทศก์ท้องถิ่นที่มีความชี่ยวชาญ

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

วันที่(2)

\r\n\r\n

5.40 – 6.00 น.       เสริมศิริมงคลด้วยการทำบุญตักบาตรตอนเช้า ณ วัดตระพังทอง

\r\n\r\n

6.10 – 8.30 น.       รับประทานอาหารเช้า

\r\n\r\n

9.00 -  10.00 น.    บ้าน พระพิมพ์เมืองสุโขทัย  ได้ทดลองทำพระพิมพ์โบราณแบบต่างๆได้ความรู้การทำพระผงพระดิน ในสมัยโบราณ รวมถึงการเผาแบบโบราณ

\r\n\r\n

10.10 – 11.20 น.     ชื่นชมความงดงามของ วัดเชตุพน และวัดใกล้เคียง

\r\n\r\n

12.00 – 13.00          รับประทานอาหารกลางวัน

\r\n\r\n

13.30  - 14.30 น.      เที่ยวชมชุนชนร้องตาเพชร ซึ่งเป็นชุมชนที่มีอาชีพการแกะสลักงานฝีมือจากไม้ เช่น ปลา นกคุ้ม นกแก้ว

\r\n\r\n

13.50 – 14.30 น.      ชมความสวยงามของทุ่งทะเลหลวง ซึ่งเป็นโครงการแก้มลิงที่มีลักษณะเป็นรูปหัวใจแห่งเดียวในประเทศไทยโดยเป็นพื้นที่ที่รวบรวมดินจากทุกอำเภอในจังหวัดสุโขทัยมาไว้ ณ แผ่นดินรูปหัวใจแห่งนี้

\r\n\r\n

14.50  - 15. 10 น.     แวะซื้อของฝาก ณ อำเภอศรีสำโรง

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

ศาลพระแม่ย่า

\r\n\r\n

พระแม่ย่าเป็นพระรูปสลักหินชนวนที่ศักดิ์สิทธิ์ ประจำเมืองสุโขทัย องค์พระแม่ย่า นักโบราณคดีบางท่านจัดเป็นเทวรูป ลักษณะพระรูป พระแม่ย่าเป็นสตรีวัยสาว มีเครื่องประดับอย่างสตรีโบราณสูงศักดิ์พระรูปนี้สลักจากหินชนวนแผ่นเดียวตลิดทั้งองค์ วัดจากพระบาทถึงยอดมงกุฎ สูง 49 นิ้ว วัดจากยอดมงกุฎรวมแท่นที่ประทับยืนด้วย สูง 52 นิ้ว ฝีมือแกะสลักโดยช่องท้องถิ่นประมาณพุทธศตวรรษที่ 20-21 เดิมองค์พระแม่ย่าประดิษฐานอยู่ที่ปากถ้ำบนเขาพระแม่ย่า เทือกเขาหลวงในท้องที่ตำบลนาเชิงคีรี อำเภอคีรีมาศ จังหวัดสุโขทัย

\r\n\r\n

นักโบราณคดี ได้ค้นหว้าตามหลักศิลาจาลึกหลักที่ 1 ของพ่อขุนรามคำแหงมหาราช กว่างไว้ตอนหนึ่งว่า "เบื้องหัวนอน เมืองสุโขทัยนี้ มีกุฎี พิหาร ปู่ครู มีสรีดภงส์ มีป่าพร้าว ป่าลาง มีป่าม่วง มีป่าขาม มีน้ำโคก มีพระขพุงผี เทพดาในเขาอันนั้นเป็นใหญ่กว่าทุกผีในเมืองนี้ ขุนผู้ใดถือเมืองสุโขทัยนี้แล้วไหว้ดีพลีถูก เมืองนี้เที่ยง เมืองนี้ดี ผีไหว้บ่ดี พลีบ่ถูก ผีในเขาอั้นบ่รุ้มบ่แกรง เมืองนี้หาย"

\r\n\r\n

นักประวัติศาสตร์และโบราณคดีได้สันนิษฐานลงความเห็นว่า พระขพุงผี หมายถึงเทวรูปและเป็นเพทที่ยิ่งใหญ่กว่าผีทั้งหลายในเมืองนี้ และน่าจะเป็นองค์พระแม่ย่า ที่สร้างอุทิศแด่ผู้ที่ล่วงลับไปแล้วคือพระนางเสือง พระราชมารดาของพ่อขุนรามคำแหงมหาราช แต่ยังไม่มีข้อยุติ

\r\n\r\n

ชาวจังหวัดสุโขทัย โดยส่วนมากแล้วเชื่อว่า พระแม่ย่าคือ พระนางเสือง พระราชมารดาของพ่อขุนรามคำแหงมหาราช พระแม่ย่าของพระยาเลอไท ไพร่ฟ้าข้าแผ่นดินเรียกพระมหากษัตริย์ว่า พ่อเมือง จึงเรียกพระราชมารดาของพ่อเมืองว่า "แม่ย่า"

\r\n\r\n

ประวัติพระแม่ย่าชัดเจนมีหลักฐานยืนยันได้ว่าค้นพบในปี พ.ศ. 2457 สมเด็จพระบรมวงศ์เธอกรมพระยาดำรงราชานิภาพ เสนาบดีกระทรวงมหาดไทยในสมัยนั้น เสด็จตรวจราชการหัวเมืองฝ่ายเหนือถึงจังหวัดสุโขทัย ได้พบพระรูปนี้ประดิษฐานอยู่ในเงื้อมเขาหน้าถ้ำพระแม่ย่า ประชาชนในถิ่นนั้นเรียกพระรูปนี้ว่า พระแม่ย่า อยู่หน้าถ้ำพระแม่ย่าบนเขาชื่อ เขาพระแม่ย่า เป็นที่ศรัทธาเคารพเลื่อมใสของทุกคนในหมู่บ้านจึงทรงพระวินิจฉัยว่าเทวรูปนี้น่าจะใช่ พระขพุงผี ผู้รักษาเมืองสุโขทัยตามที่ศิลาจารึกบอกไว้ และทรงว่าถ้าปล่อยทิ้งไว้ให้องค์เทวรูปนี้อยู่ในป่าอย่างนี้ต่อไปอาจสูญหายหรือถูกทำลาย ให้ชำรุดหักพังลงมาได้ จึงรับสั่งให้พระรามราชภักดี (ใหญ่ ศรลัมภ์) เจ้าเมืองสุโขทัยอัญเชิญมาเก็บไว้ที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดสุโขทัยในปี พ.ศ. 2460 และถือว่า พระแม่ย่าเป็นของคู่บ้านคู่เมือง ประชาชนมีความเคารพเลื่อมใสศรัทธา เชื่อว่าปีใดเกิดฝนแล้ง ข้าวยากหมากแพงถ้าได้อัญเชิญ พระแม่ย่าออกมาแห่ในวันสงกรานต์ เพื่อร่วมกันสรงน้ำและขอพรพระแม่ย่า จะทำให้ตกต้องตามฤดูกาล ข้าวกล้านาดี จนกลายเป็นประเพณีแห่พระแม่ย่าในวันสงกรานต์ เพื่อให้ประชาชนได้สรงน้ำพระแม่ย่า ทุกปีตราบจนทุกวันนี้

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

รถคอกหมู

\r\n\r\n

รถบรรทุกโครงไม้ตีที่นั่งสองแถวหน้าตาโบราณวิ่งรับส่งผู้โดยสารจากอำเภอหนึ่งไปอีกอำเภอหนึ่งเป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของสุโขทัย ชาวบ้านเรียกกันว่ารถคอกหมูปัจจุบันรถคอกหมูสีฟ้าวิ่งรับส่งเส้นสุโขทัย ส่วนคันสีเขียววิ่งไปพิษณุโลก ค่ารถคนละ 20 บาท แต่วันนี้เราจะเหมารถคอกหมูพาเที่ยวกงไกรลาศก็นั่งรถติดแอร์ปิดหน้าต่างจะไปได้บรรยากาศอะไรกัน ราว 40 ปีก่อน แม่สงวน เหลืองสุวรรณ ได้ริเริ่มทำทองม้วนเป็นเจ้าแรกในตำบลกงต่อมาในพ.ศ. 2523 นายอาษา เมฆสวรรค์ (รับตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัยในพ.ศ.2525)

\r\n\r\n

\r\n\r\n

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติรามคำแหง

\r\n\r\n

\r\n\r\n

               ตั้งอยู่ที่ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมือง จังหวัดสุโขทัย กรมศิลปากรได้ดำเนินการจัดสร้างเมื่อปี พ.ศ. 2503 ลักษณะเป็นอาคารทรงไทยประยุกต์ 2 ชั้น มีพื้นที่ 812 ตารางเมตร ก่อสร้างแล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2506 จากนั้นกรมศิลปากรได้มอบหมายให้หม่อมเจ้าสุภัทรดิศ ดิศกุล ภัณฑารักษ์เอก กองโบราณคดี และนายทิพา สังขะวัฒนะ นายช่างศิลป์โท กองสถาปัตยกรรม ดำเนินการจัดแสดงนิทรรศการถาวรให้เหมาะสม ถูกต้องตามหลักวิชาการ ด้านศิลปะโบราณคดีและตามหลักวิชาโบราณสถาน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ รามคำแหง จังหวัดสุโขทัย เมื่อวันที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2507  ต่อมาในปี พ.ศ. 2526 รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณจำนวน 3 ล้านบาทเพื่อสร้างอาคารเป็นการร่วมฉลอง 700 ปี ของการประดิษฐ์ตัวอักษรไทย และตั้งชื่ออาคารหลังนี้ว่า อาคารอนุสรณ์ 700ปี ลายสือไท สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฏราชกุมาร ได้เสด็จทรงเปิดอาคารนี้เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2526 ปัจจุบันอาคารหลังนี้ใช้เป็นห้องประชุมและห้องจัดนิทรรศการชั่วคราว

\r\n\r\n

 การจัดแสดง

\r\n\r\n

ศิลปโบราณวัตถุที่จัดแสดงในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ รามคำแหง ส่วนใหญ่เป็นศิลปะสุโขทัย ซึ่งเก็บรวบรวมจากการขุดค้น ขุดแต่งและบูรณะโบราณสถานบริเวณเมืองเก่าสุโขทัย ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2496 เป็นต้นมา บางส่วนได้จากบริเวณเมืองใกล้เคียง เช่น เมืองศรีสัชนาลัย กำแพงเพชร เพชรบูรณ์ และพิจิตร อีกส่วนหนึ่งเป็นของพระราชประสิทธิคุณ อดีตเจ้าอาวาสวัดราชธานี เจ้าคณะจังหวัดสุโขทัยและประชาชนมอบให้ ศิลปโบราณวัตถุที่จัดแสดงได้แก่ ศิลาจารึกสมัยสุโขทัย เครื่องถ้วยสังคโลก พระพุทธรูปแบบต่างๆ พระพิมพ์ที่ได้จากการขุดแต่งโบราณสถาน เทวรูป และอาวุธโบราณ 

\r\n\r\n

ในปัจจุบัน พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ รามคำแหง มีอาคารจัดแสดงนิทรรศการถาวร 2 หลัง ประกอบด้วย

\r\n\r\n

1.อาคารลายสือไท เป็นอาคารชั้นเดียว จัดแสดงเรื่องราวเกี่ยวกับเมืองสุโขทัยในด้านต่างๆ ตั้งแต่สมัยก่อนการสถาปนาอาณาจักรสุโขทัยเรื่อยมาจนถึงการพัฒนาเมืองสุโขทัยให้เป็นอุทยานประวัติศาสตร์ นอกจากนี้ ภายในอาคารยังมีห้องประชุมสำหรับการสัมมนา บรรยายพิเศษ ส่วนบริการนักท่องเที่ยว ที่จำหน่ายหนังสือและของที่ระลึก 

\r\n\r\n

2. อาคารพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ รามคำแหง เป็นอาคารทรงไทย 2 ชั้น จัดแสดงศิลปโบราณวัตถุที่ได้จากการสำรวจ ขุดค้น ขุดแต่งและบูรณะแหล่งโบราณคดีสุโขทัย ศรีสัชนาลัย และจังหวัดใกล้เคียง โดยแบ่งการจัดแสดงเป็นกลุ่มสำคัญๆ ดังนี้ 

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

  

\r\n\r\n

1. ประติมากรรมปูนปั้นที่ได้จากวัดพระพายหลวงและวัดมหาธาตุ มีทั้งรูปบุคคล เทวดา และพระพุทธรูป ลักษณะโดยทั่วไปของพระพุทธรูปปูนปั้นจากวัดพระพายหลวง จะมีพระพักตร์ค่อนข้างกลม พระขนงโก่ง พระโอษฐ์เล็กบาง พระหนุเป็นปม ขมวดพระเกศาเป็นรูปก้นหอยเล็ก ชายผ้าสังฆาฏิจะพับทบกันหลายชั้น กำหนดอายุประมาณต้นพุทธศตวรรษที่ 19 ประติมากรรมจากวัดมหาธาตุ พระพักตร์จะเป็นรูปไข่ ขมวดพระเกศาเป็นรูปก้นหอย กำหนดอายุประมาณพุทธศตวรรษที่ 20 สำหรับรูปเทวดาหรือรูปบุคคลนั้น วัดพระพายหลวงจะมีพระพักตร์หรือใบหน้าค่อนข้างกลม แต่ของวัดมหาธาตุจะเป็นรูปไข่ 
\r\n 2. กลุ่มประติมากรรมก่อนศิลปะสุโขทัย ได้จากศาลตาผาแดงวัดพระพายหลวง วัดศรีสวาย จัดเป็นศิลปะลพบุรีกำหนดอายุประมาณพุทธศตวรรษที่18 

\r\n\r\n

3. ศิลปะสุโขทัยพุทธศตวรรษที่ 19 - 20 ศิลปะสุโขทัยเริ่มตั้งแต่พ่อขุนศรีอินทราทิตย์ประกาศตั้งกรุงสุโขทัยเป็นอิสระ เมื่อราว พ.ศ. 1780 ศิลปะสุโขทัยจัดได้ว่าเป็นศิลปะไทยที่งดงามที่สุด มีลักษณะเป็นของตนเองมากที่สุด โดยเฉพาะพระพุทธรูปที่มีลักษณะที่เด่นชัด คือ พระรัศมีเป็นเปลวเพลิง ขมวดพระเกศาเป็นก้นหอย พระพักตร์รูปไข่ พระขนงโก่ง พระนาสิกงุ้ม (ตามแบบบุรุษ) พระโอษฐ์อมยิ้มเล็กน้อย พระอังสาใหญ่ บั้นพระองค์เล็ก ครองจีวรยาวลงมาจรดพระนาภี ปลายจีวรเป็นลายเขี้ยวตะขาบ ในสมัยสุโขทัยยังนิยมทำพระพุทธรูปสี่อิริยาบทคือ ยืน เดิม นั่ง และนอน

\r\n\r\n

 4. ศิลปะอู่ทอง ประติมากรรมรูปเคารพเนื่องในพุทธศาสนา มีทั้งปูนปั้นและสำริด ได้พบพระพุทธรูปในศิลปะอู่ทองตามวัดต่างๆ ในเมืองสุโขทัย สร้างขึ้นเมื่อประมาณราวพุทธศตวรรษที่ 20 อันเป็นช่วงเวลาที่ปรากฏหลักฐานเป็นลายลักษณ์อักษรถึงความเกี่ยวดองเป็นเครือญาติ ระหว่างราชวงศ์สุโขทัยบางส่วนกับราชวงศ์สุพรรณภูมิ ลักษณะโดยทั่วไปของพระพุทธรูปศิลปะอู่ทอง พระพักตร์เป็นรูปสี่เหลี่ยม มีเส้นไรพระศกหนา ขมวดพระเกศากลมเล็กคล้ายหนามขนุน 
\r\nพระอุษณีย์เป็นรูปมะนาวตัด พระรัศมีเป็นรูปเปลวเพลิง 

\r\n\r\n

 5. ศิลปะอยุธยา พระพุทธรูปที่จัดแสดงลักษณะโดยทั่วไปยังคงมีอิทธิพลของศิลปะสุโขทัย พระพักตร์รูปไข่ มีเส้นไรพระศกเล็ก ขมวดพระเกศาเป็นรูปก้นหอยเล็ก พระขนงโก่ง พระเนตรเหลือบต่ำ พระนาสิกโด่ง พระโอษฐ์เล็กบาง นอกจากนี้ ในระยะหลังนิยมสร้างทรงเครื่อง กำหนดอายุประมาณพุทธศตวรรษที่ 20 - 23 

\r\n\r\n

 6. เครื่องถ้วยจีน ได้จากการขุดแต่งโบราณสถานในเมืองสุโขทัย พบทั้งสมัยราชวงศ์หยวน ราชวงศ์หมิง และชิง 

\r\n\r\n

7. เครื่องถ้วยสังคโลกจากแหล่งเตาทุเรียง เมืองสุโขทัย เตาป่ายาง และเตาเกาะน้อย เมืองศรีสัชนาลัย รูปแบบภาชนะเป็นแบบถ้วย กระปุก โถ แจกัน ชาม จาน คนโฑ กาน้ำ ตลับ รวมไปถึงตุ๊กตา และเครื่องประดับสถาปัตยกรรมที่มีลักษณะต่างๆ น้ำยาเคลือบมีทั้งประเภทเคลือบสีเขียวหรือเซลาดอน เคลือบสีน้ำตาล เคลือบขาวหม่นหรือขาวน้ำนม เคลือบใสเขียนลายใต้เคลือบ และประเภทเคลือบสองสีคือขาวและน้ำตาล เป็นต้น 

\r\n\r\n

8. พระพิมพ์ มีทั้งพระพิมพ์ดินเผาและเนื้อชิน ได้จากวัดพระพายหลวง วัดมหาธาตุ และวัดป่ามะม่วง เป็นต้น

\r\n\r\n

9. ส่วนจัดแสดงกลางแจ้ง พิพิธภัณฑ์ฯ ได้นำโบราณวัตถุบางส่วนจัดแสดงกลางแจ้ง เช่น ใบเสมาหินชนวน ทับหลังหินทราย ฐานประติมากรรมหินทราย ระฆังหิน ลูกกรงที่ทำเป็นเครื่องเคลือบ สังคโลกจากวัดมังกร เตาเผาเครื่องถ้วยสังคโลก (จำลอง) และช้างปูนปั้นซึ่งจำลองมาจากวัดช้างล้อมเมืองสุโขทัย วัดช้างล้อมเมืองศรีสัชนาลัย และวัดช้างรอบเมืองกำแพงเพชร อีกส่วนหนึ่งได้จัดแสดงเครื่องมือเครื่องใช้ที่เป็นลักษณะศิลปะพื้นบ้านสุโขทัย 

\r\n\r\n


\r\nเวลาเปิดทำการ เปิดบริการทุกวัน ระหว่างเวลา 9.00 - 16.00 น. 

\r\n\r\n

 ค่าธรรมเนียมเข้าชม                                                          บัตรรวม

\r\n\r\n

ชาวไทย คนละ 10.- บาท                                          ชาวไทย คนละ 30.- บาท

\r\n\r\n

 ชาวต่างประเทศ คนละ 30.- บาท                            ชาวต่างประเทศ คนละ 150.- บาท

\r\n\r\n

  

\r\n\r\n

วัดศรีชุม  
\r\nรอยอดีตอันยิ่งใหญ่ของมรดกโลกสุโขทัยปรากฏผ่านโบราณสถานงานพุทธศิลป์ที่ยังคงอยู่มากหลาย โดยหนึ่งในวัดดังที่ถือเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญของเมืองมรดกโลกสุโขทัยก็คือ “วัดศรีชุม
\r\nวัดศรีชุมตั้งอยู่ใน อ.เมือง จ.สุโขทัย มีพิกัดอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของเขตกำแพงเมืองใกล้ๆกับประตูศาลหลวงทางทิศเหนือ ชื่อของวัดศรีชุมข้อมูลส่วนใหญ่ระบุว่ามาจากคำว่า “สะหลีชุม” คำว่า“สะหลี” เป็นคำโบราณหมายถึง“ต้นโพธิ์” ต่อมาภายหลัง คำว่าสะหลีได้เรียกขานเป็น “ศรี” ดังนั้นคำว่าศรีชุมจึงหมายถึง ดงของต้นโพธิ์ วัดศรีชุมเป็นวัดที่สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยพ่อขุนรามคำแหง ก่อนจะถูกทิ้งร้างลงในสมัยอยุธยาตอนปลาย จากนั้นในสมัยจอมพล ป. พิบูลสงคราม ช่วง พ.ศ. 2496-2499 ได้ทำการบูรณะฟื้นฟูวัดแห่งนี้ขึ้นมาใหม่ เป็นการบูรณะครั้งสำคัญ โดยยึดรูปแบบ วิธีการ และวัสดุแบบโบราณ มีการซ่อมแซมพระประธานใหม่ตามแบบอย่างพระพุทธรูปสำริดศิลปะสุโขทัย ปัจจุบันวัดศรีชุมหลงเหลืออาคารสำคัญอยู่เพียงหนึ่งเดียวคือ อาคารพระมณฑปที่ภายในมีพื้นที่คับแคบมากพระมณฑปคับแคบแบบนี้เป็นอาคารที่เรียกว่า “ปฏิมาฆระ” สร้างตามคติความเชื่อสมัยสุโขทัยที่ไม่ได้ต้องการใช้เป็นที่ประกอบพิธีทางศาสนาเหมือนโบสถ์ในสมัยปัจจุบัน หากแต่สร้างขึ้นเพื่อเป็นการจำลอง “พระคันธกุฎี” หรือ กุฏิที่ประทับของพระพุทธเจ้าในสมัยพุทธกาล มีความสำคัญเปรียบได้กับองค์เจดีย์ประธานที่เป็นดังตัวแทนของพระพุทธองค์ 
\r\nมณฑปหลังนี้แม้จะคับแคบ แต่กำแพงมณฑปกลับมีความกว้างร่วม 3 เมตร เนื่องเพราะไม่ได้สร้างเป็นกำแพงทึบตัน หากแต่สร้างเป็นช่องกำแพงคล้ายอุโมงค์ เจาะทำเป็นบันไดทางเดินขึ้นถึงหลังคา(ปัจจุบันพังทลายไม่เหลือร่องรอยให้เห็น) ตามผนังทางเดินมีภาพจิตรกรรมฝาผนังที่แม้จะเลอะเลือนไปตามกาลเวลาแต่นี่ได้ชื่อว่าเป็นอีกหนึ่งงานจิตรกรรมฝาผนังที่เก่าแก่ที่สุดในเมืองไทย ซึ่งในสมัยเรียนมหาวิทยาลัยเมื่อเกือบ 20 ปีที่แล้ว ตอนมาทัศนศึกษาที่สุโขทัย ผมเคยเดินขึ้นไปชมจิตกรรมฝาผนังโบราณที่นี่ แต่มาในวันนี้เขาปิดไม่ให้คนขึ้นไปแล้ว
\r\nอย่างไรก็ดีในความคับแคบของพระมณฑปกลับโดดเด่นไปด้วย “พระอจนะ” พระประธานองค์โตที่เป็นไฮไลท์สำคัญของวัดศรีชุม และถือเป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์ของเมืองมรดกโลกสุโขทัย                  

\r\n\r\n

พระอจนะ แปลว่าผู้ไม่หวั่นไหว เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยขนาดใหญ่ หน้าตักกว้าง 11.30 เมตร และมีความสูงถึง 15 เมตร มีพุทธลักษณะงดงามมาก พระวรกายอวบอิ่ม พระพักตร์อมยิ้ม ดูอิ่มบุญเปี่ยมศรัทธา เหตุที่พระอจนะพูดได้นั้นมาการในสมัยอยุธยา เมื่อครั้งที่สมเด็จพระนเรศวรมหาราชเสด็จมาประชุมทัพ ณ ที่แห่งนี้ เพื่อจะยกไปปราบเมืองสวรรคโลก พระองค์ท่านต้องการสร้างขวัญและกำลังใจให้แก่เหล่าทหาร ดังนั้นจึงได้มีพิธีเสี่ยงทายกับพระพุทธรูป โดยได้เสี่ยงทายว่า การรบครั้งนี้หากจะได้รับชัยชนะกลับมาก็ขอให้พระอจนะกล่าวตอบ แต่หากไม่ชนะก็ไม่ต้องตอบสิ่งใด
\r\nเรื่องนี้จริงๆแล้วหาใช่ปาฏิหาริย์แต่อย่างใดไม่ หากแต่เป็นกุศโลบายของสมเด็จพระนเรศวรฯ เพราะก่อนทำพิธีเสี่ยงทาย สมเด็จพระนเรศวรฯได้ส่งคนขึ้นไปอยู่ด้านหลังเศียรพระอจนะเพื่อคอยส่งเสียงตอบกลับมา ฟังเหมือนกับองค์พระพุทธรูปพูดได้จริง เหตุที่พระองค์ท่านทำเช่นนี้ก็เพราะต้องการสร้างขวัญกำลังใจ ปลุกปลอบขวัญเหล่าทหารหาญให้ฮึกเหิมก่อนจะทำการออกรบ นับจากนั้นเป็นต้นมา พระอจนะวัดศรีชุมก็ได้รับการร่ำลือว่าเป็นพระพุทธรูปพูดได้ 
\r\nและนี่ก็คือภูมิปัญญาอันน่าทึ่งของบรรพบุรุษที่สืบต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งทางการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.)ได้ยกให้นี่เป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวอันซีนไทยแลนด์
\r\nนอกจากพระมณฑปกับพระอจนะแล้ว วัดศรีชุมยังหลงเหลือร่องรอยของเสาพระวิหารในอดีตที่ด้านหน้าให้ชมกัน ซึ่งใครอยากจะรู้ว่าวัดศรีชุมดั้งเดิมในสมัยสุโขทัยนั้นเป็นเช่นไร ทางกรมศิลป์เขาก็ได้ทำแบบร่างจำลองของวัดศรีชุมเป็นป้ายเล็กๆไว้ให้ชมกัน เพื่อต่อยอดในจินตนาการ ส่วนที่ใกล้ๆกับมณฑปก็จะมีต้นมะม่วงโบราณต้นยักษ์อายุนับร้อยปี รูปฟอร์มสวยงาม แผ่สยายกิ่งก้านสร้างความร่มรื่น นับต้นไม้เด่นประจำวัดที่มีคนนิยมมาถ่ายรูปคู่ด้วยไม่น้อยเลย 

\r\n\r\n

หอพระพุทธศิริมารวิชัย
\r\n                 พระพุทธสิริมารวิชัย เป็นพระพุทธรูปสำริดขนาดใหญ่ ศิลปะสุโขทัย ขนาดหน้าตักกว้าง 209 เซนติเมตร สูง 290 เซนติเมตร สันนิษฐานว่าเป็นพระพุทธรูปสำริดที่สร้างขึ้นระหว่างพุทธศวรรษที่ 19 - 20 เพื่อประดิษฐานในอุโบสถ หรือวิหารของวัดสำคัญวัดใดวัดหนึ่งในเมืองสุโขทัย ที่สร้างขึ้นระหว่างช่วงเวลาดังกล่าว ก่อนที่จะถูกเคลื่อนย้ายมาประดิษฐานที่วัดแห่งหนึ่งที่เรียกกันในปัจจุบันว่า "วัดใหม่" แต่ไม่ปรากฏหลักฐานว่าพระพุทธรูปสำริดองค์ใหญ่ มาประดิษฐานที่ "วัดใหม่" เมื่อใด แม้จากลักษณะทางสถาปัตยกรรมที่ทำให้สันนิษฐานได้ว่าวัดแห่งนี้สร้างขึ้นระหว่างพุทธศตวรรษที่ 21 - 22 แต่พระพุทธรูปสำริดองค์ใหญ่นี้อาจได้รับการอัญเชิญมาประดิษฐานที่วัดแห่งนี้หลังจากช่วงเวลานี้ก็เป็นได้พุทธศักราช 2406 เมื่อแรกสร้างวัดราชธานี ซึ่งมีพระครูไชยเสโนภิกขุ เป็นเจ้าอธิการวัด พระยารณชัยชาญยุทธ ซึ่งต่อมาได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าเมืองสุโขทัยกิตติมศักดิ์ในสมัยรัชกาลที่ 5 ได้สร้างอุโบสถและวิหารขึ้นในวัดแห่งนี้ ก่อนหน้าที่ท่านจะถึงแก่อนิจกรรมในพุทธศักราช 2442 ได้นำพระพุทธรูปสุโขทัยจากเมืองเก่าสุโขทัยมาไว้ในวัดราชธานีหลายองค์ ในจำนวนนี้มีพระพุทธรูปสำริดองค์ใหญ่จากวัดใหม่ ประดิษฐานในวิหารใหญ่หลังหนึ่ง เรียกว่า "วิหารหลวงพ่อสุโขทัย" พระพุทธรูปสำริดองค์ใหญ่จากวัดใหม่นี้ ประชาชนชาวสุโขทัยเรียกกันโดยทั่วไปว่า "หลวงพ่องาม" หรือ "หลวงพ่อสุโขทัย"

\r\n\r\n

วันที่ 27 มีนาคม พุทธศักราช 2511 เกิดเหตุเพลงไหม้ครั้งใหญ่ในจังหวัดสุโขทัย มีบ้านเรือถูกเพลิงไหม้เผาผลาญกว่า 2,000 หลังคา ทำความเสียหายให้กับเสนาสนะต่างๆ รวมทั้งโบราณวัตถุและพระพุทธรูปต่างๆ ในวัด หลังจากกองเพลิงสงบลง จึงพบว่า พระพุทธรูปในวิหารหลวงพ่อสุโขทัยถูกเพลิงเผาผลาญเสียหายมาก พระพุทธรูปสำริด "หลวงพ่องาม" แตกออกเป็นชิ้นๆ บางส่วนไหม้ไปกับกองเพลิง เป็นต้นว่า พระเกตุมาลา พระอุระ (หน้าอก) ด้านขวา พระปฤษฎางค์ (หลัง) ด้านซ้าย บางส่วนของพระพาหา (แขน) ด้านซ้ายพระชงฆ์และพระหนุ (แข้งบนและเข่า) ทั้งสองด้าน พระโสณี (สะโพก) ตลอดมาถึงส่วนฐานด้านหลังบางส่วน ปลายพระกรรณ (ติ่งหู) ทั้งสองข้าง ปลายนิ้ว พระหัตถ์ (นิ้วมือ) ข้างขวา ซึ่งต่อมา พระราชประสิทธิคุณ ได้มอบชิ้นส่วนต่างๆ ของพระพุทธรูปหลวงพ่องาม ให้นำไปเก็บรักษาที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ รามคำแหง ในครั้งนั้นได้นำเฉพาะส่วนเศียรของพระพุทธรูป หลวงพ่องาม ซึ่งมีสภาพค่อนข้างสมบูรณ์มาจัดแสดงในห้องจัดแสดงชั้นบนของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ รามคำแหง ส่วนองค์ของพระพุทธรูปที่แตกออกเป็นส่วนๆ เก็บรักษาไว้ในคลังพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ รามคำแหง

\r\n\r\n

แนวคิดในการบูรณะซ่อมแซมพระพุทธรูปสำริด "หลวงพ่องาม" หรือ "หลวงพ่อสุโขทัย" ให้สมบูรณ์ดังเดิมเริ่มขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2525 แต่ในขณะนั้นกรมศิลปากรยังไม่มีงบประมาณที่จะดำเนินการจนกระทั่งใน พ.ศ. 2535 กรมศิลปากรจึงได้รับการสนับสนุนงบประมาณโครงการบูรณะซ่อมแซมพระพุทธรูปสำริดสุโขทัยจากธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) เพื่อน้อมเกล้าน้อมกระหม่อม ถวายสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 5 รอบ ในวันที่ 12 สิงหาคม พุทธศักราช 2535

\r\n\r\n

วันอาทิตย์ ที่ 12 มกราคม พุทธศักราช 2535 ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) และกรมศิลปากร จัดพิธีบวงสรวงก่อนดำเนินการบูรณะซ่อมแซมพระพุทธรูปสำริด "หลวงพ่อสุโขทัย" หลังจากนั้น นายบุญมา สวยงาม นายช่างปั้นหล่อพระพุทธรูป เจ้าของร้านบุญมาศิลป์ ซึ่งเป็นผู้รับจ้างให้ดำเนินการ "บูรณะซ่อมแซมพระพุทธรูปสำริดสมัยสุโขทัย" จึงได้เริ่มดำเนินการบูรณะซ่อมแซมตามขั้นตอนต่างๆ โดยเริ่มดำเนินการตั้งแต่ปลายเดือนมกราคมจนแล้วเสร็จในเดือนสิงหาคม 2535

\r\n\r\n

เมื่องานเททองและงานเชื่อมส่วนต่างๆ ขององค์พระและเชื่อมส่วนองค์กับส่วนเศียรแล้วเสร็จสมบูรณ์ แต่ยังขาดส่วนที่เป็น พระเกตุมาลาขององค์พระพุทธรูปซึ่งถูกเพลิงไหม้จนเสียรูปทรง ไม่สามารถนำมาซ่อมแซมได้ กรมศิลปากรจึงได้กำหนดรูปแบบและขนาดสัดส่วนพระเกตุมาลาตามพุทธศิลป์สุโขทัยที่คล้ายแบบเดิม เพื่อให้นายบุญมา สวยงาม ปั้นหุ่นและพิมพ์ขึ้นมาใหม่ สำหรับเตรียมนำไปประกอบพิธีเททองหล่อพระเกตุมาลา แล้วจึงนำกลับมาสวมไว้บนพระเศียรของพระพุทธรูป

\r\n\r\n

สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถพระราชทานพระราชานุญาตให้อัญเชิญอักษรพระนามาภิไธย "ส.ก." ประดิษฐานไว้ที่ผ้าทิพย์ของพระพุทธรูปสำริด "หลวงพ่อสุโขทัย" และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานนามของพระพุทธรูปว่า "พระพุทธสิริมารวิชัย" ซึ่งมีความหมายว่า พระพุทธเจ้าผู้ชนะมารด้วยสิริหลังจากนั้น พระบาทราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเบิกพระเนตรพระพุทธสิริมารวิชัย ในวันที่ 12 ธันวาคม 2535
\r\nแนวคิดในการออกแบบสร้างหอพระพุทธสิริมารวิชัยนั้นกำหนดให้สร้างเป็นอาคารตามรูปแบบสถาปัตยกรรมสุโขทัย เพื่อให้สอดคล้องกับพระพุทธสิริมารวิชัย ซึ่งเป็นพุทธศิลป์แบบสุโขทัย และเนื่องจากมิได้สร้างขึ้นเป็นส่วนของวัดใดวัดหนึ่ง แต่เป็นที่ประดิษฐานเฉพาะ จึงใช้ชื่อว่า "หอพระพุทธสิริมารวิชัย"ส่วนฐาน มีลักษณะเช่นเดียวกับวิหารสุโขทัยคือ ยกฐานเตี้ย แต่ส่วนที่แตกต่างออกไปจากสมัยสุโขทัย คือ การทำส่วนฐานกว้างให้เป็นลานประทักษิณโดยรอบ เพื่อประโยชน์ใช้สอยที่จะเกิดขึ้นในอนาคต นอกจากนี้ ยังมีส่วนที่ได้แนวคิดของสถาปัตยกรรมสุโขทัย คือลักษณะลูกกรงสังคโลก รวมทั้งการตกแต่งส่วนบันได และส่วนเครื่องบนหลังคา ด้วยสังคโลก ทั้งนี้ได้มีการนำรูปแบบศิลปะแบบรัตนโกสินทร์มาปรับใช้ให้เหมาะสมบ้าง คือ ส่วนที่เป็นฐานบัว
\r\nนอกจากนี้ยังมีการปรับใช้วัสดุก่อสร้างสมัยใหม่ เพื่อให้เกิดความคงทน และความสง่างาม เป็นต้นว่า ไม่ทำฐานและเสา ซึ่งเป็นโครงสร้างหลักด้วยศิลาแลงตามแบบสุโขทัย แต่เปลี่ยนมาใช้คอนกรีตเสริมเหล็กทั้งหลัง เพื่อให้คงทนถาวร
\r\nผนังและช่องแสงนั้นไม่เจาะช่องแสงตลอดแนวผนังแต่เว้น ส่วนผนังกลางไว้เพื่อเขียนภาพจิตรกรรมฝาผนังแต่เนื่องจากอาคารหลังนี้สร้างตามสัดส่วนแบบสุโขทัย อาคารจึงไม่สูงเหมือนวิหารสมัยอยุธยาหรือรัตนโกสินทร์ ทำให้มีพื้นที่เขียนภาพจิตรกรรมฝาผนังไม่มานัก
\r\nผนังทั้งสี่ด้านตกแต่งด้วยภาพจิตรกรรมฝาผนัง โดยกำหนดให้ผนังด้านทิศตะวันตก ซึ่งเป็นด้านหน้าของหอพระเป็นภาพพุทธประวัติ ตอนมารวิชัย ผนังด้านทิศตะวันออกเป็นภาพไตรภูมิ ส่วนผนังด้านข้างสองด้านนั้น ด้านทิศใต้เป็นภาพเหตุการทางประวัติศาสตร์ในสมัยสุโขทัย ทั้งด้านศาสนา การเมือง การปกครอง เศรษฐกิจ และสังคม ส่วนด้านทิศเหนือ เป็นภาพเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ ในสมัยรัตนโกสินทร์ ตั้งแต่กำเนิดกรุงเทพมหานคร และพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในการอนุรักษ์พระพุทธสิริมารวิชัย
\r\nภายในหอพระพุทธสิริมารวิชัย ออกแบบให้มีความสว่าง และบรรยากาศที่สดใส จึงกำหนดให้สีเพดานเป็นสีแดง และเพิ่มลายทองดอกไม้ร่วง การประดับตกแต่งผนังด้วยประติมากรรมนูนต่ำซุ้มหน้าบัน เป็นการนำรูปแบบมาจากซุ้มโค้งประดับเจดีย์ทรงปราสาท วัดมหาธาตุ สุโขทัย ลักษณะเป็นกรอบหน้านาง ยอดซุ้มประดับด้วยรูปหน้ากาลปลายกรอบซุ้มประดับด้วยรูปหน้ากาลปลายกรอบซุ้มประดับรูปกินรี นอกจากนี้ยังมีการตกแต่งผนังด้านหลังหอพระพุทธสิริมารวิชัย ด้วยภาพประติมากรรมนูนสูงตอนพระพุทธเจ้าเสด็จจากดาวดึงส์ ซึ่งเป็นการถอดแบบมาจากภาพปูนปั้นประดับผนังมณฑปวัดตระพังทองหลาง
\r\nเนื่องจากหอพระพุทธสิริมารวิชัย ตั้งอยู่ข้างศูนย์บริการข้อมูลนักท่องเที่ยวของอุทยานประวัติศาสตร์ซึ่งเป็นตำแหน่งที่เหมาะสมที่สุด เพราะสะดวกต่อการดูแลรักษา และการให้บริการ ดังนั้น หอพระพุทธสิริมารวิชัย จึงต้องหันหน้าไปทางทิศตะวันตก ซึ่งเป็นถนน แทนที่จะเป็นทิศตะวันออกตามแบบวิหารสมัยสุโขทัย แต่กระนั้นก็ตาม ภูมิทัศน์โดยรอบหอพระพุทธสิริมารวิชัย ก็ยังคงงดงาม เพราะด้านหน้าคือ คูน้ำขนาดใหญ่ของวัดพระพายหลวง
\r\nหอพระพุทธสิริมารวิชัย จึงเป็นตัวอย่างของงานสถาปัตยกรรมแบบสุโขทัย สำหรับเป็นแนวทางให้ประชาชนประจักษ์ถึงภาพลักษณ์ของวิหารสมัยสุโขทัย ส่วนองค์พระพุทธสิริมารวิชัย แสดงให้เป็นถึงการอนุรักษ์ซ่อมแซมพระพุทธรูปสมัยสุโขทัยให้กลับคือสู่สภาพเดิมเพื่อคงความงามขององค์พระพุทธรูปและความศรัทธาของประชาชนที่มีต่แพระพุทธสิริมารวิชัย

\r\n\r\n

พิธีส่งกระบาล

\r\n\r\n

07.30 น. ออกเดินทางไปชม เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฮาลา-บาลา  อยู่ในท้องที่ตำบลจะแนะ ตำบลแว้ง ตำบลแม่ดง ตำบลโละจูด อำเภอแว้ง ตำบลมาโมง ตำบลภูเขาทอง อำเภอสุคิริน จังหวัดนราธิวาส และตำบลอัยเยอร์เวง อำเภอเบตง จังหวัดยะลา เนื้อที่ประมาณ 270,725 ไร่

\r\n\r\n

11.00 น. เที่ยวชม หาดนราทัศน์  ตั้งอยู่ในเขตเทศบาลเมืองนราธิวาส ตำบลบางนาค อำเภอเมืองจังหวัดนราธิวาส เป็นชายหาดที่งอกขึ้นเองตามธรรมชาติ ยาวประมาณ 4 - 5 กิโลเมตร มีทรายขาวละเอียดสลับไปกับทิวสนที่เอนลู่ตามแรงลม

\r\n\r\n

13.00 น. น้ำตกฉัตรวาริน   อ. บาเจาะ    ตั้งอยู่ในเขต อุทยานแห่งชาติบูโด-สุไหงปาดี ตั้งอยู่บริเวณบ้านโผลง ตำบลโต๊ะเด็ง อำเภอสุไหงปาดี จังหวัดนราธิวาส เดิมมีชื่อว่า ไอปาดง

\r\n\r\n

14.00 น. ชม น้ำตกปาโจ ตั้งอยู่ที่บ้านปาโจ ตำบลบาเจาะ อำเภอบาเจาะ จังหวัดนราธิวาสเป็นน้ำตกใหญ่ที่มีน้ำตลอดปี มีความสูงประมาณ 60 เมตร เป็นส่วนหนึ่งของอุทยาน แห่งชาติบูโด – สุไหงปาดี มีพื้นที่คลอบคลุมอยู่ในท้องที่อำเภอบาเจาะ อำเภอยี่งอ อำเภอระแง อำเภอรือเสาะ

\r\n 7 41233 สุโขทัย ภาคเหนือ ย้อนรอยกรุงสุโขทัย รุ่งอรุณแห่งความสุข อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ครอบคลุมพื้นที่โบราณสถานกรุงสุโขทัยศูนย์กลางการปกครองของอาณาจักรสุโขทัยซึ่งมีอำนาจ อยู่บริเวณภาคเหนือ ตอนล่างของประเทศไทยในช่วงพุทธศตวรรษที่ 18-19 ผังเมืองสุโขทัยมีลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีความยาวประมาณ 2 กิโลเมตร "

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

 

\r\n" 8 41731 สุโขทัย ภาคเหนือ Tourism For All ท่องเที่ยวสี่จังหวัด เป็นการท่องเที่ยวในเขตมรดกโลก ใน สี่จังหวัด ในสี่วัน เพื่อความเต็มอิ่มของการท่องเที่ยวในประเทศไทย\r\nได้แก่ สุโขทัย พิษณุโลก ตาก กำแพงเพชร "

เป็นการท่องเที่ยวในเขตมรดกโลก ในสี่จังหวัด ในสี่วัน เพื่อความเต็มอิ่มของการท่องเที่ยวในประเทศไทย
\r\nได้แก่ สุโขทัย พิษณุโลก ตาก กำแพงเพชร

\r\n\r\n

\r\n" 9 40317 นครนายก ภาคกลาง เส้นทางตามรอยเท้าพ่อ จังหวัดนครนายก ขอน้อมเกล้าขอน้อมกระหม่อม รำลึกในมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ได้พระราชดำเนินจังหวัดนครนายก รวมจำนวน ๑๒ ครั้ง

1.เมื่อวันที่ ๕ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๒๔ เวลา ๑๔.๐๐ น. พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง พร้อมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี จากพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน พระราชวังดุสิต ไปทรงวางศิลาฤกษ์โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้าแห่งใหม่ ณ บริเวณเขาชะโงก อำเภอเมืองนครนายก จังหวัดนครนายก  

\r\n\r\n

ครั้นเสด็จพระราชดำเนินถึงบริเวณเขาชะโงก ได้เสด็จเข้าสู่พลับพลาพิธี พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ผู้บัญชาการทหารบกในขณะนั้น กราบบังคมทูลถวายรายงานถึงประวัติความเป็นมาของโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า และความจำเป็นที่จะต้องดำเนินการย้ายโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้าไปตั้ง ณ ที่แห่งใหม่ คือที่บริเวณเขาชะโงก อำเภอเมืองนครนายก จังหวัดนครนายก

\r\n\r\n

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชดำเนินไปยังมณฑลพิธี เพื่อทรงวางศิลาฤกษ์ ต่อจากนั้น ทรงพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรผังบริเวณที่จะก่อสร้างโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้าแห่งใหม่ เสร็จแล้ว ทรงพระดำเนินทรงเยี่ยมราษฎรที่มาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทอยู่ ณ บริเวณนั้น ในการนี้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้คณะแพทย์พระราชทาน ทำการตรวจรักษาผู้เจ็บป่วยและทรงรับไว้เป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์เมื่อปีพุทธศักราช ๒๔๙๑ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้พระราชทานชื่อโรงเรียนนายร้อยทหารบกว่า “โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า” ตั้งอยู่ ณ ถนนราชดำเนินนอกเรื่อยมาจนถึงเดือน ธันวาคมพุทธศักราช ๒๕๒๓ ทรงมีพระราชดำริให้ย้ายมาตั้ง ณ บริเวณเขาชะโงก อำเภอเมือง ฯ ต่อกับอำเภอบ้านนา จังหวัดนครนายก พื้นที่ประมาณ ๒๑,๐๐๐ไร่เศษ เมื่อการก่อสร้างแล้วเสร็จบรรดาข้าราชการลูกจ้างนักเรียนนายร้อยและศิษย์เก่าก็พร้อมใจกันเดินเท้าจากโรงเรียนเก่าถนนราชดำเนินนอก สู่โรงเรียนใหม่ เขาชะโงก เมื่อวันที่ ๒๙ กรกฎาคมพุทธศักราช ๒๕๒๙ โดยมี พลตรีหญิงสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี (พระยศในขณะนั้น) ทรงเป็นองค์ประธานในพิธีนำกำลังจากกรุงเทพมหานครสู่นครนายกจนเป็นที่เรียบร้อย

\r\n\r\n

2. พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงมรพระราชดำริ ให้เร่งวางแผนและดำเนินการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำขนาดเล็กและขนาดกลางตามแถบที่ราบเชิงเขา  จึงเป็นที่มาของอ่างเก็บน้ำคลองวังบอน  ที่ตั้งของโครงการ หมู่ที่ 7 ตำบลนาหินลาด อำเภอปากพลี จังหวัดนครนายก วัถุประสงค์ของโครงการ เพื่อใช้เป็นแหล่งกักเก็บน้ำสำหรับช่วยเหลือการเพาะปลูกฤดูฝน -ฤดูแล้ง โดยมีหน่วยงานรับผิดชอบคือโครงการชลประทานนครนายก และเป็นครงการขนาดกลางอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ใช้เป็นแหล่งกักเก็บน้ำสำหรับช่วยเหลือการเพาะปลูกบริเวณสองฝั่งลำน้ำคลองยาง รวมทั้งฝายคลองยางและปตร.คลองยยาง รวมทั้งสิ้นประมาณ 4,000 ไร่ ซึ่ง ณ ปัจจุบันกลายเป้นแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงามอย่างมาก

\r\n\r\n

3. เมื่อวันที่ ๒ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๔๔    เวลา ๑๖.๑๒ น. พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชดำเนินโดยเฮลิคอปเตอร์พระที่นั่ง พร้อมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี จากพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน พระราชวังดุสิต ไปทรงวางศิลาฤกษ์เขื่อนคลองท่าด่าน โครงการเขื่อนคลองท่าด่าน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ บ้านท่าด่าน ตำบลหินตั้ง อำเภอเมืองนครนายก จังหวัดนครนายกเขื่อนคลองท่าด่าน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ เป็นเขื่อนคอนกรีตบดอัดแน่นสูง ๙๓ เมตร ยาว ๒,๗๒๐ เมตร ความจุอ่างเก็บน้ำ ๒๒๔ ลูกบาศก์เมตร ได้เริ่มดำเนินการก่อสร้างมาตั้งแต่วันที่ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๔๒ เมื่อแล้วเสร็จจะสามารถบรรเทาปัญหาอุทกภัยในลุ่มน้ำนครนายกที่เกิดขึ้นเป็นประจำ อีกทั้งยังเป็นการช่วยเหลือราษฎรให้มีน้ำใช้ในการเกษตร การอุปโภคบริโภค และแก้ไขปัญหาดินเปรี้ยวในเขตจังหวัดนครนายก เขื่อนคลองท่าด่านอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เริ่มก่อสร้าง เมื่อวันที่ ๒ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๔๒ และเริ่มเก็บกักน้ำตั้งแต่เดือนตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๔๗ เป็นต้นมา พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชพระราชทานนามเขื่อนแห่งนี้ว่า เขื่อนขุนด่าน

\r\n\r\n

นับว่าเป็นพระมหากรุณาธิคุณ ของชาวนครนายกอย่างมาถึงมากที่สุด

\r\n 10 40863 ยะลา ภาคใต้ เส้นทางท่องเที่ยวยะลา เป็นเส้นทางท่องเที่ยว สามแหล่งท่องเที่ยวที่เปิดใหม่ในตัวเมืองยะลา เราจึงทำวันเดย์ทริปในยะลาขึ้นมา "

\r\n" 11 41279 นครศรีธรรมราช ภาคใต้ วัดพระมหาธาตุสู่บ้านพ่อ สักการะพระธาตุไร้เงา - ปากพนังจะสนุก แหลมตะลุมพุกจะเป็นวัง

07.30น. ออกเดินทางจากตัวเมืองนครศรีธรรมราช
\r\n09.00น. นมัสการองค์พระบรมธาตุ ณ วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร โบราณสถานที่สะท้อนถึงอารยะธรรมของดินแดนสุวรณภูมิ และพลังศรัทธาต่อพระพุทธศาสนา วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร เป็นวัดหลวง (พระอารามหลวง)ชั้นเอก
\r\n10.00น. จากนั้นนำท่านไปยัง พิพิธภัณฑ์เมืองนครศรีธรรมราช แหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมของเมืองนครศรีธรรมราช เพื่อรวบรวมเรื่องราวเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ ชุมชนโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศาสนา ขนบธรรมเนียมประเพณี 
\r\n12.00น. รับประทานอาหารกลางวัน กับร้านอาหารที่ขึ้นชื่อของจังหวัดนครศรีธรรมราช
\r\n13.00น. เดินทางต่อไปอำเภอปากพนัง
\r\n14.20น. นำท่านเยี่ยมชม ศาลาโดหก หรือ ศาลาประดู่หก  ตั้งอยู่ริมถนนราชดำเนิน เดิมเป็นศาลานอกกำแพงเมืองตรงประตูชัยเหนือ อันเป็นที่พักของคนเดินทาง ซึ่งเข้าเมืองไม่ทัน เพราะปะตูเมืองปิดเสียก่อน เดิมศาลาแห่งนี้ตั้งอยู่ระหว่างต้นประดู่ (ต้นโด) หกต้น ชาวนครเรียกว่า "หลาโดหก" ศาลาหลังที่มีอยู่ทุกวันนี้สร้างขึ้นใหม่เป็นศาลาทรงไทยอยู่ริมถนนราชดำเนิน ส่วนต้นประดู่ทั้งหกต้นได้ตายไปหมดแล้ว ทางเทศบาลจึงปลูกขึ้นใหม่เพื่อเป็นที่ระลึกถึงประดู่ทั้งหกต้น
\r\n15.00น. จากนั้นนำท่านเที่ยว ชายทะเลปากพนังและแหลมตะลุมพุก เป็นสถานที่ซึ่งอยู่บริเวณตอนบนของอำเภอปากพนัง ด้านที่ติดกับทะเลด้านใน (อ่าวนครฯ) เป็นสถานที่เกิดเหตุการณ์มหาวาตภัย ครั้งใหญ่จากพายุโซนร้อนแฮร์เรียตพัดถล่มแหลมตะลุมพุก เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2505 มีแหลมตะลุมพุกเป็นแหลมทรายรูปจันทร์เสี้ยวยื่นไปในอ่าวไทย 
\r\n16.00น. ออกเดินทางกลับเข้าสู่ที่พักตัวเมืองนครศรีธรรมราช

\r\n 12 41168 นราธิวาส ภาคใต้ one day trip at Narathiwat 2 (ศาสนา และธรรมชาติ) มา ท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ และศาสนา ไปพร้อมๆ กัน

7.30น. วนอุทยานอ่าวมะนาว  อ. เมือง      เป็นชายหาดที่ยาวต่อเนื่อง จากชายฝั่งทะเลด้านตะวันออกของจังหวัดปัตตานี เป็นโค้งอ่าวเชื่อมต่อกัน ยาวประมาณ 4 กิโลเมตร มีโขดหินคั่นสลับโค้งหาดเป็นระยะ ด้านหนึ่งติดพระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์ บริเวณริมหาดมีสวนรุกขชาติ และทิวสนร่มรื่นเหมาะแก่การพักผ่อน มีเส้นทางศึกษาธรรมชาติป่าชายหาด (beach forest)

\r\n\r\n

8.30น. พระพุทธอุทยานเขากง  อ. เมือง    มีพระพุทธรูปทักษิณมิ่งมงคลสีทองปางปฐมเทศนาขัดสมาธิเพชรอยู่บนยอดเขา เป็นศิลปะสกุลช่างอินเดียตอนใต้ องค์พระเป็นคอนกรีตเสริมเหล็กประดับด้วยโมเสกสีทอง เป็นพระพุทธรูปกลางแจ้งที่งดงามและใหญ่ที่สุดในภาคใต้

\r\n\r\n

11.00น. ศูนย์วิจัยและศึกษาธรรมชาติป่าพรุสิรินธร หรือ ป่าพรุโต๊ะแดง ซึ่งคลุมพื้นที่ของ 3 อำเภอ คือ อำเภอตากใบ อำเภอสุไหงโกลก และอำเภอสุไหงปาดี   มีพื้นที่ประมาณ 120,000 ไร่ เป็นป่าที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์ด้วยสัตว์ป่าและพรรณไม้ พื้นที่ป่าพรุมีลำน้ำสำคัญหลายสายไหลผ่าน

\r\n\r\n

13.00  วัดชลธาราสิงเห อ. ตากใบ วัดนี้มีส่วนเกี่ยวพันกับกรณีแบ่งแยกดินแดนตากใบประเทศสยามกับประเทศมลายู ซึ่งเป็น เมืองขึ้นของประเทศอังกฤษในขณะนั้น (สมัยรัชกาลที่ 5 พ.ศ. 2452) โดยฝ่ายไทยได้มีการยกเอาพระพุทธศาสนา วัดและศิลปะในวัด เป็นเครื่องต่อรองการแบ่งปันเขตแดน อังกฤษจึงยอมรับเหตุผล โดยนำเอาแม่น้ำโกลกตรงบริเวณที่ไหลผ่านเมืองตากใบ (แม่น้ำตากใบ) เป็นเส้นแบ่งเขตแดน วัดนี้จึงรู้จักในอีกนาม หนึ่งว่า วัดพิทักษ์แผ่นดินไทย

\r\n\r\n

15.00น. มัสยิด 300 ปี (มัสยิดวาดีอัลฮูเซ็น หรือ มัสยิดตะโละมาเนาะ) อ.บาเจาะ เป็นอาคาร 2 หลังติดต่อกัน สร้างด้วยไม้ตะเคียนทั้งหลัง ลักษณะการสร้างจะใช้ไม้สลักแทนตะปู รูปทรงของอาคารเป็นแบบไทยพื้นเมืองประยุกต์เข้ากับศิลปะจีน และมลายูออกแบบได้ลงตัว ส่วนเด่นที่สุดของอาคาร คือ เหนือหลังคาจะมีฐานมารองรับจั่วบนหลังคาอยู่ชั้นหนึ่ง ส่วนหออาซานซึ่งมีลักษณะเป็นเก๋งจีน ก็ตั้งอยู่บนหลังคาส่วนหลัง  ฝาเรือนใช้ไม้ทั้งแผ่นแล้วเจาะหน้าต่าง ส่วนช่องลมแกะเป็นลวดลาย ใบไม้ ดอกไม้สลับลายจีน

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

 

\r\n 13 40891 ศรีสะเกษ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ชิม แชะ ซื้อ เส้นทางการท่องเที่ยวเชิงเกษตร จังหวัดศรีสะเกษเป็นแหล่งปลูกผลไม้ที่ขึ้นชื่อ และมีรสชาติอร่อยเป็นอันดับหนึ่งก็ว่าได้ โดยฌพราะ เงาะ ทุเรียน ที่ปลูกด้วยดินภูเขาไป ในบริเวฯ อ.ขุนหาญ และ อ.กันทราลักษ์

เส้นทางการท่องเที่ยวดังนี้ 

\r\n\r\n

1.สวนทศพล

\r\n\r\n

2.สวนพ่อวันนา

\r\n\r\n

3.สวนน้องสตางค์ ซึ่ง 3 สวนนี้อยู่ในเขตอำเภอกันทรลักษณ์ และทั้งสามสวนมีผลไม้ที่มีรสชาตอร่อย เพราะพื่นที่ที่ปลูกนี้เป็นเขตดินภูเขาไฟ และเงาน ทุเรียนศรีสะเกษถือว่าอร่อยที่สุดในประเทศ

\r\n\r\n

4.น้ำตกสำโรงเกียรติ เป็นน้ำตกที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งของจังหวัดศรีสะเกษ ตั้งอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าพนมดงรัก ในท้องที่ตำบลบักดอง อำเภอขุนหาญ ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 81 กิโลเมตร น้ำตกสำโรงเกียรติ เดิมชื่อว่า “น้ำตกปีศาจ” ซึ่งตั้งตามชื่อหน่วยทหารพรานที่มีสมญานามว่า “หน่วยปีศาจ” ซึ่งได้ใช้น้ำตกแห่งนี้เป็นที่ตั้งหน่วยปฏิบัติการ กระทั่งถึงปี พ.ศ. 2549 เมื่อมีการปรับปรุงพื้นที่ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว น้ำตกปีศาจก็ได้เปลี่ยนชื่อเป็น “น้ำตกสำโรงเกียรติ” ตามชื่อหมู่บ้านนับแต่บัดนั้น

\r\n\r\n

5.วัดล้านขวด แม้แต่ห้องน้ำ ต่างถูกประดับประดาด้วยขวดแก้วหลากสีหลายแบบรวมกันกว่า 1.5 ล้านใบ ซึ่งความคิดเช่นนี้ไม่ได้เป็นของนักออกแบบหรือศิลปินท่านใด แต่มาจากพระภิกษุรูปหนึ่ง นามว่า “พระครูวิเวกธรรมาจารย์” หรือ “หลวงปู่ลอด” ที่ครั้งหนึ่งได้เข้าไปพักปักกลดในป่าช้าหนองใหญ่ (ที่ตั้งวัดล้านขวดในปัจจุบัน) โดยในระหว่างนั้นมีญาติโยมและชาวบ้านแวะเวียนมาปฏิบัติธรรมอยู่เสมอ ทำให้หลวงปู่เกิดความคิดที่จะสร้างวัดขึ้นบนพื้นที่ป่าช้าแห่งนี้ แต่เนื่องจากบริเวณใกล้เคียงมีขยะจำพวกขวดอยู่มาก ซึ่งท่านเห็นว่าขวดเหล่านั้นมีสีต่างๆ สามารถนำไปตกแต่งอาคารได้อย่างสวยงาม และยังช่วยประหยัดงบประมาณค่าสี ค่ากระเบื้องได้อีก หลวงปู่จึงทำการรวบรวมขวดจากหมู่บ้านในละแวกวัด และจากหมู่บ้านใกล้เคียง นำมาสร้างกุฏิหลังแรก ต่อมาเมื่อวัดล้านขวดเป็นที่รู้จักทั่วไป คนในจังหวัดใกล้เคียงก็ได้หลั่งไหลเข้ามาสู่วัด โดยต่างคนต่างก็นำขวดติดไม้ติดรถมาบริจาคด้วย จากนั้นอาคารต่างๆ ก็ได้ทยอยถูกสร้างขึ้น กระทั่งวัดล้านขวดกลายเป็นวัดที่สมบูรณ์ดังเช่นในปัจจุบัน

\r\n 14 40790 ศรีสะเกษ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ วัยรุ่นสายบุญ 9 วัด การท่องเที่ยวเชิงศาสนา ที่วัยรุ่นในจังหวัดศรีสะเกษให้ความสนใจในการเดินทางไปเที่ยววัด ทำบุญ ทุกๆวันหยุดหรือทุกครั้งที่มีโอกาส "

เส้นทางสายบุญไหว้พระ 9 วัด ตามโครงการ " สืบสานประเพณีไหว้พระเมืองศรีของดี ๙ วัด”

\r\n\r\n

08.00 น.    วัดเจียงอีศรีมงคลวราราม (พระอารามหลวง) ในอดีตและปัจจุบัน "วัดเจียงอีศรีมงคลวราราม" เป็นอารามราษฎรที่ได้รับพระชาชทานวิสุงคามสีมาแล้ว โดยกว้าง  40 เมตร ยาว 80 เมตร ผูกเป็นสีมาแล้ว ตั้งอยู่กลางเมืองศรีสะเกษ อยู่ในคุ้มบ้านเจียงอี ตำบลเมืองใต้ (ในสมัยก่อนเรียกว่าตำบลเมืองเก่า) อำเภอเมือง จังหวัดศรีสะเกษ เหตุได้นามว่า "วัดเจียงอี" เพราะตั้งอยู่ในคุ้มวัดหมู่บ้านวัดเจียงอี การตั้งชื่อบ้านชื่อวัดในสมัยก่อนนั้น นิยมตั้งไปตามชื่อสิ่งของต่าง ๆ ที่เกิดเป็นนินิตขึ้นได้ทราบว่าบ้านเจียงอี ประชาชนผู้เป็นของถิ่นเดิมเป็นชนชาติไทยเผ่าส่วย ไทยเผ่าส่วยนี้มีสำเนียง การพูดเพี้ยนจากเผ่าอื่น ๆ "เจียงอี" เป็นภาษาพื้นบ้าน    แยกออกได้สองศัพท์คือ เจียง เป็นภาษา ที่แปลว่าช้าง อี ที่แปลว่า ป่วย รวมกันเรียกว่า เจียงอี แปลแปลภาษาว่า ช้างป่วย 

\r\n\r\n

08.30 น.    วัดหลวงสุมังคลาราม (พระอารามหลวง) ซึ่งเป็นวัดหลวงเก่าแก่คู่เมืองศรีสะเกษ มานานนับ100 ปี พระครูสุจิณวรธรรม รองเจ้าอาวาสวัดหลวงสุมังคลารามและเจ้าคณะอำเภอเมืองศรีสะเกษ วัดหลวงสุมังคลาราม....เดิมชื่อ " วัดศรีสุมังค์ " พระยาวิเศษภักดีศรีนครลำดวน (ชม)  เจ้าเมืองศรีสะเกษ  เป็นผู้ให้สร้างขึ้นประมาณ พ.ศ.2328  เพื่อเป็นอนุสรณ์ที่บิดา  คือ  พระยารัตนวงศา (อุ่น)  ขอแยกจากเมืองขุขันธ์  มาตั้งจังหวัดศรีสะเกษ   ณ  ปัจจุบัน   ซึ่งสถานที่แห่งนี้  มีความสำคัญ  4   ประการ  คือ....

\r\n\r\n

1.เป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุและพระวิเศษมิ่งเมือง   พระพุทธรูปทองสัมฤทธิ์ที่สร้างขึ้นพร้อมเมืองศรีสะเกษ

\r\n\r\n

2.เป็นสถานที่ที่ใช้ประกอบพิธีถือน้ำพิพัฒน์สัตยาของเจ้าเมือง  และข้าราชการในสมัยก่อน  ซึ่งเป็นพิธีหลวง....จึงเรียกชื่อวัดแบบไม่เป็นทางการว่า..."วัดหลวง "

\r\n\r\n

3.เป็นศูนย์รวมการศึกษาปริยัติธรรมสมัยโบราณ

\r\n\r\n

4.เป็นแหล่งน้ำที่มีตาน้ำไหลให้ใช้ตลอดปี  ยังอาชีพแก่ชาวบ้านให้มีรายได้ตลอดมา

\r\n\r\n

09.00 น.     วัดมหาพุทธาราม (พระอารามหลวง) ได้ชื่อว่าเป็นวัดเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองศรีสะเกษ ก็เนื่องจากในระหว่างการบุกเบิกพื้นที่เพื่อสร้างเมืองใหม่ คือจังหวัดศรีสะเกษในปัจจุบัน มีคนไปพบ “หลวงพ่อโต” ประดิษฐานอยู่ใจกลางป่าแดงโดยบังเอิญ จึงได้สร้างวัดขึ้นบริเวณที่พบองค์พระพุทธรูป และตั้งชื่อว่า “วัดพระโต หรือ วัดป่าแดง” กระทั่งมีการเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น “วัดมหาพุทธาราม” ในปี พ.ศ. 2494 วัดมหาพุทธาราม ถือเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวพุทธทั้งหลาย เป็นศูนย์กลางการปกครอง การศึกษา การเผยแผ่พระพุทธศาสนา ตลอดจนเป็นสถานที่ประกอบพิธีสำคัญของคณะสงฆ์ ปัจจุบัน วัดมหาพุทธาราม ได้เป็นสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดศรีสะเกษ และยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญแห่งหนึ่งของจังหวัดด้วย โดยตัววัดนั้น ตั้งอยู่ที่บ้านเมืองเหนือ ตำบลเมืองเหนือ อำเภอเมือง จังหวัดศรีสะเกษ ห่างจากสถานีรถไฟศรีสะเกษประมาณ 500 เมตร สามารถเดินทางไปได้โดยรถไฟ

\r\n\r\n

10.00 น.     วัดป่าโฮงช้าง(วัดศรีมิ่งเมือง) ซึ่งเป็นวัดที่เหมาะแก่การนั่งสมาธิ เพราะวัดนี้ได้ชื่อว่ามีต้นไม้ มีความรื่นเป็นอย่างมาก(กิจกรรมนั่งสมาธิ เดินจงกลม)
\r\n
\r\n11.00 น.     วัดเบญจพุทธาราม บ้านหนองโน หมู่ที่ ๓ ตำบลน้ำคำ อำเภอเมืองฯ นมัสการ พระพุทธศรีรัตนฉัพพรรณรังษีบรมไตรโลกนาถ (พระปางเปิดโลกสูง ๑๙ เมตร)

\r\n\r\n

12.00 น.     รับประทานอาหารเที่ยง

\r\n\r\n

13.00 น.     วัดสว่างอารมณ์ บ้านบุข้าวดอ หมู่ที่ ๔ ตำบลน้ำคำ อำเภอเมืองศรีสะเกษ

\r\n\r\n

14.00 น.     วัดพระธาตุสุพรรณหงส์ หรือวัดบ้านหว้านตั้งอยู่ที่หมู่บ้านหว้าน ตำบลน้ำคำ อำเภอเมือง ตั้งอยู่ห่างจาก อยู่ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 10 กิโลเมตรอีกหนึ่งวัดสวยที่ห้ามพลาดเมื่อเดินทางไปยังจังหวัดศรีสะเกษ ด้วยความโดดเด่นของพระอุโบสถที่ก่อสร้างบนเรือสุพรรณหงส์จำลอง ลอยอยู่กลางน้ำอย่างสวยงามแปลกตา ตัวพระอุโบสถกว้าง 5 เมตร ยาว 13.60 เมตร หลังคาทรงจัตุรมุข 3 ชั้น มียอดมณฑปกลางอุโบสถ เพื่อบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ และด้วยความสวยงามโดดเด่นของวัดแห่งนี้จึงทำให้เป็นอีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยม
\r\n
\r\n15.00 น.     วัดน้ำคำ บ้านน้ำคำ หมู่ที่ ๖ ตำบลน้ำคำ อำเภอเมืองศรีสะเกษ
\r\n 
\r\n16.00 น.     วัดพระธาตุเรืองรอง เป็นอาคารที่มีการผสมผสานศิลปะอีสานใต้ 4 เผ่า ได้แก่ ลาว ส่วย เขมร และเยอ มีความสูงทั้งสิ้น 49 เมตร แบ่งออกเป็น 6 ชั้น ชั้นที่ 1 พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านแสดงวิถีชีวิตชนเผ่าลาว ส่วย เขมร และเยอ โดยมีหุ่นจำลองซึ่งแสดงถึงประเพณี วัฒนธรรมต่างๆ ในท้องถิ่น อีกทั้งบนขื่อคานยังมีภาพจิตรกรรมที่บอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับตำนานและความเชื่อต่างๆ ชั้นที่ 2 – 3 เป็นส่วนของพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านซึ่งจัดแสดงข้าวของเครื่องใช้ในสมัยโบราณ เช่น เครื่องปั้นดินเผา เครื่องมือดักจับสัตว์ ตะเกียง แผ่นเสียง หนังสือ อาวุธ และอื่นๆ อีกมากมาย นอกจากนี้ตามฝาผนังยังประดับไปด้วยภาพเขียนสวยงาม โดยในชั้นที่ 2 จะเป็นภาพสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดศรีสะเกษ ส่วนชั้นที่ 3 จะเป็นภาพเหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นในจังหวัดศรีสะเกษ ชั้นที่ 4 ใช้เป็นจุดพักผ่อนก่อนขึ้นไปยังชั้นถัดไป ชั้นที่ 5 เป็นชั้นสำหรับทำสมาธิ และชั้นที่ 6 หรือชั้นสุดท้าย เป็นที่ประดิษฐานพระบรมเกศาธาตุของพระอรหันต์ และยังเป็นจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นบ้านเรือน และท้องทุ่งเขียวขจีได้อย่างชัดเจน

\r\n" 15 41845 หนองคาย ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ชมบั้งไฟพญานาค แวะสักการะเบญจสถาน ปรากฏการณ์บั้งไฟพญานาค ถือเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์สำหรับนักท่องเที่ยวที่อยากเดินทางไปท้าพิสูจน์ปรากฏการณ์สุดแปลก กับดวงไฟที่พุ่งขึ้นบริเวณกลางลำน้ำโขง เลยขอนำเสนอ 5 สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่มีประวัติความเชื่อเกี่ยวกับพญานาค ให้นักท่องเที่ยวแวะไปสัการะขอพร

เมื่อเดินทางมาถึงจังหวัดหนองคาย ก่อนที่นักท่องเที่ยวจะไปรอชมปรากฎการณ์บั้งไฟพญานาคในตอนค่ำ เราอยากนำเสนอเส้นทางการท่องเที่ยวในจังหวัดหนองคาย สักการะเบญจสถาน 5 แห่งที่มีความเชื่อเกี่ยวกับพญานาค 1.วัดถ้ำเพียงดิน หรือ วัดถ้ำศรีมงคล อยู่ที่ บ้านดงต้อง ต.ผาตั้ง อ.สังคม จ.หนองคาย ออกมาจาก อ.ศรีเชียงใหม่ มุ่งหน้าไปทาง อ. สังคม จุดสังเกตง่ายๆ คือ ผ่าน วัดอรัญบรรพต ลป.เหรียญ วรลาโภ ต่อมาจะผ่านวัด หินหมากเป้ง ลป.เทสก์ เทสก์รังษี จากนั้นจะมีป้ายบอก น้ำตกธารทอง ก่อนถึงน้ำตกธารทองประมาณ 1 กม. จะมีป้ายบอกทางไปวัดถ้ำเพียงดิน หรือ วัดถ้ำศรีมงคล อีก 14 กม. เมื่อถึงน้ำตกธารทอง จะมีแยกทางซ้ายมือ ไปวัดถ้ำเพียงดิน หรือวัดถ้ำศรีมงคล สำหรับสาเหตุที่มีคนเรียกถ้ำดินเพียงว่า“ถ้ำพญานาค” นั้น มาจากตำนานความเชื่อว่า ที่นี่เป็นทางเข้า-ออกของธิดาพญานาค ซึ่งมาหลงรักเจ้าชายของเมืองนี้บนโลกมนุษย์ แต่ครั้นพอถึงวันออกพรรษา ธิดาพญานาคต้องกลับสู่เมืองบาดาลเพื่อไปเล่นน้ำกับพญานาคด้วยกัน จนสุดท้าย เจ้าชายตามมาพบ รู้ว่าคนรักของตนเป็นพญานาคจึงขอตัดขาดจากกันที่ถ้ำแห่งนี้จากเรื่องเล่าโบราณมาถึงเรื่องเล่าปัจจุบันบ้าง นอกจากนี้ยังมีความเชื่อว่าถ้ำแห่งนี้เป็นเส้นทางสู่เมืองพญานาค ที่สามารถเดินทางไปใต้ลำโขง ไปๆมาๆระหว่างหนองคายกับเวียงจันทน์ได้ โดยมีเรื่องเล่าว่า ในถ้ำแห่งนี้เป็นเส้นทางที่พระธุดงด์จากลาวใช้ข้ามฝั่งลอดใต้แม่น้ำโขงเข้ามายังเมืองไทย เป็นถ้ำที่ต้องเป็นพระผู้ทรงศีลอันแก่กล้าเท่านั้นจึงจะเห็นเส้นทางสัญจรดังกล่าว วัดถ้ำศรีมงคล (วัดถ้ำดินเพียง) มีสถานที่สำคัญซึ่งเป็นที่มาของชื่อวัด ถ้ำดินเพียง มาหลายคนได้เล่าขานกันมาว่า เป็นถ้ำที่พระธุดงค์ประเทศลาวเดินทางข้ามมาโดยไม่ได้ผ่านมาทางเรือแต่เป็นการเดินทางผ่านถ้ำนี้ ซึ่งผู้ที่จะเห็นเส้นทางภายในถ้ำต้องเป็นผู้บำเพ็ญศีลภาวนา หรือเป็นพระอภิญญา ลักษณะถ้ำดินเพียงนี้คล้ายเมืองบาดาลของพญานาคตามความเชื่อของชาวบ้าน ภายในถ้ำจะมีความชื้น และมีน้ำไหลตลอดปี มีก้อนหินเป็นแท่งตั้งวางอย่างจงใจ บางก้อนเป็นโลงศพ มีส่วนเว้าโค้งของหินภายในถ้ำที่สวยงาม การเดินทางเข้าถ้ำควรมีผู้นำทางเพราะถ้าไปเองอาจทำให้หลงทางและเป็นอันตรายได้ 2.นับเป็นอีกหนึ่งศาสนสถานที่อยู่คู่กับชาวเมืองหนองคาย วัดหินหมากเป้งตั้งอยู่ที่บ้านไทยเจริญ ตำบลพระพุทธบาท บริเวณวัดมีพื้นที่กว้างขวาง ร่มรื่นด้วยพรรณไม้ สะอาด เรียบร้อยและเงียบสงเหมาะแก่การมาพักผ่อนทั้งทางกายและใจ ด้วยบรรยากาศที่สงบนั้นอีจึงเป็นสถานที่ที่เหมาะอย่างยิ่งโดยเฉพาะแก่ผู้ที่ต้องการจะมาบำเพ็ญเพียรฝึกจิตนั่งวิปัสสนา ทำสมาธิ หรือเดินจงกรมอีกด้วย พื้นที่ด้านหนึ่งติดกับลำน้ำโขงซึ่งมองเห็นทัศนียภาพสวยงาม แต่เดิมเคยเป็นที่ปฏิบัติธรรมของหลวงปู่เทสก์ เทสรังสี เกจิอาจารย์ชื่อดังของภาคอีสาน ซึ่งเป็นผู้ริเริ่มจัดตั้งให้เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมของภิกษุสงฆ์ แม่ชี และผู้แสวงบุญทั้งหลาย หลังจากท่านมรณภาพ มีการก่อสร้างเจดีย์ เพื่อบรรจุอัฐิของท่าน ภายในมีรูปปั้นของหลวงปู่เทสก์ พร้อมจัดแสดงเครื่องอัฐบริขารและชีวประวัติของท่านอีกด้วย โดยวัดหินหมากเป้งแห่งนี้นั้นได้รับการจัดตั้งให้เป็นวัดพัฒนาตัวอย่างเมื่อปี พ.ศ. 2523 หลายๆคนอาจสงสัยว่า คำว่า “หินหมากเป้ง” นั้นคืออะไร มีความหมายอย่างไร หินหมากเป้งนั้นเป็นชื่อหินสามก้อนซึ่งตั้งเรียงรายกันอยู่ริมฝั่งโขงที่หน้าวัดนี้เอง อันมีรูปลักษณะคล้ายลูกตุ้มเครื่องชั่งทองคำสมัยเก่า คนพื้นนี้เขาเรียกว่า เต็งหรือเป้งยอย คำว่าหมากเป้งเป็นภาษาภาคนี้ ผลไม้หรืออะไรก็ตาม ถ้าเป็นลูกแล้วเขาเรียกหมากขึ้นหน้า เช่น หมากม่วง หมากพร้าว เป็นต้น 3.ระธาตุบังพวน ตั้งอยู่ที่วัดพระธาตุบังพวน บ้านดอนหมู ตำบลพระธาตุบังพวน ห่างจากอำเภอเมืองหนองคาย ประมาณ 21 กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข 2 (หนองคาย-อุดรธานี) ประมาณ 11 กิโลเมตร แล้วแยกขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 211 (หนองคาย-ท่าบ่อ) ถึงบริเวณกิโลเมตรที่ 10 วัดจะอยู่ด้านขวามือริมทาง เดิมพระธาตุบังพวนเป็นเจดีย์เก่าแก่ เป็นที่เคารพสักการะของชาวหนองคายมาช้านานตัวองค์พระธาตุเดิมเป็นเจดีย์สร้างด้วยอิฐเผา มีรูปทรงแบบสถาปัตยกรรมท้องถิ่น ลักษณะเจดีย์ เป็นรูปสถูปแบบอินเดียรุ่นเดียวกับองค์พระปฐมเจดีย์ เจดีย์องค์ปัจจุบันบูรณะขึ้นใหม่โดยกรมศิลปากรในระหว่างปี พ.ศ. 2519-2521 หลังจากที่องค์เดิมได้พังทลายลงเมื่อเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2513 เนื่องจากฐานทรุด พระธาตุองค์ปัจจุบันมีฐานทักษิณ 5 ชั้น กว้าง 17.20 เมตร สูงถึงยอดฉัตร 34.25 เมตร รูปปรางค์สี่เหลี่ยมต่อกันเป็นบัวปากระฆังชั้นที่ 6 เป็นรูประฆังคว่ำ ชั้นที่ 7 เป็นรูปดาวปลี และเหนือชั้นไปเป็นที่ตั้งฉัตรและบรรจุพระบรมสารีริกธาตุไว้ นอกจากนี้ภายในบริเวณวัดยังมีสถานที่สำคัญคือ ในวัดพระธาตุบังพวนนอกจากจะมีพระธาตุบังพวนเป็นศูนย์รวมจิตใจและเป็นเจดีย์ประธานแล้ว ยังมีสิ่งน่าสนใจอีกหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น สถูปเจดีย์เก่าแก่ พระพุทธรูปโบราณศิลปะล้านช้างที่น่าสนใจยิ่ง โบสถ์โบราณที่เหลือเพียงซากอิฐก่อระดับเอว รวมถึงสถานที่เกี่ยวกับพญานาคอีกแห่งหนึ่ง นั่นก็คือ “สระมุจลินท์” หรือ “สระพญานาค” สระน้ำเก่าแก่สุดคลาสสิค ที่มีตำนานเล่าว่า หลังอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้าบรรจุไว้ในองค์พระธาตุ ได้เกิดปรากฏการณ์ประหลาด มีสายน้ำพวยพุ่งออกมาจากพื้นดินซึ่งเชื่อว่านี่คือปากปล่องภูพญานาคที่เฝ้าปกปักรักษาพระธาตุบังพวน จึงมีการขุดเป็นสระน้ำขึ้นตามมาในภายหลัง พิพิธภัณฑ์พระธาตุบังพวน ซึ่งเป็นห้องเล็กๆ อยู่ใกล้กับองค์พระธาตุ ซึ่งภายในจะเก็บซากเศษหิน ใบเสมา ศิลาจารึก ตลอดจนโบราณวัตถุของพระธาตุองค์เก่า รวมทั้งประวัติขององค์พระธาตุ สระพญานาค อยู่ในบริเวณใกล้ๆ องค์พระธาตุ ซึ่งในสมัยโบราณเมื่อมีการแต่งตั้งผู้ใดเป็นเจ้าเมือง ก็จะนำน้ำจากสระนี้ไปสรงเพื่อเป็นสิริมงคล ในสมัยต่อมาสระพญานาคก็ทรุดโทรมลงตามกาลเวลา จนกระทั่งชาวบ้านและประชาชนที่มีจิตศรัทธาได้ร่วมกันบริจาคและทำการบูรณะสระพญานาคเพื่อใช้น้ำในสระนี้นำไปประกอบพิธีมงคลต่างๆ เพื่อความเป็นสิริมงคล 4.นับเป็นอีกหนึ่งศาสนสถานที่ยังคงไว้ซึ่งความศักดิ์สิทธิ์และความงดงามของศิลปวัฒนธรรมที่สืบทอดเรื่องราวอันช้านานมาแต่ประวัติศาสตร์ครั้งก่อน สำหรับวัดโพธิ์ชัยนั้นเป็นพระอารามหลวง ตั้งอยู่ที่ถนนโพธิ์ชัย ในเขตเทศบาลเมืองห่างจากตัวเมืองหนองคายไปประมาณ 2 กิโลเมตร ตามทาง หลวงหมายเลข 212 ทางไป อ.โพนพิสัย วัดจะอยู่ทางซ้ายมือ เป็นพระพุทธรูปขัดสมาธิราบ ปางมารวิชัย หล่อด้วยทองสีสุก หน้าตักกว้าง 2 คืบ 8 นิ้ว ส่วนสูงจากพระชงฆ์เบื้อล่างถึงยอดพระเกศ 4 คืบ 1 นิ้วของช่างไม้ เป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อพระใส ซึ่งเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองที่ชาวเมืองหนองคายนับถือกันมาก หลวงพ่อพระใสเป็นพระพุทธรูปขัดสมาธิราบ ปางมารวิชัย หล่อด้วยทองสีสุก มีลักษณะงดงาม ตำนานเล่าว่า พระธิดา 3 องค์ของกษัตริย์ล้านช้างได้หล่อพระพุทธรูปขึ้น 3 องค์และขนานนามพระพุทธรูปตามพระนามของตนเอง คือ พระเสริมประจำพี่ใหญ่ พระสุกประจำคนกลาง และพระใสประจำน้องสุดท้อง เดิมประดิษฐานที่กรุงเวียงจันทน์ ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 3 ได้อัญเชิญพระพุทธรูปทั้งสามลงเรือข้ามฝั่งมายังเมืองหนองคาย แต่เกิดพายุพัดพระสุกจมน้ำหายไป ส่วนพระเสริมและพระใสได้ถูกอัญเชิญมาประดิษฐานไว้ที่หนองคาย จนในสมัยรัชกาลที่ 4 จึงโปรดเกล้าฯ ให้ขุนวรธานีและเจ้าเหม็น (ข้าหลวง) อัญเชิญพระเสริม จากวัดโพธิ์ชัย หนองคายไปกรุงเทพฯ และอัญเชิญพระใสจากวัดหอก่องขึ้นประดิษฐานบนเกวียนจะอัญเชิญลงไปกรุงเทพฯ ด้วย แต่พอมาถึงวัดโพธื์ชัย หลวงพ่อพระใสได้แสดงปาฏิหาริย์จนเกวียนหักจึงอัญเชิญลงไปไม่ได้ ได้แต่พระเสริมลงกรุงเทพฯ ประดิษฐาน ณ วัดปทุมวนาราม ส่วนหลวงพ่อพระใสได้อัญเชิญประดิษฐาน ณ วัดโพธิ์ชัย อ.เมืองหนองคาย จนถึงปัจจุบัน ความอัศจรรย์ของหลวงพ่อพระใสจนได้สมญาว่า "หลวงพ่อเกวียนหัก" โดยในทุกปีในวันเพ็ญกลางเดือน 7 ชาวเมืองหนองคายจะมีงานประเพณีบุญบั้งไฟบูชาพระใสที่วัดโพธิ์ชัยเป็นประจำ สำหรับผู้ที่สนใจต้องการเข้าเยี่ยมชมวัดโพธิ์ชัย สามารถติดต่อเพื่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ วัดโพธิ์ชัย 873 ถนนประจักษ์ศิลปาคม ตำบลในเมือง อำเภอเมืองหนองคาย จังหวัดหนองคาย 43000 หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโดยผ่านหมายเลขโทรศัพท์ 0-4246-1123 หรือ 0-4241-3723 โดยทางวัดจะเปิดให้เข้าเยี่ยมชมได้ตั้งแต่เวลา 08.30 - 16.30 น. 5.วัดไทย ตั้งอยู่ที่อำเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย โดยภายในมีสถานที่จำลองเมืองบาดาลไว้ซึ้งรู้จักกันในชื่อ "ถ้ำพญานาค" หรือ "เมืองบาดาลจำลอง" พร้อมทั้งมีอุโมงค์รูปพญานาค สูงถึง 19 เมตร ตั้งอยู่ในบริเวณวัดด้วย แรงบันดาลใจในการก่อสร้างถ้ำบาดาลและรูปปั้นนาคปรกนั้นสืบเนืองมาจากในปี พ.ศ. 2550 เจ้าอาวาสวัดไทยได้นิมิตว่ามีชายร่างเล้ก แต่งกายด้วยชุดสีดำ ซึ่งเชื่อว่าเป้นตัวแทนจากเมืองบาดาล มาอาราธนานิมนต์ให้สร้างสัญลักษณ์ของเมืองบาดาลขี้น ณ โลกมนุษย์ โดยขอให้สร้างรูปปั้นราชาแห่งพญานาคสีดำ นาคบาศ เสาหลักเมืองบาดาล ประตูทางเข้าเมืองบาดาล และอุโมงค์เข้าถ้ำจำลอง 7 ห้อง ของเมืองบาดาล หากสร้างเสร็จแล้ว ชาวเมืองโพนพิสัยตลอดจนผุ้ที่ได้มาสถานที่แห่งนี้จะประสบกับความสุขความเจริญ

\r\n 16 42009 ชลบุรี ภาคตะวันออก เส้นทางท่องเที่ยวกลุ่มครอบครัวพื้นที่ชลบุรี : เส้นทางที่ 1 เดินทางพักผ่อนกับครอบครัวในชั่ววันหยุด 2 วัน 1 คืน "

\r\n\r\n

                                                           

\r\n\r\n

ภาพจาก เฟซบุ๊ก FROST Magical Ice Of Siam – Pattaya

\r\n\r\n

 

\r\n" 17 42025 ชลบุรี ภาคตะวันออก เส้นทางท่องเที่ยวกลุ่มครอบครัวในพื้นที่ชลบุรี : เส้นทางที่ 2 เส้นทางท่องเที่ยวกับครอบครัว "

\r\n\r\n

\r\n\r\n

สวนนงนุช พัทยา

\r\n\r\n

\r\n\r\n

ไร่องุ่น ซิลเวอร์เลค

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

\r\n\r\n

พิพิธภัณฑ์ภาพ 3 มิติ Art in Paradise

\r\n\r\n

\r\n\r\n

ปราสาทสัจธรรม

\r\n\r\n

\r\n\r\n

ชุมชนตลาดหนองมน

\r\n" 18 42332 นครนายก ภาคกลาง เส้นทาง One Day trip กับ นครนายก นครนายก เป็นเมื่องน่าท่องเที่ยวที่ให้เราได้พักผ่อน ได้ทั้งความสนุกสนาม ผจญภัย เต็มอิ่มได้ในทริปเดียว

สำหรับใครที่อยากหาที่พักผ่อนหย่อนใจไปพร้อมกับได้ผจญภัยสุดมันในวันหยุดสุดขีด นครนายกที่นี่ เมืองในฝันใกล้กรุง ภูเขางาม น้ำตกสวย รวยธรรมชาติ ปราศจากมลพิษ คุณจะได้ทั้งพักผ่อน สนุกสนาม เต็มอิ่มได้ภายใน 1 วัน ถ้าพร้อมแล้วไปลุยกันเลย !!!

\r\n\r\n

      ออกเดินทางจากกรุงเทพมหานคร มาตามเส้นทางถนนรังสิต - นครนายก หรือ ทางหลวงหมายเลข 305 หลังจากนั้นมาตามเส้นทางทางหลวงหมายเลข 3502 สถานที่ท่องเที่ยวที่แรก ที่เราจะพามากันนั้นก็คือ โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า หรือ จปร. นั้นเอง ซึ่งตั้งอยู่ที่ ตำบลพรหมณี ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 14 กิโลเมตร เมื่อเข้ามาแล้วก่อนเริ่มกิจกรรม เราไปนมัสการศาลเจ้าพ่อขุนด่านที่เป็นที่เคารพนับถือของประชาชน ซึ่งท่านเป็นนายด่านเมืองนครนายกในสมัยกรุงศรีอยุธยา เมื่อ พ.ศ. 2130 รัชสมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ขณะนั้นมีข้าศึกเข้ามากวาดต้อนผู้คนพร้อมทั้งยึดเมืองปราจีนบุรีและเมืองนครนายกไว้ ขุนด่านจึงรวบรวมชาวเมืองเข้าปกป้องเมืองไว้ได้สำเร็จ และสักการะพระบรมราชานุเสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว หรือ รัชกาลที่ 5 โดยประดิษฐานอยู่หน้ากองบัญชาการโรงเรียนนายร้อย จปร. และภายในศาลากวงกลม หรือ ศาลาลม ก็ยังประดิษฐานพระบรมรูปรัชกาลที่ 5 ซึ่งจอมพล สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงพิษณุโลกประชานารถ ทรงดำริให้จัดสร้างขึ้นเพื่อเป็นที่พักผ่อนของนักเรียนนายร้อยอีกด้วย จากนั้นแวะเยี่ยมชมอาคาร 100 ปี ซึ่งภายในเป็นพิพิธภัณฑ์จัดแสดงนิทศรรการเกี่ยวข้องกับกองทัพไทย เช่น อาวุธ ยุทโธปกรณ์ที่เคยใช้ทำสงครามในอดีต เครื่องแบบนายทหาร ห้องชม สไสด์มัลติวิชั่น และยังเป็นที่ประดิษฐานพระบรมรูปหุ่นขี้ผึ้งรัชกาล 5 เปิดทุกวัน 08.30 – 16.00 น. ค่าเข้าชม คนละ 10 บาท หากจะชมสไลด์มัลติวิชั่น มีค่าเข้าชมอีกคนละ 10 บาท และแล้วก็มาถึงเวลาสนุกของเรา เพราะนอกจาก โรงเรียนนายร้อย จปร. จะเป็นแหล่งเรียนรู้แล้ว ยังมีกิจกรรมสนุกๆ ให้เราได้ร่วมสนุกกันอีกมากมาย เช่น ทดสอบสมาธิและฝึกซ้อมความแม่นยำที่สนามยิงปืน เรียนรู้พร้อมทั้งทักษะการพายเรือแคนูเบื้องต้น โรยตัวจากหน้าผาจำลองและโหนเชือกข้ามลำน้ำ เป็นต้น

\r\n\r\n

                เมื่อเราได้ร่วมกิจกรรมสนุกๆ กันจนเหนื่อยแล้ว ก็ถึงเวลาพักรับประทานอาหารกลางวันเพื่อเติมพลังกันก่อนจะไปลุยต่อ เมื่อออกจากโรงเรียนนายร้อย จปร. แล้ว เดินทางออกมาประมาณ 500 เมตร มองไปทางซ้ายมือจะเจอกับร้านอาหารที่ชื่อว่า ร้านครัวจ่าขุน ซึ่งไม่ใกล้ไม่ไกลจากโรงเรียนนายร้อย ปจร. มากนัก เป็นร้านอาหารไทย - อีสาน จุดเด่นอยู่ที่ ไก่ย่างหนังกรอบ เนื้อนุ่มกำลังดี น้ำจิ้มแจ่วรสเด็ด และที่พลาดไม่ได้เลย คือ ส้มตำ รสแซ่บ ทานคู่กับไก่ย่างพร้อมข้าวเหนียวร้อนๆ  รับรองถูกปาก ฟิน!! กันเลยทีเดียว

\r\n\r\n

            จากนั้นเดินทางออกจากร้านครัวจ่าขุนไปชมแหล่งท่องเที่ยวตามเส้นทางนครนายก - น้ำตกสาริกา - น้ำตกนางรอง เขื่อนขุนด่านปราการชล หรือไหว้พระคู่บ้าน สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่เมือง เช่น วัดใหญ่ทักขิณาราม วัดพราหมณี วัดคีรีวัน วัดถ้ำสาริกา อุทยานพระพิฆเณศ เป็นต้น เพื่อเป็นสิริมงคลก่อนเดินทางกลับ ระหว่างทางกลับ อย่า! ลืมแวะชมและเลือกซื้อไม้ดอกไม้ประดับที่คลอง 15 อำเภอองครักษ์กันด้วยนะค่ะ รับรองว่า เป็นของฝากติดไม้ติดมือกลับบ้านที่ถูกอกถูกใจกันอย่างแน่นอน

\r\n\r\n

ปล. ค่าใช้จ่ายในการทำกิจกรรมที่โรงเรียนนายร้อย จปร. กิจกรรมตั๋ว 3 อย่าง ราคา 100 บาท , กิจกรรมตั๋ว 4 อย่าง ราคา 150 บาท

\r\n\r\n

สนใจติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ 

\r\n\r\n

สำนักงานการท่องเที่ยว รร.จปร.

\r\n\r\n

037-393185 หรือ 02-2412691-5 ต่อ 26960,62961 มือถือ 089-799142

\r\n\r\n

เว็บไซต์:http://www2.crma.ac.th/crmatour/

\r\n 19 42394 สุโขทัย ภาคเหนือ ท่องเที่ยวชุมชนวิถีบ้านๆกับบ้านคุกพัฒนา บ้านคุกพัฒนา ต.สารจิตร อ.ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย แยกตัวออกมาจากบ้านคุก หมู่ที่ 2 ตั้งแต่ปี 2545 ซึ่งชื่อของบ้านคุก ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับคนคุก แต่เป็นชื่อที่ตั้งตามเรื่องราวในสมัยพระร่วง รวมถึงสถานที่ต่างๆ ในหมู่บ้าน ก็มีเรื่องเล่าที่สอดรับกับเหตุการณ์ใน "

\r\n" 20 42391 นครศรีธรรมราช ภาคใต้ เที่ยว กิน เล่น ที่นบพิตำ นบพิตำเมืองน่าอยู่ ชุมชนโบราณ แหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์ รวมวัฒนธรรมทั้งพุทธ อิสลาม จีน เอาไว้อย่างลงตัว มีธรรมชาติที่สวยงาม

05.30 - 06.30 น. ชมทะเลหมอกเขาเหล็ก ทานกาแฟรับประทานขนมพื้นบ้าน

\r\n\r\n

06.30 - 07.00 น. ไหว้พระวัดภูเขาเหล็ก

\r\n\r\n

07.00 – 08.00 น. รับประทานอาหารเช้า (ขนมจีนทอดมันกุ้ง ยายโหมย บ้านทุ่งใน) 

\r\n\r\n

08.00 – 08.30 น. ชมฝายมีชีวิตปากคลองกรุงชิง

\r\n\r\n

08.30 – 10.30 น. ตามหาหัวใจที่แก่งหินดาน

\r\n\r\n

10.00 -11.00 น. ชมสวนผักเขลียงไร้สารที่ “เขลียงไอซ์แลนด์” เก็บผักทำอาหารพร้อมเรียนรู้วิธีการปลูกผักเขลียง 

\r\n\r\n

11.00 -12.00 น. รับประทานอาหารเพื่อสุขภาพ

\r\n\r\n

12.00 -13.00 น. ทำสบู่จากผักเขลียง 

\r\n\r\n

13.00 - 14.00 น. ทำกิจกรรม “พอกหน้าล้างพิษ” จากผักเขลียง ใบย่านาง และผงถ่าน เพื่อผิวพรรณที่สดใสและล้างสารพิษออกจากร่างกาย แช่มือ แช่เท้า

\r\n\r\n

14.00 - 15.00 น. เล่นน้ำตกที่คลองหมอนมด เก็บภาพบรรยากาศสวยๆบริเวณริมคลอง

\r\n\r\n

15.00 - 16.00 น. สักการะพ่อท่านกลายและเดินทางกลับโดยสวัสดิภาพ

\r\n 21 42285 นราธิวาส ภาคใต้ วันเดียวเที่ยวนรา (นราธิวาส - สุคิริน) วันเดียวเที่ยวนรา

05.30 น.   ออกเดินทางไปยังวัดพระธาตุภูเขาทอง
\r\n               ชมทะเลหมอก กิจกรรมตักบาตรอิ่มบุญกลางทะเลหมอก และรับประทานอาหารเช้า
\r\n 08.30 น.  ชมเนินพิศวง ซึ่งเป็นเรื่องมหัศจรรย์มายากลบนพื้นโลก ที่ทำให้นักท่องเที่ยวต้องแปลกใจ เพราะบนเนินเขานี้ที่มองด้วย

\r\n\r\n

ตาเปล่าจะมองเห็นว่าเป็นทางลาดชันขึ้น แต่รถกลับไหลขึ้นทางลาดชันได้ ชมต้นกะพงยักษ์ 32  คนโอบ และเที่ยวน้ำตกศรีทักษิณ

\r\n\r\n

ชมชายแดนสองประเทศ ไทย - มาเลเซีย (สุดปลายขวานทอง)

\r\n\r\n

                -แวะวัดโต๊ะโมะ ชมต้นโพธิ์ ที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช (รัชกาลที่ ๙)และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ทรงปลูกเมื่อคราวเสด็จเยี่ยมเยียนราษฎรในพื้นที่อำเภอสุคิริน

\r\n\r\n

                -แวะสักการะศาลเจ้าแม่โต๊ะโมะ ที่บ้านโต๊ะโมะ ซึ่งเป็นศาลเจ้าแม่โต๊ะโมะ ดั้งเดิม ก่อนจะถูกอัญเชิญไปประดิษฐานที่อำเภอสุไหงโก-ลก เยี่ยมชมอนุสรณ์สถาน ท่านผู้หญิง สุประภาดา เกษมสันต์ และข้าราชบริพาร

\r\n\r\n

11.30 น.   เดินทางไปยังฟาร์มตัวอย่างฯ บ้านไอร์ปาโจ

\r\n\r\n

12.00 น.   รับประทานอาหารเที่ยง ณ ฟาร์มตัวอย่างฯ บ้านไอร์ปาโจ

\r\n\r\n

13.30 น.   กิจกรรม “ล่องแก่งร่อนทอง หนึ่งเดียวในโลก” ซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดของต้นน้ำสายบุรี ความสวยงามของ ๒ ข้างทาง ทำให้นักท่องเที่ยวเพลิดเพลินและตื่นเต้น และสนุกสนาน

\r\n\r\n

16.00 น.   เดินทางไป อำเภอเมืองนราธิวาส

\r\n\r\n

17.30 น.   รับประทานอาหารเย็นที่สวนอาหารริมน้ำ อำเภอเมืองนราธิวาส

\r\n\r\n

18.30 น.   เข้าที่พัก ณ โรงแรมอิมพีเรียล

\r\n\r\n

20.00 น.   ชมบรรยากาศยามค่ำคืนในตัวเมืองนราธิวาส

\r\n\r\n

 

\r\n 22 42262 นราธิวาส ภาคใต้ วันเดียวเที่ยวนรา (เที่ยวนราธิวาส - เมือง) One day trip ก็มาาาา!! เสาร์-อาทิตย์นี้ว่างมั้ย ไปเที่ยวกันไหม????\r\n

07.00 น.   รับประทานอาหารเช้า

\r\n\r\n

08.00 น.   เยี่ยมชมพุทธอุทยานเขากง สักการะพระพุทธทักษิณมิ่งมงคล ซึ่งเป็นพระพุทธรูปปางประทานพรประทับนั่งกลางแจ้ง ซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดใน   ภาคใต้       

\r\n\r\n

                เดินทางไปศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทอง อันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ แหล่งเรียนรู้และสร้างความเข้าใจในการประกอบอาชีพด้าน          การเกษตร (เศรษฐกิจพอเพียง)

\r\n\r\n

                แวะชมชายหาด “อ่าวมะนาว” หาดทรายขาวสวยงาม ณ อุทยานแห่งชาติอ่าวมะนาว-เขาตันหยง จากนั้นแวะพักผ่อนหย่อนใจต่อที่                                    “หาดนราทัศน์” ซึ่งเป็นชายหาดทรายขาวละเอียดสลับกับทิวสนร่มรื่น อยู่ในเขตเทศบาลเมืองนราธิวาส และมีหมู่บ้านชาวประมงตั้งอยู่บริเวณ     ริมแม่น้ำ

\r\n\r\n

                แวะสักการะองค์พระพิฆเนศ ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นองค์พระพิฆเนศกลางแจ้งองค์ใหญ่ที่งดงามที่สุดในภาคใต้ และศาลเจ้าโก้วเล่งจี่ (ซึ่งอยู่ใกล้กันกับองค์พระพิฆเนศ) เป็นแหล่งรวมศรัทธาของชาวจีนในจังหวัดนราธิวาส ภายในมีปูนปั้นองค์เทพเจ้าต่างๆ สลักลวดลายสวยงาม

\r\n\r\n

12.00 น.   รับประทานอาหารกลางวัน

\r\n\r\n

13.30 น.   แวะชม ชิม ช็อป สินค้าพื้นบ้าน/ของฝากที่มีชื่อเสียงของจังหวัดนราธิวาส เช่น “กรือโป๊ะ” หรือ ข้าวเกรียบปลา เสื้อผ้าบาติก ใบไม้สีทอง เรือกอและจำลอง ณ ศูนย์ OTOP ของจังหวัด

\r\n\r\n

14.30 น.   แวะชมศูนย์เรือกอและจำลองบ้านทอน ตั้งอยู่ที่ตำบลโคกเคียน ห่างจากตัวเมืองตามเส้นทางนราธิวาส-บ้านทอน ประมาณ ๑๖ กิโลเมตร เป็นหมู่บ้านชาวประมงไทยมุสลิม เป็นแหล่งผลิตเรือกอและทั้งของจริงและเรือกอและจำลอง และที่นี่ยังผลิตน้ำบูดูและข้าวเกรียบปลาที่ขึ้นชื่อของจังหวัดนราธิวาสอีกด้วย

\r\n\r\n

16.00 น.   เดินทางกลับโดยสวัสดิภาพ

\r\n 23 42265 นราธิวาส ภาคใต้ วันเดียวเที่ยวนรา (นราธิวาส - ตากใบ - สุไหงโก-ลก) วันเดียวเที่ยวนรา

09.30 น.   จากตัวเมืองนราธิวาส เดินทางสู่อำเภอตากใบ

\r\n\r\n

-แวะชมวัดชลธาราสิงเห (วัดพิทักษ์แผ่นดินไทย) ชมภาพจิตรกรรมฝาผนัง ซึ่งเขียนโดยฝีมือพระภิกษุชาวสงขลา มีความงดงามมาก สามารถถ่ายทอดชีวิตวัฒนธรรมความเป็นอยู่ของท้องถิ่นปักษ์ใต้ได้เป็นอย่างดี ในบริเวณวัดชลธาราสิงเห มีสิ่งก่อสร้างทางพุทธศาสนาศิลปะฝีมือแบบไทยปักษ์ใต้ เป็นจุดเด่น และงดงามหลายชิ้น ในโบสถ์เก่าซึ่งสร้างขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีภาพจิตรกรรมฝาผนัง ซึ่งเขียนโดยฝีมือพระภิกษุชาวสงขลางดงามมาก และถ่ายทอดรูปแบบชีวิตวัฒนธรรมความเป็น อยู่ท้องถิ่นปักษ์ใต้ไว้เด่นน่าสนใจเป็นพิเศษ เปิดให้ชมทุกวันระหว่างเวลา 08.00 น. - 17.00 น. โดยต้องขอ อนุญาตจากท่านเจ้าอาวาสก่อน

\r\n\r\n

-แวะชมสะพานคอยร้อยปี (เกาะยาว หรือบ้านเกาะยาว) อยู่ห่างจากตัวอำเภอประมาณ 3 กิโลเมตร ฝั่งด้านหนึ่งติดกับทะเลอ่าวไทย ส่วนอีกฝั่งด้านหนึ่งติดกับแม่น้ำตากใบ เป็นเกาะที่มีความยาวประมาณ 9 กิโลเมตร

\r\n\r\n

-แวะชมตลาดตาบา พบกับบรรยากาศการค้าชายแดนตากใบ-มาเลเซีย ที่ตลาดตาบา จังหวัดนราธิวาส ซึ่งเป็นจุดที่คึกคักมาก มีชาวมาเลเซียข้ามมาซื้อสินค้าจากไทย เช่น ผ้าคลุมผม ผ้าห่ม เสื้อผ้า ผลไม้ รวมไปถึงขนมคบเคี้ยว รวมกว่า 300 ร้านค้า

\r\n\r\n

12.00 น.   รับประทานอาหาร เที่ยง ณ อ.ตากใบ

\r\n\r\n

14.00 น.   เยี่ยมชมศูนย์ศึกษาธรรมชาติป่าพรุสิรินธร (ป่าพรุโต๊ะแดง)

\r\n 24 43351 สุโขทัย ภาคเหนือ ท่องเที่ยว 1 วันกับศรีสัชนาลัย """เมืองเชลียง"" เป็นชื่อดั้งเดิมของเมืองศรีสัชนาลัย ส่วนอำเภอศรีสัชนาลัย ตั้งขึ้นเมื่อปีใดไม่ทราบแน่ชัด โดยดินแดนที่ราบลุ่มริมแม่น้ำยมและที่ลาดเชิงเขาพระศรีเขาใหญ่ เขาสุวรรณคีรี เขาพนมเพลิงเป็นพื้นที่เหมาะแก่การตั้งถิ่นฐาน เนื่องจากมีแม่น้ำและภูเขาเป็น" "

\r\n" 25 43080 ศรีสะเกษ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซุปตาร์ ออนซอน วิถีชนเผ่า เส้นทางการท่องเที่ยว ที่เน้นการเที่ยวควบคู่กับการเรียนรู้ วิถีชนเผ่าของชาวศรีสะเกษ "
\r\n

โปรแกรมซุปตาร์ ออนซอน วิถีชนเผ่า

\r\n
\r\n\r\n

(วันแรกของการเดินทาง)

\r\n\r\n

06.00 o. ยินดีต้อนรับนักท่องเที่ยวทุกท่านสู่จังหวัดศรีสะเกษ (สถานีรถไฟ/สนามบินอุบลราชธานี/สถานีขนส่งผู้โดยสารศรีสะเกษ)

\r\n\r\n

07.00 น. รับประทานอาหารเช้า (1) ร้านเจียวกี่ ร้านอาหารเช้าเก่าแก่ของศรีสะเกษ เมนูแนะนำ ไข่กะทะ ก๋วยจั๊บ 

\r\n\r\n

08.00 น. นำนักท่องเที่ยวที่น่ารักทุกท่านกราบนมัสการพระคู่บ้านคู่เมืองของชาวศรีสะเกษ ที่วัดมหาพุทธาราม (วัดพระโต)วัดมหาพุทธาราม บ้านเมืองเหนือ อำเภอเมืองศรีสะเกษ จังหวัดศรีสะเกษ ตั้งอยู่กลางเมืองศรีสะเกษ มีวิหารซึ่งเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองและเป็นที่เคารพสักการะของชาวศรีสะเกษคือ หลวงพ่อโต เป็นพระพุทธรูปองค์ใหญ่ปางมารวิชัย มีความสูงจากฐานถึงยอดเกศ 6.85 เมตร หน้าตักกว้าง 3.50 เมตร เดิมเป็นพระพุทธรูปศิลาจำหลัก สันนิษฐานว่าเป็นพระพุทธรูปสมัยขอมซึ่งมีอายุร่วมพันปีมาแล้วแต่มาสร้างเพิ่มเติมขึ้นเมื่อใดไม่ปรากฏแน่ชัด ภายในวัดมีวิหารซึ่งเป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อโต พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์เป็นที่เคารพสักการะของชาวศรีสะเกษ

\r\n\r\n

หลังจากนั้นออกเดินทางสู่ อำเภอห้วยทับทัย

\r\n\r\n

10.00 น. นำทุกท่านเข้สชมความเก่าแก่ และเรื่องราวที่น่าสนใจของ ชนเผ่าสวย ปราสาทบ้านปราสาท (ปราสาทห้วยทับทัน หรือ ปราสาทบ้านโนนธาตุ) เป็นปราสาทขอมโบราณแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่ภายในวัดปราสาทพนาราม ในท้องที่บ้านปราสาท ตำบลปราสาท อำเภอห้วยทับทัน จังหวัดศรีสะเกษ สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในราวพุทธศตวรรษที่ 16 เพื่อใช้เป็นที่ประดิษฐาน “เทพเจ้าตีมูรติ” ตามคติความเชื่อในศาสนาพราหมณ์ โบราณสถานแห่งนี้เป็นศิลปะร่วมแบบคลัง – ปาปวน ประกอบด้วยปรางค์อิฐจำนวน 3 องค์ ตั้งอยู่บนฐานศิลาแลงเดียวกัน เรียงตัวในแนวทิศเหนือ – ใต้ หันหน้าไปทางทิศตะวันออก รอบปราสาทมีกำแพงศิลาแลงล้อมทั้ง 4 ด้าน รวมถึงมีโคปุระอยู่ทางทิศใต้และทิศตะวันออก

\r\n\r\n

12.00 น. รับประทานอาหารเที่ยง (2) ไก่ย่างขึ้นชื่อ ไก่ย่างไม้มะดัน ที่มีกลิ่นหอม รสชาติอร่อยคู่กับน้ำจิ้มรสเด็ด

\r\n\r\n

13.30 น. ชมอีกหนึ่งความเก่าแก่ คงไว้ด้วยความภาคภูมิใจของชาวศรีสะเกษ ณ ปราสาทสระกำแพงใหญ่ สภาพทั่วไปของปราสาทสระกำแพงใหญ่ประกอบด้วยระเบียงคดรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดกว้าง 49 เมตร  ยาว 67 เมตร ล้อมรอบกลุ่มปราสาทอิฐและบรรณาลัย รวมทั้งหมด 6 หลัง จากภาพถ่ายทางอากาศ ชี้ให้เห็นว่าปราสาทสระกำแพงใหญ่น่าจะมีชุมชนรายรอบอย่างหนาแน่น ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ห่างออกไปประมาณ 400 เมตร มีสระน้ำรูปสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ เรียกว่า "สระกำแพง" สันนิษฐานว่าน่าจะขุดขึ้นเมื่อครั้งสร้างปราสาท ส่วนทางทิศตะวันออกมีลำห้วยเล็กๆไหลผ่าน คือ ห้วยตาเหมา ซึ่งเป็นลำห้วยสาขาที่แยกออกมาจากห้วยสำราญ

\r\n\r\n

15.00 น. เดินทางต่อมายังวัดที่วัยรุ่นชอบมาเที่ยว ชอบมาทำบุญในช่วงวันหยุด วัดพระธาตุสุพรรณหงส์ หรือวัดบ้านหว้าน ตั้งอยู่ที่หมู่บ้านหว้าน ตำบลน้ำคำ อำเภอเมือง ตั้งอยู่ห่างจาก อยู่ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 10 กิโลเมตร อีกหนึ่งวัดสวยที่ห้ามพลาดเมื่อเดินทางไปยังจังหวัดศรีสะเกษ ด้วยความโดดเด่นของพระอุโบสถที่ก่อสร้างบนเรือสุพรรณหงส์จำลอง ลอยอยู่กลางน้ำอย่างสวยงามแปลกตา ตัวพระอุโบสถกว้าง 5 เมตร ยาว 13.60 เมตร หลังคาทรงจัตุรมุข 3 ชั้น มียอดมณฑปกลางอุโบสถ เพื่อบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ และด้วยความสวยงามโดดเด่นของวัดแห่งนี้จึงทำให้เป็นอีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยม หลังจากนั้นเดินทางกลับสู่ที่พักในตัวเมือง

\r\n\r\n

18.00 น. รับประทานอาหารเย็น (3) ร้านสีเขียว ท่านจะได้ลิ้มลองอาหารพื้นบ้าน น้ำพริก ผัวต่างๆ

\r\n\r\n

(วันที่สองของการเดินทาง)

\r\n\r\n

06.00 น. อรุนสวัสดิ์ยามเช้า

\r\n\r\n

07.00 น. รับประทานอาหารเช้า (4) ณ โรงแรมที่พัก

\r\n\r\n

08.00 น. นำทุกท่านออกมาสูดอากาศบริสุทธิ์ที่ สวนสมเด็จศรีนครินทร์ ตั้ง อยู่ในวิทยาลัยเกษตรกรรม จังหวัดศรีสะเกษ ถนนกสิกรรม ตำบลหนองครก ห่างจากศาลากลางจังหวัดประมาณ 2 กิโลเมตร มีเนื้อที่ 237 ไร่ ลักษณะเป็นสวนป่าในเขตเมือง มีต้นลำดวนขึ้นอยู่หนาแน่นเป็นดงใหญ่จำนวนกว่าสี่หมื่นต้น เหมาะแก่การทัศนศึกษาในเชิงพฤกษศาสตร์ ต้นลำดวนซึ่งเป็นพันธุ์ไม้หอมนี้ จะผลิดอกหอมอบอวลไปทั่วในราวเดือนมีนาคมของ ทุกปี และเนื่องจากต้นไม้ชนิดนี้มีความเกี่ยวพันกับชื่อ ศรีนครลำดวน ในอดีต จึงได้นำเอาต้นลำดวนมาเป็นสัญลักษณ์ของจังหวัด นอกจากนี้ในพื้นที่ยังมีสวนสัตว์ และสวนสาธารณะตกแต่งสวยงามร่มรื่นเป็นแหล่งพักผ่อนของประชาชนทั่วไป มีบึงน้ำสำหรับพายเรือเล่นและพักผ่อนหย่อนใจ

\r\n\r\n

10.00 น. มาย้อนวัยกันที่ ศูนย์แสดงพันธุ์สัตว์น้ำ ศรีสะเกษ อควาเรียม (Sisaket Aquarium) แหล่งท่องเที่ยวและเรียนรู้สำคัญสำหรับเยาวชน นักเรียน นักศึกษา และผู้ที่สนใจ ตั้งอยู่ภายในสวนเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา (เกาะห้วยน้ำคำ) ในท้องที่ตำบลหนองครก อำเภอเมือง อีกทั้งยังเป็นศูนย์แสดงพันธุ์สัตว์น้ำแห่งแรกในภาคอีสานตอนใต้ภายในอาคารมีการจัดแบ่งโซนเรียนรู้ต่าง ๆ ทั้งโซนปลาทะเล, ปลาน้ำจืด และปลาสวยงามด้วยพันธุ์ปลากว่า 100 ชนิด จัดอยู่ในตู้ปลาตั้งแต่ขนาดเล็กไปจนถึงตู้ปลาขนาดจอภาพยนตร์ โดยแต่ละตู้จะมีคำอธิบายเกี่ยวกับปลาชนิดนั้น ๆ ไว้ให้อ่านให้ได้ความรู้ และเพลิดเพลินไปกับการชมปลาแหวกว่ายอยู่ภายในตู้ ส่วนไฮไลท์หลักที่ได้รับความสนใจคืออุโมงค์แก้วใต้น้ำ ระยะทาง 24 เมตรที่เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวเข้าไปสัมผัสความสวยงามของปลาอย่างใกล้ชิด อีกทั้งยังมีการแสดงโชว์ดำน้ำและให้อาหารปลาจากเจ้าหน้าที่

\r\n\r\n

12.00 น. รับประทานอาหารเที่ยง (5) ร้านนายเฮงดี เป็นร้านอาหารที่ขึ้นชื่อและออกรายการทีวีด้วย ช่อง 3 ร่ายการแจ๋ว

\r\n\r\n

13.00 น. ออกเดินทางสู่อำเภอกันทรารมย์ เข้าไปศศึกษา วิถีชาวเผ่าลาว ที่บ้านละทาย ซึ่งเป็นหมู่บ้านการท่องเที่ยวที่กำลังมีชื่อเสียงอย่างมาก ท่านจะได้สัมผัสกับการแต่งการ การแสดงของชนเผ่า รวมถึงการได้พบปะกับชาวลาวที่เขาว่ามีความเป็นกันเองและยังได้เรียนรู้วิธีการทอผ้า การจักสานกระติบข้าว

\r\n\r\n

14.00 น. มาดูวิถีชาวประมงที่  เขื่อนหัวนา เป็นองค์ประกอบหนึ่งของโครงการโขง ชี มูล ซึ่งได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี ขณะที่ พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัน เป็นนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๘ เมษายน ๒๕๓๒ ในการประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจรที่จังหวัดขอนแก่น ให้สร้างฝายยางกั้นแม่น้ำมูล บริเวณบ้านหัวนา ต.หนองแก้ว อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ และเก็บกักน้ำไว้เพียงตลิ่งแม่น้ำมูล แต่เมื่อเดือนมีนาคม ๒๕๓๕ กรมพัฒนาและส่งเสริมพลังงานกลับดำเนินการก่อสร้างเขื่อนคอนกรีต ตัวเขื่อนมีความกว้าง ๒๐๗.๓ เมตร มี ๑๔ บานประตู ซึ่งถือว่าเป็นเขื่อนที่ใหญ่ที่สุดในโครงการโขง-ชี-มูล (ขนาดใหญ่กว่าเขื่อนราษีไศล ๒ เท่า) กั้นแม่น้ำมูลบริเวณบ้านกอก ต.หนองแก้ว อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ ซึ่งสถานที่ก่อสร้างใหม่ห่างจากบริเวณที่มติคณะรัฐมนตรีกำหนดไว้ถึง ๑๐ ก.ม. โดยในเอกสารเผยแพร่โครงการระบุว่าการก่อสร้างจะแล้วเสร็จในปี ๒๕๓๘ ปัจจุบันเหลือเพียงการถมดินกั้นแม่น้ำมูลเพื่อเปลี่ยนเส้นทางของสายน้ำ การก่อสร้างเขื่อนหัวนาก็จะเสร็จสมบูรณ์

\r\n\r\n

15.00 เสร็จสิ้นภาระกิจการท่องเที่ยว ส่งทุกท่านกลับตามจุดส่งต่อ

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

 

\r\n" 26 43110 ศรีสะเกษ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ออดหลอด ซอดสะพานดำ เป็นการท่องเที่ยวที่เดินทางมาศรีสะเกษโดยรถไป (ขบวนอีสานวัฒนา) "

วันแรกของการเดินทาง

\r\n\r\n

06.00 น. ชาวศรีสะเกษต้อนรับทุกท่านที่สถานีรถไฟจังหวัดศรีสะเกษ ก่อนที่รถไปจะเข้าสถานีทุกท่านจะรอดสะพานดำก่อน ซึ่งชาวศรีสะเกษเชื่อว่าท่านใดที่รอดสะพานดำแห่งนี้แล้วจะได้กลับมาศรีสะเกษ หรือมีคู่ครองที่นี้

\r\n\r\n

07.00 น. รับประทานอาหารเช้า (1) ร้านเจียวกี่ ร้านอาหารเช้าเก่าแก่ของศรีสะเกษ เมนูแนะนำ ไข่กะทะ ก๋วยจั๊บ 

\r\n\r\n

08.00 น. นำนักท่องเที่ยวที่น่ารักทุกท่านกราบนมัสการพระคู่บ้านคู่เมืองของชาวศรีสะเกษ ที่วัดมหาพุทธาราม (วัดพระโต)วัดมหาพุทธาราม บ้านเมืองเหนือ อำเภอเมืองศรีสะเกษ จังหวัดศรีสะเกษ ตั้งอยู่กลางเมืองศรีสะเกษ มีวิหารซึ่งเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองและเป็นที่เคารพสักการะของชาวศรีสะเกษคือ หลวงพ่อโต เป็นพระพุทธรูปองค์ใหญ่ปางมารวิชัย มีความสูงจากฐานถึงยอดเกศ 6.85 เมตร หน้าตักกว้าง 3.50 เมตร เดิมเป็นพระพุทธรูปศิลาจำหลัก สันนิษฐานว่าเป็นพระพุทธรูปสมัยขอมซึ่งมีอายุร่วมพันปีมาแล้วแต่มาสร้างเพิ่มเติมขึ้นเมื่อใดไม่ปรากฏแน่ชัด ภายในวัดมีวิหารซึ่งเป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อโต พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์เป็นที่เคารพสักการะของชาวศรีสะเกษ

\r\n\r\n

09.30 น. มาย้อนวัยกันที่ ศูนย์แสดงพันธุ์สัตว์น้ำ ศรีสะเกษ อควาเรียม (Sisaket Aquarium) แหล่งท่องเที่ยวและเรียนรู้สำคัญสำหรับเยาวชน นักเรียน นักศึกษา และผู้ที่สนใจ ตั้งอยู่ภายในสวนเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา (เกาะห้วยน้ำคำ) ในท้องที่ตำบลหนองครก อำเภอเมือง อีกทั้งยังเป็นศูนย์แสดงพันธุ์สัตว์น้ำแห่งแรกในภาคอีสานตอนใต้ภายในอาคารมีการจัดแบ่งโซนเรียนรู้ต่าง ๆ ทั้งโซนปลาทะเล, ปลาน้ำจืด และปลาสวยงามด้วยพันธุ์ปลากว่า 100 ชนิด จัดอยู่ในตู้ปลาตั้งแต่ขนาดเล็กไปจนถึงตู้ปลาขนาดจอภาพยนตร์ โดยแต่ละตู้จะมีคำอธิบายเกี่ยวกับปลาชนิดนั้น ๆ ไว้ให้อ่านให้ได้ความรู้ และเพลิดเพลินไปกับการชมปลาแหวกว่ายอยู่ภายในตู้ ส่วนไฮไลท์หลักที่ได้รับความสนใจคืออุโมงค์แก้วใต้น้ำ ระยะทาง 24 เมตรที่เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวเข้าไปสัมผัสความสวยงามของปลาอย่างใกล้ชิด อีกทั้งยังมีการแสดงโชว์ดำน้ำและให้อาหารปลาจากเจ้าหน้าที่

\r\n\r\n

11.00 น. นำทุกท่านออกมาสูดอากาศบริสุทธิ์ที่ สวนสมเด็จศรีนครินทร์ ตั้ง อยู่ในวิทยาลัยเกษตรกรรม จังหวัดศรีสะเกษ ถนนกสิกรรม ตำบลหนองครก ห่างจากศาลากลางจังหวัดประมาณ 2 กิโลเมตร มีเนื้อที่ 237 ไร่ ลักษณะเป็นสวนป่าในเขตเมือง มีต้นลำดวนขึ้นอยู่หนาแน่นเป็นดงใหญ่จำนวนกว่าสี่หมื่นต้น เหมาะแก่การทัศนศึกษาในเชิงพฤกษศาสตร์ ต้นลำดวนซึ่งเป็นพันธุ์ไม้หอมนี้ จะผลิดอกหอมอบอวลไปทั่วในราวเดือนมีนาคมของ ทุกปี และเนื่องจากต้นไม้ชนิดนี้มีความเกี่ยวพันกับชื่อ ศรีนครลำดวน ในอดีต จึงได้นำเอาต้นลำดวนมาเป็นสัญลักษณ์ของจังหวัด นอกจากนี้ในพื้นที่ยังมีสวนสัตว์ และสวนสาธารณะตกแต่งสวยงามร่มรื่นเป็นแหล่งพักผ่อนของประชาชนทั่วไป มีบึงน้ำสำหรับพายเรือเล่นและพักผ่อนหย่อนใจ

\r\n\r\n

12.00 น. รับประทานอาหารเที่ยง (2) ร้านนายเฮงดี เป็นร้านอาหารที่ขึ้นชื่อและออกรายการทีวีด้วย ช่อง 3 ร่ายการแจ๋ว

\r\n\r\n

13.00 น. เดินทางมุ่งหน้าสู่อำเภอกันทรลักษ์ 

\r\n\r\n

15.00 น. เข้าชมสวนผลไม้ที่อร่อยที่วุดของชาวศรีสะเกษ ที่สวนทศพล ชิมผลไม้แบบอิ่มหนำสำราญ หลังจากนั้นเดิาทางสู่อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร

\r\n\r\n

16.00 น. เข้าที่พัก ณ บ้านพักรับรองของอุทยานแห่งชาติเข้าพระวิหาร

\r\n\r\n

18.00 น. รับประทานอาหารเย็น (3) พร้อมชมความงดงามยามค่ำที่ผามออีแดง ท่านจะได้เห็นค้างคาวนับล้านตัวบินออกมาหากิน เป็นริ้วขบวนที่สวยงาม หลังจากนั้นพักผ่อนตามอัธยาศัย

\r\n\r\n

วันที่สองของการเดินทาง

\r\n\r\n

05.30 น. นำทุกท่านมาที่ผามออีแดงอีกครั้ง เพื่อชมความงดงามของทะเลหมอก และเห็นความงดงามของวิว 3แผ่นดินยามเช้าที่สวยงาม (ไทย ลาว กัมพูชา)

\r\n\r\n

07.00 น. รับประทานอาหารเช้า (4)

\r\n\r\n

08.00 น. ชมความงดงามของปราสาทเขาพระวิหารโดยการส่องกล้องดู และสถูปคู่ ถือเป็นสิ่งก่อสร้างพิเศษ เนื่องด้วยไม่เคยพบในพื้นที่ใด หากไม่มีการลักเจาะผนักอาคารที่ไม่มีช่องเปิด 2 แท่งนี้ ก็คงไม่ทราบว่ามีห้องที่ประดิษฐานรูปเคารพอยู่ภายใน (ปัจจุบันเหลืออยู่เพียงฐานรูปเคารพที่ไม่ทราบว่าเป็น ศิวลึงค์ หรือ เทพองค์ใด) เดินทางต่อมายังอำเภอขุนหาญ

\r\n\r\n

09.30 น. เข้าชม วัดป่ามหาเจดีย์แก้ว หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า วัดล้านขวด ตั้งอยู่ที่บ้านดอน ตำบลโนนสูง อำเภอขุนหาญ     จังหวัดศรีสะเกษ ที่ได้ชื่อว่า “วัดล้านขวด” ก็เพราะสถานที่ต่างๆ ภายในวัด ไม่ว่าจะเป็นซุ้มประตูทางเข้า ลานจอดรถ โบสถ์ ศาลา หอระฆัง กุฏิ หรือแม้แต่ห้องน้ำ ต่างถูกประดับประดาด้วยขวดแก้วหลากสีหลายแบบรวมกันกว่า 1.5 ล้านใบ ซึ่งความคิดเช่นนี้ไม่ได้เป็นของนักออกแบบหรือศิลปินท่านใด แต่มาจากพระภิกษุรูปหนึ่ง นามว่า “พระครูวิเวกธรรมาจารย์” หรือ “หลวงปู่ลอด” ที่ครั้งหนึ่งได้เข้าไปพักปักกลดในป่าช้าหนองใหญ่ (ที่ตั้งวัดล้านขวดในปัจจุบัน) โดยในระหว่างนั้นมีญาติโยมและชาวบ้านแวะเวียนมาปฏิบัติธรรมอยู่เสมอ ทำให้หลวงปู่เกิดความคิดที่จะสร้างวัดขึ้นบนพื้นที่ป่าช้าแห่งนี้ แต่เนื่องจากบริเวณใกล้เคียงมีขยะจำพวกขวดอยู่มาก ซึ่งท่านเห็นว่าขวดเหล่านั้นมีสีต่างๆ สามารถนำไปตกแต่งอาคารได้อย่างสวยงาม และยังช่วยประหยัดงบประมาณค่าสี ค่ากระเบื้องได้อีก หลวงปู่จึงทำการรวบรวมขวดจากหมู่บ้านในละแวกวัด และจากหมู่บ้านใกล้เคียง นำมาสร้างกุฏิหลังแรก ต่อมาเมื่อวัดล้านขวดเป็นที่รู้จักทั่วไป คนในจังหวัดใกล้เคียงก็ได้หลั่งไหลเข้ามาสู่วัด โดยต่างคนต่างก็นำขวดติดไม้ติดรถมาบริจาคด้วย จากนั้นอาคารต่างๆ ก็ได้ทยอยถูกสร้างขึ้น กระทั่งวัดล้านขวดกลายเป็นวัดที่สมบูรณ์ดังเช่นในปัจจุบัน

\r\n\r\n

10.30 เข้สศึกษาวิถีชาวสวนผลไม้ที่ สวนลุงเสริม ชิมและเรียนรู้การทำสวนจากลุงเสริม

\r\n\r\n

12.00 น. รับประทานอาหารเที่ยง (5)

\r\n\r\n

13.00 น. ออกเดินทางสู่จังหวัดศรีสะเกษ

\r\n\r\n

14.30 น. เข้าชม ตึกขุนอำไพพาณิชย์ หรือที่ชาวเมืองศรีสะเกษเรียกกันทั่วไปว่า ตึกขุนอำไพ ตั้งอยู่บริเวณตลาดใน (ตลาดเก่า)      บนถนนอุบล ตำบลเมืองใต้ อำเภอเมือง จังหวัดศรีสะเกษ อยู่ห่างจากศาลากลางจังหวัดไปทางทิศตะวันออกประมาณ 4 กิโลเมตร อาคารหลังนี้เดิมเป็นบ้านของขุนอำไพพาณิชย์ (ทองอินทร์ นาคสีหราช) คหบดีชาวศรีษะเกษ สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2468 ต่อมาเมื่อท่านเจ้าของบ้านถึงแก่กรรมแล้ว อาคารดังกล่าวได้เปิดให้เช่าเป็นที่พักอาศัยและประกอบการค้าเป็นเวลานานร่วม 40 ปี จนในปี พ.ศ. 2523 อาคารมีสภาพชำรุดมาก อาจเป็นอันตรายต่อผู้พักอาศัยได้ ทางการจึงประกาศเป็นเขตหวงห้ามตั้งแต่บัดนั้น กระทั่งกรมศิลปากรได้เข้ามาดำเนินการบูรณะ และขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานสำคัญของชาติในปี พ.ศ. 2537

\r\n\r\n

15.30 น. เรียนรู้ประวัติศาสตร์ที่ ปราสาทสระกำแพงน้อยโบราณสถานแห่งนี้ เป็นอโรคยาศาล หรืออโรคยศาลา (โรงพยาบาล) หนึ่งในจำนวน 102 แห่ง ที่พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 แห่งอาณาจักรขอมโบราณ โปรดให้สร้างขึ้นทั่วราชอาณาจักรในราวพุทธศตวรรษที่ 18 (พ.ศ. 1724 - พ.ศ. 1761)   ก่อด้วยศิลาแลง และหินทราย ตัวปรางค์ประธาน ยังค่อนข้างสมบูรณ์ แต่ขาดการบูรณะ ส่วนโคปุระหรือกำแพงแก้วพังทลาย แต่ยังมีองค์ประกอบครบถ้วน ทั้งทับหลัง และโครงสร้างอื่นๆ แต่ยังไม่ได้รับบูรณะและปรับแต่ง ในปัจจุบันน้ำในสระอโนดาตนี้ถูกใช้ในทำน้ำพระพุทธมนต์ศักดิ์สิทธิ์ในพิธีสำคัญของจังหวัดศรีสะเกษ

\r\n\r\n

16.30 น. วัดหนองตะเคียน  ตั้งอยู่หมู่บ้านหนองตะเคียน หมูที่ 9 ตำบลจาน อำเภอเมือง จังหวัดศรีสะเกษ ห่างจากอำเภอเมือง 17 กิโลเมตร ไปตามถนนศรีสะเกษ-กันทรลักษ์ แยกเลี้ยวซ้ายบริเวณบ้านหนองคูน้อย

\r\n\r\n

เป็นวัดที่สร้างตามแบบผสมผสานศิลปะ ขอม – ล้านนา โดยช่างฝีมือระดับประเทศ วัดหนองตะเคียน เป็นวัดเก่าแก่ สร้างประมาณสมัยกรุงศรีอยุธยา ต่อมาได้มีการบูรณะและขยายพื้นที่ใหญ่ขึ้น จนกระทั่ง อาจารย์หม่อม สามารถเข้าสมาธิย้อนอดีต ทำให้ทราบว่า วัดนี้เป็นวัดสำคัญทางประวัติศาสตร์ เนื่องจาก สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ได้เคยพาไพร่พลมาพักทัพที่นี่ สมัยกำลังกอบกู้เอกราชของชาติไทยเรา จึงได้สร้างอนุสาวรีย์พระเจ้าตากไว้ที่วัดนี้ ภายในพระอุโบสถประดิษฐานพระศรีอริยเมตตรัย บริเวณข้างพระอุโบสถมีลานพระพุทธรูปปาง สมาธิ 28 องค์ เป็นแนวรูปสี่เหลี่ยม นอกจากนี้ยังประดิษฐานพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เพื่อประชาชนทั่วไปได้เคารพบูชาด้วย 
\r\nและที่สำคัญ ในวันที่ 27 ตุลาคม 2550 สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฏราชกุมาร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ เสด็จแทนพระองค์ไปทรงเป็นประธานในพิธีมหาพุทธาภิเษกวัตถุมงคล เหรียญ และผ้ายันต์สมเด็จพระเจ้าตากสิน มหาราช รุ่น "ไพรีพินาศอริราชศรัตรูพ่าย" เพื่อพระราชทานให้แก่ข้าราชการตำรวจ ทหาร พลเรือน ครูที่ปฏิบัติงานใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ 

\r\n\r\n

18.00 น. รับประทานอาหารเย็น (6) หลังจากนั้นส่งทุกท่านขึ้นรถไปกลับ

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

 

\r\n" 27 56215 นราธิวาส ภาคใต้ "เส้นทาง ""อิ่มบุญ อิ่มใจ ไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ เมืองบางนรา""" "นราธิวาส ดินแดนปลายสุดด้ามขวาน เดิมชื่อ ""มะนาลอ"" เป็นหมู่บ้านขึ้นอยู่กับเมืองสายบุรี ต่อมาเปลี่ยนเป็น ""บางนรา"" และ ""นราธิวาส"" ซึ่งมีความหมายว่า ""ที่อยู่ของคนดี"" เป็นดินแดนที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน รอให้ทุกคนมาสัมผัส" "

เส้นทาง "อิ่มบุญ อิ่มใจ ไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ เมืองบางนรา" ( 3 วัน 2 คืน )

\r\n\r\n

วันที่ 1 อำเภอเมือง, อำเภอตากใบ

\r\n\r\n

นมัสการพระพุทธทักษิณมิ่งมงคล ณ พุทธมณฑลจังหวัดนราธิวาส อำเภอเมืองนราธิวาส ซึ่งตั้งอยู่ในวัดเขากง อยู่ห่างจากตัวเมืองนราธิวาส            6 กิโลเมตร เป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปทักษิณมิ่งมงคลสีทองปางปฐมเทศนาขัดสมาธิเพชรอยู่บนยอดเขา องค์พระเป็นคอนกรีตเสริมเหล็กประดับด้วยโมเสกสีทอง หน้าตักกว้าง 17 เมตร ความสูงวัดจากพระเกศบัวตูมถึงบัวใต้พระเพลา 24 เมจร จัดเป็นพระพุทธรุปกลางแจ้งที่งดงามและใหญ่มี่สุดในภาคใต้  อีกทั้งพระบรมสารีริกธาตุที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 พระราชทานให้กับจังหวัดนราธิวาสก็ถูกนำมาประดิษฐานไว้ใต้พระอุระด้านซ้ายของพระพุทธรูป และมีบันไดต่อขึ้นไป โดยในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงเสด็จนำพระบรมสารีริกธาตุขึ้นไปบรรจุที่พระอุระของพระพุทธรูปนี้ด้วยตัวของพระองค์เอง ทั้งนี้โบสถ์ภายในวัดเขากง พระองค์ทรงเป็นผู้ออกแบบเองทั้งหมด โดยที่คนนราธิวาสส่วนไหญ่ไม่เคยรู้

\r\n\r\n

                          

\r\n\r\n
\r\n

เดินทางสู่ ตำบลเจ๊ะเห อำเภอตากใบ จากตัวเมืองนราธิวาสออกไปตามเส้นทางสาย นราธิวาส-ตากใบ (ทางหลวงหมายเลข 4085) ถึงสี่แยกตลาดอำเภอตากใบแล้วเลี้ยวซ้ายไปอีกประมาณ 400 เมตร ถึงปากทางเข้าวัด 

\r\n\r\n

เยี่ยมชมวัดชลธาราสิงเห หรือ วัดพิทักษ์แผ่นดินไทย ท่านพระครูโอภาสพุทธคุณ (พุด) เป็นผู้เริ่มก่อตั้งวัดนี้ขึ้น โดยไปขอที่ดืนจากพระยากลันตัน เพื่อที่จะสร้างวัด เมื่อปี พ.ศ. 2416 สมัยนั้นดินแดนตากใบยังเป็นของรัฐกลันตันอยู่ วัดนี้มีส่วนเกี่ยวพันกับกรณีแบ่งแยกดินแดนตากใบ ประเทศสยามกับประเทศมลายู ซึ่งเป็นเมืองขึ้นของประเทศอังกฤษในขณะนั้น (สมัยรัชกาลที่ 5 พ.ศ. 2452) โดยฝ่ายไทยได้มีการยกเอาพระพุทธศาสนา วัดและศิลปะภทยในวัดเป็นเครื่องต่อรองการแบ่งปันเขตแดน อังกฤษจึงยอมรับเหตุผล โดยใช้เขตแม่น้ำโก-ลกตรงบริเวณที่ไหล ผ่านเมืองตากใบ (แม่น้ำตากใบ) เป็นเส้นแบ่งเขตแดน วัดนี้จึงรู้จักในอีกนามว่าหนึ่ง ว่า "วัดพิทักษ์แผ่นดินไทย"                                                                             

\r\n\r\n

ภายในพระอุโบสถ 

\r\n\r\n

พระอุโบสถ สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2416 ในสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ตั้งอยู่บริเวณกึ่งกลางของวัด หันหน้าไปทางแม่น้ำตากใบซึ่งอยู่ทางทิศเหนือ โครงสร้างก่ออิฐถือปูน หลังคามุงกระเบื้องดินเผา หลังคาเป็นชั้นซ้อนทางด้านหน้าและหลังคาของอุโบสถ มีชายคาปีกนกลดหลั่นกันลงมา 3 ชั้น มีเสานางเรียงทรงสี่เหลี่ยมรองรับเชิงชาย เครื่องบน ประดับช่อฟ้า ใบระกา และหางหงส์ หน้าบันประดับด้วยปูนปั้นรูปพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณประตูและหน้าต่างก่อเป็นซุ้มมงกุฎ มีกำแพงแก้วและใบเสมาล้อมรอบจำนวน 8 ซุ้ม

\r\n\r\n

ภายในพระอุโบสถประดิษฐานพระประธานเป็นรูปปางมารวิชัยภายในซุ้มเรือนแก้ว นอกจากนี้ยังปรากฏภาพจิตรกรรมฝาผนัง ซึ่งเขียนโดยฝีมือพระภิกษุชาวสงขลา งดงามมาก เล่าเรื่องเกี่ยวไตรภูมิ พุทธประวัติตอนต่างๆ เช่น เสด็จลงจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เสด็จออกมหาภิเนษกรมณ์ และพระพุทธเจ้าโปรดพระพุทธบิดา เป็นต้น ภาพเทพชุมนุมและสภาพชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนท้องถิ่นในอำเภอตากใบ

\r\n\r\n

    

\r\n\r\n

พิพธภัณฑ์ (เดิมเป็น กุฏิสิทธิสารประดิษฐ์หรือกุฏิพระครสิทธิสารวิหารวัตร)
\r\n
\r\n         สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2498 โดยพระครูสิทธิสารวิหารวัตร ประวัติวัดชลธารกล่าวว่าแต่เดิมเป็น          อาคารไม้ทั้งหลัง ต่อมากุฏิพังทลายลง ทางวัดจึงสร้างขึ้นใหม่แต่รูปแบบค่อนข้างต่างไปจาก          เดิมปัจจุบันได้รับการขึ้นทะเบียนจากกรมศิลปากรให้เป็นพิพิธภัณฑสถานวัดชลธาราสิงเหเพื่อ        เก็บโบราณวัตถุชิ้นสำคัญของวัด จากภาพถ่ายเก่า พบว่ากุฏิสิทธิสารประดิษฐ์เป็นอาคารไม้ชั้น        เดียว ยกพื้นสูง ขนาดกว้าง 19.35 เมตร ยาว 22.60 เมตร หลังคาเป็นทรงปั้นหยาซ้อนกัน              หลายชั้น มุงกระเบื้องดินเผา บันไดหน้าเป็นบันไดก่ออิฐถือปูน มีการทำพนักเป็นรูปตัวนาค              ปลายหางโค้งงอนรับกับมุขหลังคา ยอดหลังคาตกแต่งด้วยปูนปั้นลายเครือเถา ส่วนมุมหลังคา        ทำรูปคล้ายหางหงส์หรือหัวนาค (วรรณิภา ณ สงขลา 2535 :21)

\r\n\r\n

อีกจุดสำคัญ คือ พลับพลาที่ประทับในรัชกาลที่ 6

\r\n\r\n

เป็นศาลาริมน้ำตั้งอยู่ด้านหน้าพระอุโบสถ เป็นศาลาโถงทรงมณฑปที่มีลักษณะงดงาม เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน พ.ศ.2458 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 เสด็จพระราชดำเนินทางชลมารคถึงอำเภอตากใบ แล้วเสด็จขึ้นประทับ ณ ศาลาริมน้ำหลังนี้เพื่อทอดพระเนตรการแข่งขันเรือและถวายปัตตุปัจจัยบำรุงวัด ซึ่งทางวัดยังรักษาไว้ในสภาพที่สมบูรณ์

\r\n\r\n

                                      

\r\n\r\n


\r\nไม่ไกลจาก วัดชลธาราสิงเห มีที่สถาที่ท่องเที่ยวที่ไม่ไกล คือ เกาะยาว ตั้งอยู่หมู่ที่ 8 บ้านเกาะยาว ตำบลเจ๊ะเห เกาะยาวมีลักษณะพื้นดินทอดตัวเป็นแนวยาว ส่วนหนึ่งติดต่อกับอ่าวไทย ลักษณะเด่นของเกาะยาวมีหาดทรายขาวสะอาดและยาวประมาณ 9 กิโลเมตร จรดกับน้ำทะเลสีน้ำเงินใสสะอาด ห่างจากที่ว่าการอำเภอตากใบ 1 กิโลเมตร เป็นแหล่งท่องเที่ยวประเภทหาดทรายชายทะเล ที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ จากนั้นเดินทางจากสี่แยกตลาดอำเภอตากใบเลยไปยังแม่น้ำตากใบ มีสะพานไม้ชื่อ “สะพานคอย 100 ปี” ยาว 345 เมตร ทอดข้ามแม่น้ำตากใบไปยังเกาะยาว ซึ่งทางด้านตะวันออกของเกาะจะติดกับทะเล มีหาดทรายละเอียดสีน้ำตาล บรรยากาศสงบงาม ชาวบ้านส่วนใหญ่เป็นมุสลิมประกอบอาชีพประมงและสวนมะพร้าว 

\r\n\r\n

                             

\r\n\r\n

จากนั้นชมการสาธิตทำ "ปลากุเลาตากใบ" ราชาปลาเค็ม ที่เลื่องชื่อด้วยรสชาติอร่อย กลมกล่อม เป็นภูมิปัญญาพื้นบ้านที่สั่งสมกันมาจากรุ่นสู่รุ่น    เมื่อได้ปลาสดใหม่มาแล้วก็จะมาขอดเกล็ด เอาไส้ออก เครื่องในทิ้ง ล้างทำความสะอาด จากนั้นนำเกลือยัดไปในท้องและนำปลาไปหมักเกลือในภาชนะที่ปิดฝามิดชิด เมื่อหมักได้ที่แล้วจึงนำล้างน้ำตากด้วยการผูกเชือกที่หางห้อยหัวลง โดยปลาตัวใหญ่ต้องให้กระดาษห่อหัวปลา เพื่อป้องกันแมลงวันมาไข่ ครั้นเมื่อตากแดดได้ระยะก้ค่อยออกมานำขาย มีการการันตีเป็นโอท็อปห้าดาวของจังหวัดนราธิวาส         ซึ่งใครที่มีโอกาสไปเยือนถิ่นนี้มักต้องซื้อติดมือกลับบ้านเป็นของฝากภูมิปัญญาพื้นบ้านที่สั่งสมกันมา        จากรุ่นสู่รุ่น โดยเคล็ดลับความอร่อยของปลากุเลาตากใบนั้น อยู่ที่การคัดเลือกสรรปลาที่มีคุณภาพ ซึ่ง          จะใช้ปลาสดใหม่ที่จับ ได้ใน อำเภอตากใบ และในทะเลนราธิวาสเท่านั้น ความโดดเด่นของปลากุเลา      ตากใบนั้นก็ คือ เนื้อเนียนละเอียด รสเค็มกำลังดี ตอนทอดจะมีกลิ่นหอมโชย เตะจมูก ทำให้นึกถึงข้าวสวยร้อนๆ เมื่อทอดเสร็จแล้วจะมีเนื้อแน่น เนียน ฟู เค็ม มัน คนที่นี่มักนำมายำบีบมะนาว ซอยหอมแดง พริก       ขี้หนูลงไป ถือว่าอร่อยเด็ด นอกจากทอดและยำแล้ว ชาวนรายังนำปลากุเลาไปทำเมนูอื่นอีกหลากหลาย    อาทิ ข้าวผัดปลากุเลา ไข่ตุ๋นปลากุเลา หรือเมนูอื่นๆตามใจชอบ  ส่วนราคาไม่ต้อพูดถึงยิ่งอร่อยก็ยิ่งแพง ปัจจุบันอยู่ที่กิโลกรัมละไม่ต่ำกว่า 1,200-1,500 บาท ซึ่งก็ทำให้ชาวตากใบหรือชาวนรามักจะซื้อ         หาไปเป็นของกำนัลผู้หลักผู้ใหญ่ หรือส่งไปให้กับ    คนที่นับถือกัน จนเกิดเป็นคำพูดเล่นๆ ว่า “ปลากุเลาตากใบ เป็นปลาที่คนกินไม่ได้ซื้อ คนซื้อไม่ได้กิน” 

\r\n\r\n

และสิ่งที่เป็นเอกลักษณ์หนึ่งเมื่อมาที่อำเภอตากใบท่านจะได้ฟัง ภาษาไทยถิ่นใต้สำเนียงตากใบ หรือ  ภาษาเจ๊ะเห เป็นภาษาไทยถิ่นใต้กลุ่มหนึ่ง ที่พูดกันมากตั้งแต่อำเภอปานาเระ อำเภอสายบุรีของจังหวัดปัตตานี ลงไปจนถึงชายแดนไทย-มาเลเซียฝั่งตะวันออก โดยเฉพาะอำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส รวมถึงในเขตอำเภออื่นๆ ของจังหวัดนราธิวาสด้วย นอกจากนี้ ภาษาเจ๊ะเห ยังใช้พูดกันในกลุ่มคนมาเลเซียเชื้อสายไทยในรัฐกลันตันของมาเลเซียด้วย (ชาวไทยสยาม) ถือเป็นภาษาไทยถิ่นใต้ที่มีเอกลักษณ์พิเศษ มีการคำที่แตกต่างจากภาษาไทยถิ่นใต้ทั่วไปค่อนข้างมากคำพูดและสำเนียงภาษา คือ สำเนียงพูดเสียงชาวใต้ผสมกับภาษากับภาษาไทยถิ่นเหนือ และแฝงด้วยคำราชาศัพท์ที่ใช้แทนคำธรรมดาทั่วไปบางคำอีกด้วย                                                                                                                    

\r\n\r\n
\r\n

วันที่ 2  อำเภอสุไหงโก-ลก 

\r\n\r\n

ออกเดินทาเข้าสู่อำเภอสุไหงโก-ลก  แวะรับประมานอาหารเช้า ณ "ร้านอ้วนบะกุ๊ดเต๋ เจ้าตำรับสุไหงโก-ลก" ซึ่งหลายๆ คนที่มาต้องแวะชิมซึ่งตอนนี้มีขยายสาขาไปอีกหลายๆ ที่ แต่เจ้าแรกอยู่ที่อำเภอสุไหงโก-ลก ขายตั้งแต่ 06:30-12:30 น. ลองแวะเวียนกันมาชิมบะกุ๊ดเต๋ คู่กับปาท่องโก๋ อร่อยดีไปอีกแบบ 

\r\n\r\n

     จากนั้นเดินทางไป ศาลเจ้าแม่โต๊ะโมะ  ตั้งอยู่ที่ซอยภูธร ถนนเจริญเขต ในเขตเทศบาลตำบลสุไหงโก-ลก               เดิมที  เจ้าแม่โต๊ะโมะนี้ ประดิษฐานอยู่ที่บ้านโต๊ะโมะ อำเภอสุคิริน จังหวัดนราธิวาส ต่อมาชาวบ้านได้อันเชิญมา       ประดิษฐานที่อำเภอสุไหงโก-ลก เป็นที่นับถือของชาวอำเภอสุไหงโก-ลก และชาวจังหวัดใกล้เคียง รวมทั้งชาว         จีนในประเทศมาเลเซียเป็นอย่างมาก ทุกๆ ปี

\r\n\r\n

     จะมีการจัดงานประเพณีประจำปีที่บริเวณศาลเจ้า ตรงกับวันที่ 23 เดือน 3 ของจีน (ประมาณเดือนเมษายน)               ในงานจะมีกิจกรรมมากมาย เช่น มีการจัดขบวนแห่เจ้าแม่ ขบวนสิงโต ขบวนเองกอ ขบวนกลองยาว และยังมี           การลุย ไฟด้วย  ซึ่งเป็นกิจกรรมที่น่าตื่นตาตื่นใจ    

\r\n\r\n

                   

\r\n\r\n

ออกเดินทางต่อไปยัง 

\r\n\r\n

วัดโก-ลกเทพวิมล หรือชาวบ้านเรียกว่า "วัดท่านเอียด" ตั้งอยู่ในเขตเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก ได้รับอนุญาตสร้างวัด เมื่อวันที่ 23 เมษายน  2500 โดยพระสมุห์เอียด พุทธสโร เป็นเจ้าอาวาสองค์แรก และมรณภาพเมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2534 อายุ 95 ปี ร่างกายของท่านแข็งเป็นหิน สิ่งสักการะบูชาในวัด ได้แก่ พระมหาสังกัจจายน์องค์ใหญ่ พระพูทธรูปประจำวัน พระโพธิสัตว์กวนอิม สมเด็จพุทฒาจารย์โต หลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืด หลวงปู่เอียดแข็งเป็นหิน  นอกจากนี้ในวัดยังมีศูนย์นวดแผนไทย ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก และจัดตั้งชมรมชินบัญชรเผยแพร่การสวดพระคาถาชินบัญชรด้วย ปัจจุบันพระครูสุนทรเทพวิมล ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส

\r\n\r\n

       การเดินทาง   ในเขตเทศบาลมีรถมอเตอร์ไซค์รับจ้าง ราคาขึ้นอยู่กับระยะทาง ประมาณ 20 - 50 บาท

\r\n\r\n

          

\r\n\r\n
\r\n

วันที่ 3  อำเภบาเจาะ และอำเภอเมืองนราธิวาส

\r\n\r\n

ออกเดินทางสู่อำเภอบาเจาะ เพื่อสักการะหลวงพ่อแดง วัดเชิงเขา 

\r\n\r\n

วัดเชิงเขาเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์อันเป็นที่พึ่งพาทางใจของชาวบาเจาะ สถานธรรมะเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองที่สวยงามและเงียบสงบ ตั้งอยู่บ้านเชิงเขา วัดแห่งนี้มีวิหารหลวงพ่อแดง ธมมโชโต อดีตเจ้าอาวาสวัดเชิงเขาที่มรณภาพด้วยโรคชรา เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2522 รวมอายุได้ 90 ปี ปรากฎว่าสังขารไม่เน่าเปื่อยกลายเป็นหิน ทำให้คนทั่วไปเชื่อว่าหลวงพ่อแดง ธรรมโชโต มีความศักดิ์สิทธิ์ จึงเป้นไว้ในโลงกระจกเพื่อกราบไหว้บูชา ต่อไป 

\r\n\r\n

                        

\r\n\r\n

เดินทางมุ่งสู่ตัวเมืองนราธิวาส เพื่อนมัสการสิ่งศักดิ์สิทธิ์ 3 ศาสนา หลวงพ่อทวดบนเขามงคลพิพิธ ศาลเจ้าโก้วเล้งจี่ และ  พระพิฆเนศ

\r\n\r\n

เขามงคลพิพิธ ตั้งอยู่ถนนพิพิธคีรี หรือภาษามาลายูท้องถิ่นเรียกว่า "บาตูตอกอ" ตั้งอยู่ที่ 33 ถนนพิพิธคีรี ตำบลบางนาค อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส ลักษณะของสถานที่เป็นเนินเขาเตี้ยๆ อยู่ในเขตวัดบางนรา ลักษณะเป็นโขดหินน้อยใหญ่ซ้อนเรียงกันเป็นกอง สมาคมจีนแต้จิ๋วได้มาขอก่อสร้าง "ศาลเจ้าโก้วเล่งจี่" ที่บริเวรเชิงเขาด้านหน้า นายอีโป๊  แซ่ตั้ง ได้สร้างบันใดเพื่อใช้ขึ้นบนเนินเขาและสิ่งก่อสร้างอื่นๆ อีกมากมาย เป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของชาวนราธิวาสมาเนินนานจนปัจจุบัน                     

\r\n\r\n

ศาลโก้วเล่งจี่ เป็นแหล่งรวมศรัทธาของชาวจีนในจังหวัดนราะิวาส ภายในมีรูปปั้น องค์เทพเจ้าต่างๆ สลักสวยงาม ภายนอกเป็นปูนปั้นวิจิตรสวยงาม บอกเล่าเรื่องราวทางขนบธรรมเนียม ประเพณี และวัฒนธรรมจีน ตามตำนานพงศาวดารจีน ซึ่งหาชมได้ยาก ในปัจจุบันศาลเจ้าโก้วเล่งจี่ มีลักษณะ ที่แปลกกว่าศาลเจ้าอื่น คือมีเจ้าที่หรือเจ้าศาลเป็น "หัวมังกรคาบแก้ว"

\r\n\r\n

ถัดมาสักการะ "องค์พระพิฆเนศ" ในบริเวณใกล้กัน 

\r\n\r\n

องค์พระพิฆเนศ เป็นประติมากรรมปูนปั้น ขนาดหน้าตักกว้าง 7 เมตร สูง 16 เมตร มี 4 กร ลักษณะเทวรูปประทับนั่ง สวมศิลาภรณ์หรือมงกุฏ ประดับโมเสกแก้วหลากสี งวงเยื้องไปทางขวาและกลับเวียนมาทางซ้ายขององค์ มีงูพังพานอยู่ใต้พระถันด้านซ้ายประดับด้วยหินสีธรรมชาติ พระหัตถ์ขวาบนถือดอกบัว พระหัตถ์ขวาล่างแสดงท่าประทานพร พระหัตถ์ซ้ายบนถือขวาน พระหัตถ์ซ้ายล่างถือชามขนมโมทกะ รูปแบบพัสตรภรณ์ใช้ลักษณะนุ่งแบบอินเดีย รูปแบบถนิมพิมพาภรณ์ใช้แบบไทย นอกจากนี้ภายในเทวสถานยังมีหนุมานและวิหารไสบาบา ที่ประชาชนในพื้นที่เลื่อมใสศรัทธา ได้มีสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจ เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต

\r\n\r\n

           

\r\n\r\n

เดินทางต่อ มายัง องค์พ่อจตุคามรามเทพและศาลหลักเมืองนราธิวาส      

\r\n\r\n

ตั้งอยู่ ถนนนรสุขอนุสรณ์ เขตเทศบาลเมืองนราธิวาส สมชิกกลุ่มปัญจธรรม และผู้มีจิตเลื่อมใสศรัทธาจากทั่วประเทศ ได้ร่วมกันจัดสร้างเทวสถานแห่งนี้ขึ้น ซึ่งเป็นวิหารแห่งแรกที่ตั้งอยู่นอกเขตวัด และมีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย สร้างด้วยงบประมาณ 100 ล้านบาท บนเนื้อที่ 10 ไร่ 2 งาน 20 ตารางวา  แบบศิลปะสมัยศรีวิชัย เพื่อเป็นสถานที่กราบไหว้บูชา ยึดเหนี่ยวจิตใจของประชาชนชาวนราธิวาสและผู้มาเยี่ยมเยือน ภายในวิหารเป็นที่ประดิษฐานองค์พ่อจตุคามรามเทพองค์ใหญ่ 4 องค์ และในบริเวณเดียวกันอยู่ระหว่างดำเนินการจัดสร้างศาลหลักเมืองนราธิวาส              

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

เสร็จจากการไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ไหว้พระ ขอพร จากนั้นก่อนเดินทางกลับ ก็แวะ ซื้อของดีขึ้นชื่อนราธิวาส ติดไม้ติดมือเป็นของฝากของที่ระลึก  ได้แก่

\r\n\r\n

ผ้าบาติก คำว่า บาติก เป็นภาษาชวา ใช้เรียกผ้าย้อมสีชนิดหนึ่งที่รวมเอาศิลปะทางด้านฝีมือ และเทคนิคการย้อมสีเข้าด้วยกัน จากหลักฐานทางโบราณคดีพบว่ามีการทำผ้าบาติกมาใช้กันมาประมาณ 2,000 ปีมาแล้ว การทำผ้าเป็นศิลปหัตถรรมที่น่าสนใจ หลักการทำผ้าบาติกอาศัยเทคนิคง่ายๆ คือ “ การวันสีด้วยเทียน ” โดยใช้ “ วันติ้ง ” เป็นเครื่องมือที่จุ่มเทียนไขเหลวเพื่อวาดลวดลายลงบนผืนผ้าก่อนลงสีในส่วน ที่ไม่ต้องการให้ติดสีที่ย้อม เมื่อนำไปย้อมสี สีก็จะติดเฉพาะส่วนที่ไม่ลงเทียนไว้และจะติดซึมไปตามรอยแตกของเทียนเกิดลวด ลายสวยงามแปลกตาอันเป็นสัญลักษณ์ของผ้าปัจจุบันการทำผ้านิยมใช้วิธีพิมพ์ลายผ้ามากกกว่าวิธีเขียนลายด้วยมือเพราะ เร็วและสะดวกกว่า ผ้าบาติกนี้นอกจากส่งขายตามเมืองท่องเที่ยวใหญ่ ๆ ในไทยแล้ว ยังส่งออกไปขายในมาเลเซียด้วย  

\r\n\r\n

ร้านจำหน่ายสินค้าพื้นเมือง 

\r\n\r\n

โยฮันบาติก ๒๓๐ ถนนประชาวิวัฒน์ อำเภอสุไหงโกลก (ตรงข้ามปั๊มน้ำมันคาร์ลเทค) โทร.073-618247 เปิด 08.30 - 18.00 น.

\r\n\r\n

ผลิตภัณฑ์ผ้าบาติกบ้านอ่าวมะนาว ตำบลกะลุวอเหนือ อำเภอเมือง โทร. 08 1898 4571, 08 1738 1957 เปิด 08.00 - 17.00 น.

\r\n\r\n

สุมาตราบาติก  6 ถนนวงค์วิวัฒน์  อำเภอสุไหงโกลก โทร. 073-619187, 08 1540 1024 เปิด 09.00 – 18.00 น. จำหน่ายผ้าบาติก ผ้าเช็ดหน้าบาติก  เสื้อจากผ้าบาติก

\r\n\r\n

YADA Training Center 14 ม.10 บ้านกูบู ตำบลไพรวัน อำเภอตากใบ จำหน่ายผ้าบาติก กระเป๋า เสื้อผ้าบาติกสำเร็จรูป สอบถามข้อมูล โทร. 08 1898 7035, 073 641046

\r\n\r\n

ผลิตภัณฑ์ใบไม้สีทอง (หนึ่งเดียวในโลก)

\r\n\r\n

  “ใบไม้สีทอง” เรียกอีกอย่างว่า ย่านดาโอ๊ะ เป็นใบไม้จริง สีจริงจากธรรมชาติ ได้ถูกค้นพบว่าเป็นพันธุ์ไม้หายากชนิดใหม่        ของโลก  ใบไม้สีทอง ใบอ่อนจะมีขนสีน้ำตาลแดง หรือขนสีทองแดง เป็นมันคล้ายเส้นไหม ลักษณะใบคล้ายรูปหัวใจ เริ่ม    แรกจะเป็นสีนาค คล้ายสีชมพู ผ่านมา 2 สัปดาห์ จะกลายเป็นสีน้ำตาล และเข้มขึ้นเรื่อยๆ จนประมาณ 3เดือนจะกลายเป็น      สีทอง และอีก 6-7 เดือน จะกลายเป็นสีเงิน พบได้บริเวณเทือกเขาบูโด  ริมลำธารในป่าดิบชื้น อุทยานแห่งชาติน้ำตกบาโจ    อำเภอบาเจาะ จังหวัดนราธิวาส

\r\n\r\n

   ลองกอง  เป็นผลไม้ที่ขึ้นชื่อที่สุดของจังหวัดนราธิวาส พันธุ์ที่มีชื่อ คือ ลองกองบ้านซีโป อำเภอระแงะ เป็นพันธุ์ไม้ชนิด       เดียวกับลางสาด มีเปลือกหนาและไม่มียางเหมือนลางสาด มีเนื้อน้อยกว่า แต่มีรส           หวานกว่า อีกพันธุ์หนึ่งที่รสชาติดี  คือ ลองกองตันหยงมัส ซึ่งเป็นลองกองซีโปที่             นำมาปลูกที่บ้านตันหยงมัส ลองกองจะออกผลประมาณกลางเดือนสิงหาคม -                 กันยายน  ผู้ที่สนใจเยี่ยมชมสวนลองกองพร้อมวิทยากรบรรยาย และหาซื้อลองกองกลับบ้าน สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานเกษตรอำเภอระแงะ โทร. 073-6711290 และสำนักงานเกษตรจังหวัดนราธิวาส   โทร. 073-515079

\r\n\r\n

เรือกอและจำลอง ทำจากไม้เนื้ออ่อน เช่น ไม้กระท้อน นำมาทาสีแล้วเขียนลวดลายไทยหรือลายชวา ราคาขึ้นอยู่กับความละเอียดของลวดลาย สอบถามข้อมูล กลุ่มเยาวชนเรือกอและจำลอง บ้านทอน ตำบลโคกเตียน อำเภอเมือง โทร. 073-565397 ศูนย์ฝึกทำเรือกอและจำลองบ้านทอน   ตำบลโคกเคียน  อำเภอเมือง โทร. 073-565024, 08 9974 5077 เปิด 08.00 – 17.00 น. (หยุดทุกวันเสาร์)

\r\n\r\n

ผลิตภัณฑ์กระจูด การพัฒนาผลิตภัณฑ์กระจูด ได้เริ่มทำอย่างจริงจังในปี พ.ศ.2524 โดยกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม มีโครงการออกแบบผลิตภัณฑ์จากเสื่อจูด เพื่อเป็นต้นแบบตัวอย่างส่งให้แก่โรงงานทำผลิตภัณฑ์เสื่อจูดของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ตามโครงการพระราชดำริ โครงการศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทอง จังหวัดนราธิวาส โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมอาชีพให้แก่ราษฎรชนบทภาคใต้สามารถจำหน่ายผลิตภัณฑ์มากขึ้น รูปแบบผลิตภัณฑ์กระจูดที่พัฒนาขึ้นใหม่ เป็นลักษณะการตัดเย็บจากเสื่อจูด เย็บริมด้วยผ้า หรือหนังแท้ และหนังเทียม แล้วนำมาสอยติดกันขึ้นรูปทรงต่างๆ เช่น กระเป๋า แฟ้ม หมวก กรอบรูป ฯลฯ ส่วนผลิตภัณฑ์ประเภทอื่น คือ การใช้เส้นกระจูดควั่นเกลียวเชือก นำมาสานเป็นพนักพิงและพื้นรองนั่งเก้าอี้เครื่องเรือน ตลอดจนการใช้เสื่อจูดบุผนังตกแต่งภายในอาคาร หรือทำแผงกั้นห้องแบบฉากกั้นพับได้ เป็นต้น 

\r\n\r\n

ผลิตภัณฑ์เสื่อกระจูด บ้านทอนฮีเล  หมู่ 10  ตำบลโคกเคียน อำเภอเมือง โทร. 08 9878 4048 เปิด 08.00 - 16.00 น.

\r\n\r\n

ศูนย์หัตถกรรมพื้นเมืองภาคใต้ 68/3 ถนนวรคามพิพิธ อำเภอเมือง โทร. 073-522399, 08 1897 0872 จำหน่ายผ้าบาติก กระเป๋าผ้าบาติก เปิด 08.00 - 19.00 น.

\r\n\r\n

ข้าวเกรียบปลาเมืองนรา

\r\n\r\n

สถานที่จัดจำหน่าย : 353 ปูลากาปะหิ์ หมู่ 7 ต.กะลุวอเหนือ อ.เมืองนราธิวาส จ.นราธิวาส 96000 โทร. 08-9293-5646, 08-9734-3700      

\r\n\r\n

                      

\r\n\r\n

จากนั้นเดินทางกลับโดยสวัสดิภาพ และไว้กลับมาเที่ยวบางนรากันใหม่ 

\r\n\r\n

ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยม คะ

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

 

\r\n" 28 43259 นราธิวาส ภาคใต้ เส้นทาง นรา น่าเที่ยว (จากตากใบ ถึง นราธิวาส) นราธิวาส น่าเที่ยว

เดินทางจากอำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส

\r\n\r\n

- เยี่ยมชมวัดพิทักษ์แผ่นดินไทย (วัดชลธาราสิงเห ตำบลเจ๊ะเห)

\r\n\r\n

- เลือกซื้อปลากุเลาเค็ม ผ้าทอ ผ้าขาวม้า

\r\n\r\n

- มนัสการ พระพุทธทักษิณมิ่งมงคล ณ พุทธมณฑลจังหวัดนราธิวาส  อำเภอเมือง

\r\n\r\n

- ชมพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นท้องถิ่นขุนละหารและเรือนจำลองวังเจ้าเมืองยี่งอ อำเภอยี่งอ เลือกซื้อผลิตภัณฑ์กริชที่ระลึก

\r\n\r\n

- รับประทานอาหารเที่ยง ณ อำเภอเมืองนราธิวาส

\r\n\r\n

- ชมการจักสานกระจูด/การผลิตและการเขียนลายเรือกอและจำลอง ณ บ้านทอน

\r\n\r\n

- เยี่ยมชมศูนย์การศึกษาพัฒนาพิกุลทอง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ

\r\n\r\n

- เยี่ยมชมพระตำหนักทักษิณราชนเวิศน์ และศูนย์ฝึกศิลปาชีพ พร้อมเลือกซื้อสินค้าผลิตภัณฑ์

\r\n\r\n

- เดินทางกลับ

\r\n 29 43268 นราธิวาส ภาคใต้ นราธิวาส น่าเที่ยว (จากสุไหงโก-ลก ถึง นราธิวาส) นราธิวาส น่าเที่ยว

เดินทางจากอำเภอสุไหงโก-ลก

\r\n\r\n

- นมัสการหลวงพ่อทวดและเจ้าแม่กวนอิม ณ วัดโก-ลกเทพวิมล

\r\n\r\n

- ชมป่าพรุโต๊ะแดง ศึกษาธรรมป่าพรุโต๊ะแดง ป่าพรุที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย

\r\n\r\n

- เดินทางไปอำเภอตากใบ

\r\n\r\n

- รับประทานอาหารเที่ยว ณ อำเภอตากใบ

\r\n\r\n

- ชมวัดพิทักษ์แผ่นดินไทย (วัดชลธาราสิงเห)

\r\n\r\n

- ชมวิถีชีวิตชุมชนตากใบ

\r\n\r\n

  1. ดการทำปลากุเลาเค็ม

\r\n\r\n

  2. ถ่ายภาพที่ระลึก ณ สะพานคอยร้อยปี (สะพานข้ามไปเกาะยาว)

\r\n\r\n

- เลือกซื้อผลิตภัณฑ์ ผ้าทอ ผ้าขาวม้า

\r\n\r\n

- เดินทางกลับโดยสวัสดิภาพ

\r\n 30 43270 นราธิวาส ภาคใต้ นราธิวาส น่าเที่ยว (จากปัตตานี สู่ นราธิวาส) นราธิวาส น่าเที่ยว

- ชมมัสยิดตะโละมาเนาะ มัสยิด 300  ปี

\r\n\r\n

- แวะถ่ายภาพช้างคู่ สัญลักษณ์การพบช้างเผือกนราธิวาส ช้างคู่พระบารมี

\r\n\r\n

- รับประทานอาหาร ณ อำเภอเมืองนราธิวาส

\r\n\r\n

- ชมวิถีชีวิตริมทะเลบ้านทอน ตำบลโคกเคียน

\r\n\r\n

- แวะชมการจักสานและเลือกซื้อผลิตภัณฑ์จักสานจากกระจูด และ เรือกอและจำลอง

\r\n\r\n

-แวะชมเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ของที่ระลึกกรอบรูปใบไม้สีทอง

\r\n\r\n

- แวะชมธรรมชาติวิถีชุมชนชาวประมงบาเละฮีเล ริมทะเลหาดนราทัศน์ และถ่ายภาพที่ระลึก

\r\n\r\n

- เดินทางกลับโดยสวัสดิภาพ

\r\n 31 43505 ยะลา ภาคใต้ ท่องเที่ยวประวัติศาลตร์และธรรมชาติในกม.4 อ.เบตง จ.ยะลา เป็นเส้นทางข้อมูลท่องเที่ยว อ.เบตง จ.ยะลา ที่หมู่บ้าน กม.4 ต.ตาเนาะแมเราะ อ.เบตง จ.ยะลา "

 

\r\n\r\n

จุดที่ 1 แวะชิมเฉาก๊วยเบตง กม.4 เป็นบ้านไม้เล็กๆ ปากทางเข้า กม.4 ก่อนที่จะถึงบ่อน้ำพุร้อน ก่อนจะถึงอุโมงค์ปิยมิตร1 และสวนไม้ดอกเมืองหนาว

\r\n\r\n

ซึ่ง หมู่บ้านเล็กๆ บ้านทรงโบราณดั้งเดิมแบบทรงจีนหาชมยาก แต่มีเฉาก๊วย(วุ้นดํา)ที่ขึ้นชื่อ ใครมาเที่ยวเบตงถ้าไม่ได้ไปชิมจะเสียดายมากๆ อีกหนึ่งขนมหวานที่ห้ามพลาด

\r\n\r\n

เฉาก๊วยเบตง กม.4 - เจ้าแรก บ้านไม้ ดั้งเดิม   เบอร์โทรศัพท์ 073-230413  เฉาก๊วยหรือวุ้นดำของเบตง ขึ้นชื่ออยู่ กม.4 เพราะเป็นรสชาติของเฉาก๊วยโบราณแท้ๆที่ได้นำเอาหญ้าวุ้นดำของประเทศจีนมาเป็นส่วนผสมที่สำคัญ ทำให้เฉาก๊วยมีสีดำขลับ เหนียวและนุ่ม การทำเฉาก๊วยนั้นเริ่มแรก ให้เอาหญ้าวุ้นดำมาต้มน้ำแล้วกรองด้วยผ้าขาวบาง เพื่อแยกวุ้นดำออกจากน้ำ ซึ่งกลายเป้นสีดำ จากนั้นนำแป้งมันสำปะหลังผสมกับน้ำที่ได้จากการกรองในขณะที่ยังร้อน อยู๋และทิ้งไว้จนกว่าจะกลายเป้นวุ้น และรับประทานก็ตัดเป็นขนาดตามที่ต้องการ นิยมรับประทานกับน้ำเชื่อมและอาจเติ่มน้ำสีสันกลิ่นสละ แล้วเติมน้ำแข็ง รสชาติอร่อยขึ้นใจ แถมยังมีสรรพคุณด้านการแก้ร้อนในได้อีกด้วย อีกทั้งยังสามารถเป็นของฝากที่ถูกใจผู้รับอีกต่างหาก

\r\n\r\n

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

หลังจากชิม เฉาก๊วยเบตง ปากทางกม.4 แล้ว ตรงเข้ามาเรื่อยๆๆ จะเจอจุดที่ 2  บ่อน้ำร้อนเบตง    ตั้งอยู่ที่บ้านบาเจาะปะไต ต.ตาเนาะแมเราะ ก่อนถึงเบตง ประมาณ 5 กิโลเมตร บนทางหลวงหมายเลข10 แยกขวาไปอีก ประมาณ 8 กิโลเมตร บริเวณน้ำเดือดสุด สามารถต้มไข่สุกภายใน 7 นาที มีสระน้ำไว้ให้นักท่องเที่ยวแช่เท้า มีห้องอาบน้ำแร่ ห้องพัก และศูนย์จำหน่ายสินค้าโอทอปด้วย อุณหภูมิอยู่ที่ 80 องศาเซลเซียส

\r\n\r\n

หลังจากแช่เท้าแล้ว เลยไปที่ตั้งหมู่ที่ 2 ต.ตาเนาะแมเราะ อ.เบตง จ.ยะลา  จากอ.เมือง จ.ยะลา ไปใช้เวลา 140 กิโลเมตร  โดยประวัติอูโมงค์ปิยมิตร เบตงอยู่ที่ 2  บ้านปิยมิตร 1 ต.ตาเนาะแมเรา อ.เบตง จ.ยะลา เป็นอุโมงค์ที่ผู้ร่วมพัฒนาชาติหรืออดีตพรรคคอมมิวนิสต์มาลายา  สร้างขึ้นเป็นฐานเมื่อปี พ.ศ.2519 ใช้หลบการโจมตีจากทางอากาศและสะสมเสบียงถือเป็นฐานที่มั่นสำคัญอีกแห่งหนึ่งในหลายๆจุดของจังหวัดชายแดนใต้ ก่อนเข้าอุโมงค์มีรุปปั้นนกพิราบขาวสี่ตัว ซึ่งสร้างขึ้นเพื่ออนุสรณ์และมีความหมายถึงการร่วมกันต่อสู้ ของชุมชนทั้งสี่จุดใหญ่ ความมหัศจรรย์ของอุโมงนี้ ใช้คน40-50คน ขุดเขาไปในภูเขาและใช้เวลาเพียง 3 เดือนก็แล้วเสร็จ อุโมงค์มีความกว้าง 50-60 ฟุต ยาวประมาณ 1 กิโลเมตร สามารถจุคน ได้เกือบ200คน มีทางเข้าออก 9 ทาง เชื่อมต่อกันหมด ปัจจุบันเหลือทางเข้า แค่6 ทาง ภายในมีสถานีวิทยุ ห้องนอน  ห้องเก็บเสบียง มีซอกมีมุมให้เลี้ยวลัดเลาะ ส่วนด้านบนเป็นป่ารกมีต้นไม้ใหญ๋มากมาย และถูกค้นพบโดยทหารฝ่ายรัฐบาล การท่องเที่ยวอุโมงค์ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง มีการติดตั้งไฟฟา้ อากาศภายในเย็นสบาย

\r\n\r\n

จุดสุดท้ายของวัน เมื่อหลังจากชมอุโมงค์ปอยมิตร แล้ว เดินทางขึ้นไปต่อ ที่สวนไม้ดอกเมืองหนาว เนื่องจากอำเภอเบตง จังหวัดยะลา มีการหนาวเย็นตลอดทั้งปี ทำให้เมืองเบตงมีศํกยภาพในการปลูกต้นไม้ ดอกเมืองหนาวนานาชนิด สวนดอกไม้เมืองหนาวอยู่ท่ามกลางภูเขาบริเวณหมู่บ้านปิยมิตร 2 ซึ่งเป็นหมู่บ้านของผู้เข้าร่วมพํฒนาชาติไทย ปัจจุบันชาวหมู่บ้านปิยมิตร ได้เข้าร่วมโครงการปลูกดอกไม้เมืองหนาว ซึ่งเป็นโครงการในพระราชดำริของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารี เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ มีส่วนร่วมในการดูแลพันธุ์ไม้ต่างๆ และได้จัดสวนในกลุ่มดอกไม้ที่แตกต่างใช้ชื่อว่า สวนหมื่นบุปผา มีดอกไม้ไฮเดรนเยีย เบญจมาศ กุหลาบ พีค๊อก ภายในสวนไม้ดอกเมืองหนาวมีห้องพัก หลากหลาย มีห้องประชุมสัมมนา และร้านอหารไว้เปิดบริการ สามารถเข้าชมได้ทุกวัน 

\r\n" 32 43632 ยะลา ภาคใต้ เส้นทางท่องเที่ยว อ.บันนังสตา จ.ยะลา อำเภอบันนังสตา\r\nคำขวัญ ถินนามะปราง บางลางอุทยาน อนุสรณ์สะพานโบราณ คู่บ้านกล้วยหิน\r\nภาษามลายูถิ่น หมายถึง ที่นา ที่นาที่มองเห็นมะปรางแต่ไกล ที่บันนังสตา แแวดล้อมไปด้วยภูเขา ป่าไม้ มีแหล่งแร่ธาตุมากมาย\r\n "

1.ถ้ำกระแชง อ.บันนังสตา ตั้งอยู่ที่บ้านกาโสด ตำบลบันนังสตา เพดานถ้ำมีหินย้อยมากมาย สภาพแวดล้อมโดยรอบร่มรื่น เหมาะแก่การพักผ่อนหย่อนใจ มีทัศนียภาพเป็นภูเขา ธารน้ำ และถ้ำลอดที่สวยงาม

\r\n\r\n

2. เขื่อนบางลาง อ.บันนังสตา  กั้นแม่น้ำปัตตานี ที่บริเวณบ้านบางลาง ตำบลเขื่อนบางลาง อำเภอบันนังสตา จังหวัดยะลา ห่างจากตัวอำเภอเมือง 58 กิโลเมตร ตัวเขื่อนเป้นเขื่อนหินถม แกนดิน เหนียว มีความสูง 85 เมตร สันเขื่อนยาว 430 เมตร กว้าง 10 เมตร อ่างเก็บน้ำมีบรรจุ 260 ล้านลูกบาศก์เมตร พื้นที่รับน้ำเหนือเขื่อน 2080 ตารางกิโลเมตร

\r\n\r\n

3.ถ้ำทะลุ อยู่ในเขตตำบลถ้ำทะลุ อำเภอบันนังสตา ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถเดินทางตามเส้นทางหลวงสายยะลา-บันนังสตา เบตง และมีทางแยกสู่แหล่งท่องเที่ยวถ้ำทะลุ อยู่ขวามือ จุดเด่น คือถ้ำหินปูน ซึ่งทะลุลอดไปอีกด้านหนึ่งของภูเขาที่มีศาลประดิษฐานรูปปั้นเจ้าแม่กวนอิม อันเป็นที่เคารพสะักการะของชาวไทยเชื้อสายจีนในจังหวัดยะลา และพื้นที่ใกล้เคียง โดยเฉพาะในช่วงเดือนยี่ทางจันทรคติของจีน ซึ่งจัดให้มีเทศกาลกินเจขึ้นที่บริเวณศาลแห่งนี้ จพมีนักท่องเที่ยวและผู้นับถือศรัพทธาเจ้าแม่กวนอิมเดินทางมาร่วมสักการะ

\r\n\r\n

3.

\r\n" 33 44199 สุโขทัย ภาคเหนือ ท่องเที่ยวชุมชนท่าชัยศรีสัชสุโขทัยเมาะ ประวัติศาสตร์มีบันทึกของจีนปรากฏในพุทธศตวรรษที่ 16 ชื่อเมืองเฉิงเหลียง พงศาวดารโบราณเรียก แดนเฉลียง\r\nแต่เดิมเทศบาลเมืองศรีสัชนาลัยมีฐานะเป็นสุขาภิบาลศรีสัชนาลัยและเทศบาลตำบลศรีสัชนาลัย ครอบคลุมพื้นที่ 2 ตำบลทั้งตำบล คือ ตำบลท่าชัย (ฝั่งตะวันออกของแม่ "

\r\n" 34 44156 กรุงเทพมหานคร ภาคกลาง นิทรรศล้ำค่า วัดวาเรืองรอง วันหยุดทั้งทีใครว่าต้องไปเที่ยวเฉพาะต่างจังหวัด ในกรุงเทพมหานคร ๑ วันก็เที่ยวได้ง่ายๆได้ความรู้แถมยังได้บุญอีกด้วยกับเส้นทางเรียนรู้กว่าจะเป็นเกาะรัตนโกสินทร์ได้ในปัจจับันนี้ "

หลายๆคน ถ้านึกถึงการเที่ยวภายในกรุงเทพนั้นก็จะนึกถึงการช้อปปิ้งตามห้างใหญ่ๆ หรือการเที่ยวแบบไนท์ปาร์ตี้ตามย่านบันเทิงต่างๆอย่างทองหล่อ เอกมัย สีลม แต่หลายๆคนคงลืมที่มาของ'เกาะรัตนโกสินทร์' ที่กว่าจะเป็นเมืองศูนย์กลางการปกครองได้นั้น มีเรื่องราว ประวัติความเป็นมาอย่างไร เราจะพาทุกท่านย้อนรอยไปศึกษาประวัติศาสตร์ชาติไทย เริ่มจากวัดสระเกศ หรือ วัดภูเขาทอง สถานที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุที่ทุกท่านสามารถเดินขึ้นไปกราบสักการะและชมวิวทิวทัศน์รอบเกาะรัตนโกสินทร์ ๓๖๐ องศา จากนั้นเดินลัดเลาะมาตามถนนบริพัตรท่านจะเห็นโลหะปราสาทที่มีหนึ่งเดียวในประเทศไทยและที่เหลือเพียงแห่งเดียวในโลก ซึ่งอยู่ภายในวัดราชนัดดาราม ซึ่งอยู่ติดกับลานพลับพลามหาเจษฎาบดินทร์ ติดกับถนนราชดำเนินกลาง จากนั้นเดินมาด้านซ้ายมือ ท่านจะเห็นอาคารสีเหลืองนวลด้านหน้าทางเข้ามีรูปปั้นยักษ์ ๒ ตัวคอยต้อนรับทุกท่านเข้าสู่นิทรรศรัตนโกสินทร์ แหล่งรวบรวมความรู้ทางประวัติศาสตร์ ศิลปะ วัฒนธรรมของยุครัตนโกสินทร์ที่ควรค่าแก่เข้าชม ภายในจะมีการจัดแสดง 2 เส้นทาง  ด้วยเทคโนโลยีทันสมัยอย่างสื่อจัดแสดง สื่อเสมือนจริง๔มิติ สื่อมัลติทัช มัลติมีเดีย แอนิเมชั่น ซึ่งท่านสามารถเข้าชมได้ทั้ง ๙ ห้องจัดแสดง โดยเลือกเส้นทางเข้าชมได้ดังนี้

\r\n\r\n

รูปแบบการเข้าชมที่ ๑ : รับชม ๗ ห้องจัดแสดงแรก ใช้เวลาเข้าชม  ๑ ชั่วโมง ๔๕ นาที
\r\n      ๑. ห้องรัตนโกสินทร์เรืองโรจน์          ๒. ห้องเกียรติยศแผ่นดินสยาม
\r\n      ๓. ห้องเรืองนามหรสพศิลป์              ๔. ห้องลือระบิลพระราชพิธี
\r\n      ๕. ห้องสง่าศรีสถาปัตยกรรม             ๖.ห้องดื่มดำย่านชุมชน
\r\n      ๗. ห้องเยี่ยมยลถิ่นกรุง

\r\n\r\n

 รูปแบบการเข้าชมที่ ๒ : รับชม ๒ ห้องจัดแสดงล่าสุด ใช้เวลาในการชม ๒ ชั่วโมง

\r\n\r\n

      ๘. ห้องเรืองรุ่งวิถีไทย                         ๙. ห้องดวงใจปวงประชา

\r\n\r\n

นอกจากนี้ภายในนิทรรศรัตนโกสินทร์ยังมีห้องสมุดที่รวบรวมหนังสือทางประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับเกาะรัตนโกสินทร์ สามารถเข้าไปศึกษาข้อมูลต่างๆได้ หลังจากที่เพลิดเพลินกับการชมภายในนิทรรศรัตนโกสินทร์แล้ว จากนั้นเดินไปยังถนนดินสอเลี้ยวซ้ายไปยังลานคนเมือง ท่านจะเห็นเสาชิงช้าตั้งตระหง่านอยู่ด้านหน้าวัดสุทัศนเทพวราราม วัดประจำรัชกาลที่ ๘ สามารถเข้าไปสักการะพระประธานภายในพระวิหาร นั่นก็คือ พระศรีศากยมุนี พระพุทธรูปปางมารวิชัย สมัยสุโขทัย ที่อัญเชิญมาจากวัดมหาธาตุ สุโขทัย 

\r\n\r\n

เพียงเท่านี้ ท่านก็ได้สัมผัสเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ยุครัตนโกสินทร์ เพลินเพลินด้วยสื่อทันสมมัย และยังได้ไหว้พระทำบุญ ชมทัศนียภาพรอบเกาะรัตนโกสินทร์ รับรองว่าท่านจะตกหลุมรักเกาะรัตนโกสินทร์ได้อย่างลึกซึ้งมากยิ่งขึ้น

\r\n" 35 44440 ยะลา ภาคใต้ ท่องเที่ยวสุขใจวัดคูหาภิมุข แหล่งท่องเที่ยว ของตำบลหน้าถ้ำ มีแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ 3 แหล่ง\r\nวัดคูหาภิมุข ถ้ำเสือ ถ้ำศิลป์ ซึ่งเป็นชุมชนท่องเที่ยว อุดมไปด้วยธรรมชาติ ประเพณี วัฒนธรรมภูมิปัญญา อาหาร ผลไม้ โบราณสถาน มีจิตกรรมฝาผนังถ้ำศิลป์ อายุมากกว่าหนึ่งพันปี มีความเหมาะสม

แหล่งท่องเที่ยวของตำบลหน้าถ้ำ วัดคูหาภิมุข ซึ่งมีพระนอนอยู่ในวัด 

\r\n\r\n

เป็นวัดสำคัญและเก่าแก่ของจังหวัดยะลาที่มีความเป็นมาที่ยาวนาน สร้างขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อประมาณ พ.ศ.๒๓๙๐ โดยมีนายคงทอง ผู้นำชาวพุทธในสมัยนี้นได้ร่วมกันสร้างวัดนี้ขึ้น  ริมเขาหน้าถ้ำภายในมีพระนอนขนาดใหญ่ประดิษฐานชื่อ พระพุทธไสยาสน์ เดิมชื่อว่าวัดหน้าถ้ำและได้เปลี่ยนชื่อเป็นวัดคูหาภิมุข  

\r\n\r\n

ถ้ำพระนอน 

\r\n\r\n

เมื่อเดินทางมาถึงภายในวัดเราก็จะ สัมผัสได้ถึงความสวยงามต่างๆ โดยเฉพาะถ้ำ ที่ถือเป็นจุดขายของที่นี่ ที่จะต้องเดินขึ้นบันไดไปกว่า 100 ขั้น ผ่านยักษ์วัดถ้ำ หรือพ่อเจ้าเขา ที่ยืนตะหง่าน ถือไม้ตะบอง สูงนับสิบเมตร เฝ้าอยู่ที่ปากทางเข้าถ้ำภายในถ้ำซึ่งเป็นห้องโถงขนาดใหญ่ อากาศเย็นสบาย ซึ่งเราจะเห็นพระพุทธไสยาสน์ หรือพระนอนองค์ใหญ่ อยู่ภายในถ้ำ รวมทั้งองค์พระขนาดใหญ่ และขนาดต่างๆจำนวนมาก สำหรับพระพุทธไสยาสน์ หรือพระนอนองค์นี้มีลักษณะของส่วนประกอบที่แปลกออกไปจากพระนอนองค์อื่นคือมี พญานาคแผ่พังพานอยู่เหนือเศียรพระนอนทำให้มีผู้สันนิษฐานถึงที่มาของพระนอน องค์นี้ว่าเดิมอาจเป็นเทวรูปพระนารายณ์บรรทมสินธุ์ ตามศาสนาพราหมณ์ต่อมาเมื่อพระพุทธศาสนาได้เผยแผ่เข้ามายังดินแดนส่วนนี้จึง ได้ดัดแปลงเทวรูปดังกล่าวให้เป็นพระพุทธรูปดังที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน

\r\n\r\n

 
\r\n ชาวบ้านตำบลหน้าถ้ำ เปิดเผยว่า   ประวัติของพ่อท่านบรรทม หรือพระพุทธไสยาสน์ วัดคูหาภิมุข  สร้างขึ้นในสมัยศรีวิชัย โดยมีเจ้าเมืองของกรุงศรีวิชัย ท่านหนึ่งในขณะนั้น ผู้ครองนครปาเล็มบัง ไม่ปรากฏว่าชื่ออะไร แต่มีการเรียกขานว่า พระเจ้าปาเล็มบัง เป็นผู้หนึ่งที่ร่วมสร้างพ่อท่านบรรทม ประมาณปี 1300 ที่ผ่านมา ในขณะนั้น หัวเมืองต่างๆในภาคใต้ ไม่ว่าจะเป็นกลันตัน ตรังกานู  ไทรบุรี แต่อาณาจักรที่ยิ่งใหญ่ในขณะนั้นคือ ศรีวิชัย อยู่ที่นครศรีธรรมราช  ก็ได้มีการเกณฑ์ให้เจ้าเมืองต่างๆในภาคใต้ ไปร่วมสร้างพระธาตุ เจ้าเมืองที่ได้รับเกณฑ์ก็นำแก้วแหวนเงินทองต่างๆไปร่วม สร้าง แต่ในขณะที่เดินทางก็มาพบถ้ำแห่งนี้ก่อน จึงได้รวบรวมเจ้าเมืองต่างๆที่เดินทางมาด้วยกันสร้างพระพุทธไสยาสน์ไว้

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

ต่อมา   เมื่อชมจากวัดคูหาภิมุขเสร็จถ้ำศิลป์อยู่ในพื้นที่หมู่ที่  2  ตำบลหน้าถ้ำ  อำเภอเมือง  จังหวัดยะลา  ในภูเขาเดียวกันกับถ้ำพระนอน   แต่หางจากถ้ำ  พระนอนไปทางหัวเขาทิศใต้ประมาณ  1.5  กิโลเมตร  ถ้ำศิลป์อยู่ห่างจากตัวเมืองยะลาไปตามทางหลวงหมายเลข  4.9  แยกเข้าถ้ำศิลป์ประมาณ  10  กิโลเมตร

\r\n\r\n

เมื่อ พ.ศ. 2468  หะยีวังกะจิได้พบถ้ำแห่งนี้และได้รายงานให้กำนัน  ตำบลหน้าถ้ำทราบว่าในถ้ำมีเศษพระพุทธรูปกระจัดกระจายอยู่  เช่น  นิ้วพระหัตถ์บ้าง  หลังจากนั้นขุนศิลปกรรมพิเศษ  ได้สำรวจและรายงานต่อ  กรมศิลปากรว่าภายในถ้ำมีภาพเขียนสีอยู่ตามฝาผนังถ้ำและได้พบอิฐปูน  เกลื่อนกลาดอยู่ตามพื้น  บางส่วนดูออกว่าเป็นเส้นพระเกศาของพระพุทธรูป  ขนาดใหญ่  ประมาณว่าเท่ากับพระพุทธไสยาสน์ที่ถ้ำพระนอน  ต่อจากนั้นในปี พ.ศ. 2495  พ.ท. หลวงรณสิทธิพิชัย  อธิบดีกรมศิลปากร  และนายมานิต  วัลลิโภดม  หัวหน้ากองโบราณคดีได้สำรวจถ้ำนี้อีกครั้งหนึ่งและในปี พ.ศ. 2500  คณะของกรมศิลปากรอันมีนายธนิต  อยู่โพธิ์  อธิบดีกรมศิลปากร  นายชิน  อยู่ดี  และเจ้าหน้าที่จำนวนหนึ่ง  ได้สำรวจและจัดทำคำอธิบายภาพเหล่านี้ไว้  ต่อมาใน พ.ศ. 2501  นายเขียน  ยิ้มศิริ  นายจำรัส  เกียรติก้อง  และนายชิน  อยู่ดี  ได้รับทุนจากองค์การ  ส.ป.อ.  เพื่อค้นคว้าวิวัฒนาการของศิลปะไทย  จึงได้จัดการคัดลอกภาพเขียนสีไว้  พร้อมทั้งจัดทำแผนที่  แผนผัง  และถ่ายรูปเก็บไว้เป็นหลักฐาน  จิตรกรรมฝาผนังถ้ำศิลป์

\r\n\r\n

                   ภาพเขียน  เป็นภาพพระพุทธเจ้าปางมารวิชัย  ภาพพระพุทธเจ้าประทับนั่ง  เป็นแถวเบื้องซ้ายและขวา  มีสาวกหรืออาจจะเป็นอุบาสกอุบาสิกานั่งประนมมืออยู่  พระพุทธเจ้าปางลีลาและมีรูปผู้หญิงยืนเป็นหมู่สามคน  ส่วนสีเขียวเป็นสีดินเหลือง  เป็นหลัก  ซึ่งประกอบด้วยสีน้ำตาลและแดง  เพื่อแยกน้ำหนักอ่อนแก่ตัดเส้นด้วยสีดำ ส่วนสีเขียวปรากฏให้เห็นในภาพ  เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นภายหลังเนื่องจากปฏิกิริยาทางเคมีของสารที่ผสมอยู่ในสี  ศาสตาจารย์ศิลปะ  พีระศรี  และอาจารย์เขียน  ยิ้มศิริ  นักโบราณคดีได้สันนิษฐานว่า  ภาพเขียนสีเหล่านี้เป็นฝีมือสกุลช่างท้องถิ่น  ที่ได้รับอิทธิพลด้านรูปแบบของภาพโดยตรงจากอินเดีย  พิจารณารูปแบบและควรจะเป็นภาพเขียนสมัยศรีวิชัยตอนปลาย  คือราวพุทธศตวรรษที่  19 – 20

\r\n\r\n

                   ภาพเขียนสีทั้งหมดนี้ในปัจจุบันลบเลือนไปตามสภาพธรรมชาติ  ซ้ำยังมีการเขียนต่อเติม  มีการขูดขีดให้สูญหายไปเสียมาก  พื้นถ้ำก็ถูกชาวบ้านขุดมูลค้างคาวไปเป็นปุ๋ย  ก่อให้เกิดความเสียหายมาก

\r\n\r\n

                   การเดินทางใช้เส้นทางเดียวกับวัดถ้ำคูหาภิมุข  แต่ต้องเดินทางต่อไปอีกราว  1  กิโลเมตร  มีแยกซ้ายไปอีก  1  กิโลเมตร  ผ่านโรงเรียนบ้านถ้ำศิลป์  ไปเล็กน้อยด้านซ้ายมือมีทางเดินเล็กๆ  ไปยังภูเขาริมถนน  มีบันไดขึ้นไปยังปากถ้ำ  ประมาณ  136  ขั้น  ซึ่งสูงจากพื้นดิน  28  เมตร  เป็นถ้ำเล็กๆ  ภายในถ้ำมืดมาก  มีภาพจิตรกรรมเก่าแก่บนผนังถ้ำ  แต่ลบเลือนไปมากแล้ว  เป็นภาพพระพุทธเจ้าปางต่างๆ  และมีรูปผู้หญิงยืนเป็นหมู่สามคน  เป็นภาพเขียนสมัยศรีวิชัยตอนปลาย  ประมาณพุทธศตวรรษที่  19 – 20 การชมถ้ำต้องนำตะเกียงหรือไฟฉายไปด้วย

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

 

\r\n 36 44422 หนองคาย ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ไหว้พระ 9 ส. เมืองหนองคาย เสริมมงคลชีวิต ๙ วัดนี้เป็นการรวบรวมพระพุทธรูปในตระกูล ส. ทั้ง ๙ ในจังหวัดหนองคาย เป็นเส้นทางในการแสวงบุญของพุทธศาสนิกชน เดินทางไปกราบไหว้สักการะบูชาและท่องเที่ยวในจังหวัดหนองคาย เป็นเส้นทางในการท่องเที่ยวใหม่ที่สามารถเที่ยวได้ภายใน 1 วัน ที่สามารถมาได้ตลอดทั้งปี

เส้นทางการท่องเที่ยวไหว้พระ 9 ส. เมืองหนองคายนี้ เราจะเริ่มต้นที่ หลวงพ่อพระใส วัดโพธิ์ชัย อ. เมือง หลวงพ่อพระใส เป็นพระพุทธรูปขัดสมาธิราบปางมารวิชัย หล่อด้วยทองสีสุก มีพระรูปลักษณ์งดงามมาก ขนาดหน้าตัก กว้าง 2 คืบ 8 นิ้ว สวนสูงจากพระสงฆ์เบื้องล่างถึงยอดพระเกศ 4 คืบ 1 นิ้ว ของชางไม้ ปัจจุบันได้ประดิษฐานอยู่ภายในพระอุโบสถวัดโพธิ์ชัย(พระอารามหลวง) เป็นพระพุทธรูปที่ชาวจังหวัดหนองคายนับถือว่าศักดิ์สิทธิ์มากและเป็น ที่เคารพสักการะอย่างยิ่ง
\r\n
\r\nวัดที่ 2 คือ หลวงพ่อพระเสี่ยง วัดมณีโคตร อ.โพนพิสัย หลวงพ่อพระเสี่ยง เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย หล่อจากทองสัมฤทธิ์ หน้าตัก 8 นิ้ว สูง 24 นิ้ว หนักประมาณ 100 กิโลกรัม เป็นพระพุทธรูปที่เก่าแก่และสวยงามมาก ประดิษฐานอยู่ที่ วัดมณีโคตร ตำบลจุมพล อำเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย
\r\n
\r\nวัดที่ 3 คือ หลวงพ่อสีบุญเฮือง (ศรีบุญเรือง) วัดหลวงเจติยาราม อำเภอโพนพิสัย หลวงพ่อสีบุญเฮืองเป็นพระพุทธรูปขัดสมาธิราบปางมารวิชัยสมัยล้านช้างความสูงจากหน้าตักถึงปลายพระเกศ 36 นิ้วหน้าตักกว้าง 26 นิ้วอัญเชิญมาจากอาณาจักรล้านช้าง สมัยพระสุนทรธรรมธาดาเจ้าเมือง โพนพิสัย เดิมประดิษฐานอยู่วัดกลางหรือวัดศรีบุญเรือง ต.วัดหลวง อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย ต่อมาเมื่อปี 2505 ได้อัญเชิญมาประดิษฐานอยู่วัดหลวงเจติยาราม ต.วัดหลวง อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย และได้มีการหล่อพระแท่นขึ้นใหม่เพื่อแทนพระแท่นที่หายไป และเป็นหนึ่งสาเหตุที่เจ้าอาวาสวัดหลวงเจติยารามได้ปิดทองครอบเนื้อทองเดิมที่เก่าแก่ไว้ หลวงพ่อสีบุญเฮือง จึงเป็นพระพุทธรูปอีกองค์หนึ่งที่เก่าแก่มีความศักดิ์สิทธิ์ในตระกูลเก้าสอ สมควรไปกราบไหว้ขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัวตลอดไป
\r\n
\r\nวัดที่ 4 คือ หลวงพ่อพระสวย วัดยอดแก้ว ตำบลในเมือง อำเภอเมือง พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่วัดยอดแก้วมาช้านาน พุทธลักษณะเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ขนาดหน้าตัก ๒๗ นิ้วสูง ๑๐๙ เซนติเมตร เป็นศิลปะล้านช้าง ริมฝีปากยิ้ม ซึ่งมีลักษณะสวยงามมาก ตามอักษรจารึกข้างเคียงว่า ได้อัญเชิญมาจากอาณาจักรล้านช้าง โดยราชคูเจ้าฟ้ามหาวัน ซึ่งมีศรัทธาเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา เป็นผู้สร้างขึ้น และด้วยเหตุที่มีพุทธลักษณะที่สวยงามกอปรกับเรื่องเล่าเชิงมุขปาฐะว่าก็เพราะว่าได้มีปรากฏชาย คนหนึ่งได้นุ่งขาวห่มขาวเดินทางมาจากหนองหาน แล้วมาถามปรึกษาโรคที่เกิดกับเขาโดยระบุว่าถ้าได้รับยาจากวัดยอดแก้วจะหายจากโรคที่เขาเป็นอยู่ จากนั้นก็มองถามหาพระสวยและงามที่อยู่ในวัดนี้เพื่ออยากจะกราบไหว้หลังจากนั้นคนที่นุ่งขาวห่มขาวก็ไม่ปรากฏตัวอีกเลยจนถึงปัจจุบันจึงเรียกว่า “พระสวย” เพื่อความเป็นสิริมงคล ด้วยบารมีหลวงพ่อจะให้โชคลาภแก่ผู้ศรัทธาตลอดจึงเรียกว่า “พระสวยรวยทรัพย์” หลวงพ่อพระสวยจะมีเทพพระเจ้ารักษาที่อยู่บารมีวัดยอดแก้วคือ พญาวัวทอง โดยอัญเชิญหลวงพ่ออินทร์แปลงมาเป็นบารมีธรรม คอยปัดเป่าโรคภัยไข้เจ็บแก่ผู้มาขอบารมีได้รับน้ำมนต์ หญ้ารักษาโรคหายแทบทุกราย สิ่งอัศจรรย์ของหลวงพ่อพระสวยนี้ เมื่อใครมีศรัทธาอยู่ในศีลอยู่ในธรรมมี คุณธรรมอันดีขอพรจากองค์หลวงพ่อจะประสบความสำเร็จ โดยเฉพาะผู้ทำการค้าขาย เสี่ยงโชค สอบเข้าว่าความ ติดขัดสิ่งใดในการดำเนินชีวิต จะเกิดแคล้วคาด ปลอดภัย แล้วโชคลาภตามความประสงค์ทุกประการ
\r\n
\r\nวัดที่ 5 คือ หลวงพ่อพระเสาร์ วัดประดิษฐ์ธรรมคุณ (วัดหอก่อง) อำเภอเมือง หลวงพ่อพระเสาร์ เป็นพระพุทธรูปที่ศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองมาตั้งแต่โบราณกาล มีพุทธลักษณ์งดงามมาก เป็นปางมารวิชัย ฐานและองค์พระมีความประณีตวิจิตรสวยงามมาก ลักษณะพิเศษของหลวงพ่อพระเสาร์ คือ เล็บและริมพระโอษฐ์เป็นทองนาค หน้าตักกว้าง ๖๕ ซม. สูง ๑๕๑ ซม. ฐานองค์กว้าง ๖๓ ซม. สูง ๑๐๒ ซม. ฐานรองรับเป็นทองนาค กว้าง ๑๐๕ ซม. สูง ๕๗ ซม. มีอักษรธรรมจารึกที่ฐานรองรับ ประวัติการสร้างโดยพญาสุนน เจ้านครศรีเชียงรุ้ง เป็นผู้มีความเสื่อมใสศรัทธาในพระพุทธศาสนาอย่างมาก หวังอานิสงส์ในการสร้างพระประธาน จะเป็นเครื่องหนุนนำให้ตนสำเร็จมรรคผล นิพพาน พญาสุนน พร้อมด้วยราชเทวี และราชบริพารทั้งมวล ได้ร่วมกันสร้างพระประธานเป็นขึ้นที่ตั้งชื่อว่าพระเสาร์ เมื่อวันที่ ๑ เดือน ๓ แรม ๘ ค่ำ ปีมะโรง เวลาประมาณ ๑๕.๐๐ น. ฤกษ์ ๑๖ พุทธศักราช ๒๑๑๑ ตามตำนานเล่ากันว่า หลวงพ่อพระเสาร์ ได้ประดิษฐานอยู่วัดหอก่อง (ปัจจุบันนี้เปลี่ยนชื่อเป็น วัดประดิษฐ์ธรรมคุณ) พร้อมกับหลวงพ่อพระใส ซึ่งขบวนแพอัญเชิญมาจากอาณาจักรล้านช้างมาขึ้นที่ท่าน้ำหน้าวัดหอก่อง ในปีพุทธศักราช ๒๓๖๙ ซึ่งตรงกับรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๓ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ หลวงพ่อพระเสาร์ ก็คงประดิษฐานอยู่ภายในอุโบสถวัดประดิษฐ์ธรรมคุณ (วัดหอก่อง) เช่นเดิม ต่อมากรมศิลปากรได้ประกาศขึ้นทะเบียนเป็นปูชนียสถานและปูชนียวัตถุที่มีคุณค่าควรต่อการเคารพกราบไหว้บูชาและถือเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านเมืองอีกองค์หนึ่ง ซึ่งมีพุทธลักษณะที่งดงามควรค่าแก่การกราบไหว้บูชาขอพรเป็นอย่างยิ่ง
\r\n
\r\nวัดที่ 6 คือ หลวงพ่อพระสุก วัดศรีคุณเมือง อ.เมือง หลวงพ่อพระสุก เป็นพระพุทธรูปปรางมารวิชัย ชนิดสำริด ศิลปะล้านช้าง พุทธศตวรรษที่ ๒๔ หน้าตักกว้าง ๙๑ ซ.ม. สูงฐาน ๑๑๔ ซ.ม. ฐานกว้าง ๙๔.๕ ซ.ม. ประดิษฐานอยู่ที่วัดศรีคุณเมือง สำรวจโดยกรมศิลปากรที่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณวัตถุและศิลปวัตถุ เมื่อปีพุทธศักราช ๒๕๓๔ ในราชกิจจานุเบกษา ประวัติการสร้างหลวงพ่อพระสุก วัดศรีคุณเมือง จังหวัดหนองคาย เมื่อปี พ.ศ.๒๔๒๐ ผู้สร้างคือหลวงปู่ สีทัตถ์ สุวรรณมาโจ ที่เป็นผู้สร้างพระพุทธบาทโพนสันละพระธาตุอำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม สร้างพระพุทธบาทบัวบก อำเภอบ้านผือ จังหวัดอุดรธานี และสร้างพระบาทโพนสัน (ฉัน) โดยได้ดำเนินการ สร้างอยู่ที่วัดศรีคุณเมือง ซึ่งมีผู้อุปถัมภ์ในการสร้างคือ ท่านขุนพิพัฒน์ โภคา เพื่อแทนองค์พระสุก ที่ตกอยู่ในแม่น้ำโขงบ้านหนองกุ้งหนองแก้วบริเวณปากน้ำงึม (เวินสุก) เมื่อการสร้างเสร็จก็ได้ตั้งชื่อว่า พระสุก หรือคนทั่วไปเรียกว่าหลวงพ่อพระสุก ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน ฯ และได้ประดิษฐานอยู่ในอุโบสถวัดศรีคุณเมือง จังหวัดหนองคาย
\r\n
\r\nวัดที่ 7 คือ หลวงพ่อพระแสง วัดศรีษะเกษ อ.เมือง หลวงพระแสง หรือหลวงพ่อองค์แสน วัดศรีษะเกษ อำเภอเมืองฯ เป็นพระพุทธรูปนั่งขัดสมาธิราบ ปางมารวิชัย หล่อด้วยเงินและทองน้ำหนักหนึ่งแสนบาท พระพุทธรูปนี้จึงได้ชื่อว่าหลวงพ่อองค์แสนในเวลาต่อมา
\r\n
\r\nวัดที่ 8 คือ หลวงพ่อแสนห้า วัดกุมภประดิษฐ์ อ.ท่าบ่อ หลวงพ่อแสนห้า เป็นพระพุทธรูปที่เก่าแก่ศักดิ์สิทธิ์ ขนาดหน้าตัก 61 นิ้ว สูง 90 นิ้ว ประดิษฐานอยู่ในพระอุโบสถวัดกุมภประดิษฐ์ ชาวบ้านเรียกว่า วัดกลาง (เดิมชื่อวัดเตาไห สาเหตุเพราะเป็นสถานที่ที่มีการเตาเผาตุ่มน้ำหรือไหน้ำ) ตั้งอยู่ที่ ตำบลโพนสา อำเภอท่าบ่อจังหวัดหนองคาย ซึ่งเป็นวัดเก่าแก่ และได้ยกฐานะเป็นวัดที่ถูกต้องในปี พ.ศ. 2440 และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อ ปี พ.ศ. 2445 ปะวัติโดยย่อ หลวงพ่อแสนห้า เป็นพระพุทธรูปที่เก่าแก่และศักดิ์สิทธิ์มาก สร้างขึ้นในราว พ.ศ. 2213 ซึ่งมีผู้มีจิตศรัทธาสองพี่น้องเป็นเจ้าภาพหลัก คือ พี่ชายชื่อ แสน น้องชายชื่อ ห้า จึงได้นามเรียกขนานว่า “หลวงพ่อแสนห้า” ในการดำเนินการสร้างนอกจากสองพี่น้องแล้วยังมีพุทธศาสนิกชนเป็นจำนวนมากร่วมเป็นเจ้าภาพ เพื่อใช้เป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของพุทธศาสนิกชน มีพุทธศาสนิกชนเคารพเลื่อมใสและเดินทางไปกราบขอพร และได้รับความสมหวังเป็นจำนวนมาก
\r\n
\r\nวัดที่ 9 คือ หลวงพ่อทองแสน วัดท่าคกเรือ อ.ท่าบ่อ หลวงพ่อทองแสน เป็นพระพุทธรูปทองสัมฤทธิ์ เก่าแก่กว่าพันปี มีประวัติว่าพระยาหลวงสุคันธวงศาราชเจ้า เป็นผู้สร้างและได้จารึกอักษรธรรมล้านช้างไว้ท่านพระพุทธรูปประมาณปี พ.ศ. 2438 ท้าวขัตติยะได้รับพระราชทานให้เป็นเจ้าเมืองท่าบ่อ และได้อัญเชิญหลวงพ่อทองแสนมาจากล้านช้าง และได้ประดิษฐานอยู่ ณ วัดท่าคกเรือนี้สืบมา การเดินทางควรเลือกเดินทางไปที่ อำเภอท่าบ่อหรือ อำเภอโพนพิสัยก่อน แล้วมาจบวัดสุดท้ายที่วัดโพธิ์ชัยเพื่อความสะดวกในการเดินทาง

\r\n 37 44132 นครศรีธรรมราช ภาคใต้ นครศรีดี๊ดี 4 วัน 3 คืน จากกิจกรรมออกบูธ นครศรีดี๊ดี นครศรีดีกว่าเดิม สู่เมืองกรุง ที่เซ็นทรัลเวิล์ด จัดโดย ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดนครศรีธรรมราช หนุ่มนักดนตรีติดอกติดใจในความน่ารักของพวกเราชาวนครศรีธรรมราช จนต้องตามมาเที่ยวถึงที และนี่เป็นที่มาของการเปิดโปรแกรม นครศรีดี๊ดี "

หลังจากที่มีมีคนติดใจในความน่ารักและมีไมตรีจิตของเราชาวนครศรี จนต้องมาสัมผัสกับชาวนครศรีธรรมราชแบบถึงที่ และเป็นการมาเที่ยวครั้งแรกด้วย เราจึงเริ่มนำแขกพิเศษเราเที่ยวไปในเส้นทางนครหลายๆที่ จนเมื่อเขากลับไป และมีการอัพเดทเส้นทางที่เรานำเที่ยวลงโซเชยลเฟสบุ๊ค ทำให้มีการเรียกร้องให้เราจัดเป็นโปรแกรมนำเที่ยวสไตล์ นครศรีดี๊ดี ให้จนเป็นที่มาของทริป 4 วัน 3 คืน ตามนี้นะค๊า มาชมกันเล้ยยยย

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n\r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n
Day 1 
9.00 น.รับนักท่องเที่ยวเพื่อรับประทานอาหารมื้อเช้า
10.00-10.30เช็คอินและเก็บสัมภาระเข้าที่พักและ เตรียมตัวเพื่อทำกิจกรรมเดินป่า เที่ยวถ้ำ
10.30-13.30เมื่อพร้อมแล้วก็มาขึ้นรถกะบะ หน้าจุดเช็คอินเพื่อไปยังจุดเดินป่า
13.30-11.00แวะสักการะสรีระสังขารของหลวงพ่อแสง ธมฺมสโรที่วัดวังหอน
11.00-14.00เริ่มต้นเดินป่า เที่ยวถ้ำ ตะลุยแดนมหัศจรรย์
14.00-15.00รับประทานอาหารเที่ยงที่ครัววังลับแล
15.00-15.20เมื่อพร้อมแล้วก็มาหยิบเสื้อชูชีพที่จุดเช็คอิน
15.20-16.30เริ่มกิจกรรมล่องแพไม้ไผ่ชมธรรมชาติ และเล่นน้ำได้ตามอัธยาศัย
16.30-17.00อาบน้ำและทำภารกิจส่วนตัว
17.00-18.00หากยังไม่หิวก็เดินเล่นชมบรรยากาศบริเวณแพบ้านวังหอน ชมแปลงฝรั่ง
18.00-19.30รับประทานอาหารมือเย็นที่ครัววังลับแล
19.30 -เป็นต้นไปทำกิจกรรมของกลุ่มได้ตามอัธยาศัย เข้านอน
Day 2 
5.30-8.00ตื่นเช้าตรู่เพื่อไปชมพระอาทิตย์ขึ้นและสูดอากาศบริสุทธิ์ ที่อ่างเก็บน้ำห้วยน้ำใส
8.30-9.30กลับมาที่แพ รับประทานอาหารเช้า  
9.30-10.00สามารถเล่นน้ำในคลองใกล้ๆที่พักได้ต่อ 
10.00-11.00อาบน้ำและทำภารกิจส่วนตัว
11.00-11.30เช็คเอ้าและเดินทางต่อไปสถานที่ที่ 2 คือ จุดชมวิวเขาศูนย์
11.30-15.00รับประทานอาหารเที่ยงและชมวิวสวยๆ ที่ บ้านไร่เกษมสุข อีกสถานที่ ที่ต้องห้ามพลาดการเช็คอินของเมืองคอน
15.30-16.30เดินทางขึ้นจุดชมวิวเขาศูนย์ 
17.00-19.00รับประทานอาหารเย็น
19.30 -เป็นต้นไปทำกิจกรรมของกลุ่มได้ตามอัธยาศัย เข้านอน
Day 3  
5.30-8.00ตื่นเช้าตรู่เพื่อพบกับทะเลหมอก ขอบอกว่าเรื่องทะเลหมอกที่นี่ สวยไม่แพ้สถานที่ใดๆ เลย จังหวัดนครฯ  เราก็มี พระอาทิตย์ขึ้นและสูดอากาศบริสุทธิ์ ที่อ่างเก็บน้ำห้วยน้ำใส
8.30-9.00รับประทานอาหารเช้าและเดินทางออกจากเขาศูนย์
9.00-10.00แวะสักการะสรีระสังขารของพ่อท่านคล้าย วาจาสิทธิ์ วัดธาตุน้อย
10.00-12.00เดินทางเข้าเมืองนครศรีธรรมราช ชมวัดพระธาตุ
12.00-13.30รับประทานอาหารเที่ยง
13.30-14.30เดินทางสู่ ปากพญา ฟาร์มสเตย์ แอนด์ ฟิชชิ่ง
15.30-16.00เช็คอินและเก็บสัมภาระเข้าที่พัก 
16.00-16.30เดินเล่นบริเวณรอบชุมชน  ชมการเลี้ยงปลากระพง ให้อาหารปลา
 ให้อาหารแพะ ขี่จักรยาน 3 ล้อพ่วงชมรอบๆชุมชน
16.30-17.30กิจกรรมตกปลากระพงเพื่อทำอาหารมื้อเย็น 
17.30-18.00อาบน้ำและทำภารกิจส่วนตัว
18.00-19.30รับประทานอาหารมื้อเย็น เป็นมื้อซีฟูด ปิ้งย่าง
19.30 -เป็นต้นไปทำกิจกรรมของกลุ่มได้ตามอัธยาศัย
 เข้านอน
Day 4 
6.00-8.00ตื่นเช้าตรู่เพื่อนั่งเรือไปกินกาแฟที่ชายหาดแหลมตะลุมพุก
 พื้นที่ประวัติศาสตร์ 
8.30-10.00กลับมาที่พัก อาบน้ำและทำภารกิจส่วนตัว
10.00-11.30เช็คเอ้าและเดินทางกลับโดยสวัสดิภาพ
  
\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

**โปรแกรมสามารถปรับเปลี่ยนเวลาได้ตามความเหมาะสม** 

\r\n" 38 44081 นครศรีธรรมราช ภาคใต้ วันเดียว เที่ยวนคร นครศรีธรรมราช เป็น 1 ใน 12 เมืองต้องห้ามพลาด หลายคนมักจะเคยได้ยิน และคุ้นหูกับคำว่า “นครสองธรรม” ซึ่ง “สองธรรม” นี้ ก็คือ “ธรรมะ+ธรรมชาติ” รวมกันเป็นเอกภาพที่ไม่สามารถแยกจากกัน นั่นคือ..มุมมองใหม่ของเมืองนครศรีธรรมราช\r\n

“ธรรมะ” นครศรีธรรมราช เป็นเมืองศูนย์กลางการศาสนาโดยมี พระบรมธาตุเจดีย์วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหารสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง ซึ่งประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ พระทันตธาตุของพระพุทธเจ้า และเป็นศูนย์รวมจิตใจของพุทธศาสนิกชนทั่วโลกมาอย่างยาวนาน

\r\n\r\n

“ธรรมชาติ” นครศรีธรรมราชเป็นเมืองที่มีธรรมชาติที่สมบูรณ์ ทั้งป่าเขา น้ำตก ชายทะเล โดยมียอดเขาหลวงใน อ.ลานสกา เป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในภาคใต้ จนได้ชื่อว่าเป็น “หลังคาสีเขียวของภาคใต้” และ อ.ลานสกา ยังเป็นพื้นที่ที่มีอากาศดีที่สุดในเมืองไทย โดยเฉพาะที่หมู่บ้านคีรีวง จุดสูดอากาศที่ดีที่สุดในเมืองไทย ที่ช่วงหลังมานี้ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก

\r\n\r\n

06.00 น. ออกเดินทาง

\r\n\r\n

          เริ่มต้นออกเดินทางที่สนามบินดอนเมือง ด้วยตั๋วบินราคาประหยัดที่จองไว้ล่วงหน้ามานานรวมแล้ว = 160 บาท 

\r\n\r\n

08.00 น. สวัสดีนครศรีธรรมราช

\r\n\r\n

          เพียงชั่วโมงเศษ.. ก็เดินทางมาถึงจังหวัดนครศรีธรรมราช 

\r\n\r\n

          การเดินทางจากสนามบินนครศรีธรรมราช เข้าตัวเมือง ในระยะทาง 14 กิโลเมตร  ค่ารถจากสนามบินเข้าเมือง คิดราคา 300 /คัน แต่

\r\n\r\n

08.45 น. โกปิ๊ โกปิ๊

\r\n\r\n

          ร้านของกินอร่อยๆ ในตัวเมืองนครศรีธรรมราช เมนูของร้านก็มีให้เลือกมากมาย ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นอาหารเช้า ชา กาแฟรูปแบบต่างๆ 

\r\n\r\n

“บักกุ๊ดเต๋” ที่คนที่นี่เขามักจะนิยมรับประทานเป็นอาหารเช้า ซึ่งเมนู “บักกุ๊ดเต๋”  นี่ก็คือ ซี่โครงหมูอ่อนตุ๋นในน้ำต้มสมุนไพร และเครื่องเทศ  คาดว่าต้องต้มกันเป็นเวลาหลายชั่วโมงเลยทีเดียว เพราะแค่กลิ่นแตะจมูกก็พอรู้ซึ้งถึงความเข้มข้นแล้ว โรยหน้ามาด้วย เห็ดเข็มทองทานคู่กับ ข้าวสวยร้อนๆ เมนูที่เห็นวางอยู่แทบทุกโต๊ะในร้านต่อด้วยติ่มซำ” ก็มีให้เลือกอย่างหลากหลาย ตามความชอบ นึ่งมาร้อนๆ จิ้มกับซอสเปรี้ยว หรือ จิ๊กโฉ่ว

\r\n\r\n

10.20 น. วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร

\r\n\r\n

          เดินไปตามถนนราชดำเนิน มาประมาณ 800 เมตร ก็มาถึง “วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร” หรือ ที่ชาวนครเรียกว่า “วัดพระธาตุ” สถานที่สำคัญ ซึ่งเป็นมิ่งขวัญชาวเมือง นครศรีธรรมราชตลอดจนพุทธศานิกชนทั้งหลายและ สัญลักษณ์ของจังหวัดนครศรีธรรมราชที่รู้จักกันแพร่หลายก็คือ พระบรมธาตุเจดีย์  ซึ่งตั้งอยู่ภายในวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร เป็นที่บรรจุ พระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้า จึงนับเป็นปูชนียสถานที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของภาคใต้

\r\n\r\n

11.00 น. เยือนบ้านท่านขุนรัฐวุฒิวิจารณ์

\r\n\r\n

          เดินข้ามถนนจากหน้า วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร เยื้องกันฝั่งด้านขวา ไปไม่เกิน 200 เมตร นั้นจะเป็น “บ้านท่านขุนรัฐวุฒิวิจารณ์” มีประวัติว่า.. สถานที่แห่งนี้เป็นบ้านเดิมของท่านขุนรัฐวุฒิวิจารณ์ และนั้นได้ยกให้กับหลานชื่อ คุณโกวิท ตรีสัตยพันธุ์ เพื่อทำเป็นโรงเรียน นครวิทยา หลังจากโรงเรียนปิดตัวลง ก็ได้รับการบูรณะปรับปรุงอนุรักษ์และซ่อมแซมบ้านให้มีสภาพคงความสวยงาม เป็นโบราณสถานเพื่อชนรุ่นหลังของชาวนคร

\r\n\r\n

12.20 น. ขนมจีนพานยมต้องจัด!

\r\n\r\n

          ร้านขนมจีนที่มีความครึกครื้น ดูไม่เงียบเหงา จุดเด่นของขนมจีนที่นี่ คือ เป็น ขนมจีนแบบเส้นสด ที่เป็นเส้นเล็กๆ นุ่มๆ เคี้ยวสบายปาก และมีน้ำยาให้เลือกมากมายหลายอย่าง เป็นน้ำยาแบบชาวใต้แท้ๆ ที่รสชาติเข้มข้น เช่น น้ำยากะทิสูตรปักษ์ใต้ แกงไตปลา แกงเขียวหวาน ทานคู่กับผักสดที่มีให้เลือกมากมายเช่นเดียวกัน เสริฟมาเป็นชุด มีน้ำยาหลายแบบ ให้ได้ลิ้มลองรสของน้ำยาที่ได้อารมณ์แตกต่างกันไป

\r\n\r\n

และ สิ่งหนึ่งที่เห็นสะดุดตา ก็คงจะเป็น “มังคุดเสียบไม้” หรือ ที่เรียกว่า “มังคุดคัด” นั้นเป็น การนำเอาผลมังคุดห่ามๆ ที่ยังไม่สุกดี เปลือกยังแข็งเป็นสีเขียว นำมาปอกเปลือกออกด้วยมีด (ซึ่งภาษาท้องถิ่นเรียกว่า “คัด”) จนเหลือแต่เนื้อขาวๆ แล้วจึงนำไปแช่ในน้ำปูนใส เพื่อล้างให้หมดยางและเพื่อให้มังคุดมีเนื้อสีขาวน่ากินมากขึ้น ก่อนจะนำไปผึ่งให้แห้ง แล้วนำมาเสียบไม้ขาย ขายเพียง 3 ไม้ 50 บาทเท่านั้น

\r\n\r\n

14.15 น. ข้ามฟาก-ปากพนัง

\r\n\r\n

          ที่ท่าเรือข้ามฝาก ฝั่งตรงข้ามจะเป็น “ตลาดร้อยปี” ค่าเรือข้ามฟากที่นี่ราคาถูกมากเพียงแค่ 1 บาทเท่านั้น! กับการนั่งข้ามฟากประมาณ 5 นาที มาเที่ยวชมวิถีชีวิตที่ลุ่มน้ำปากพนัง ตลาด 100 ปี เมืองปากพนัง เป็นตลาดที่มีประวัติยาวนานนับร้อยปีสมชื่อ สินค้าที่วางขายส่วนใหญ่จะเป็นพวกอาหารทะเลสดๆ รวมไปถึงขายผัก ผลไม้ รวมไปถึง อาหารทะเลแห้งต่างๆ ที่สามารถซื้อนำกลับไปเป็นของฝากได้ และก็มีตลาดริมน้ำที่สามารถมาเดินซื้อหาของกินเล่น ก็ได้บรรยากาศเช่นกัน

\r\n\r\n

17.00 น. ลาแล้ว “ปากพนัง”

\r\n\r\n

          เดินเล่นเที่ยวตลาดเสร็จเรียบร้อย ก็ได้เวลานั่งเรือข้ามฝากกลับไป ในราคา 1 บาทเช่นเดียวกับขามา  ใกล้จะหมดเวลา 1 วัน ของการเที่ยว นครศรีธรรมราช ระหว่างนั่งเรือข้ามฟาก ก็เก็บบรรยากาศยามเย็นในช่วงสุดท้าย ก่อนที่จะนั่งรถโดยสารหวานเย็นสายเดิมกลับเข้าสู่ตัวเมืองนครศรีธรรมราช  และ ต่อรถยาวไปยังสนามบินนครศรีธรรมราชเลย ด้วยเกรงว่าจะไม่ทันเที่ยวบินขากลับ ซึ่งเมื่อถึงสนามบินก็ได้เป็นเวลาที่ต้องร่ำลา “เมืองคอน”พอดี

\r\n\r\n

ทั้งหมดนี้.. ก็เป็นการเดินทางเที่ยว “นครศรีธรรมราช” ใน 1 วัน แม้จะเป็นช่วงเวลาอันน้อยนิด แต่ก็ได้เห็นวิถีชีวิต และธรรมชาติที่สวยงาม มีบรรยากาศน่าพักผ่อน และถ้าหากมีโอกาส ต้องกลับไปเยือน “เมืองต้องห้าม…พลาด”แห่งนี้ อีกครั้ง!

\r\n 39 44765 นครศรีธรรมราช ภาคใต้ เที่ยววังลับแล ล่องแพบ้านวังหอน 2 วัน 1 คืน หมู่บ้านวังหอน พื้นที่แห่งป่าต้นน้ำ ความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ ยังคงรอให้ทุกท่านได้มาสัมผัส รับรองว่า เมื่อท่านได้ย่างเข้ามา ณ ที่แห่งนี้ จะทำให้คุณลืมเรื่องวุ่นวายในสังคมเมือง มาพักผ่อน ชาร์ตแบตชีวิตที่นี่..กับเรานะคะ กิจกรรมดีๆรอท่านอยู่ค่ะ.....

Day 1 

\r\n\r\n

10.00-10.30    เช็คอินและเก็บสัมภาระเข้าที่พักและ เตรียมตัวเพื่อทำกิจกรรมเดินป่า เที่ยวถ้ำ

\r\n\r\n

10.30-13.30    เมื่อพร้อมแล้วก็มาขึ้นรถกะบะ หน้าจุดเช็คอินเพื่อไปยังจุดเดินป่า

\r\n\r\n

13.30-11.00    แวะสักการะสรีระสังขารของหลวงพ่อแสง ธมฺมสโรที่วัดวังหอน

\r\n\r\n

11.00-14.00    เริ่มต้นเดินป่า เที่ยวถ้ำ ตะลุยแดนมหัศจรรย์

\r\n\r\n

14.00-15.00    รับประทานอาหารเที่ยงที่ครัววังลับแล

\r\n\r\n

15.00-15.20     เมื่อพร้อมแล้วก็มาหยิบเสื้อชูชีพที่จุดเช็คอิน

\r\n\r\n

15.20-16.30     เริ่มกิจกรรมล่องแพไม้ไผ่ชมธรรมชาติ และเล่นน้ำได้ตามอัธยาศัย

\r\n\r\n

16.30-17.00     อาบน้ำและทำภารกิจส่วนตัว

\r\n\r\n

17.00-18.00     หากยังไม่หิวก็เดินเล่นชมบรรยากาศบริเวณแพบ้านวังหอน ชมแปลงฝรั่ง

\r\n\r\n

18.00-19.30     รับประทานอาหารมือเย็นที่ครัววังลับแล

\r\n\r\n

19.30 -เป็นต้นไป   ทำกิจกรรมของกลุ่มได้ตามอัธยาศัย   เข้านอน

\r\n\r\n

Day 2

\r\n\r\n

5.30-8.30      ตื่นเช้าตรู่เพื่อไปชมพระอาทิตย์ขึ้นและสูดอากาศบริสุทธิ์ ที่อ่างเก็บน้ำห้วยน้ำใส

\r\n\r\n

8.30-9.30      กลับมาที่แพ รับประทานอาหารเช้า 

\r\n\r\n

9.30-10.00     สามารถเล่นน้ำในคลองใกล้ๆที่พักได้ต่อ 

\r\n\r\n

10.00-11.00   อาบน้ำและทำภารกิจส่วนตัว

\r\n\r\n

11.00-11.30    เช็คเอ้าและเดินทางกลับโดยสวัสดิภาพ

\r\n\r\n

**โปรแกรมสามารถปรับเปลี่ยนเวลาได้ตามความเหมาะสม**

\r\n 40 43927 ตรัง ภาคใต้ ท่องเที่ยวทะเลตรัง ทะเลตรัง เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลของจังหวัดตรัง สามารถเดินทางแบบ ไปเช้า เย็นกลับ "

  การเดินทางท่องเที่ยวทะเล จะต้องเดินทางโดยเรือ (นักท่องเที่ยวสามารถซื้อแพคเก็จทัวร์ได้จากผู้บริการได้ ในจังหวัดตรัง) ที่ท่าเรือปากเมง ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากหาดปากเมงเท่าไรนัก ทะเลตรัง ประกอบไปด้วย 4 เกาะ คือ

\r\n\r\n

   เกาะมุกด์ (ถ้ำมรกต)   เป็นเกาะใหญ่อีกเกาะหนึ่งในน่านน้ำตรัง มีหาดทรายขาวละเอียด น้ำใส เหมาะที่จะลงเล่นน้ำอย่างสบายใจ ลักษณะของเกาะส่วนใหญ่เป็นโขดผาสูง หันหน้าออกสู่ทะเลใหญ่ทางด้านทิศตะวันตก  ส่วนบริเวณหน้าผาด้านตะวันตกนี้ เป็นที่ซ่อนของถ้ำลึกลับ เรียกกันว่า ถ้ำมรกต ซึ่งมีความงดงามตระการตา เป็นที่ซุกซ่อนของนกนางแอ่นจำนวนมากที่เข้ามาทำรังในบริเวณถ้ำแห่งนี้ ทางเข้าเป็นโพรงเล็กๆ พอเรือลอดได้ในช่วงน้ำลงเท่านั้น การผจญกับความมือและเส้นทางอันคดเคี้ยวในถ้ำแคบๆ กับระยะทางที่ลึกประมาณ 80 เมตร ถือว่าเป็นนาทีแห่งความระทึกใจทีเดียว เมื่อออกจากถ้ำ ก็จะพบกับชายหาด ที่ล้องรอบไปด้วยภูผา โพรงที่ลอดเข้าถ้ำมรกต จะอยู่ทางด้าน ทิศตะวันตกของตัวเกาะ  ถือเป็นแหล่งธรรมชาติที่โดนใจนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก

\r\n\r\n

   เกาะกระดาน  ได้ชื่อว่าเป็นผืนทะเลที่สวยที่สุดในจังหวัดตรัง ตั้งอยู่ทางด้านตะวันตกของเกาะมุกและเกาะลิบง ครอบคลุมเนื้อที่ประมาณ 600 ไร่ อุทยานเจ้าไหมรับผิดชอบ 5 ใน 6 ส่วนของเกาะ และอีก 1 ใน 6 เป็นพื้นที่ของเอกชน ทำให้ทางฝั่งด้านหนึ่งนั้นมีรีสอร์ท ที่พัก ร้านอาหาร เปิดให้บริการอย่างครบครัน ที่นี่เป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวที่มองหาหาดทรายสีขาวสะอาด เนื้อเนียนนุ่ม และท้องทะเลใส พร้อมกับแนวปะการังที่อุดมสมบูรณ์ บรรยากาศเงียบสงบ เหมาะแก่การฮันนีมูน และสถานที่แห่งนี้ ยังได้เป็นพื้นที่จัดกิจกรรมพิธ๊วิวาห์ใต้สมุทร อีกด้วย

\r\n\r\n

  เกาะเชือก เกาะม้า  เป็นเกาะที่มีประการังที่สวยงาม  ต้องไม่พลาดการไปดำน้ำดูปะการังที่เกาะเชือกและเกาะม้า ซึ่งตั้งอยู่ระหว่างเกาะมุกและเกาะกระดาน ทั้งสองเกาะนี้ เป็นจุดดำน้ำยอดนิยมของจังหวัดตรัง ด้วยมีแนวปะการังที่อุดมสมบูรณ์ พร้อมทั้งฝูงปลาจำนวนมากมาแหวกว่ายไปพร้อมกับนักท่องเที่ยวในท้องทะเลที่ใสสะอาด เป็นจุดที่ห้ามพลาดเลยทีเดียว

\r\n\r\n

 

\r\n" 41 44542 นครศรีธรรมราช ภาคใต้ เที่ยวนคร1วัน ตะลอนทัวร์รอบเมือง หากมีเวลา 1 วัน มีเพลนอยากเที่ยวในตัวเมืองนครศรีธรรมราชและพื้นที่ใกล้เคียง แต่ยังวางแผนในการเดินทางไม่ถูก เรามีทริปเที่ยวสบายๆ ที่เรียกว่าเที่ยวได้ครบ ทั้งวัดวาอาราม ชมธรรมชาติ ชิมอาหารปักษ์ใต้รสอร่อย นั่งชิลร้านกาแฟเก๋ๆได้อย่างเพลิดเพลิน\r\n

9.00 น. วัดพระบรมธาตุ สัญลักษณ์ของจังหวัด

\r\n\r\n

          วัดบรมธาตุหรือวัดพระธาตุ คือ จุดหมายแรกที่เมื่อมาถึงเมืองนคร ต้องแวะมากราบไหว้ขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคล วัดพระธาตุ ถือเป็นวัดศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองมาช้านาน  เป็นที่ประดิษฐานพระบรมธาตุเจดีย์ ที่สร้างด้วยสถาปัตยกรรมแบบทรงระฆังคว่ำ ภายในบรรจุพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้า มีจุดเด่นที่ยอดเจดีย์ ซึ่งหุ้มด้วยทองคำแท้ จากความเชื่อ เล่าสืบตอบกันมาว่าองค์พระธาตุประกอบด้วยทองรูปพรรณและของมีค่ามากมายจรดปลายเจดีย์ ซึ่งสิ่งของมีค่า เหล่านี้พุทธศาสนิกชนนำมาถวายแด่องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเพื่อให้ตนได้พบกับนิพพาน ซึ่งในปัจจุบันองค์พระธาตุ กำลังบูรณะ ทราบมาว่าน่าจะใช้เวลาเกือบ  1 ปี

\r\n\r\n

10.00 น.  บ้านขุนรัฐวุฒิวิจารณ์   ชมโบราณสถานล้ำค่า

\r\n\r\n

          บ้านขุนรัฐวุฒิวิจารณ์  ตั้งอยู่ถนนราชดำเนิน ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ใกล้กับวัดพระธาตุ อยู่ในพื้นที่เดียว กับร้านกาแฟไทชิ อาคารเรือนปั้นหยาอายุกว่า 108 ปีหลังนี้  ฟื้นฟูสู่สภาพที่สวยงามพร้อมกับเปิดเป็น สถานที่ท่องเที่ยว เพื่อให้คนรุ่นหลังได้เยี่ยมชมและศึกษาสำหรับผู้ที่มีความสนใจอย่างแท้จริง  โดยบ้านขุนรัฐวุฒิได้รางวัล อาคารอนุรักษ์ศิลปสถาปัตยกรรม ดีเด่น ปี 2556 โดยสมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์

\r\n\r\n

11.00 น. เสพงานศิลป์  ร้านกาแฟพิกเซล

\r\n\r\n

          ร้าน Pixzel caffe พิกเซล คาเฟ่  ร้านกาแฟสุดเก๋แห่งเมืองนครศรีธรรมราช  ตั้งอยู่ตรงข้ามกับวัดพระมหาธาตุ  ตัวร้านเป็นบ้านไม้เก่า 2 ชั้นสุดคลาสิค ซึ่งเจ้าของร้านได้แรงบันดาลใจมาจากร้านกาแฟในเมืองหลวงพระบาง  จึงกลับมายังบ้านเกิดเพื่อเปิดร้านกาแฟ  โดยปรับปรุงอาคารเก่าแต่คงอนุรักษ์อาคารในรูปแบบเดิมไว้  นอกจากนี้ยังเป็นสถานที่รวมตัวของช่างภาพและศิลปินท้องถิ่น  เพื่อจัดแสดงทั้งภาพวาดและภาพถ่าย หรืองานศิลปะต่างๆ หมุนเวียนกันไป โดยอาศัยผนังหรือพื้นที่ว่างภายในร้าน

\r\n\r\n

12.00 น. ทานอาหารปักษ์ใต้ รสเด็ด ร้านชาวเรือ

\r\n\r\n

          มาถึงเมืองนคร ต้องมาทานอาหารใต้ตามแบบฉบับท้องถิ่นกันบ้าง  ร้านชื่อดังที่ตั้งอยู่ในตัวเมือง ซึ่งอยู่กับจังหวัดมาช้านาน ต้องยกความอร่อยให้กับ ร้านชาวเรือ เป็นร้านอาหารพื้นบ้านที่เน้นอาหารใต้โดยเฉพาะ  รสชาตินั้นถูกใจคนในพื้นที่และนักท่องเที่ยวมานักต่อนัก

\r\n\r\n

13.00 น. ขอพรพ่อท่านคล้าย วาจาสิทธิ์ วัดช้างกลาง

\r\n\r\n

          นอกจากวัดพระธาตุ ซึ่งเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ คู่บ้าน คู่เมืองแล้ว  อีกหนึ่งวัดที่อยากไปเที่ยวชม คือ วัดช้างกลาง หรือชาวนครเรียกว่าวัดพ่อท่านคล้าย ซึ่งตั้งอยู่ในอำเภอช้างกลาง  ซึ่งอยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ 56 กิโลเมตร  ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมงกว่า ซึ่งอาจจะดูไกลจากตัวเมืองออกไปซักหน่อย แต่ถ้าได้แวะมาเที่ยวในเส้นทางนี้ เรียกได้ว่าคุ้มค่า เพราะระหว่างทางจะได้เห็นวิวทิวทัศน์ ที่เป็นภูเขาและป่าไม้ที่เขียวขจีตลอดทาง มองแล้วสดชื่น หากฝนตกจะได้เห็นสายหมอกลอยคลอเคลียระหว่างเขา  บรรยากาศคล้ายเที่ยวในภาคเหนือ

\r\n\r\n

16.00 น. แวะชมวิว สูดอากาศบริสุทธิ์ ที่จุดชมวิวเขาธง

\r\n\r\n

          ระหว่างทางกลับ แวะจุดชมวิวเขาธง  ซึ่งตั้งอยู่บ้านเขาธง อำเภอลานสกา ไม่ไกลจากหมู่บ้านคีรีวง  ถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวใหม่ ที่ทางจังหวัดนครศรีธรรมราชภูมิใจนำเสนอ มีวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม และเป็นสถานที่สูดอากาศที่บริสุทธิ์ เป็นอีกหนึ่งจุดชมวิวที่มีป้ายเขียนว่า อากาศดีที่สุดในประเทศไทย

\r\n\r\n

          บริเวณจุดชมวิว มีร้านกาแฟบรรยากาศบ้านๆ น่านั่งจิบกาแฟดื่มด่ำไปกับเสียงทักทายของธรรมชาติ  ด้านล่างของจุดชมวิวเป็นสำธารน้ำใสสามารถเดินลงไปชมได้

\r\n\r\n

          จบทริปเดินทางเที่ยว นคร  1 วัน  แวะเที่ยวได้หลายแห่ง  ถึงเวลาเย็นย่ำก็เดินทางกลับไปพักผ่อนยังที่พักในตัวเมือง  อิ่มทั้งบุญ อิ่มท้องอิ่มธรรมชาติ  ลองเพลนท่องเที่ยว ในตัวเมืองและอำเภอใกล้เคียงแบบเบาๆ ก็เข้าที   

\r\n 42 44543 นครศรีธรรมราช ภาคใต้ เเบกเป้ หิ้วกล้อง ท่องคีรีวง หมู่บ้านคีรีวง ป็นชุมชนเก่าแก่กว่า 300 ปี ชาวบ้านอยู่อาศัยกันแบบญาติพี่น้อง พึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน และจะยึดหลักอาชีพทำสวนผลไม้ เป็นชุมชนต้นแบบในการจัดการธุรกิจท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ได้รับรางวัลยอดเยี่ยม อุตอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ปี2541

06:00 น.                    

\r\n\r\n

          ออกเดินทางจากตัวเมืองนครศรีธรรมราช ตามทางหลวงหมายเลข 4016 จากนั้นเลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 4015 บริเวณกิโลเมตรที่ 9 เลี้ยวขวาเข้าหมู่บ้านคีรีวง เข้าไป 9 กิโลเมตร หรือขึ้นรถสองแถวจากตลาดยาว ในอำเภอเมือง มีรถออก ตั้งแต่เวลา 07.00-16.00 น. ราคา 20 บาท

\r\n\r\n

07:00 น.       

\r\n\r\n

          แวะเช่าจักรยานปั่นบ้าน นายทั่ง ตั้งอยู่ใกล้กับสะพานคีรีวง  (อัตราค่าเช่าอยู่ที่วันละ 50 บาท) พร้อมกับจิบกาเฟ ชิมขนมหวานและรับประทานอาหารเช้าเบาๆ ภายใต้บรรยากาศฟินๆ บ้านนายทั่ง

\r\n\r\n

8:00 น.

\r\n\r\n

          ปั่นจักรยานมุ่งตรงไปสะพานบ้านคีรีวง อีกหนึ่งแลนด์มาร์คที่ทุกคนต้องแวะมาถ่ายภาพคู่กัน

\r\n\r\n

8:20 น.

\r\n\r\n

          ปั่นจักรยาน ชมวิวสวยๆตลอดคลองท่าดี น้ำไหลที่มาจากภูเขาด้านบนเทลงมาเป็นสายดูสวยงามมาก  น้ำใส มองเห็นปลา 

\r\n\r\n

09:00 น.

\r\n\r\n

           แวะชมงานฝีมือ ทดลองทำ และช็อปปิ้งสินค้าประจำกลุ่มต่างๆ ทั้งกลุ่มมัดย้อม  กลุ่มใบไม้ กลุ่มสมุนไพร กลุ่มลายเทียนผ้าบาติกธรรมชาติ

\r\n\r\n

12:00 น.

\r\n\r\n

          แวะรับประทานอาหารมื้อเที่ยง ร้านอาหารก๋วยจับนางงาม

\r\n\r\n

13:30 น.

\r\n\r\n

          ลงเล่นน้ำใสๆ ตลอดคลองท่าดี คีรีวงศ์

\r\n\r\n

16:00 น. 

\r\n\r\n

       เดินทางกลับสู่ตัวเมืองนครศรีธรรมราช 

\r\n\r\n

 

\r\n 43 44582 ชลบุรี ภาคตะวันออก เส้นทางท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวล (Tourism for All)ชลบุรี "การท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวลเข้าถึงอย่างเท่าเทียม"" หรือ “Tourism for All” " "

\r\n" 44 44566 ชลบุรี ภาคตะวันออก เส้นทางสายกองทัพ ท่องเที่ยวเพลินใจสายทหาร บนเส้นทางสายกองทัพภาคตะวันออก "

\r\n" 45 44725 ชลบุรี ภาคตะวันออก เสน่ห์เมืองชล สีสันของการท่องเที่ยวชุมชนคือการที่เราได้เข้าไปสัมผัสและเรียนรู้ถึงวิถีของแต่ละชุมชน อัทธยาศัยไมตรีและรอยยิ้มของผู้คนคือเสน่ห์มัดใจ ให้คนต่างถื่นมาหน้าหลายตาต้องกลับมาเยือนครั้งแล้วครั้งเล่า "

\r\n" 46 45232 หนองคาย ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ปั่นจักรยานสุขใจชมเมือง เบิ่งธรรมชาติ สัมผัสวิถีชีวิตริมแม่น้ำโขง ปั่นจักรยานสุขใจ ชมเมือง เบิ่งธรรมชาติ สัมผัสวิถีชีวิตเรียบง่ายริมแม่น้ำโขง (Riding on Bicycle viewing town and nature along Mekhong riverside to enccounter local lifestyle)

เส้นทางการปั่นจักรยาน ริมแม่น้ำโขง ท่านจะได้ทั้งความสดชื่นพร้อมกับดื่มด่ำบรรยากาศเส้นทางจักรยานสายเลียบแม่น้ำโขงสุดโรแมนติก เส้นทางจากสะพานมิตรภาพไทย-ลาว ผ่านตลาดท่าเสด็จ วัดลำดวน ประติมากรรมแลนด์มา์คพญานาคคู่ สัยลักษณ์ใหญ่ของจังหวัดหนองคาย จนถึงพระธาตุกลางน้ำ

\r\n 47 44969 ชลบุรี ภาคตะวันออก เส้นทางท่องเที่ยวกลุ่มครอบครัวพื้นที่ชลบุรี : เส้นทางที่ 3 แหล่งท่องเที่ยวในจังหวัดชลบุรีมีความหลากหลาย เหมาะกับทุกเพศทุกวัย เหมาะแก่การใช้เวลาว่างในวันหยุดเพื่อครอบครัวอย่างแท้จริง "

\r\n" 48 44870 ชลบุรี ภาคตะวันออก เส้นทางท่องเที่ยว Man-made attraction 01 " Man-made attraction ความหมาย คือ แหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น แหล่งท่องเที่ยวหรือกิจกรรทการท่องเที่ยวที่ดัดแปลงหรือสร้างขึ้นโดยมนุษย์ ซึ่งในชลบุรีมีแหล่งท่องเที่ยวประเภทนี้มากมากหลายที่ด้วยกัน" "

\r\n" 49 44733 ชลบุรี ภาคตะวันออก วิถีพอเพียง สำหรับคนที่เชื่อมั่นและศรัทธาในศาสตร์ที่พระราชามอบไว้ให้กับประชาชน ทริปนี้ไม่ควรพลาดเด็ดขาด "

\r\n" 50 45778 นครศรีธรรมราช ภาคใต้ "ยลเสน่ห์ ""ปากพนัง"" เที่ยวตลาดร้อยปี ซื้อรังนกของดี ล่องแม่น้ำสุดชิลล์" “ปากพนัง” เป็นอำเภอเล็กๆ ที่เป็นเสน่ห์ของจังหวัดนครศรีธรรมราช ที่อยากแนะนำให้ผู้ที่ผ่านไปมาได้ลองหาโอกาสแวะเข้ามาเยี่ยมชมดูสักครั้ง รับรองทุกคนจะติดตรา ฝังใจ ปลื้มมิรู้ลืม

06.00 น. ออกเดินทาง

\r\n\r\n

          ขับรถไปตามถนนเส้นหลัก หมายเลข 4013 เส้นทางนครศรีฯ - ปากพนัง ระยะทาง 38.6 กิโลเมตร ใช้เวลา ประมาณ 42 นาที

\r\n\r\n

06:45 น. พักรับประทานอาหารเช้า เบาๆ 

\r\n\r\n

          "ร้านขนมยิ้มซีฟู้ด"  ที่มีเมนูเด็ดๆหลายอย่าง ทั้งติ่มซำ ข้าวต้ม อาหารซูฟู้ดส์ 

\r\n\r\n

08:00 น. มุ่งหน้าไปตลาดสดปากพนัง

\r\n\r\n

          มีของดีขายมากมาย ตั้งแต่ผักพื้นบ้าน เช่นมันขี้หนู แห้วพื้นบ้าน และที่สำคัญ สุดยอดของฝากจากเมืองปากพนังก็คือ “ไข่ปลากระบอกแดดเดียว” และ “ปลากระบอกร้า” 

\r\n\r\n

09:00 น. มุ่งหน้าไปคอนโดนกนางแอ่น

\r\n\r\n

          บริเวณริมแม่น้ำปากพนัง ซึ่งมีคอนโดนกนางแอ่นไม่ต่ำ 100 แห่ง ที่สามารถสร้างธุรกิจมูลค่ามหาศาลจากการจำหน่ายรังนก 

\r\n\r\n

12:00 น. พักรับประทานอาหารมื้อเที่ยงที่ "เตี๋ยวเข้าท่า ช้าหน่อยแต่อร่อยเด็ด"

\r\n\r\n

          เมนูเด็ดคือ ก๋วยเตี๋ยวหมุมะนาว ที่จะปรุงแบบ ชามต่อชามใส่หม้อใบเล็กๆ เพื่อความสดใหม่อยู่เสมอ ใส่เครื่องปรุงทุกอย่างลงไปพร้อมสรรพ  รสชาติเหมือนต้มยำใส่มะนาวสด มาพร้อมกับหมูและไข่ยางมะตูม รสชาติแซบเวอร์ไม่ต้องปรุงรส 

\r\n\r\n

13:30 น. แวะสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ณ ธรรมสถาน "จิบเต็กเซี่ยงติ๊ง" มูลนิธิปากพนัง "จีบุ่งเกาะ"

\r\n\r\n

          เมื่อถึงบริเวณทางเข้า ก็สามารถสัมผัสได้ถึงบรรยากาศแบบจีนๆ เพราะที่นี่เขามีองค์พระอรหันต์จี้กงขนาดใหญ่ ยืนตระหง่านอยู่

\r\n\r\n

14:30 น. มุ่งหน้าไปตลาดน้ำย้อนยุคปากพนัง          

\r\n\r\n

          สถานที่ท่องเที่ยวที่พลาดไม่ได้ ริมฝั่งคลองบางฉลากซึ่งเชื่อมต่อกับแม่น้ำปากพนัง ขนานไปกับลำคลอง ใช้บ้านที่อยู่อาศัยที่เปิดเป็นร้านขายของต่างๆ  เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจเป็นอย่างมาก

\r\n\r\n

15:30 น. มุ่งหน้าไปยังถนนปากพนัง - หัวไทร เพื่อชม ปากพนัง วิลด์ พาร์ค

\r\n\r\n

           กังหันลม ปากพนัง สถานที่แปลกตาและสวยงามอย่างยิ่ง

\r\n\r\n

1ุ6:00 น. ล่องเรือปากพนัง 

\r\n\r\n

         ล่องเรือชมความงามของสายน้ำปากพนัง โดย ส.ภักดี ท่าน้ำนนท์ พาทัวร์ล่องเรือย้อนเวลาชมวิถีชีวิตริมสายน้ำปากพนัง ตามรอยสมเด็จพระพุทธเจ้าหลวงรัชกาลที่ 5 และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9

\r\n\r\n

18:00 น. เดินทางกลับสู่ตัวเมืองนครศรีธรรมราช

\r\n\r\n

          

\r\n 51 45607 ปัตตานี ภาคใต้ เส้นทางท่องเที่ยวพหุวัฒนธรรม (พุทธ มุสลิม จีน) "ปัตตานี เป็นเมืองที่มากด้วยความหลากหลาย มีการใช้ชีวิตท่ามกลางความแตกต่างตามวิถีของแต่ละกลุ่มชน แต่ละลัทธิความเชื่อ แต่อยู่ด้วยกันอย่างสงบสุข พื้นที่นี้เต็มเปี่ยมไปด้วยความศรัทธาท่ามกลางความเชื่อที่หลากหลาย เกิดเป็นสังคมพหุวัฒนธรรม ""พุทธ มุสลิม จีน"" " "

เส้นทางท่องเที่ยวพหุวัฒนธรรม (พุทธ มุสลิม จีน)

\r\n\r\n

๑. พุทธ - วัดมุจลินทวาปีวิหาร

\r\n\r\n

\r\n\r\n

          พ.ศ. ๒๓๘๘ พระยาวิเชียรภักดีศรีสงคราม ได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เป็นเจ้าเมืองหนองจิกและได้อพยพครอบครัวคนไทยมาจำนวนหนึ่ง พร้อมกันนี้ก็ได้นิมนต์พระอาจารย์พรหม ธมฺมธีโร ซึ่งเป็นพระอาจารย์ของท่านสมัยอยู่ยะหริ่งมาจำพรรษาที่ศาลาพักสงฆ์ท่ายะลอภายหลัง ปรากฏว่าสถานที่ดังกล่าวมีความไม่สะดวกหลายประการ เลยต้องย้ายวัด หาที่สร้างแห่งใหม่ พบเนินทรายขาวแห่งหนึ่ง มีต้นชะเมาใหญ่ปกคลุมเงียบสงัด เห็นเสือใหญ่นอนหันหน้าไปทางทิศตะวันออก (ตำนานกล่าวว่า ต่อมาเสือตัวนั้นได้หายไป) ท่านทั้งสองจึงถือเอานิมิตดังกล่าวเลือกเอาสถานที่นี้เป็นที่สร้างวัด ซึ่งเรียกกันว่า “วัดตุยง” ตามนามของหมู่บ้าน

\r\n\r\n

             สิ่งศักดิ์สิทธิ์และศาสนสถานอันเป็นประวัติศาสตร์ของวัด ประกอบด้วย ๑.พระพุทธรูปปางมารวิชัย สมัยเชียงแสน (สิงห์หนึ่ง) ขนาดหน้าตักกว้าง ๑ เมตร ๔ นิ้ว ๒.พระเจดีย์ใหญ่รูประฆังคว่ำ แบบลังกา ๓.ศาลารูปทรงไทย ก่ออิฐถือปูน มีพระนามาภิไธยย่อ จปร. ที่หน้าจั่ว ๔.กุฏิเจ้าอาวาส เดิมเป็นกุฏิชั้นเดียว ทรงไทย ทำด้วยไม้เนื้อแข็ง หลังเดียว อายุประมาณ ๑๑๐ ปี ๕.มณฑปหรือวิหารยอด สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๗ เป็นศาลาจตุรมุข จำลองมาจากปราสาทพระราชวังบางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา ๖.ศาลาจตุรมุข เป็นหอพระพุทธอภัยมงคลสามัคคีซึ่งเป็นพระพุทธรูปที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลปัจจุบัน ได้พระราชทานแก่ชาวปัตตานีเพื่อสักการบูชาเป็นที่พึ่งทางใจ ๗.หุ่นขี้ผึ้งหลวงพ่อดำ นนฺทิโย ทำด้วยขี้ผึ้ง ขนาดเท่าองค์จริง เป็นองค์แรกและองค์เดียวของภาคใต้ และ ๘.อนุสรณ์เจ้าพ่อเสือ สร้างไว้เพื่อระลึกถึงอดีตตามประวัติศาสตร์ของวัด

\r\n\r\n

พิพิธภัณฑ์หลวงพ่อดำ  
\r\n             พระสุทธิสมณวัตร หรือ พระอาจารย์วิชิต ชวนปฺญโญ เจ้าอาวาสวัดตุยง บอกวว่า วัดตุยง นอกจากเป็นศาสนสถานที่มีประวัติศาสตร์ความเป็นมายาวนานร่วม ๒ ศตวรรษ ทั้งในแง่ศิลปะ และเรื่องราวทางพุทธศาสนาแล้ว ยังเป็นจุดศูนย์กลางการศึกษาของเหล่าผู้ครองตนอยู่ในสมณเพศ มาตั้งแต่ครั้งพระยาวิเชียรภักดีศรีสงครามกับหลวงปู่พรหม ได้ร่วมกันสร้างวัดนี้ขึ้นมา จนกลายเป็นศูนย์รวมจิตใจที่สำคัญแห่งหนึ่งของพุทธบริษัทในภูมิภาคนี้ โดยได้รับคัดเลือกจากกรมการศาสนา กระทรวง  ศึกษาธิการให้เป็นวัดพัฒนาตัวอย่าง เมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๐  สิ่งหนึ่งที่น่าสนใจเข้าไปศึกษาหาความรู้ คือ พิพิธภัณฑ์พระราชพุทธิรังษี ที่สร้างขึ้น เพื่อเทิดเกียรติคุณของหลวงพ่อดำ ปัจจุบันใช้เป็นสถานที่ประดิษฐานหุ่นขี้ผึ้งหลวงพ่อดำ และเป็นที่เก็บรักษารวบรวมวัตถุโบราณอันล้ำค่าหายาก เพื่ออนุชนได้ศึกษา รู้คุณค่าในวิถีชีวิตของสังคมไทยในอดีต  ประกอบด้วยประเภทต่างๆ ดังนี้ พระพุทธรูปปางต่างๆ นาฬิกาสมัยโบราณ เครื่องหีบเก็บสิ่งของโบราณ แร่ธาตุเครื่องประดับทำด้วยเงิน รูปหนังตะลุง วัตถุมงคลเกจิอาจารย์ทุกจังหวัดทั่วประเทศ  ฯลฯ
   

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

๒. อิสลาม - มัสยิดกลางจังหวัดปัตตานี

\r\n\r\n

\r\n\r\n

              พ.ศ. ๒๔๙๗ รัฐบาลได้ตระหนักถึงความสำคัญของศาสนาอิสลามว่าเป็นศาสนาที่ประชาชนชาวปัตตานีส่วนใหญ่นับถืออย่างเคร่งครัดอันจะนำมาซึ่งสันติสุข ประกอบกับในพื้นที่สี่จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีประชากรนับถือศาสนาอิสลาม (มุสลิม) เป็นจำนวนมาก สมควรสร้างมัสยิดกลางที่มีขนาดใหญ่ และสวยงามขึ้นเพื่อเป็นศรีสง่าแก่ชาวไทยผู้นับถือศาสนาอิสลามทั่วประเทศตลอดจนเป็นสถานที่ประกอบศาสนกิจ ของชาวไทยมุสลิม จึงได้พิจารณาพื้นที่บริเวณริมถนนหลวงสายปัตตานี-ยะลา ตำบลอาเนาะรู อำเภอเมืองปัตตานี เนื้อที่ประมาณ ๓ ไร่ ๕๕ ตารางวา คณะรัฐมนตรีจึงได้อนุมัติงบประมาณสำหรับการก่อสร้างมัสยิดกลางปัตตานีขึ้น โดย ฯพณฯ พลตำรวจเอก เผ่า ศรียานนท์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยในสมัยนั้นได้เดินทางมาวางศิลาฤกษ์ เมื่อวันที่ ๖ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๐๐ เวลา ๑๐.๐๐ น. มัสยิดกลางแห่งนี้ใช้เวลาในการก่อสร้างและตกแต่งอย่างวิจิตรพิสดารเป็นเวลา ๙ ปีกว่าจะแล้วเสร็จ ต่อมาเมื่อวันที่ ๒๕ พฤษภาคม ๒๕๐๖ ฯพณฯ จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ นายกรัฐมนตรีในสมัยนั้นได้เดินทางมาประกอบพิธีเปิดอย่างเป็นทางการและมอบมัสยิดแห่งนี้ให้แก่ชาวไทยมุสลิมจังหวัดปัตตานี โดยให้ตั้งชื่อว่า “มัสยิดกลางจังหวัดปัตตานี”

\r\n\r\n

                        มัสยิดกลางจังหวัดปัตตานีสร้างเป็นตึกคอนกรีตเสริมเหล็กสองชั้น รูปทรงคล้ายกับ “ทัชมาฮาล” ประเทศอินเดีย ตรงกลางเป็นอาคารมียอดโดมขนาดใหญ่และมีโดมบริวาร ๔ ทิศ มีหอคอยอยู่สองข้างสูงเด่นเป็นสง่า บริเวณด้านหน้ามัสยิดมีสระน้ำสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ ภายในมัสยิดมีลักษณะเป็นห้องโถง มีระเบียงสองข้าง ภายในห้องโถงมีบัลลังก์ทรงสูงและแคบเป็นที่สำหรับ “คอฏีบ” ยืนอ่านคุฏบะฮ์ในการละหมาดวันศุกร์ หอคอยสองข้างนี้เดิมใช้เป็นหอกลางสำหรับตีกลอง เป็นสัญญาณเรียกให้มุสลิมมาร่วมปฏิบัติศาสนกิจ ต่อมาใช้เป็นที่ติดตั้งลำโพง เครื่องขยายเสียงแทนเสียงกลอง ปัจจุบันขยายด้านข้างออกไปทั้ง ๒ ข้าง และสร้างหอบัง (อะซาน) พร้อมขยายสระน้ำและที่อาบน้ำละหมาดให้ดูสง่างามยิ่งขึ้น ภายในมัสยิดประดับด้วยหินอ่อนอย่างสวยงาม

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

๓. จีน - ศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว (ศาลเจ้าเล่งจูเกียง)

\r\n\r\n

\r\n\r\n

                เป็นศาลเจ้าเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองปัตตานี ตั้งอยู่ใจกลางเมืองเก่า  เดิมเรียกตลาดจีนเมืองปัตตานี  สร้างในสมัยราชวงศ์เหม็ง  ศักราชบ้วนเละ ปีที่ ๒ ตรงกับ พ.ศ. ๒๑๑๗ สมัยสมเด็จพระมหาธรรมราชา   แห่งกรุงศรีอยุธยา เดิมเรียกว่า ศาลเจ้าซูก๋ง หรือศาลโจ๊วซูกง  เป็นศาลเจ้าประจำชุมชนชาวจีน มีองค์พระหมอ หรือโจ๊วซูกง มาเป็นเทพประธานประจำศาลเจ้า

\r\n\r\n

                   พ.ศ. ๒๔๐๗ หลวงสำเร็จกิจกรจางวาง (ตันจงซิ่น ) ได้ทำการบูรณะและจัดงานสมโภชเป็นประเพณีขึ้น ต่อมา พระจีนคณานุรักษ์ (ตันจูล่าย)  ได้อัญเชิญองค์เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว  จากบ้านกรือเซะมาประดิษฐาน และเรียกชื่อศาลเจ้าใหม่ว่า ศาลเจ้าเล่งจูเกียง หรือ ศาลเจ้าแม่ลิ่มกอเหนี่ยว สำหรับงานสมโภชมีประเพณี  แห่องค์พระ ลุยน้ำ ลุยไฟ  ซึ่งจะจัดในวันเพ็ญขึ้น ๑๕ ค่ำเดือน ๑ ของจีนตรงกับวันมาฆะบูชา ของทุกปี อาคารศาลเจ้าแม่ลิ่มกอเหนี่ยว  เป็นศาลเจ้าชั้นเดียวแบบจีน แบ่งเป็นโถงกลาง ปีกขวาและปีกซ้ายโถงกลางชั้นในมีแท่นบูชา ๓ แท่น  แท่นกลาง  คือ องค์พระหมอ หรือโจ๊วซูกง เป็นเทพประธาน ถือเป็นเทพเจ้าที่ช่วยปัดเป่าโรคภัยไข้เจ็บ   และเจ้าแม่ทับทิม (หม่าโจ๊วโป่ ) หรือ เจ้าแม่สมุทร แท่นบูชาทางด้านซ้าย  เป็นองค์ เจ้าแม่ลิ่มกอเหนี่ยว และน้องเจ้าแม่ฯ   เป็นเทพเจ้าแห่งโชคลาภและการค้าขาย แท่นบูชาทางด้านขวา  เป็นที่ประดิษฐานของ องค์เจ้าที่หรือแป๊ะกง   และเจ้าพ่อเสือ หรือตั่วเล่าเอี๊ย      เหนือประตูทางเข้าโถงกลาง จะมีหิ้งบูชา  องค์เจ้าที่ผู้รักษาประตู หรือหมึ่งซิ้ง เจ้าแม่ลิ่มกอเหนี่ยว เป็นเทพเจ้าแห่งโชคลาภและการค้าขาย มีประเพณีให้ยืมเงินขวัญถุง ซึ่งมีความเชื่อว่า ถ้ายืมเงินเจ้าแม่ฯเป็นขวัญถุง  จะทำให้ค้าขายเจริญรุ่งเรือง     การยืมเงินผู้ยืมต้องลงชื่อ และจ่ายเงินคืนเป็นจำนวน ๒ เท่าของเงินที่ยืม

\r\n\r\n

ประวัติองค์เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว     

\r\n\r\n

                     เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว กำเนิดในครอบครัวตระกูลลิ่ม สมัยพระเจ้าซื่อจงฮ่องเต้ แห่งราชวงศ์เหม็ง ประมาณ พ.ศ. ๒๐๖๕ - ๒๑๐๙ มีพี่ชายชื่อ ลิ่มโต๊ะเคี่ยม  รับราชการอยู่มณฑลฮกเกี้ยน เมื่อบิดาถึงแก่กรรมลิ้มกอเหนี่ยว ต้องเฝ้าดูแลมารดาเพียงลำพัง   เนื่องจากลิ่มโต๊ะเคี่ยม ถูกขุนนางใส่ร้ายว่าสมคบกับโจรสลัดญี่ปุ่นเข้าปล้นตีเมืองตามชายฝั่ง  จึงถูกทางราชการประกาศจับ และได้หลบหนีออกจากประเทศจีนกับพรรคพวกไปอาศัยอยู่ที่เกาะไต้หวัน  ต่อมาได้นำสินค้ามาขายที่ประเทศไทย ขึ้นท่าสุดท้ายที่เมืองปัตตานี บ้านกรือเซะ   และมีความรู้เป็นนายช่าง ผู้หล่อปืนใหญ่ ๓ กระบอก  คือศรีนครี  มหาลาลอ  และนางพระยาตานี ให้เจ้าเมืองปัตตานี ขณะนั้นเป็นที่พอพระทัยมาก จึงยกพระธิดาให้สมรสด้วย โดยลิ้มโต๊ะเคี่ยม ยอมเปลี่ยนมานับถือศาสนาอิสลาม

\r\n\r\n

            บรรดาคนจีนสมัยนั้น ได้ทราบซึ้งถึงความกตัญญู ซื่อสัตย์ และรักษาคำมั่นสัญญา  ไปกราบไหว้บูชา ต่อมาฮวงซุ้ย และต้นมะม่วงหิมพานต์ ได้เกิดนิมิตรและอภินิหาร ให้ชาวบ้านที่ไปบนบาน หายเจ็บไข้ได้ป่วย และมีโชคลาภ ทำมาค้าขายเจริญรุ่งเรือง เป็นที่เคารพสักการะ มาจนบัดนี้ไม่ได้มีการย้ายฮวงซุ้ยแต่อย่างใด ต่อมาได้นำเอาต้นมะม่วงหิมพานต์  มาแกะสลักเป็นองค์เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวประดิษฐานไว้ในศาลเจ้าที่บ้านกรือเซะ  ตำบลตันหยงลุโล๊ะ  ให้ประชาชนสักการะบูชาด้วย  

\r\n\r\n

                     เมื่อประมาณ ปี พ.ศ. ๒๔๒๗  พระจีนคณานุรักษ์ (ตันจูล่าย)  ซึ่งเป็นหัวหน้าชุมชนจีนขณะนั้น เห็นว่าศาลเจ้าซึ่งประดิษฐานเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว ที่หมู่บ้านกรือเซะ ชำรุดเก่าและอยู่ห่างไกลเป็นระยะทางถึงประมาณ ๘ กิโลเมตร จากเมือง จึงได้อัญเชิญองค์เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว  จากบ้านกรือเซะมาประดิษฐานที่ศาลเจ้าโจวซูกงซึ่งอยู่ในตลาดจีนเมืองปัตตานี   และเรียกชื่อศาลเจ้าใหม่ว่า ศาลเจ้าเล่งจูเกียง หรือ  ศาลเจ้าแม่ลิ่มกอเหนี่ยว  มาจนทุกวันนี้

\r\n" 52 46373 ปัตตานี ภาคใต้ เส้นทางสายศรัทธา วัฒนธรรมจีน อีกหนึ่งความเชื่อของพี่น้องคนไทยเชื้อสายจีนในจังหวัดปัตตานีที่สืบต่อทางวัฒนธรรมกันมายาวนาน คือเทศกาลกตัญญูคู่ฟ้ามหาสมโภชเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวและงานประเพณีสมโภชองค์เทพเจ้าเล่าเอี๊ยะก๋ง จะจัดขึ้นในเวลาใกล้เคียงกันคือ ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 "

เส้นทางสายศรัทธา วัฒนธรรมจีน

\r\n\r\n

1. เทศกาลกตัญญูคู่ฟ้า มหาสมโภชเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว

\r\n\r\n

\r\n\r\n

          ในวันขึ้น15 ค่ำ เดือน 3 ของทุกปี จะมีงานสมโภชเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวโดยจังหวัดปัตตานีจะให้ความสำคัญกับงานนี้ เป็นพิเศษ งานสมโภชนี้จะมีความยิ่งใหญ่มโหฬารมีประชาชนจากต่างจังหวัดของไทยและจาก ประเทศเพื่อนบ้านเดินทางหลั่งไหลมาชมงานนมัสการเจ้าแม่กันอย่างเนืองแน่น ปกติจะมีการจัดงานประมาณ 7 วัน 7 คืน นับตั้งแต่วันขึ้น 8 ค่ำ เดือน 3 บรรดาร้านค้ามาเปิดขายของคล้ายๆ กับงานประจำปีทั่วๆ ไปมหรสพ 2 อย่างที่จะขาดเสียมิได้ คือ งิ้ว และมโนห์รา งิ้วและมโนราห์จะจัดให้แสดงบนโรงถาวรหน้าศาลเจ้า เพราะถือว่าเจ้าแม่ชอบดูศิลปะการแสดงทั้ง 2 อย่างนี้มาก นอกจากนี้ยังมีการเชิดสิงโต หนังกลางแปลงจอยักษ์ และอื่นๆ อีกมากมาย

\r\n\r\n

           คืนวันขึ้น 14 ค่ำ บริเวณงานจะยิ่งคึกคักเป็นพิเศษ เพราะผู้คนจะหลั่งไหลมาอย่างเต็มที่ ทางมูลนิธิเทพปูชนียสถานจะจัดการแสดงต่างๆ ที่เร้าใจผู้คนมากยิ่งขึ้น เช่น จัดแห่มังกร นครสวรรค์ และจุดพลุตระการตา ภายในศาลเจ้าผู้คนจะเบียดเสียดยัดเยียดเข้าสักการะเจ้าแม่เด็กๆ วัยรุ่น ผู้ใหญ่ วัยฉกรรจ์ ตระเตรียมจองคานหามกันคึกคัก เพื่อร่วมพิธีอันสำคัญยิ่งของงานที่จะเริ่มต้นเช้าตรู่ไปจนถึงเที่ยงวันรุ่ง ขึ้น นั่นคือ การแห่พระรอบเมือง และการหามและลุยไฟตอนเช้าตรู่ของวันขึ้น 15 ค่ำ ท่ามกลางเสียงกลอง และเสียงประทัดประดังจนแสบแก้วหู ขบวนคานหามเริ่มทยอยออกจากศาลเจ้า โดยธรรมเนียมปฏิบัติ พระหมอจะเป็นคานหามนำ ตามด้วยคานหามเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว เป็นอันดับ 2 แล้วจึงต่อด้วยคานหามพระองค์อื่นๆ ตามความเหมาะสม

\r\n\r\n

          

\r\n\r\n

2.ประเพณีสมโภชองค์เทพเจ้าเล่าเอี๊ยะก๋ง

\r\n\r\n

\r\n\r\n

             วันแรม 2 ค่ำ และ 3 ค่ำ เดือน 3 หรือขึ้น 15 ค่ำเดือนหนึ่งของจีน ศาลเจ้าเล่าเอี๊ยะกง จะมีการจัดงานประเพณีสมโภชองค์เทพเจ้าเล่าเอี๊ยะกง เพื่อระลึกถึงการลอยทะเลมาขึ้นฝั่งขององค์พระ ในงานจะมีการแบกเกี้ยวหามองค์พระที่ประดิษฐานในศาลเจ้า เพื่อลุยน้ำทะเลและลุยไฟเป็นการภายในศาลเจ้าตี่ฮู้อ่องเอี๊ยะ องค์พระตี่ฮู้อ่องเอี๊ยะ แสดงถึงปาฏิหาริย์ ความศักดิ์สิทธิ์ และความอัศจรรย์ขององค์พระ

\r\n" 53 46739 ชลบุรี ภาคตะวันออก จากเกาะสีชังถึงบางแสน เกาะสีชังและชายหาดบางแสนมีระยะทางที่ไม่ไกลกันนัก แต่หลากหลายไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ เหมาะกับการเที่ยวชมทั้งครอบครัว "

\r\n" 54 47083 ตาก ภาคเหนือ เส้นทางท่องเที่ยว อำเภอเมืองตาก-อำเภอบ้านตาก-อำเภอสามเงา แบบ 1 วัน --หนึ่งวันก็เที่ยว อำเภอเมืองตาก-อำเภอบ้านตาก-อำเภอสามเงา ของจังหวัดตากได้--

เช้าตรู่  ออกเดินทางไปสักการะศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช  และเดินทางไป  อ.บ้านตาก  ก่อนถึงทางแยกเข้า  อ.บ้านตาก  แวะชมผลิตภัณฑ์สินค้า  OTOP  ณ  หมู่บ้านปากร้องห้วยจี้  มีสินค้า  OTOP  หลากหลายประเภท  เช่น  หมวก , น้ำตาลสด , เสื้อผ้าพื้นเมือง  ให้เราเลือกซื้อเป็นของฝาก  จากนั้นเดินทางไปวัดพระบรมธาตุบ้านตาก  โดยใช้เส้นทางหมายเลข  1107  ไปกราบสักการะหลวงพ่อทันใจ  และกราบสักการะพระบรมธาตุ  และเจดีย์ยุทธหัตถี  เมื่อขอพรเสร็จแล้วเดินทางไป  อ.สามเงา  เพื่อชมความสวยงามของเขื่อนภูมิพล  แวะกราบไหว้พระธาตุ  ผาสามเงา  สิ่งศักดิ์สิทธิ์อง  อ.สามเงา  จากนั้นไปชมความสวยงามและความยิ่งใหญ่ของเขื่อนภูมิพลที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย  และเดินทางกลับมา  อ.เมืองตาก  โดยเส้นทางหมายเลข  1  ก่อนถึง  อ.เมืองตาก  แวะเที่ยวชมสินค้าและแหล่งผลิตครกหินแม่สลิด  และแวะชมฟอสซิลต้นไม้กลายเป็นหินยาวที่สุดในโลก  ณ  วนอุทยานแห่งชาติไม้กลายเป็นหิน  อ.บ้านตาก  และเดินทางกลับเข้าที่พัก  อ.เมืองตาก

\r\n 55 46959 สุราษฎร์ธานี ภาคใต้ บ้านพุมเรียง ถิ่นกำเนิดพุทณทาส ชายหาดงามตา ลูกปัดล้ำค่า เพลินตาผ้าไหม อนุสารีย์ปืนใหญ่ ถูกใจอาหารทะเล "

เส้นทางตามรอยท่านพระพุทธทาสภิกขุ

\r\n\r\n

(ปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่ทางศาสนาของไทย)

\r\n\r\n

พุทธทาสภิกขุ นักปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่ท่านี้ได้รับการยกย่องจสกองค์การ UNESCO ให้เป็นบุคคลสำคัญด้านการศึกษาศาสนา วัฒนธรรม และสันติภาพของโลกผู้ก่อตั้งสวนโมกขพลาราม สถานที่ปฏิบัติธรรมที่มีชื่อเสียง 

\r\n\r\n

วัดอุบล (วัดนอก)

\r\n\r\n

วัดอุปสมบทของท่านพุทธทาส เมื่อท่านพระพุทธทาสอายุครบ 20 ปี ได้เข้ารับการอุปสมบทเป็นพระภิกษุที่วัดนอก ต่อมาวัดนอกยุบรวมกับวัดพุมเรียง ทำใไ้วัดอุบลเหลือเพียงอุโบสกถ์หลังเดียวในปัจจุบัน

\r\n\r\n

วัดตระพังจิก (สวนโมกข์เก่า)

\r\n\r\n

สถานปฏิบัติธรรมของท่านพุทธทาส วัดตะพังจิกเคยเป็นวัดป่ารกร่าง ท่านพุทธทาสภิกขุ ซึ่งเสาะแสวงหาสถานที่เงียบสงบสำหรับใช้ปฏิบัติธรรม จึงได้บูรณะวัดแห่งนี้ขึ้นใหม่ให้ชื่อว่า สวนโมกขพลาราม แปลว่า สวนป่าอันเป็นกำลังแห่งความหลุดพ้น

\r\n\r\n

แหล่งผ้าไหมพุมเรียง

\r\n\r\n

แวะชมและเลือกซื้อผ้าไหมพุมเรียง สินค้าพื้นเมือง มีสฃลวดลายที่สวยงาม มีเอกลักษณ์เป็นผ้ายกดิ้นเงินและดิ้นทอง ปัจจุบันการทอผ้าไหม เป็นการทอแบบอุตสาหกรรม มีเพียงบ้านหวันมุกดา ซึ่งยังคงการทอกี่แบบดั้งเดิมที่ห่ได้ยาก

\r\n\r\n

บ้านปลา ธนาคารปู

\r\n\r\n

เยี่ยมชมโครงการดีๆ ที่เกิดจากความร่วมมือของคนในชุมชน ที่ช่วยกันอนุรักษ์ทรัพยากรของคนในชุมชน ที่ช่วยกันอนุรักษ์ทรัพยากรที่นี้รับฝากปูม้าไข่นอกกระดองจากชาวประมง เพื่อดูแลให้ปูวางไข่ได้สำเร็จ

\r\n\r\n

เกาะเสร็จ และคลองใหญ่พุมเรียง

\r\n\r\n

ล่องเรือจากชายฝั่งแหลมโพธิ์ออกไปเพียง 30 นาที จะไปถึง เกาะเสร็จ เกาะเล็กๆ ที่เป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำ และเป็นที่พักพิงยามมรสุมของชาวเล ผู้มาเยือนสามารถเล่นน้ำทะเล วิ่งจับปูลม ปลูกป่า หรือเรียนรู้การเก็ยหอย คราดหอย

\r\n\r\n

ของฝากจากบ้านพุมเรียง

\r\n\r\n

ไข่หมก เป็นอาหารขึ้นชื่อ การนำไข่เป็กมาผสมกบไข่หมกเครื่องปรุงตามสูตรโบราณ นำมาย่างไปอ่อนๆ

\r\n\r\n

น้ำพริกปูม้า เป็นน้ำพริกแห้งชนิดหนึ่งนิยมรับประทาน ทำจากเนื้อปูม้า เหมาะกับการับประทานผักสด

\r\n\r\n

ขนมบอก เป็นขนมพื้นบ้านของชาวมุสลิมที่หาทานได้ยากแป้งสูตรพิเศษของที่นี้เท่านั้น

\r\n\r\n

 

\r\n" 56 45386 สมุทรสงคราม ภาคกลาง สมุทรสงคราม เมืองสายน้ำ...สามเวลา (1วัน) สมุทรสงครามเป็นเมืองท่องเที่ยวใกล้กรุงเทพ 1 ใน “12 เมือง ต้องห้าม..พลาด” คำนิยามของสายน้ำสามเวลา คือ วิถีชีวิตของคนที่นี่ใช้สายน้ำในการดำเนินชีวิต เช้าขึ้นมาก็ใช้เรือในการสัญจร กลางวันก็ใช้ในการล่องเรือชนสถานที่ต่างๆ ตกเย็นมาก็ล่องเรือชมหิ่งห้อย

เวลา 07.30 น.  พร้อมกัน ณ จุดนัดหมาย ออกเดินทางสู่จังหวัดสมุทรสงคราม

\r\n\r\n

เวลา 09.00 น.   ชมตลาดน้ำท่าคา ตลาดนัดยามเช้า ซึ่งชาวบ้านยังคงติดตลาดทางน้ำ โดยพายเรือมาแลกเปลี่ยนซื้อขายสินค้าทางเกษตร และของกินมากมาย อาทิ หอยทอด ก๋วยเตี๋ยวน้ำแดง ก๋วยจั๊บ ขนมถ้วย ขนมครก    เป็นต้น รวมทั้งมีของที่ระลึกจำหน่ายอีกด้วย ตลาดน้ำท่าคา เปิดทุกวันขึ้น-แรม 2 ค่ำ , 7 ค่ำ , 12 ค่ำ และวันเสาร์-อาทิตย์

\r\n\r\n

เวลา 10.30 น.   ชมตลาดน้ำบางน้อย เลือกซื้อสินค้าผลิตผลจากสวน ขนมและอาหารพื้นบ้าน เช่น ข้าวผัดปลาทูโบราณผัดไทย โรตีแต้จิ๋ว ก๋วยเตี๋ยวน้ำแดง กาแฟโบราณ เป็นต้น เดินชมบรรยากาศบ้านไม้เก่าแก่และร้านค้าต่างๆ เลียบคลองบางน้อย ชุมชนที่ยังคงเสน่ห์วิถีชีวิตชาวบ้านริมน้ำอย่างไม่ต้องปรุงแต่ง

\r\n\r\n

เวลา 12.00 น.   รับประทานอาหารกลางวัน

\r\n\r\n

เวลา 13.30 น.   ล่องเรือชมวิถีชีวิตริมสองฝั่งแม่น้ำแม่กลอง พร้อมผ่อนคลายไปกับการนวดบนเรือ

\r\n\r\n

เวลา 15.30 น.   ชมโครงการอัมพวา ชัยพัฒนานุรักษ์ โครงการที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มีพระราชดำริให้สำนักงานมูลนิธิชัยพัฒนานำหลักการพัฒนาในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิสังคม และ พระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง เป็นแนวทางและหลักการดำเนินงาน เดินชมสวนยกร่อง ต้นอัมพวาบ้านครูเอื้อ การทำน้ำตาลมะพร้าว เรือนแถวไม้ริมคลองอัมพวา และชมตลาดน้ำยามเย็นอัมพวา กับบรรยากาศเรือนแถวไม้ริมคลอง พร้อมเลือกซื้อสินค้านานาชนิด และรับประทานอาหารเย็น

\r\n\r\n

เวลา 18.30 น.   ล่องเรือชมหิ่งห้อยยามค่ำคืน

\r\n\r\n

เวลา 20.00 น.   เดินทางกลับโดยสวัสดิภาพ

\r\n\r\n

**หมายเหตุ   กำหนดการอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม

\r\n 57 46675 ชลบุรี ภาคตะวันออก เส้นทางท่องเที่ยวกลุ่มครอบครัวพื้นที่ชลบุรี เส้นทางที่ 6 แหล่งท่องเที่ยวอันหลากหลาย รอคุณและครัวมาเยี่ยมชม และใช้เวลาวันหยุดอันแสนมีค่าของคุณ อย่างคุ้มค่าทุกนาที "

\r\n" 58 46652 นนทบุรี ภาคกลาง อำเภอปากเกร็ด อำเภอปากเกร็ด เป็นอำเภอเก่าแก่และสำคัญของจังหวัดนนทบุรี เกาะเกร็ดเป็นแหล่งที่สัมผัสกับวัฒนธรรมของชาวรามัญ

อำเภอปากเกร็ด เป็นอำเภอเก่าแก่และสำคัญของจังหวัดนนทบุรี เกาะเกร็ดเป็นแหล่งที่สัมผัสกับวัฒนธรรมของชาวรามัญโดยเริ่มจาก วัดปรมัยสักการะพระพุทธประจำจังหวัดนนท์ ถ้าเดินทางช่วง วันเสาร์ - อาทิตย์ จะเป็นสถานที่จำหน่ายสินค้าของชุมชนตลอดไปเส้นทางจนถึง วัดไผ่ล้อม และวัดเสาธงทอง ลัดเลาะไปตามถนนจะเป็นสวนผักพื้นบ้าน ผ่านมายังวัดศาลากุล ซึ่งที่มีอายุมากคู่กับเกาะเกร็ดเดิมชาวบ้านจะเรียกอีกอย่างว่า เกาะศาลากุล เป็นมาเรื่อยๆ จะผ่านชุมชนมุสลิมแวะเยี่ยมชมการทำผ้าบาติกลัดเลาะผ่านไปยังสนเกร็ดพทุธเป็นสวนผักผ่อนแบบธรรมชาติฯ
\r\n ไปถึงวัดฉิมพลีสุทธาวาสกราบพระขอพร และเดินทางต่อไปยังศูนย์แสดงสินค้า OTOP ชมเครื่องปั่นดินเผา ระหว่างทางจะมีการทำขนมหวานและชนมมงคลซึ่งจะมีให้ชม ชิม ที่เกาะเกร็ดนี้ 

\r\n 59 46667 ชลบุรี ภาคตะวันออก เส้นทางท่องเที่ยวกลุ่มครอบครัวพื้นที่ชลบุรี เส้นทางที่ 5 แหล่งท่องเที่ยวอันหลากหลาย รอคุณและครัวมาเยี่ยมชม และใช้เวลาวันหยุดอันแสนมีค่าของคุณ อย่างคุ้มค่าทุกนาที "

\r\n" 60 46651 ชลบุรี ภาคตะวันออก บางแสน..แสนสุข บางแสน เมืองชายทะเลที่ไม่ได้มีดีแค่ทะเล....แหล่งท่องเที่ยวอีกหลากหลาย อาหารทะเลมากมายรอคุณอยู่ "

\r\n" 61 46625 ชลบุรี ภาคตะวันออก เส้นทางท่องเที่ยววันหยุดยาว หยุดยาวไม่อยากเดินทางไกล ชลบุรีเราพร้อมต้อนรับท่านและครอบครัว กับแหล่งท่องเที่ ร้านอาหาร ที่พัก ที่เหมาะกับทุกคนในครอบครัว "

\r\n" 62 46612 ชลบุรี ภาคตะวันออก ชมทะเลเกาะล้าน "หากคุณเป็นอีกหนึ่งคนที่กำลังมองหาสถานที่ท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจ ท้องฟ้าใส ๆ สีน้ำทะเลสวยๆ อยู่ล่ะก็ เราขอแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวสุดฮอตอย่าง ""เกาะล้าน"" เพราะทะเลแสนสวย สายน้ำใส ๆ แถมอยู่ใกล้กรุงเทพฯ อีกด้วย " "

\r\n" 63 46596 ชลบุรี ภาคตะวันออก เส้นทางท่องเที่ยวกลุ่มครอบครัวพื้นที่ชลบุรี เส้นทางที่ 4 'เกาะสีชัง' เที่ยวง่าย วันเดียวก็เที่ยวได้ แถมอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ เดินทาง 2 ชั่วโมงถึง ชื่อสีชัง แต่ถ้าคุณได้มารับรองไม่มีชังแน่นอน "

\r\n" 64 44843 ชลบุรี ภาคตะวันออก เส้นทางท่องเที่ยวเกาะแสมสาร เกาะแสมสาร หนึ่งในเกาะท่องเที่ยวยอดนิยมใกล้กรุงเทพฯ และกำลังเป็นที่รู้จักในหมู่นักท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะความสวยงามของเกาะที่ขึ้นชื่อว่าทะเลสวย น้ำใส ปะการังอุดมสมบูรณ์ แถมยังอยู่ไม่ไกลจากฝั่ง "

\r\n" 65 44810 ชลบุรี ภาคตะวันออก ท่องเที่ยวชุมชนตะเคียนเตี้ย ใครจะไปรู้ว่า “พัทยา”เมืองที่แสนจะดูทันสมัย นั้นมีแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศ และแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ที่อิงอยู่กับชุมชนและดำเนินการโดยชาวบ้านในชุมชนด้วย "

\r\n" 66 46443 ยะลา ภาคใต้ ท่องเที่ยวสุขใจที่เมืองยะลา ศาลหลักเมืองยะลาและสวนขวัญเมืองยะลา วงเวียน1 และวงเวียน2

ศาลหลักเมือง city Pillar Shrine

\r\n\r\n

ตั้งอยู่ใจกลางวงเวียนหน้าศาลากลางจังหวัดยะลา ช่วงเดือนพฤษภาคมทุกปีจะมีงานสมโภชเจ้าพ่อหลักเมือง ซึ่งเป็นงานเทศกาลประจำปีที่ใหญ๋แห่งหนึ่งของภาคใต้ นอกจากเป็นที่เคารพสักการะแล้ว ยังเป็นจุดศูนย์กลางของผังเมืองด้วย

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

สวนขวัญเมือง (พรุบาโกย)

\r\n\r\n

เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจของคนทั่วไป เดิมเรียก พรุบาโกย จากที่ลุ่มน้ำท่วมขัง แล้วปรับเปลี่ยนมาเป้นสวนสาธาร๊ณะในแบบทะเลเทียม ร่วมรื่นด้วยแมกไม้นานา เหมาะสำหรับพักผ่อนหย่อนใจ

\r\n 67 47932 สุราษฎร์ธานี ภาคใต้ เลม็ด ชมพระธาตุไชยา เรัยนรู้นาข้าวหอม ช้อปไข่เค็มไชยา ฟังธรรมะพุทธทาส "

กลุ่มวิสาหกิจชุมชนไข่เค็ม

\r\n\r\n

เป็นไข่เค็มไชยาระดับ OTOP 4 ดาว มัคคุเทสก์ชุมชนเลม็ดจะให้ความรู้และลองทำไข่เค็มด้วยตัวเอง

\r\n\r\n

วิถีชาวนา และข้าวหอมไชยา

\r\n\r\n

เลม็ดเป็นพื้นที่กำเนิดข้าวหอมไชยาข้าวพันธ์ุพื้นเมืองซึ่งมีกลิ่นหอม จนมีคำกล่าวว่า "เมื่อข้าวออกรวงมีกลิ่นหอมไปทั่วทุ่ง เวลาหุงหอมไปทั่วบ้าน" ซึ่งผู้มาเยือนจะได้เรียนรู้ขั้นตอน การทำนา รวมถึงเกร็ดพิธีกรรมสนุกๆ จากชาวนาตัวจริง รับรองว่าน่าทึ่งตั้งแต่เพาะเมล็ดไปจนถึงการสีข้าว

\r\n\r\n

สวนโมกขพลาราม

\r\n\r\n

หากคุณกำลังแสวงหาความสงบ สวนโมกข์ เป็นหนึ่งในสถานที่ปฏิบัติธรรมที่ตอบความต้องการนี้ได้ สถานที่แห่งนี้ตั้งขึ้นโดยท่านพุทธทาสภิกขุ ผู้เป็นนักปราชญ์สำคัญคนหนึ่งของโลกด้านคติธรรมคำสอนในรูปแบบต่างๆ

\r\n\r\n

วัดพระบรมธาตุไชยาราชวิหาร

\r\n\r\n

เป็นโบราณสถานสำคัญแห่งหนึ่งของประเทศและยังเป็นสถานที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ หากอยากเรียนรู้ประวัติศาสตร์ไชยา ลองแวะเยี่ยมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติไชยา จัดแสดงโบราณวัตถุที่ค้นพบในเมืองไชยาเก่ามากมาย นอกจากนี้บริเวณใกล้เคียงยังมี เจดีย์วัดแก้วและเจดีย์วัดหลงเป็นโบราณสถานที่สำคัญร่วมสมัยกับพระบรมธาตุไชยาอีกด้วย

\r\n\r\n

สินค้าพื้นเมืองและของที่ระลึก

\r\n\r\n

ไข่เค็มไชยา จากไข่เป็ดในชุมชนไข่แดงมัน หอม รสชาติอร่อย สะอาด ได้รับรองมาตรฐาน อย.และอาลาล

\r\n" 68 47942 สุราษฎร์ธานี ภาคใต้ ท่าฉาง ฟาร์มหอยหอยแครง แหล่งกุ้งกุลาดำ แห่น้ำประจำปี ประเพณีแข่งเรือ ล้นเหลือนาข้าว มะพร้าวหมากพลู งามหรูธารน้ำร้อน อนุสรณ์พ่อท่านแบน หมื่นแสนตาลโตนด ของโปรดเคยกุ้ง "

ฟาร์มสเตย์ที่พักสุดชิลล์กลางทะเล

\r\n\r\n

บริเวณอ่าวท่าฉางมีพื้นที่สัมปทานทำฟาร์มหอยแครงอยู่เป๋นจำนวนมาก ไกด์ชุมชนจะพาไปสัมผัสชีวิตชาวเลในฟาร์มหอยแครง เริ่มจากล่องเรือตามคลองท่าฉางไปออกทะเล ระหว่างทางชมความงามของป่าชายเลนอันสมบูรณ์ บ้านพักเฝ้าคอกหอยของชาวท่าฉาง เป็นบ้านยกสูงหลังคาค่อนข้างใหญ่ ลมเย็นสบาย

\r\n\r\n

บ่อน้ำร้อนและโคลนดำ

\r\n\r\n

บริเวณสำนักสงฆ์ธารน้ำร้อนมีบ่อน้ำแร่ร้อนธรรมชาติ ล้อมรอบไปด้วยป่าชายเลนเงียบสงบที่ยังคงเป็นธรรมชาติ เหมาะสำหรับผ่อนคลาย น้ำแร่ร้อนสามารถแช่เท้าบรรเทาอาการปวดเมื้อยช่วยให้ระบบไหลเวียนโลหิตดีขึ้น และที่ห้ามพลาดคือ พอกบำรุงผิวด้วยโคลนดำละเอียดที่อยู่บริเวณบ่อแร่น้ำร้อนช่วยให้ผิวมีความชุ่มชื่นและดูสดใสขึ้น

\r\n\r\n

สินค้าพื้นเมืองและของที่ระลึก

\r\n\r\n

ต้องชิม ขนมจั้ง เป็นขนมพื้นบ้านที่ทำจากข้าวเหนียวห่อใบไผ่ แล้วจึงนำไปต้มจนได้เนื้อสัมผัสเหนียวนุ่ม นำมาจิ้มรับประทานกับน้ำตาลโตนด หรือน้ำตาลอื่นๆตามชอบ เอกลักษณ์ของขนมจั้งท่าฉางคือ มีกลิ่นหอมของใบไผ่ และยิ่งอร่อยขึ้นเมื่อกินคู่กับน้ำเชื่อมจากตาลโตนดท่าฉางแท้ 

\r\n\r\n

ลูกประคบสมุนไพร

\r\n\r\n

ลูกประคบ เป็นผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรของชุมชนท่าฉาง ใช้สำหรับนวดบรรเทาอาการต่างๆ ที่ศูนย์เรียนรู้ของกลุ่มสมุนไพรยังมีกิจกรรมน่าสนใจอีกมากเช่น การทำน้ำมันมะพร้าว การทำลูกประคบและการทำน้ำมันหอม

\r\n" 69 47956 ชลบุรี ภาคตะวันออก ชิม...ชิว...ชล จากแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงามแล้ว อาหารก็เป็นจุดเด่นอย่างหนึ่งของเมืองชล ซึ่งส่วนใหญ่ก็คงไม่พ้นอาหารทะเลสดและแห้งที่มีให้เลือกมากมาย แต่รู้ไหมว่ายังมีอาหารพื้นถิ่นเมืองชลอีกมากมายหลายอย่างที่หลาย ๆ คน อาจจะไม่รู้จัก และเราจทุกท่านมาลลองชิม "

\r\n\r\n

\r\n" 70 47952 สุราษฎร์ธานี ภาคใต้ บางใบไม้ ชมนก ตกปู่ ดูลิง หิ่งห้อย เที่ยวคลอง ล่องบาง "

หลวงพ่อข้าวสุกศูนย์รวมศักทธาบางใบไม้

\r\n\r\n

วัดบางใบไม้เป็นที่ประดิษฐาน หลวงพ่อข้าวสุก พระพุทธรูปปางสมาธิสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น พระคู่บ้านคู่เมืองของชาวบางใบไม้ ความไม่ธรรมดาของพระพุทธรูปองค์นี้คือองค์พระมีส่วนผสมของข้าวสุกก้นบาตรซึ่งเป็นที่มาของฉายาอยู่ด้วย

\r\n\r\n

ล่องคลองมองวิถีบางใบไม้

\r\n\r\n

พลาดไม่ได้ที่จะล่องเรือสัมผัสวิถีชีวิตชาวในบางและชมความอุดมสมบูรณ์ของพืชนานาพันธ์ตลอดแนวสองฝั่งคลอง ฟังเรื่องราวน่าสนใจจากมัคคุเทศก์ชุมชน แวะชมเคล็ดลับการทำน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นบริสุทธิ์ เลือกซื้อผลิตภัณฑ์บำรุงผิวและสปาที่ผลิตจากมะพร้าวเรียนรู้การทำน้ำส้มจากและน้ำผึ้งจากของดีชุมชนที่สืบทอดภูมิปัญญามาจากรุ่นสู่รุ่น ดื่มด่ำกับบรรยายกาศอย่างเต็มที่่ยังได้ความรู้ใหม่ๆ

\r\n\r\n

ตลาดน้ำชุมชน

\r\n\r\n

เดินชมตลาดนัด มีสินค้าจากชาวบ้านบางใบไม้และชุมชนใกล้เคียงมาวางขาบ ทั้งอาหารพื้นบ้าน ขนมหวาน พืช ผัก ผลไม้สดจากสวน การแสดงพื้นบ้าน หนังตะลุงจากเยาวชนบางใบไม้ ทุกวันอาทิตย์ เวลา 09.00-17.00 น.

\r\n\r\n

ลอดอุโมงต้นจาก

\r\n\r\n

กิจกรรมต้องห้ามพลาด นั่งเรือแจวลอดอุโมงค์ต้นจาก อุโมงค์จากธรรมชาติที่ต้นจากลู่ใบเข้าหากันเป็นซุ้มยาวหลายร้อยเมตร

\r\n\r\n

ของฝากจากบางใบไม้

\r\n\r\n

น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น ผลิตภัณฑ์ OTOP ไร้สารเจือปนด้วยกรรมวิธีผลิตที่มรมาตรฐาน สามารถใช้ดื่ม กิน บำรุง และนวดเพื่อสุขภาพ

\r\n\r\n

น้ำส้มจาก น้ำผึ้งจาก สิ้นค้าที่ได้จากการนำน้ำหวานของยอดทะลายจากมาเคี่ยวให้มีรสหวานจนได้ น้ำผึ้งจาก หรือจะนำมาใส่ยีสต์และหัวเชื้อ หมักจนได้ที่กลายเป็น น้ำส้มจาก

\r\n" 71 47972 สุราษฎร์ธานี ภาคใต้ ทัวร์เขื่อนเชี่ยวหลาน ล่องเรือ เล่นน้ำ ชมธรรมชาติ พร้อมอาหารกลางวันแบบเซ็ตท้องถิ่น ทัวร์ได้ทั้งแบบคู่รัก และแบบกลุ่มเพื่อนสนิท เที่ยวเขื่อนเชี่ยวหลาน 1 วัน คุ้มค่า ปลอดภัย ผ่อนคลายกับธรรมชาติ บนผืนน้ำสีเขียวมรกตที่คุณต้องแปลกใจ "

กุ้ยหลินเมืองไทย (เขาสามเกลอ)

\r\n\r\n

ลักษณะเด่น เป็นภูเขาหินปูนทรงแหลม 3 ลูกตั้งเรียงกัน ตั้งสง่าอยู่บนผืนน้ำสีเชียวมรกตอันงดงาม พร้อมฟังประวัติความเป็นมาจากไกด์ท้องถิ่น ก่อนที่เขื่อนแห่งนี้จะถูกสร้าง บริเวณแถบนี้ ใต้น้ำเคยเป็นวัดและสุสาน พร้อมทั้งแวะถ่ายรูปเก็บภาพความประทับใจ

\r\n\r\n

วังปลา ณ แพนางไพร

\r\n\r\n

เข้าชมความสวยงามของฝูงปลาตะเพียนหางแดง และปลายักษ์จำนวนมาก แหวกว่ายรอบแพพร้อมให้นักท่องเที่ยวเดินป่าศึกษาพรรณไม้หายาก และสัตว์ป่าหลายชนิด ในเขอรักษาพันธ์ุสัตว์ป่าคลองแสง ป่าดิบชื้นพื้นใหญ่ ถ้าโชคดีอาจเจอนกเงือกขนาดใหญ่หายาก หน้าตาประหลาด พร้อมทั้งฟังเรื่องราวสํญลักษณ์ของ รักแท้จากไกดืท้องถิ่น ระยะทางประมาณ 1.5 กิโลเมตร

\r\n\r\n

ทะเลใน 500 ไร่ สีเขียวมรกต

\r\n\r\n

เริ่มต้นนั่งแพยนต์ ชื่นชมกับขุนเขาหินปูนสลับซับซ้อนที่สูงเสีอกฟ้า อวดสายตาผู้มาเยือนทุกท่าน ใช้เวลาเดินทางประมาณ 10 นาที จนถึงหน้าทางขึ้นถ้ำปะการัง

\r\n\r\n

ถ้ำปะการัง

\r\n\r\n

เข้าชมความงามของถ้ำประเภทหินงอกหินย้อย ที่มีรูปสวยแปลกตาให้จินตการไปตลอดทาง พร้อมกับการนำทางของไกด์ทัวร์ในพื้นที่ เหตุที่ชื่อถ้ำปะการังก็เพราะว่า มีลักษณะคล้ายปะการังโผล่ ขึ้นมากกลางถ้ำ คาดว่ามีอายุมากกว่า 400 ล้านปี

\r\n" 72 48509 สุโขทัย ภาคเหนือ ท่องเที่ยวเชิงนิเวศและผจญภัย การท่องเที่ยวเชิงนิเวศเป็นการท่องเที่ยวในด้านการสัมผัสกลิ่นไอธรรมชาติแน้วผจนภัย "

\r\n\r\n

\r\n\r\n

\r\n" 73 48999 ยะลา ภาคใต้ อัยเยอร์เวงแลนด์ ต.อัยเยอร์เวง เป็นตำบลหนึ่งของอำเภอเบตง ซึ่งเมือ่เดินทางจากตัวเมืองยะลาได้ จะถือว่าเป็นต.แรกก่อนเข้าเมืองเบตง โดยตำบลอัยเยอร์เวงมีสถานที่ท่องเที่ยวและกิจกรรมที่หลากหลาย เหมาะสำหรับผู้รักการผจฐภัยและรักธรรมชาติ ที่จะเห็นความงามของธรรมชาติที่แท้จริง

ต.อัยเยอร์เวงมีกิจกรรมการท่องเที่ยว ที่หลากหลาย เช่น

\r\n\r\n

สะพานแขวนแตปุซุ เป็นสะพานที่อยู่คู่กับชาวอัยเยอร์เวง โดยกำนันมูเซ็ง แตปูซู เป็นผู้บุกเบิกต.อัยเยอร์เวง ชมทัศนียภาพที่สวยงามของแม่นำปัตตานี

\r\n\r\n

น้ำตกเฉลิมพระเกียรติ ร. 9 เป็นแหล่งท่องเที่ยวท่ี่สำคัญของอัยเยอร์เวง เพราะมีธรรมชาติที่สวยงาม สวยน้ำเย็นฉ่ำ

\r\n\r\n

นอกจากน้มีกิตกรรมการดูวิธีการผลิตกาแฟโบราณของเบตง ซึ่งเป็นกาแฟพื้นเมืองอีกด้วย

\r\n\r\n

ตื่นเช้ามาดื่มดำกับทะเลหมอกอัยเยอรฺเวง  หลังจากนั้นไปหมู่บ้านจุฬาภรณ์พัฒนา 10 เพื่อชมต้นไม้ยักษ์ นี่คือ อัยเยอร์เวงแลนด์

\r\n 74 49271 ยะลา ภาคใต้ เล่าเรื่องเมืองเบตง เล่าเรื่องเมืองเบตง

เมืองเบตง

\r\n\r\n

สักการะพระพุทธรูปทองสัมฤทธิ์องค์ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ตั้งอยู่ที่วัดพุทธาธิวาส ขนาดหน้าตักกว้าง 9.99 เมตร สูง14.29 เมตร น้ำหนักประมาณ 40 ตัน

\r\n\r\n

ตู้ไปรษณีย์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก สัญลักษณ์ของเมืองเบตง สร้างขึ้นใในปี2467 โดยได้สร้างขึ้นที่บริเวณสี่แยกหอนาฬิกาใจกลางเมืองเบตงเป็นรูปวงกลมทรองกระบอกแยกได้เป็น 2 ส่วน คือส่วนฐานและส่วนตัวตู้ คือ 2.9 เมตร นับจากฐานขึ้นไปรวมความสูงของตู้ด้วย วัดได้ 3.2 เมตร

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

อุโมงค์เบตงมงคลฤทธิ์ อุโมงค์รถยนต์ลอดภูเขาแห่งแรกของประเทศไทย ตั้งอยู่ ณ บริเวณถนนอมรฤทธิ์ตัดกับถนนภักดีดำรงค์ ก่อสร้างด้วยถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก มีระยะทางยาว 273 เมตร กว้าง 9 เมตร สูง 7 เมตร ผิวการจราจรคู่กว้าง 7 เมตร

\r\n 75 48055 สุราษฎร์ธานี ภาคใต้ เกาะสมุย ทะเล หาดทราย สายลม และแสงแดด ที่เกาะสมุย "

วัดพระใหญ่ (เกาะฟาน)

\r\n\r\n

วัดพระใหญ่ หรือ Big Buddha ที่ชาวต่างชาติเรียกกัน ตั้งอยู่ที่หาดบางรักษ์ เกาะสมุย อยู่ทางตอนเหนือของเกาะ ถือเป็นหนึ่งในวัดคู่บ้านคู่เมืองสมุย และเป็นจุดท่องเที่ยวสำคัญสำหรับนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวเกาะสมุยทุกคนจะต้องแวะมาสักการะขอพร เพื่อเป็นสิริมงคล เมื่อขึ้นบันไดไปจนสุดสามารถมองเห็นวิวของหาดบ่อผุดและมองไปเห็นเกาะพงันได้

\r\n\r\n

วัดปลายแหลม 

\r\n\r\n

หรือวัดสุวรรณาราม อยู่ทางตอนเหนือของเกาะสมุยใกล้ๆกับวัดพระใหญ่ เป็นวัดเก่าแก่สร้างตั้งแต่ปี พ.ศ. 2483 ปัจจุบันบูรณะและมีการสร้างสถาปัตยกรรมร่วมสมัยหลายอย่าง เช่น เจ้าแม่กวนอิม พระสังกัจจายน์จุดชมวิวลาดเกาะ

\r\n\r\n

จุดชมวิวลาดเกาะ

\r\n\r\n

เป็นจุดชมวิวที่ได้รับความนิยมมากบนเกาะสมุย เพราะเดินทางง่าย สามารถมองเห็นวอวของทะเลสมุยและชายหาดหินตา-หินยาย

\r\n\r\n

หินตา-หินยาย

\r\n\r\n

เป็นสถานที่ที่มีชื่อเสียงของเกาะสมุยเป็นหินธรรมชาติรูปร่างคล้ายสัญลักษณ์เพศชายและเพศหญิง อยู่บริเวณหาดละไม

\r\n\r\n

วัดคุณาราม (หลวงพ่อแดง)

\r\n\r\n

เป็นหนึ่งในวัดและสถานที่ท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่อบนเกาะสมุย

\r\n" 76 49700 ยะลา ภาคใต้ วัดถ้ำสวย รวยไม้ยางพารา ล้ำค่าหินอ่อน กระท้อนรสดี เมืองแห่ง พหุวัฒนธรรมโดยแท้ เพราะความหลากหลายในวิถีชีวิตของผู้คนที่ประกอบไปด้วยมุสลิม พุทธ จีน ที่ดำรงอยู่อย่างยาวนาน

ศาลหลักเมือง ตั้งอยู่ใจกลางวงเวียนหน้าศาลากลางจังหวัด ช่วงเดือนพค. ทุกปี จะมีงานสมโภชเจ้าพ่อหลักเมือง ซึ่งเป็นงานสมโภชเจ้าพ่อหลักเมือง ซึ่งเป็นเทศกาลประจำปีที่ใหญ๋แห่งหนึ่งของภาคใต้ และเป็นจุดศูนย์กลางของผังเมืองด้วย

\r\n\r\n

สวนขวัญเมือง เป้นที่พักผ่อนหย่อนใจของคนทั่วไป เดิมเรียกพรุบาโกย จากที่ลุ่มท่วมขัง แล้วปรับเปลี่ยนมาเป็นสวนสาธารณะในทะเลเทียม ร่มรื่นด้วยแมกไม้นานานพรรณ

\r\n\r\n

มัสยิดกลางยะลา ตั้งอยู่ในเขตชุมชนตลาดเก่า หรือ มัสยิดเราฏอตุลยันนะ เมื่อปี 2468 นายอุสมาน ดอเฮะ ได้ซื้อที่ดินแปลงหนึ่งในเขตตบลสะเตง เนื้อที่ประมาณ 250 ตารางวา เมื่อซื้อที่ดิน บอกว่าใครจะสร้างมัสยิด ข้าพเจ้าจะยอกที่ดินให้

\r\n\r\n

ถ้ำศิลป์ ตั้งอยู่ที่ ม.2 ตำบลหน้าถ้ำ ห่างจากวัดคูหาภิมุข วัดหน้าถ้ำ ประมาณ 2 กม. ด้วยถนนลาดยางจนถึงเชิงเขามีบันไดให้นักท่องเที่ยวเดินขึ้นไปยังปากถ้ำได้โดยสะดวก จุเเด่นอยู่ที่ จิตรกรรมบนฝาหนังในสมัยก่อนประวัติศาสตร์ เป็นภาพคนล่าสัตว์ เขียนด้วยสีดำ และจิตกรรมสมัยประวัติศาสตร์ที่เป็นภาพพระพุทธประวัติ คาดว่าเขียนด้วยยุคศรีวิชัย

\r\n\r\n

สนามช้างเผิอก หรือสนามโรงพิธีช้างเผือก เคยใช้เป็นสถานที่ ประกอบพิธีน้อมเกล้า ถวายช้างเผือก พระเศวตรสุรคชาธาร ให้เป็นช้างเผือกคู่พระบารมีของพระบาทสมเด็จพระอยู่ รัชกาลที่ 9 เมื่อ 9 มีนาคม 2511 

\r\n 77 47254 นนทบุรี ภาคกลาง เกาะเกร็ด เกาะเกร็ดเป็นแหล่งที่สัมผัสกับวัฒนธรรมของชาวรามัญโดยเริ่มจาก วัดปรมัยสักการะพระพุทธประจำจังหวัดนนท์ ถ้าเดินทางช่วง วันเสาร์ - อาทิตย์ จะเป็นสถานที่จำหน่ายสินค้าของชุมชนตลอดไปเส้นทางจนถึง วัดไผ่ล้อม


\r\nล่องเรือไหว้พระ 9 วัดรอบเกาะเกร็ด จังหวัดนนทบุรี เป็นกิจกรรมท่องเที่ยว  

\r\n\r\n

1.วัดใหญ่สว่างอารมณ์         6.วัดฉิมพลี 

\r\n\r\n

2.วัดบางจาก                       7.วัดกลางเกร็ด

\r\n\r\n

3.วัดเสาธงทอง                   8.วัดเชิงเลน

\r\n\r\n

4.วัดไผ่ล้อม                        9.วัดท่าอิฐ

\r\n\r\n

5.วัดปรมัยยิกาวาสวรวิหาร   10.วัดแสงสิริธรรม

\r\n\r\n

     สงสัยมั้ยว่าทำไมรายชื่อวัดถึงได้มี 10 ชื่อ ทั้งนี้ก็เป็นการเผื่อเอาไว้ บางคนเดินทางมาไกลไม่ได้เอารถส่วนตัวมาต้องกลับรถเมล์ รถสองแถว ก็ให้ลงวัดท่าอิฐ จะต่อรถได้สะดวกกว่าไม่ต้องกลับไปที่วัดใหญ่สว่างอารมณ์เพราะรถประจำทางมีน้อยและคอยนาน ดังนั้นก็จะไม่ได้ไปวัดแสงสิริธรรมวัดที่ 10 นั่นเอง

\r\n 78 49861 ประจวบคีรีขันธ์ ภาคกลาง กินลม ชมหาด ขี่ม้า ย้อนเวลาที่หัวหิน หากพูดถึงแหล่งท่องเที่ยวตากอากาศที่ไม่ไกลจากเมืองกรุงนัก เชื่อได้ว่าทุกคนต้องมาย้อนรำลึกถึงบรรยากาศของหาดทราย ชายทะเล และขี่ม้าที่หัวหินแน่นอน "

\r\n" 79 50372 สุโขทัย ภาคเหนือ ท่องเที่ยวชุมชนบ้านกล้วย เรียนรู้วิถีชีวิตชุมชน คนบ้านกล้วย ชมการทำตู้ไม้สักทองลายโบราณของสุโขทัย ลิ้มรสขนมหม้อแกง ชมทะเลหลวง เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง นมัสการหลวงพ่อโตพุทธชินวัตร "

\r\n" 80 50539 ประจวบคีรีขันธ์ ภาคกลาง เที่ยวชายแดน ชมพิพิธภัณฑ์ กินลมชมวิว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นจังหวัดที่อยู่ตอนล่างสุดของภาคกลาง มีพื้นที่ติดกับจังหวัดที่อยู่ตอนบนของภาคใต้นั่นคือจังหวัดชุมพร จึงนับว่าประจวบคีรีขันธ์เป็นประตูก่อนสู่จังหวัดภาคใต้ และทิศตะวันตกติดกับพม่า "

\r\n" 81 50517 นนทบุรี ภาคกลาง เที่ยวตามเส้นทางรถไฟสายสีม่วง รถไฟฟ้าสายสีม่วง มานั่งรถไฟฟ้าสายสีม่วงไปเที่ยวนนทบุรี กัน มีที่เที่ยวดี ๆ เด่น ๆ เพียบ เดินทางง่ายและสะดวกขึ้นอีกเยอะ "

1. สถานีแยกติวานนท์ : หาของอร่อยลงท้อง ณ ท่าน้ำนนท์
\r\n          วันหยุดว่าง ๆ ถ้าอยากหาของกินแบบจัดเต็ม สุดคุ้มสุดอร่อย ต้องไม่พลาดไปเดินเที่ยวแถวท่าน้ำนนท์ ซึ่งนอกจากจะเป็นศูนย์กลางในการเดินทางด้วยเรือด่วนเจ้าพระยาแล้ว ที่นี่ยังเป็นแหล่งของกินแนวสตรีทฟู้ดที่อร่อยมาก ๆ อีกด้วย มีขายตลอดทั้งวัน อาหารก็มีหลากหลายแบบทั้งของคาวของหวาน อาทิ ก๋วยจั๊บคุณน้อย, นนท์ตำแหลก, เป็ดพะโล้ข้างโรงจำนำ, นนท์เบเกอรี่, เกาเหลาเมืองนนท์, โอ้โหปังปัง 85 องศา, นายจิวหมูแดง หมูกรอบ, ขนมหวานเพชรเมืองนนท์ เป็นต้น
\r\n          การเดินทาง : นั่งรถไฟฟ้าสายสีม่วง ลงสถานีแยกติวานนท์ แล้วเดินย้อนลงไปทางถนนติวานนท์ ฝั่งตรงข้ามของบิ๊กซี ติวานนท์ แล้วนั่งรถโดยสารประจำทางต่อไปยังท่าน้ำนนท์ หรือใช้บริการแท็กซี่
\r\n
\r\n2. สถานีศูนย์ราชการจังหวัดนนทบุรี : ไหว้ศาลหลักเมืองจังหวัดนนทบุรี และเดินชิล ๆ ใน อุทยานมกุฏรมยสราญ
\r\n          มาทำบุญเอาฤกษ์เอาชัยกันสักหน่อย เริ่มต้นด้วยการไหว้พระขอพรที่ศาลหลักเมืองนนทบุรีกันก่อน โดยศาลหลักเมืองแห่งนี้จะตั้งอยู่ภายในศูนย์ราชการจังหวัดนนทบุรี ถนนรัตนาธิเบศร์  อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของชาวนนท์ การมาไหว้ขอพรที่นี่ก็เสมือนการบอกกล่าวให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองเราตลอดการเดินทางนั่นเอง และในบริเวณใกล้เคียงกันยังมีอุทยานมกุฏรมยสราญ จัดสร้างเป็นสวนสาธารณะที่ร่มรื่น กว้างขวาง บรรยากาศสดชื่น มีกิจกรรมให้ได้ทำหลากหลายแบบ จึงเหมาะมาก ๆ สำหรับการมาเดินเล่นพักผ่อน หรือจะมาออกกำลังกายก็ได้เช่นกัน
\r\n
\r\n          การเดินทาง : นั่งรถไฟฟ้าสายสีม่วงลงสถานีศูนย์ราชการนนทบุรี
\r\n
\r\n3. สถานีสะพานพระนั่งเกล้า : เที่ยวชมเกาะเกร็ด

\r\n\r\n

          เกาะเกร็ด ที่เที่ยวอันมีชื่อเสียงอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดนนทบุรี นักท่องเที่ยวสามารถนั่งรถไฟฟ้าสายสีม่วงมาลงที่สถานีสะพานพระนั่งเกล้า แล้วเช่าเหมาเรือไปเที่ยวชมเกาะเกร็ด หรือจะนั่งรถแท็กซี่ต่อไปยังท่าเรือของวัดสนามเหนือ ซึ่งเป็นท่าเรือที่ข้ามไปยังเกาะเกร็ด ภายในเกาะเกร็ดจะมีร้านค้า ร้านอาหาร และวัดวาอาราม พร้อมทั้งบ้านเรือนเก่าแก่ของคนในชุมชนให้ได้เดินเที่ยวชม
\r\nจากนั้นนักท่องเที่ยวสามารถที่จะนั่งเรือชมรอบ ๆ เกาะ โดยเรือนำเที่ยวจะพาไปยังบ้านขนมหวานอันมีชื่อเสียงของเกาะ แล้วพาวนชมธรรมชาติของเกาะไปเรื่อย ๆ แต่ถ้าใครอยากเที่ยวชิล ๆ ก็สามารถเช่าจักรยานปั่นชมรอบ ๆ เกาะได้อีกด้วย
\r\n
\r\n          การเดินทาง : จากสถานีสะพานพระนั่งเกล้า ให้ใช้บริการเช่าเรือหางยาวเหมาลำ หรือนั่งแท็กซี่ต่อไปยังวัดสนามเหนือ
\r\n
\r\n4. สถานีบางรักน้อยท่าอิฐ : ไหว้พระขอพรที่วัดใหญ่สว่างอารมณ์ ชมตลาดน้ำเพลิน ๆ
\r\n
\r\n          วัดใหญ่สว่างอารมณ์ เป็นอีกหนึ่งวัดสำคัญของจังหวัดนนทบุรี ตั้งอยู่ที่ตำบลอ้อมเกร็ด อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี ตัววัดอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งตะวันตก ตรงข้ามเกาะเกร็ด นอกจากนักท่องเที่ยวจะมาไหว้พระขอพร ทำบุญให้สบายใจแล้ว ที่นี่ก็ยังมีตลาดน้ำให้ได้เดินเที่ยวชมและช้อปปิ้งกันอย่างจุใจ โดยเฉพาะอาหาร ที่มีของอร่อยให้เลือกกินมากมาย แต่ละอย่างอร่อยจนต้องยกนิ้วให้ และราคายังไม่แพงอีกด้วยโดยตลาดน้ำจะเปิดในทุกวันเสาร์-อาทิตย์ ตั้งแต่เวลาประมาณ 09.00-14.30 น. แต่ถ้าใครมีเวลามากพอ ก็ยังสามารถที่จะล่องเรือไหว้พระ 9 วัด ริมแม่น้ำรอบเกาะเกร็ด เป็นการใช้วันว่างที่สนุกสนานแน่นอน
\r\n
\r\n          การเดินทาง : ลงที่สถานีท่าอิฐ แล้วต่อรถแท็กซี่ไปยังวัดใหญ่สว่างอารมณ์
\r\n
\r\n5. สถานีบางพลู : ไหว้พระขอพรต่อที่วัดบางไผ่
\r\n          วัดบางไผ่ ตั้งอยู่ที่หมู่ 17 คลองบางไผ่ ตำบลบางรักใหญ่ อำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี มีความเก่าแก่และเป็นที่เคารพของชาวนนทบุรี นักท่องเที่ยวสามารถที่จะเข้าไปทำบุญไหว้พระ เดินเที่ยวชมสถาปัตยกรรมอาคารต่าง ๆ ภายในวัดได้ นอกจากนี้วัดบางไผ่ยังมีสำนักปฏิบัติธรรมให้ญาติโยมที่ต้องการปฏิบัติธรรมได้เข้าร่วมกิจกรรมด้วย
\r\n
\r\n          การเดินทาง : นั่งรถไฟฟ้าสายสีม่วงลงที่สถานีบางพลู แล้วเดินต่อไปตามถนนบางกรวย-ไทรน้อย ก็จะเจอกับซอยทางเข้าวัดบางไผ่
\r\n          เว็บไซต์และเฟซบุ๊ก : watbangpai.weebly.comเฟซบุ๊ก วัดบางไผ่พระอารามหลวง (สำนักปฏิบัติธรรม)
\r\n
\r\n6. สถานีสามแยกบางใหญ่ หรือสถานีตลาดบางใหญ่ : ช้อปต้นไม้ดอกไม้สวย ๆ บนถนนสายดอกไม้
\r\n
\r\n          ถนนสายดอกไม้ เป็นชื่อเรียกถนนกาญจนาภิเษก ช่วงตำบลเสาธงหิน อำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี ด้วยบริเวณทั้งสองฝั่งของถนนในช่วงนี้จะมีแต่ร้านขายต้นไม้ดอกไม้ และอุปกรณ์ตกแต่งสวน ซึ่งราคาจะไม่แพงมากนัก จึงทำให้แถวนี้เป็นแหล่งช้อปปิ้งต้นไม้ดอกไม้ที่สำคัญแถว ๆ ย่านบางใหญ่และพื้นที่ข้างเคียง ใครที่ชอบปลูกต้นไม้ หรืออยากไปเดินชิล ๆ ชมดอกไม้สวย ๆ ก็สามารถที่จะมาเดินเที่ยวเล่นได้ทุกวัน โดยส่วนใหญ่แล้วร้านค้าต่าง ๆ จะเปิดประมาณ 10.00-18.00 น.
\r\n
\r\n          การเดินทาง : นั่งรถไฟฟ้าสายสีม่วงลงสถานีสามแยกบางใหญ่ หรือสถานีตลาดบางใหญ่ แล้วเดินลงมาตรงถนนกาญจนาภิเษก เส้นที่จะมุ่งหน้าไปตลิ่งชัน
\r\n
\r\n7. สถานีตลาดบางใหญ่ : เดินช้อปปิ้งแบบเย็นสบายที่เซ็นทรัลพลาซา เวสต์เกต
\r\n          เซ็นทรัลพลาซา เวสต์เกต ห้างสรรพสินค้าที่สำคัญในย่านบางใหญ่ และยังเป็นศูนย์รวมสุดยอดไลฟ์สไตล์แห่งอนาคตของเอเชียอีกด้วย นั่นหมายความว่า ที่นี่จะรวมความบันเทิงไว้ให้เราได้เพลิดเพลินเพียบ เรียกได้ว่าครบในที่เดียวจริง ๆ ทั้งร้านอาหาร ร้านกาแฟ โรงภาพยนตร์ ศูนย์อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ศูนย์รวมการทำธุรกรรมทางการเงิน ศูนย์รวมความงาม และอื่น ๆ อีกมากมาย จะมาเที่ยววันไหนก็ได้รับความสนุกสนานไม่แพ้กัน
\r\n
\r\n          การเดินทาง : ลงที่สถานีตลาดบางใหญ่
\r\n          เวลาเปิด-ปิด : วันจันทร์-พฤหัสบดี ตั้งแต่เวลา 10.00-21.00 น. และวันศุกร์-อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 10.00-22.00 น.
\r\n         
\r\n8. สถานีคลองบางไผ่ : วัดเล่งเน่ยยี่ 2
\r\n          วัดเล่งเน่ยยี่ 2 หรือวัดบรมราชากาญจนาภิเษกอนุสรณ์ ตั้งอยู่ซอยเทศบาล 9 ตำบลบางรักพัฒนา อำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี เป็นวัดจีนที่คนไทยเชื้อสายจีนให้ความเคารพนับถือเป็นจำนวนมาก ซึ่งนอกจากความศักดิ์สิทธิ์ของเหล่าเทพต่าง ๆ แล้ว อาคารต่าง ๆ ภายในวัดยังสร้างอย่างสวยงาม มีสถาปัตยกรรมสไตล์จีน ออกแบบคล้ายกับพระราชวังเก่าแก่ของจีน 

\r\n\r\n

การเดินทาง : นั่งรถไฟฟ้าสายสีม่วงลงที่สถานีคลองบางไผ่ ลงทางออกที่ 1 แล้วต่อรถโดยสารประจำทางสาย 127 ไปจนสุดสาย เดินอีกนิดก็จะถึงวัด
\r\n          ที่ตั้ง : ซอยเทศบาล 9 ตำบลบางรักพัฒนา อำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี
\r\n          เวลาเปิด-ปิด : 08.00-17.00 น.

\r\n" 82 51518 นนทบุรี ภาคกลาง เส้นทางตลาดน้ำเมืองนนท์วันเดียวก็เที่ยวได้ เชิญเที่ยวชมตลาดน้ำในจังหวัดนนทบุรีใน 1 วัน

เชิญชมตลาดน้ำของเมืองนนทบุรี ทั้ง 6 ที่กันเลย 

\r\n\r\n

1.ตลาดน้ำประชารัฐวัดแคนอก

\r\n\r\n

2.ตลาดน้ำประชารัฐวัดโตนด 

\r\n\r\n

3.ตลาดน้ำประชารัฐสวนบัว

\r\n\r\n

4.ตลาดน้ำวัดตะเคียน

\r\n\r\n

5.ตลาดน้ำวัดโบสถ์(บน)

\r\n\r\n

6.ตลาดน้ำไทรน้อย

\r\n\r\n

โดยแต่ละตลาดจะมีความแตกต่างกันทั้งอาหาร บรรยากาศ

\r\n\r\n

การเดินตลาดน้ำของเราวันนี้ไม่ใช่แค่จะได้ชิมอาหารอร่อยๆกันแถมยังจะได้ทำบุญไหว้พระกันด้วย

\r\n\r\n

เพราะตลาดน้ำที่เรานำเสนอในวันนี้เป็นตลาดที่อยู่ในวัดนั่นเอง

\r\n\r\n

ในส่วนของระยะทาง

\r\n\r\n

จากตลาดน้ำประชารัฐวัดแคนอก ไป ตลาดน้ำประชารัฐวัดโตนด ใช้เวลา 17นาที ระยะทาง 12 กิโลเมตร

\r\n\r\n

จากตลาดน้ำประชารัฐวัดโตนด ไป ตลาดน้ำประชารัฐสวนบัว ใช้เวลา 20 นาที ระยะทาง 13.5 กฺิโลเมตร

\r\n\r\n

จาก ตลาดน้ำประชารัฐสวนบัว ไปตลาดน้ำวัดตะเคียน ใช้เวลา 25 นาที 15.1 กิโลเมตร

\r\n\r\n

จาก ตลาดน้ำวัดตะเคียน ไป ตลาดน้ำประชารัฐวัดโบสถ์บน ใช้เวลาเพียง3นาที ระยะทาง1.1กิโลเมตร

\r\n\r\n

จากตลาดน้ำประชารัฐวัดโบสถ์บนไปตลาดน้ำไทรน้อย 46 นาที 31กิโลเมตร 

\r\n\r\n

เดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัวจะสะดวกที่สุด

\r\n\r\n

 

\r\n 83 50742 นนทบุรี ภาคกลาง เส้นทางท่องเที่ยวทางน้ำ ท่องเที่ยวโดยเรือ จังหวัดนนทบุรี มีสถานที่ท่องเที่ยวติดแม่น้ำมากมาย

ท่องเที่ยวทางเรือ

\r\n\r\n

เริ่มจาก พิพิธพัณฑ์จังหวัดนนทบุรี เส้นทางต่อจากนี้จะพาไปเที่ยววัดที่อยู่ริมแม่น้ำในจังหวัดนนทบุรีกัน 1. วัดเฉลืมพระเกียรติ โดยระยะเวลาในการเดินทางคือ ประมาณ 10 นาที จากนั้นไปสักการะ ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองเพื่อความเป็นสิริมงคลกัน และต่อด้วย วัดแคนอก จากวัดเฉลิมพระเกียรติไปวัดแคนอก ระยะเวลา 15 นาที และไปต่อกันที่วัดใหญ่สว่างอารมณ์ ภายในวัดแคนอกและวัดใหญ่สว่าอารมณ์นั้นมีตลาดน้ำให้ช้อบซื้อของกินกันอีกด้วย และจากวัดใหญ่สว่าอารมณ์ ไปเกาะเกร็ด 10นาที ภายในเกาะเกร็ดก็จะมีของกินให้เลือกหลากหลายมาก มีทั้งคาวหวาน และยังมีวัดบนเกาะอีกหลายวัดอีกด้วย ต่อไปเป็นวัดสุดท้ายของทริปการท่องเที่ยวทางเรือของเราในวันนี้แล้ว คือวัดบางจาก 

\r\n 84 50854 ประจวบคีรีขันธ์ ภาคกลาง นมัสการพระพุทธรูปองค์โต เที่ยวชมธรรมชาติ """สามร้อยยอด"" มีแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และมีนักท่องเที่ยวไม่มากนัก จึงเหมาะกับนักท่องเที่ยวที่อยากจะหามุมพักผ่อนสงบ ๆ และที่สามร้อยยอดมีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย ทั้งชายหาด จุดชมวิว และการชมธรรมชาติ" "

\r\n" 85 51226 กาญจนบุรี ภาคกลาง เสริมบุญ สร้างกุศล สักการะพุทธสถาน ไหว้พระ 9 วัดดังในกาญจนบุรี เส้นทางศรัทธา ไหว้พระ 9 วัด "

เสริมบุญ สร้างกุศล สักการะพุทธสถาน ไหว้พระ 9 วัดดังในกาญจนบุรี

\r\n\r\n

วันที่1วัดถ้ำเสือ-วัดหินแท่นลำภาชี-วัดบ้านถ้ำ-วัดนางโน-

\r\n\r\n

วัดเมตตาธรรมโพธิญาณ-วัดถ้ำพุหว้า

\r\n\r\n

วัดถ้ำเสือ (อ.ท่าม่วง)

\r\n\r\n

อยู่ห่างจากเขื่อนแม่กลอง ประมาณ 5 กิโลเมตร ทางเข้าวัดต้องผ่านตัวเขื่อนแม่กลอง แล้วจะมีป้ายบอกเลี้ยวขวาไปประมาณ 2 กิโลเมตร
\r\nวัดนี้มีพระพุทธรูปปางประทานพรขนาดใหญ่อยู่บนยอดเขามีพุทธลักษณะที่สวยงามมาก และยังมีอุโบสถอัฏมุขเป็นลักษณะทรงไทยมีลวดลายสวยงามวิจิตรตระการตา ข้างๆ มีเจดีย์เกษแก้วมหาปราสาท ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถเดินหรือใช้รถรางขึ้นไปชมวิวทะเลสาบและเขื่อนแม่กลอง

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

\r\n\r\n

วัดหินแท่นลำภาชี (อ.ด่านมะขามเตี้ย)

\r\n\r\n

เป็นวัดที่มีการสร้างอุโบสถที่สวยงาม มีสมเด็จพระพุฒาจารย์ โต พรหมรังสี องค์ใหญ่เด่นตระหง่านอยู่หน้าโบสถ์ ส่วนอุโบสถที่สวยงามนี้เรียกว่า โบสถ์สำเภาแก้วร้อยล้าน ขนาบข้างด้วยเรืออนันตนาคราชลักษมี หนึ่งเดียวในประเทศไทย ณ วัดหินแท่นลำภาชี ต.หนองไผ่ อ.ด่านมะขามเตี้ย จ.กาญจนบุรี

\r\n\r\n

ภายในอุโบสถประดิษฐานพระพุทธรัตนมุนีศรีโสธร เป็นองค์ประธาน เบื้องหน้าสร้างพระพุทธรูปและพระอรหันต์ เสมือนพระพุทธเจ้า 28 พระองค์ พระอรหันต์ 80 พระองค์ ในบริเวณวัดยังมีหลวงพ่อทันใจ หลวงพ่อศิลา ให้ประชาชนกราบไหว้ขอพรได้อีกด้วย

\r\n\r\n

\r\n\r\n

วัดบ้านถ้ำ (อ.ท่าม่วง)

\r\n\r\n

พิสูจน์แรงศรัทธา ขึ้นบันได 269 ขั้น สักการะบูชาหลวงพ่อชินราช(หลวงพ่อใหญ่)ในถ้ำคูหามังกรสวรรค์ วัดบ้านถ้ำ ต.เขาน้อย อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี เป็นวัดเก่าแก่สมัยสุโขทัย ด้านหลังจรดเขา ด้านหน้าจรดแม่น้ำแม่กลอง มีชายหาดสวยงามอยู่หน้าวัด ภูเขาที่ตั้งถ้ำสูงราวๆ 200 กว่าเมตร ภูเขาลูกนี้เป็นเทือกเดียวติดต่อกันหลายยอดเป็นพืด ไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือสุดปลายเขาที่เขาแหลมและเขาตกถ้ำมังกรทอง การเที่ยวชมถ้ำให้ครบทั้งหมด วันเดียวรับรองว่าไม่หมดแน่นอน

\r\n\r\n

\r\n\r\n

วัดนางโน (อ.ท่าม่วง)

\r\n\r\n

เป็นวัดเก่าแก่สร้างมาแล้วหลายร้อยปี แต่หลักฐานการก่อสร้างไม่ปรากฏชัดว่าสร้างมาตั้งแต่ พ.ศ. ใดหากมีศิลปกรรมภายในวัดคือ พระปรางค์ เป็นสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนต้น  วัดนางโนมีเนื้อที่ประมาณ 30 ไร่ด้านฝั่งตะวันตกของวัดติดลำน้ำแม่กลอง เขตตำบลม่วงชุม อำเภอท่าม่วง จ. กาญจนบุรี สันนิษฐานกันว่าเดิมทีวัดนี้มีความเจริญรุ่งเรืองมาก่อน แต่ครั้งเกิดสงครามไทยกับพม่า ชาวบ้านจึงอพยพหลบหนีไปที่อื่น วัดจึงตกอยู่ในสภาพเป็นวัดร้างเช่นเดียวกับอีกหลายๆวัดในเขตเมืองกาญจนบุรี ครั้นสงครามสงบลง ชาวบ้าน จึงได้กลับถิ่นฐานเดิมและบูรณะซ่อมแซมวัด แล้วจึงนิมนต์พระภิกษุให้มาจำพรรษาในครั้งนั้น? มีผู้หญิงท่านหนึ่งชื่อ “โน” เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงในการบูรณะปฏิสังขรณ์วัด  เมื่อทุกอย่างสำเร็จลงแล้ว ชาวบ้านจึงได้เรียกวัดนี้ว่า “วัดนางโน” เรื่อยมาจนกระทั่งได้ชื่อเป็นทางการว่า“วัดมโนธรรมาราม”

\r\n\r\n

\r\n\r\n

วัดเมตตาธรรมโพธิญาณ (อ.เมือง)

\r\n\r\n

วัดเมตตาธรรมโพธิญาณ เป็นวัดมหายานจีนนิกาย มีชื่อเรียกภาษาจีนว่า “ฉื่อปุยซ้อผู่ทีเซียมยี่” ไปนมัสการองค์พระโพธิสัตว์กวนดิม ปรางค์พันมือ มีแห่งเดียวในประเทศไทย และประชาชนทั่วไปนิยมเดินทางไปสะเดาะเคราะห์ ต่อชะตาและเสริมชะตาบารมี กับองค์ไท้ส่วยเอี้ย โดยเปิดให้นักท่องเที่ยวและประชาชนเยี่ยมชมและสักการะสิ่งศักดิ์สิทธ์ทุกวันระหว่างเวลา 08.00 – 18.00 น.

\r\n\r\n

\r\n\r\n

วัดถ้ำพุหว้า (อ.เมือง)

\r\n\r\n

เป็นวัดป่าอยู่ในอ้อม กอดของขุนเขามีบรรยากาศร่มรื่น เงียบสงบเหมาะแก่การวิปัสสนาและสงบจิตใจแต่เดิมวัดแห่งนี้มีถ้ำเป็นอุโบสถ แต่ปัจจุบันได้รับการ บูรณะให้สวยงามอลังการด้วยการสร้างอุโบสถหินทรายมีการแกะสลักลวดลายรอบอุโบสถได้อ่อนช้อยงดงามครอบตัวถ้ำเอาไว้ เมื่อเดิน เข้าไปในพระอุโบสถก็จะถึงปากทางเข้าถ้ำซึ่งภายในถ้ำมีหินงอกหินย้อยสวยงามตามธรรมชาติมีปล่องแสงภายในถ้ำเพื่อให้แสงส่อง ลงมา มีพระพุทธรูปหลายองค์ รวมถึงพระบรมสารีริกธาตุที่อัญเชิญมาจากสหภาพเมียนมาร์ประดิษฐานไว้ให้นักท่องเที่ยว ได้สักการะบูชา มีพระพุทธรูปปางสมาธิ ประดิษฐานเป็นองค์ประธาน  ใกล้กับพระอุโบสถยังมีพระพุทธรูปขนาดใหญ่เพื่อให้ พุทธศาสนิกชนได้กราบไหว้อีกด้วย

\r\n\r\n

\r\n\r\n

วันที่2 วัดเทวสังฆาราม-วัดทิพย์สุคนธาราม-วัดพระแท่นดงรัง

\r\n\r\n

วัดเทวสังฆาราม (อ.เมือง)

\r\n\r\n

วัดเทวสังฆาราม ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ยกขึ้นเป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ เมื่อวันที่ ๓๐ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๐๕ และวันที่ ๒๖ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๐๖ ยังได้รับพระมหากรุณาธิคุณเสด็จพระราชดำเนินมาทรงทอดพระกฐินต้น ในโอกาสเดียวกันนี้ยังได้พระราชทานนามพระประธานในพระอุโบสถว่า “พระพุทธสุทธิมงคล” ซึ่งได้ทรงพระสุหร่ายศิลาจารึกพระนามพระราชทานด้วย

\r\n\r\n

นอกจากนี้ได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้จารึกพระปรมาภิไทย ภปร. เหนือผ้าทิพย์แห่งพระพุทธรูปปางประทานพรที่วัดสร้างขึ้นในโอกาสเสด็จพระราชดำเนินครั้งนี้และได้มีพระมหากรุณาธิคุณ ทรงบรรจุแผ่นทองคำ เงินนาก ใบเบ้าพิธีหล่อพระทรงปลูกต้นศรีมหาโพธิ์ซึ่งได้มาจากพุทธคยา ประเทศอินเดีย และทรงเยี่ยมราษฏรพระราชกรณียกิจที่ทรงบำเพ็ญทั้งปวงนี้ เป็นการพระราชทานพระมหากรุณาธิคุณแก่วัดและพสกนิกรชาวกาญจนบุรีเป็นอย่างยิ่ง

\r\n\r\n

\r\n\r\n

วัดทิพย์สุคนธาราม (อ.ห้วยกระเจา)

\r\n\r\n

วัดทิพย์สุคนธาราม จัดสร้างพระพุทธรูปยืนองค์ใหญ่ พระนามว่าพระพุทธเมตตาประชาไทยไตรโลกนาถคันธารราฐอนุสรณ์ ในพระบรมราชินูปถัมถ์ โดยพระพุทธรูปปางคันธารราฐหรือปางขอฝน มีพุทธลักษณะพระอิริยาบถยืนตรง ทรงผ้าวัสสิกสาฎก พระหัตถ์ขวายกขึ้นเสมอพระอุระ หรืออก พระหัตถ์ซ้ายหงายรองรับน้ำฝน ซึ่งจะจัดสร้างและประดิษฐานที่วัดทิพย์สุคนธาราม ต.ดอนแสลบ อ.ห้วยกระเจา จ.กาญจนบุรี ตามเจตนารมณ์ของสมเด็จพระมหาธีราจารย์ (นิยม ฐานิสฺสรมหาเถร ป.ธ.9) อดีตเจ้าอาวาสวัด ชนะสงคราม ที่มรณภาพไปแล้ว

\r\n\r\n

วัดพระแท่นดงรัง (อ.ท่ามะกา)

\r\n\r\n

เป็นวัดโบราณซึ่งมีแท่นหินขนาดใหญ่ ที่มีตำนานที่แต่งขึ้นในภายหลังเพื่อเป็นเครื่องเจริญศรัทธากล่าวไว้ว่าเป็นพระแท่นศักดิ์สิทธิ์ที่พระพุทธเจ้าเสด็จดับขันธปรินิพพาน หรือเป็นปูชนียสถานจำลองเครื่องหมายเหตุการณ์ปรินิพพานของพระพุทธเจ้า ณ สาลวโนทยาน ประเทศอินเดีย

\r\n\r\n

พระแท่นบรรทมของวัดนี้ จึงเป็นพระแท่นจำลอง สร้างเป็นหินแท่งทึบหน้าลาดรูปคล้ายแท่นหรือเตียงนอน เดิมมีต้นรังอยู่ริมพระแท่นข้างละต้น โน้มยอดเข้าหากัน ในบริเวณวัดยังมีโบราณสถานที่เกี่ยวข้องกับพุทธประวัติ เช่น บ่อบ้วนพระโอษฐ์ วิหารพระอานนท์ ฯลฯ และยังมีพิพิธภัณฑ์พื้นบ้าน ทุก ๆ ปีประมาณกลางเดือน 4 ของไทยจะมีงานนมัสการอย่างยิ่งใหญ่

\r\n\r\n

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

 

\r\n" 86 51227 กาญจนบุรี ภาคกลาง "นั่งรถไฟ ไหว้พระ ชมหมอก กอดเขา เล่นน้ำตกที่ ""กาญจนบุรี""" "วันหยุดนี้ใครกำลังหาที่เที่ยวใกล้ชิดธรรมชาติ พักผ่อนในบรรยากาศเงียบๆ ตั้งแคมป์นอนใกล้น้ำใกล้เขา ระยะทางไม่ไกลจากกรุงเทพฯ แนะนำให้มาเที่ยว ""กาญจนบุรี"" จะพาไปดูรถไฟและไหว้พระถ้ำกระแซ ชมหมอกกอดเขา และเล่นน้ำตกเอราวัณ-ห้วยแม่ขมิ้น" "

Day 1 : เริ่มเดินทางจากกรุงเทพฯ - กาญจนบุรี - ถ้ำกระแซ 
\r\nก่อนเข้าที่พักวันแรกให้แวะที่สถานีรถไฟถ้ำกระแซหรือทางรถไฟสายมรณะ ชมวิวสะพานไม้ทางรถไฟที่ยาวที่สุดในประเทศไทย สร้างในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยใช้เวลาสร้างเพียง 17 วัน ในปี พ.ศ.2486

\r\n\r\n

\r\n\r\n

ในอดีตเคยเป็นที่พักของเชลยศึก สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2  ด้านข้างเป็นหน้าผา ด้านล่างเป็นลำน้ำแควน้อยที่แลกมาด้วยหลายชีวิตของเชลยศึกหลายคนที่สร้างรางรถไฟแห่งนี้ และสามารถเดินเข้าไปไหว้พระด้านในของถ้ำกระแซได้อีกด้วย

\r\n\r\n

\r\n\r\n

ใครอยากนั่งขบวนรถไฟสายธนบุรี-น้ำตกนี้ นั่งได้ตั้งแต่กรุงเทพหรือจะนั่งไปที่ตัวเมืองจังหวัดกาญจนบุรี เป็นขบวนรถไฟฟรีที่ออกเดินทางทุกวัน จากสถานีธนบุรี (ใกล้โรงพยาบาลศิริราช) สิ้นสุดปลายที่ที่สถานีน้ำตก อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี โดยเส้นทางรถไฟสายนี้ถือเป็นการเดินทางตามรอย "เส้นทางรถไฟสายมรณะ"

\r\n\r\n

ปัจจุบันทางรถไฟสายนี้สุดปลายทางที่สถานีน้ำตก บ้านท่าเสา อำเภอไทรโยค การรถไฟแห่งประเทศไทย เปิดบริการเดินรถบนเส้นทางสายนี้ทุกวัน และจัดรถไฟขบวนพิเศษสายกรุงเทพฯ-น้ำตก ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดราชการ นักท่องเที่ยวสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่ การรถไฟแห่งประเทศไทย โทร. 1690 หรือ 0 2621 8701-9 หรือ www.railway.co.th

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

Day 2 : น้ำตกเอราวัณ - น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น
\r\nเป้าหมายต่อไปคือ "น้ำตกเอราวัณ" เดินทางขึ้นไปทางเขื่อนท่าทุ่งนา ก็จะถึงน้ำตกเอราวัณ

\r\n\r\n

ค่าเข้าอุทยาน
\r\nผู้ใหญ่ 100 บาท
\r\nเด็ก 50 บาท
\r\nรถจักรยานยนต์ 20 บาท
\r\nรถยนต์ 4 ล้อ 30 บาท

\r\n\r\n

น้ำตกเอราวัณมีทั้งหมด 7 ชั้น เดินขึ้นไปประมาณ 2 กิโลเมตร ก็จะถึงชั้น 7 
\r\nจะมีทางชันบ้าง ลื่นบ้าง ใครที่เดินไม่ไหวแนะนำให้เดินถึงแค่ชั้น 2 ก็พอ เพราะชั้น 2 ถือว่าสวยที่สุด

\r\n\r\n

\r\n\r\n

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่อุทยานแห่งชาติเอราวัณ โทร. 034-574222 , 034-574288

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

จากนั้นไปตั้งแคมป์ที่น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น อุทยานแห่งชาติเขื่อศรีนครินทร์ เดินทางต่ออีก 45 กิโลเมตร ลัดเลาะไปตามสันเขื่อนศรีนครินทร์ ทางอุทยานเก็บค่าเข้าเท่ากับน้ำตกเอราวัณ

\r\n\r\n

\r\n\r\n

น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น มีลานกางเต็นท์ ห้องน้ำ ร้านอาหาร เต็นท์เช่าพร้อมเครื่องนอนอุทยาน
\r\nสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ อุทยานแห่งชาติเขื่อศรีนครินทร์
\r\nโทร. 082 290 2466 จองบ้านพัก โทร. 02 562 0760

\r\n" 87 50974 นนทบุรี ภาคกลาง วันเดียวเที่ยว 3 บาง บางกรวย,บางบัวทอง,บางใหญ่ เวลา 1 วัน กับอำเภอทั้ง 3 บาง ในนนทบุรี

ตารางการเที่ยวของทริปในวันนี้

\r\n\r\n

1.วัดบรมราชากาญจนาภิเษกอนุสรณ์

\r\n\r\n

2.ตลาดน้ำประชารัฐสวนบัว

\r\n\r\n

3.วัดราษฎร์ประคองธรรม

\r\n\r\n

4.ถนนสายดอกไม้ 

\r\n\r\n

5.วัดตะเคียน

\r\n\r\n

6.วัดโบสถ์บน

\r\n\r\n

จากวัดบรมราชากาญจนาภิเษกอนุสรณ์ ไป ตลาดน้ำประชารัฐสวนบัว ระยะทาง 8.3 กิโลเมตร เวลาในการเดินทางประมาณ 19 นาที

\r\n\r\n

จากตลาดน้ำประชารัฐสวนบัวไป วัดราษฎร์ประคองธรรม ระยะทาง 5.7 กิโลเมตร ระยะเวลา 12 นาที 

\r\n\r\n

จากวัดราษฎร์ประคองธรรมไปถนนสายดอกไม้ เพียง15นาที และตลอดเส้นทางจะมีร้านดอกไม้จัดจำหน่าย ระยะ 7.1 กิโลเมตร

\r\n\r\n

และจากที่เราซื้อดอกไม้ที่ถนนสายดอกไม้แล้ว เราจะไปวัดตะเคียนต่อ ซึ่งห่างจากถนนสายดอกไม้เพียง 1.1 กิโลเมตรใช้เวลาเดินทางเพียง 3 นาทีเท่านั้น และสถานที่ที่สุดท้ายของวันนี้ คือ วัดโบสถ์บน 

\r\n 88 51797 กาญจนบุรี ภาคกลาง ขี่ช้าง-ล่องแพ-เล่นน้ำตก กาญจนบุรี จังหวัดที่อยู่ไม่ไกลกรุงเทพฯ มากนัก ถ้าอยากพัก ชาร์ตพลังกาย พักใจ ที่นี่ถือเป็นอีกหนึ่งจุดหมายของนักท่องเที่ยวเลยล่ะ เป็นเมืองที่มีทั้งประวัติศาสตร์มายาวนาน อีกทั้งธรรมชาติสุด Unseen อีกหลาย "

      วันที่1 วัดถ้ำเสือ-น้ำตกเอราวัณ-ล่องแพเปียก

\r\n\r\n

08.00 เดินทางสู่จังหวัดกาญจนบุรี

\r\n\r\n

10.00 นำท่านแวะชมวัดถ้ำเสือเป็นวัดที่มีชื่อเสียงไม่น้อย รวมถึงยังถือว่าเป็นวัดที่มีพระที่มีองค์ใหญ่ที่สุดในจังหวัดกาญจนบุรี พระเจดีย์ที่มีความสวยงามโดดเด่น สามารถมองเห็นได้จากในระยะไกล เพราะตั้งอยู่บนเนินเขา ใครที่มาเที่ยวจังหวัดกาญจนบุรี สามารถแวะเยี่ยมชมวัด สักการะพระบรมสารีริกธาตุภายในพระเจดีย์เกศแก้วปราสาท และนมัสการหลวงพ่อชินประทานพร

\r\n\r\n

\r\n\r\n

11.30 รับประทานอาหารกลางวัน

\r\n\r\n

13.00 หลังจากรับประทานอาหารกลางวันแล้วเราจะนำทุกท่านไปยังน้ำตกเอราวัณ เป็นน้ำตกที่ใหญ่และสวยงาม บนฝั่งแม่น้ำแควใหญ่ ตั้งอยู่ที่ อำเภอศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรี แบ่งออกเป็นชั้นๆ ได้ 7 ชั้นเป็นน้ำตกขนาดใหญ่เดิมมีชื่อว่า น้ำตกสะด่องม่องลาย ตามชื่อลำห้วยม่องล่ายซึ่งเป็นต้นน้ำของน้ำตกที่เกิดจากยอดเขา ตาม่องล่ายในเทือกเขาสลอบ สายน้ำจะไหลมาตามชั้นหินเป็นระยะทาง ประมาณ 1,500 เมตร แบ่งออกเป็นชั้นใหญ่ๆได้ 7 ชั้น แต่ละชั้นมีความสวยงามร่มรื่นไปด้วยแมกไม้นานาพันธุ์ ทั้งเถาวัลย์พันเกี่ยวทอดตัวไปบนต้นไม้ใหญ่ เป็นบรรยากาศที่เรียก เอาความมี คุณค่าของป่าเขาลำเนาไพร

\r\n\r\n

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

15.00 นำทุกท่านเดินทางไปยังที่พัก

\r\n\r\n

16.00 ถึงที่พักนำสัมภาระเข้าที่พัก

\r\n\r\n

16.30 นำทุกท่านล่องแพเปียก โดยลากแพเป็นขบวนทวนแม่น้ำแควน้อย ระยะ 2 กิโลเมตร แล้วปล่อยแพล่องตามน้ำอิสระโดยผู้เล่นจะส่วมเสื้อชูชีพ แล้วกระโดเลยตัวลงมาเล่นน้ำตามอัธยาศัย โดยมีเจ้าหน้าที่ควบคุมความปลอดภัยให้กับทุกท่าน

\r\n\r\n

19.00 รับประทานอาหารค่ำ

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

วันที่2 นั่งช้างชมธรรมชาติ-สะพานข้ามแม่น้ำแคว

\r\n\r\n

08.00รับประทานอาหารเช้า

\r\n\r\n

09.00 นั่งช้างชมธรรมชาติชมแม่น้ำแควน้อย

\r\n\r\n

11.30รับประทานอาหารกลางวัน

\r\n\r\n

\r\n\r\n

12.30 เดินทางไปยังสะพานข้ามแม่น้ำแควป็นสะพานที่สำคัญที่สุดของเส้นทางรถไฟสายมรณะสร้างขึ้นสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2โดยกองทัพญี่ปุ่นได้เกณฑ์เชลยศึกฝ่าย สัมพันธมิตรได้แก่ ทหารอังกฤษอเมริกันออสเตรเลียฮอลันดาและนิวซีแลนด์ประมาณ 61,700 คน และกรรมกรชาวจีนญวน ชวา มลายูไทยพม่าอินเดียอีกจำนวนมาก มาก่อสร้างทางรถไฟสายยุทธศาสตร์ เพื่อเป็นเส้นทางผ่านไปสู่ประเทศพม่าซึ่งเส้นทาง ช่วงหนึ่ง จะต้องข้ามแม่น้ำแควใหญ่จึงต้องมีการสร้างสะพานขึ้น การสร้างสะพานและทางรถไฟสายนี้ เต็มไปด้วยความยากลำบาก ความทารุณของสงครามและโรคภัย ตลอดจนการขาดแคลนอาหาร ทำให้เชลยศึกหลายหมื่นคนต้องเสียชีวิตลง

\r\n\r\n

15.00 เดินทางกลับโดยสวัสดิภาพ

\r\n\r\n

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

 

\r\n" 89 51936 กาญจนบุรี ภาคกลาง มหัศจรรย์เมืองบาดาล-ไหว้พระธาตุประจำปีเกิด-ซื้อสินค้าตลาดชายแดนไทย-พม่า ยังสังขละบุรี เมืองที่ถูกโอบล้อมด้วยขุนเขา และผืนป่า มีแม่น้ำสามสายเป็นเส้นเลือดใหญ่ หล่อเลี้ยงผู้คนในดินแดนสามวัฒนธรรม หลากเชื้อชาติ หลายเผ่าพันธุ์ มาอยู่รวมกันอย่างกลมกลืน การท่องเที่ยวในอำเภอสังขละบุรี จึงเป็นการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ได้เรียนรู้ "

วันที่1 สังขละบุรี-ด่านเจดีย์3องค์-เมืองบาดาล

\r\n\r\n

08.00 นำท่านเดินทางไปยังสังขละบุรี เมืองที่ถูกโอบล้อมด้วยขุนเขา และผืนป่า มีแม่น้ำสามสายเป็นเส้นเลือดใหญ่ หล่อเลี้ยงผู้คนในดินแดนสามวัฒนธรรม หลากเชื้อชาติ หลายเผ่าพันธุ์ มาอยู่รวมกันอย่างกลมกลืน การท่องเที่ยวในอำเภอสังขละบุรี จึงเป็นการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ได้เรียนรู้ เห็นการใช้ชีวิตความเป็นอยู่ของชาวมอญพลัดถิ่น และชาวไทยเชื้อสายมอญ ที่อาศัยอยู่ในบริเวณตะเข็บชายแดน ด้วยวัฒนธรรมดั้งเดิม และการชีวิตอย่างเรียบง่ายสังขละบุรีจึงเป็นสถานที่ที่เงียบ สงบ บริสุทธิ์สวยงามตามธรรมชาติ จนทำให้หลายคนรู้สึกราวกับว่า การได้อยู่ที่นี่ทำให้เวลาเดินช้าลง ผู้ที่มาเยือนสังขละบุรี จะได้สัมผัสธรรมชาติบริเวณเหนือเขื่อนที่มีทิวทัศน์สวยงาม

\r\n\r\n

12.00 พักรับประทานอาหารที่อำเภอทางผาภูมิ

\r\n\r\n

13.00 นำทุกท่านเดินทางไปยังสู่ชายแดนไทยพม่า ที่ด่านเจดีย์ 3 องค์ ชมตลาดและซื้อของที่ระลึกในพม่า

\r\n\r\n

\r\n\r\n

15.00 จากนั้นเดินทางไปชมวัดวังก์วิเวการาม หรือที่เรียกกันโดยทั่วไปว่า "วัดหลวงพ่ออุตตมะ" นอกจากจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของอำเภอสังขละบุรีแล้ว ยังเป็นวัดที่ถือว่ามีความสำคัญมากสำหรับคนพื้นถิ่น และเป็นศูนย์รวมจิตใจของผู้คนหลายเชื้อชาติที่อาศัยอยู่ในอำเภอสังขละบุรี ทั้งชาวไทย และกะเหรี่ยง โดยเฉพาะสำหรับชาวไทยเชื้อสายมอญ ที่เปรียบหลวงพ่ออุตตมะเป็น "เทพเจ้าแห่งชาวมอญ" วัดวังก์วิเวการาม จึงเกิดจากพลังศรัทธาที่มีต่อหลวงพ่อ และเป็นวัดที่เคยเป็นที่จำพรรษาของ "หลวงพ่ออุตตมะ" วัดจึงเป็นเสมือนตัวแทนหลวงพ่อ และเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์สำหรับชาวมอญ ในการประกอบพิธีกรรมตามประเพณีของมอญ และจัดงานอื่นๆ เช่นช่วงเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี จะมีการจัดงานคล้ายวันเกิดของหลวงพ่ออุตตมะ มีงานกิจกรรมต่างๆ พิธีกรรมทางศาสนา งานแข่งขันชกมวยคาดเชือก การแสดงวัฒนธรรมท้องถิ่น เช่นการรำแบบมอญ การรำตงของชาวกะเหรี่ยง และมีการแต่งกายตามแบบวัฒนธรรมชาวไทยรามัญ

\r\n\r\n

\r\n\r\n

16.00 นำทุกท่านล่องเรือชมวัดใต้น้ำ หรือวัดจมน้ำ คือวัดวังก์วิเวการามเดิม ซึ่งกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ถือว่าเป็น Unseen Thailand เพราะมีความแปลกที่มีซากโบราณสถานจมอยู่ใต้น้ำ เป็นสถานที่เล่าขานถึงตำนานความเป็นมาของวัดหลวงพ่ออุตตมะ จนหลายคนเรียกกันว่าเมืองบาดาล นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวในช่วงฤดูร้อน ตั้งแต่ประมาณเดือนมีนาคม - เมษายน เป็นช่วงหน้าแล้ง น้ำหลังเขื่อนลดลงมาก จะสามารถเดินเข้าไปเยี่ยมชมโบสถ์เก่าได้ ณ บริเวณสามประสบ ส่วนคนที่มาเที่ยวช่วงปลายฝนต้นหนาว ตั้งแต่ประมาณตุลาคม - มกราคม อาจจะได้เห็นแค่บางส่วนของตัวโบสถ์ที่โผล่พ้นน้ำ หรือบางทีก็จมน้ำเป็นเมืองบาดาล จะมีให้เห็นก็เพียงแต่ยอดหอระฆังเดิมเท่านั้นที่สูงพ้นน้ำ

\r\n\r\n

18.00 รับประทานอาหารค่ำ

\r\n\r\n

\r\n\r\n

วันที่2 สะพานมอญ-น้ำตกเกริงกระเวีย-น้ำพุร้อนหินดาด-เมืองมัลลิกา รศ. 124

\r\n\r\n

06.00 ปลุกท่านมาทำบุญตักบาตร พระมอญรับอรุณยามเช้า ที่เชิงสะพานฝั่งหมู่บ้านวังกะ ชื่นชมวิถีชีวิตชาวมอญและเดินชมสะพานมอญชื่ออย่างเป็นทางการว่า สะพานอุตตมานุสรณ์​ เป็นสะพานไม้ข้ามแม่น้ำซองกาเลียไปยังหมู่บ้านมอญ ถือเป็นสะพานไม้ที่ยาวที่สุดในประเทศไทย และเป็นอันดับสองของโลกรองจากสะพานไม้อูเบ็งในพม่า และเป็นสัญลักษณ์ของอำเภอสังขละบุรี เป็นสะพานแห่งศรัทธา ที่เกิดจากการร่วมแรงร่วมใจของชุมชนที่อาศัยอยู่ในสังขละบุรี ทุกปีจะมีนักท่องเที่ยวมาสัมผัสธรรมชาติ พร้อมๆ กับการได้เห็นวิถีชีวิตชุมชนชาวมอญในแถบนี้ สิ่งที่ห้ามพลาดอีกอย่างหนึ่งก็คือการได้ถ่ายรูปเป็นที่ระลึก กับสะพานที่เสมือนเป็นสายใยวัฒนธรรมของชาวมอญและไทยในดินแดนสุดขอบประเทศแห่งนี้

\r\n\r\n

08.00 รับประทานอาหารเช้า

\r\n\r\n

\r\n\r\n

09.00 นำทุกท่านเล่นน้ำตกเกริงกระเวีย อยู่ในเขตพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติเขาแหลม เป็นน้ำตกที่มีขนาดไม่ใหญ่มาก สูงประมาณ 5 เมตร มีน้ำไหลลดหลั่นกันมาตามโขดหินมายังแอ่งน้ำน้อยใหญ่ น้ำใส สามารถลงเล่นได้ ปลอดภัย เด็กๆ สามารถเล่นน้ำได้ มีน้ำไหลตลอดปี หน้าฝนน้ำจะค่อนข้างแรง สามารถแวะได้ง่าย ไม่ต้องเดินไกลเพราะอยู่ริมถนน คล้ายกับน้ำตกไทรโยคน้อย จอดรถก็ถืงตัวน้ำตกเลย เหมาะเป็นจุดพักรถ เข้าห้องน้ำ และรับประทานอาหาร

\r\n\r\n

11.30  รับประทานอาหารกลางวัน

\r\n\r\n

\r\n\r\n

12.30 นำท่านเดินทางสู่น้ำพุร้อนหินดาดเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของจังหวัดกาญจนบุรี เป็นที่รู้จักกันดีทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวชาวรัสเซียนิยมแวะมาแช่น้ำที่นี่กันเป็นจำนวนมาก ถือว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงสุขภาพที่ไม่ควรพลาด เพราะบ่อน้ำร้อนทางธรรมชาติ มีแร่ธาตุ และช่วยบำบัดรักษาโรคต่างๆ ได้ น้ำพุร้อนหินดาด หรือน้ำพุร้อนกุยมั่ง ตั้งอยู่ที่บ้านกุยมั่ง ตำบลหินดาด อำเภอทองผาภูมิ ถูกค้นพบโดยทหารญี่ปุ่นที่คุมเชลยศึกมาสร้างรถไฟสายมรณะ ตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นน้ำพุร้อนตามธรรมชาติ ที่มีตาน้ำอยู่ใต้ดิน มีน้ำไหลตลอดปี สร้างเป็นบ่อซีเมนต์ไว้เป็นบ่อแช่ มีด้วยกัน 3 บ่อ ที่มีความร้อนต่างระดับกันไป คือบ่อน้ำร้อนมาก ร้อนปานกลาง มีบ่อเล็กสำหรับเด็กที่น้ำไม่ร้อนมาก และยังมีบ่อสำหรับพระสงฆ์แยกอยู่ต่างหาก อุณหภูมิน้ำร้อนที่ผิวดินอยู่ในช่วง 40-100 องศาเซลเซียส อุณหภูมิน้ำบ่อแช่ประมาณ 45-55 องศาเซลเซียส เชื่อกันว่าการอาบน้ำแร่ แช่น้ำพุร้อน มีประโยชน์ต่อร่างกาย มีสรรพคุณในการรักษา และบรรเทาอาการของโรคต่างๆ

\r\n\r\n

\r\n\r\n

14.30 นำท่านเดินทางสู่ สถารที่ท่องเที่ยวใหม่ของกาญจนบุรีเป็นเมืองย้อนยุคของวิถีชีวิตชาวสยามบริเวณลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ วิถีชีวิตของชาวสยามในยุค ร.ศ.๑๒๔ มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นมากมายหลายด้าน ที่เด่นชัดมากคือการประกาศเลิกทาส เมื่อทาสได้รับความเป็นไทพวกเขาต้องใช้ชีวิตอยู่อาศัยและทำมาหากินด้วยตนเอง ไม่ได้อยู่ภายใต้อาณัติหรือการดูแลของบรรดาเจ้าขุนมูลนายอีกต่อไป พวกเขาต้องดำรงชีวิตให้อยู่รอด พึ่งตนเอง และอยู่ร่วมกับคนสยามทุกหมู่เหล่า การปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตเหล่านี้นับเป็นรากเหง้าสำคัญของคนไทยในยุคปัจจุบัน

\r\n\r\n

16.00 นำท่านเดินทางกลับโดยสวัสดิภาพ

\r\n\r\n

\r\n" 90 52087 กาญจนบุรี ภาคกลาง ล่องเรือชมโบสถ์กลางน้ำ สะพานมอญ น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น น้ำตกเอราวัณ หากเบื่อชีวิตเมืองกรุง มีแต่เรื่องวุ่นวาย ลองออกไปเที่ยวพักกายพักใจ ในกาญจนบุรี "

วันแรก  กรุงเทพฯ – เขื่อนเขาแหลม - สังขละบุรี – ด่านเจดีย์สามองค์

\r\n\r\n

06.00 น. ออกเดินทาง รับคณะนักท่องเที่ยวจากจุดนัดหมายถึงกาญจนบุรี รับประทานอาหารเช้า

\r\n\r\n

08.00พาทุกท่านไปชม วัดถ้ำเสือ ไหว้พระ วัดถ้ำเสือตั้งอยู่บนเนินเขา ในตำบลม่วงชุม อำเภอท่าม่วง เป็นอำเภอที่อยู่ก่อนถึงตัวเมืองกาญจนบุรี เดิมเป็นเพียงสำนักสงฆ์เล็กๆ ที่อยู่ในบริเวณถ้ำเสือด้านล่างริมเนินเขา ต่อมาได้แรงศรัทธาจากชาวบ้าน ร่วมกันสร้างและบูรณะ จนกลายเป็นวัดที่ใหญ่โต และมีความวิจิตรงดงาม

\r\n\r\n

\r\n\r\n

09.00นำทุกท่านออกจากวัดถ้ำเสือเดินทางไปชมน้ำตกไทรโยคน้อยน้ำตกไทรโยคน้อย ตั้งอยู่ในอำเภอไทรโยค ห่างจากตัวเมืองกาญจน์เพียง 60 กิโลเมตร จึงถือได้ว่าเป็นน้ำตกที่ใกล้ตัวเมืองมากที่สุด เดิมชาวบ้านเรียกกันติดปากว่าน้ำตกเขาพัง ด้วยลักษณะที่หน้าผาพังทลายลงมาจนกลายเป็นส่วนของน้ำตกที่เห็นในปัจจุบัน เป็นน้ำตกที่มีขนาดไม่ใหญ่มาก มีลักษณะเป็นหน้าผา สูงประมาณ 15 เมตร โดยมีหินเหลื่อมล้ำกันเป็นลำดับ สายน้ำที่ไหลลงมาจากส่วนที่อยู่ภายใต้แมกไม้ปกคลุมครึ้มด้านบน ตกลงกระทบกองหินลาดด้านหน้าน้ำตกขนาดใหญ่ แล้วแผ่กระจายออกไป สายน้ำเมื่อผ่านหินผาแล้ว มารวมกันเป็นแอ่งน้ำด้านล่าง ไม่ลึกมาก เด็กๆ สามารถลงเล่นได้ ถึงแม้ว่าจะมีน้ำตกนี้มีน้ำไหลตลอดปี บางครั้งในฤดูแล้งอาจมีน้ำน้อย เพียงแค่ให้เดินย่ำเล่นเท่านั้น

\r\n\r\n

11.30รับประทานอาหารกลางวัน

\r\n\r\n

\r\n\r\n

13.00พาชมไปยังอำเภอทองผาภูมิเพื่อไปชมวิวเขื่อนเขาแหลมหรือเขื่อนวชิราลงกรณ์ขื่อนวชิราลงกรณ์ เปรียบเสมือนสัญลักษณ์ของอำเภอทองผาภูมิเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวมักจะแวะมาชมความงดงามของวิวทะเลสาบจากบนสันเขื่อน และถ่ายรูปเป็นที่ระลึกสำหรับการมาเยือนทองผาภูมิ เมื่อเข้าเขตพื้นที่เขื่อนวชิราลงกรณ์​ ด้านหน้าจะเป็นสวนเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษาบรมราชินีนาถ เป็นสวนที่มีการตกแต่งให้เป็นสวนต้นไม้พุ่มที่มีความสวยงาม เมื่อขับรถเข้าไปด้านในจะเป็นทางที่ขึ้นไปยังสันเขื่อน นักท่องเที่ยวสามารถขับรถขึ้นไปจอดชมวิวทิวทัศน์บริเวณสันเขื่อนได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายในการเข้าชม

\r\n\r\n

\r\n\r\n

14.00เดินทางต่อไปสังขละบุรีพาไปเที่ยวตลาดชายแดนไทยด่านเจดีย์สามองค์ เดินเที่ยวตลาดซื้อสินค้าจากประเทศพม่าเช่น อัญมณี ไม้แกะสลัก

\r\n\r\n

เดินทางกลับที่พัก เล่นน้ำที่ท่าน้ำของที่พักกันตามอัธยาศัย

\r\n\r\n

18.00 น. รับประทานอาหารค่ำ

\r\n\r\n

วันที่สอง  ล่องเรือชมโบสถ์กลางน้ำ - เขื่อนศรีนครินทร์ –  น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น

\r\n\r\n

08.00 น. รับประทานอาหารเช้า

\r\n\r\n

09.00หลังอาหารเช้าพานั่งเรือเที่ยวชมวิวอ่างเก็บน้ำเหนือเขื่อน ชมโบสถ์กลางน้ำวัดใต้น้ำ หรือวัดจมน้ำ คือวัดวังก์วิเวการามเดิม ซึ่งกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ถือว่าเป็น Unseen Thailand เพราะมีความแปลกที่มีซากโบราณสถานจมอยู่ใต้น้ำ เป็นสถานที่เล่าขานถึงตำนานความเป็นมาของวัดหลวงพ่ออุตตมะ จนหลายคนเรียกกันว่าเมืองบาดาล นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวในช่วงฤดูร้อน ตั้งแต่ประมาณเดือนมีนาคม - เมษายน เป็นช่วงหน้าแล้ง น้ำหลังเขื่อนลดลงมาก จะสามารถเดินเข้าไปเยี่ยมชมโบสถ์เก่าได้ ณ บริเวณสามประสบ ส่วนคนที่มาเที่ยวช่วงปลายฝนต้นหนาว ตั้งแต่ประมาณตุลาคม - มกราคม อาจจะได้เห็นแค่บางส่วนของตัวโบสถ์ที่โผล่พ้นน้ำ หรือบางทีก็จมน้ำเป็นเมืองบาดาล จะมีให้เห็นก็เพียงแต่ยอดหอระฆังเดิมเท่านั้นที่สูงพ้นน้ำ

\r\n\r\n

11.30รับประทานอาหารกลางวัน

\r\n\r\n

\r\n\r\n

12.30ออกเดินทางนำทุกท่านเดินทางไปยังอำเภอศรีสวัสดิ์เพื่อไปชมน้ำตกห้วยแม่ขมิ้น นั่งแพขนานยนต์ข้ามทะเลสาบชมวิวเหนือเขื่อนศรีนครินทร์พาเที่ยวชมน้ำตกห้วยแม่ขมิ้น น้ำตกสวยไหลลดหลั่นเป็นชั้นๆ เหมาะกับการเล่นน้ำ ถ่ายภาพ ลงเล่นน้ำในลำธารน้ำตกกันตามอัธยาศัย น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น แบ่งออกเป็น 7 ชั้น มีชื่อเรียกต่างๆกันไปแต่ละชั้น เช่น ชั้นที่ 1 ดงว่าน ชั้นที่ 2 ม่านขมิ้น ชั้นที่ 3 วังหน้าผา ชั้นที่ 4 ฉัตรแก้ว ชั้นที่ 5ไหลจนหลง ชั้นที่ 6 ดงผีเสื้อ ชั้นที่ 7 ร่มเกล้า แต่ละชั้นมีความสูงและความงดงามต่างกันไป ทางอุทยานฯได้ทำเส้นทาง เดินสำหรับขึ้นไปชมน้ำตกแต่ละชั้นและยังเป็นเส้นทางเดินศึกษา ธรรมชาติ เป็นน้ำตกที่สามารถท่องเที่ยวได้ตลอดปี

\r\n\r\n

18.00 น. รับประทานอาหารค่ำ

\r\n\r\n

\r\n\r\n

วันที่สาม  เขื่อนศรีนครินทร์ -  น้ำตกเอราวัณ

\r\n\r\n

08.00 รับประทอาหารเช้า

\r\n\r\n

09.30นำทุกท่านไปยังน้ำตกเอราวัณ เป็นน้ำตกที่สวยงามน้ำใสตลอดปี น้ำตกไหลลดหลั่นเป็นหลายชั้นแต่ละชั้นเป็นแอ่งเหมือนสระอาบน้ำกลางป่า พักผ่อนเล่นน้ำกันตามอัธยาศัยมีเวลาสบายๆ 2 ชั่วโมง ตอนกลับมีห้องอาบน้ำให้อาบน้ำและเปลี่ยนชุด น้ำตกเอราวัณ เป็นน้ำตกที่ใหญ่และสวยงาม บนฝั่งแม่น้ำแควใหญ่ ตั้งอยู่ที่ อำเภอศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรี แบ่งออกเป็นชั้นๆ ได้ 7 ชั้นเป็นน้ำตกขนาดใหญ่เดิมมีชื่อว่า น้ำตกสะด่องม่องลาย ตามชื่อลำห้วยม่องล่ายซึ่งเป็นต้นน้ำของน้ำตกที่เกิดจากยอดเขา ตาม่องล่ายในเทือกเขาสลอบ สายน้ำจะไหลมาตามชั้นหินเป็นระยะทาง ประมาณ 1,500 เมตร แบ่งออกเป็นชั้นใหญ่ๆได้ 7 ชั้น แต่ละชั้นมีความสวยงามร่มรื่นไปด้วยแมกไม้นานาพันธุ์ ทั้งเถาวัลย์พันเกี่ยวทอดตัวไปบนต้นไม้ใหญ่ เป็นบรรยากาศที่เรียก เอาความมี คุณค่าของป่าเขาลำเนาน้ำตกที่น้ำใสแจ๋ว มองเห็นตัวปลาแหวกว่ายไปมาใต้ผืนน้ำที่สะท้อนแสงเป็นสีฟ้าอมเขียวมรกตคล้ายน้ำใน สระว่ายน้ำ ที่เป็นเช่นนั้น เนื่องมาจากลักษณะของภูเขาใน อุทยานฯเอราวัณ เป็นเป็นเทือกเขาหินปูนที่เกิดจาก การทับถมของ เปลือกหอย ปู หรือปะการัง ดังนั้นน้ำตกเอราวัณ ที่ไหลมาจากเทือกเขาหินปูนจึงมีสารละลายของ แคลเซียมคาร์บอเนต เจือปนอยู่ ซึ่งแคลเซียมคาร์บอเนต ตกตะกอนในบริเวณ ที่มีน้ำไหลช้าหรือเป็นแอ่งน้ำ ทำให้ชั้นน้ำตกมีคราบหินปูนก่อตัว และหินปูนนี้สามารถละลายน้ำได้ดี เมื่ออยู่ในรูปของสารละลาย ก็สามารถตกตะกอนได้ น้ำตกหินปูนจึงมีน้ำใสในตอนบน และมีการตกตะกอนขุ่นในช่วงล่างของธารน้ำ เมื่อแสงส่องลงมาจะ ทำให้สะท้อนเป็นสีฟ้าหรือสีเขียวมรกตสวยงามมาก

\r\n\r\n

\r\n\r\n

16.00 น. เดินทางกลับ แวะซื้อของฝาก

\r\n\r\n

เดินทางกลับโดยสวัสดิภาพ

\r\n\r\n

 

\r\n" 91 52315 ยะลา ภาคใต้ เส้นทางท่องเที่ยวสายน้ำ ท่องเที่ยว สาม น้ำตก ในสามอำเภอ คือ 1.น้ำตก บูตง ต.ลำพะยา อ.เมือง จ.ยะลา \r\n2. น้ำตกสุขทาลัย อ.บันนังสตา และ3. น้ำตกเฉริมพระเกียรติ ร. 9 ต.อัยเยอร์เวง อ.เบตง จ.ยะลา

น้ำตกบูตง

\r\n\r\n

เป็นน้ำตกขนาดเล็กที่มีน้ำไหลตลอดปี มีสายธารที่ยาว และมีแหล่งที่นักท่องเที่ยวสามารถเล่นน้ำได้ด้วยความสนุกสนานเป็นระยะ ๆ เนื่องจากมีแอ่งที่ไม่ลึกและน้ำใสสะอาด นอกจากนี้ ยังอยู่ใต้ร่มไม้ที่ร่มรื่นอีกด้วย

\r\n\r\n

น้ำตก สุขทาลัย 

\r\n\r\n

    อยู่ในนิคมสร้างตนเองพัฒนาภาคใต้  อำเภอบันนังสตา  ขนเขาปกโย๊ะ  เขานี้เป็นที่ตั้งสถานีถ่ายทอดสัญญาณห่างจากตัวเมืองประมาณ  ๔๐  กม.  ตามเส้นทางสายยะลา – เบตงแยกซ้ายเข้าทางลูกรังอีกประมาณ  ๘  กม.  น้ำตกนี้ถูกค้นพบเมื่อปี  ๒๕๐๗  ประกอบด้วยน้ำตก  ๕  ชั้น  สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีทรงประทานนามน้ำตกแห่งนี้ว่า  “น้ำตกสุขทาลัย”  มีทิวทัศน์ที่สวยงามมากเหมาะสำหรับเล่นน้ำในแอ่งน้ำและพักรับประทานอาหาร  ณ  ศาลาที่สร้างไว้
\r\n
\r\nและน้ำตก เฉลิมพระเกียรติ ร.9

\r\n\r\n

น้ำตกเฉลิมพระเกียรติ ร.9 ก็เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของตำบล เพราะมีธรรมชาติที่สวยงาม ตั้งอยู่ริมถนนทางหลวงสาย 410 ยะลา-เบตง บริเวณ กิโลเมตรที่ 33 บ้าน กม.32 สำหรับชั้นที่ 1,2และ ส่วนชั้นที่ 4 และ 5 อยู่ในเขต ม.5 บ้านวังใหม่ 5
\r\n             สำหรับชื่อน้ำตก ร.9 นั้น ชื่อเดิม คือ น้ำตก “วังเวง” หรือ "อัยเยอร์เค็ม" เพราะเรียกถามชาวจีนที่มาทำเหมืองกับฝรั่งในยุคมลายูเป็นอานานิคมอังกฤษ ชื่อ เข่ง ชาวบ้านเรียก "ไอเข่ง" "ไอเกง" เพี๊ยนเป็น "อัยเยอร์เค็ม" ต่อมาในปีมหามงคลครบรอบ 72 พรรษาในปี 2542 อบต.อัยเยอร์เวง จึงได้เข้ามาพัฒนาบุกเบิกเส้นทาง พัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยว และได้เปลี่ยนชื่อเป็น น้ำตกเฉลิมพระเกียรติ ร.9 ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

\r\n\r\n

 

\r\n 92 52266 ยะลา ภาคใต้ เส้นทาง๓ วัฒนธรรม one day trip เป็นเรื่องราวแหล่งท่องเที่ยวในจังหวัดยะลา 4 แหล่ง ซึ่งแต่ละแหล่ง เป็นของแต่ละศาสนา เพราะจังหวัดยะลาเป็นเมือง ๓ วัฒนธรรม หรือพหุวัฒนธรรม โดยมี แหล่งท่องเที่ยว คือ ศาลหลักเมืองยะลา วัดคูหาภิมุข มัสยิดกลางจังหวัดยะลา และ ศาลเจ้าแม่กอเหนี่ยว

เมื่อมาถึงยะลา เราต้องมาเดินทางสักการะ สิ่งคู่บ้าน คู่เมืองจังหวัด

\r\n\r\n

พระพุทธไสยาสน์วัดคูหาถ้ำภิมุข (วัดหน้าถ้ำ)

\r\n\r\n

              ตั้งอยู่ที่ตำบลหน้าถ้ำ  อำเภอเมือง  ไปตามเส้นทางยะลา-หาดใหญ่  ห่างจากตัวเมือง ๖ กิโลเมตร    ตามเส้นทางไปสู่อำเภอยะหา  ชาวบ้านทั่วไปเรียกว่าวัดหน้าถ้ำ  เพราะภายในวัดนี้มีถ้ำใหญ่แห่งหนึ่งมีพระพุทธไสยาสน์ของโบราณขนาดใหญ่ประดิษฐานอยู่ภายใน  สันนิษฐานว่าสร้างมาแต่ปี พ.ศ.๑๓๐๐ เป็นพระพุทธไสยาสน์สมัยศรีวิชัย  มีขนาดความยาว ๘๑ ฟุต  ๑ นิ้ว  เชื่อกันว่าเดิมเป็นปางนารายณ์  บรรทมสินธุ์    เพราะมีภาพนาคแผ่พังพานปกพระเศียร  ต่อมาจึงได้ดัดแปลงเป็นพระพุทธไสยาสน์  แบบหินยาน    พระพุทธไสยาสน์วัดหน้าถ้ำแห่งนี้ชาวภาคใต้ถือว่าเป็นปูชนียสถานที่สำคัญ  ๑ ใน ๓  ของดินแดนภาคใต้  คือ พระบรมธาตุเมืองนครฯ  พระธาตุไชยาที่สุราษฎร์ธานี  และพระพุทธไสยาสน์  วัดหน้าถ้ำ  นอกจากนี้ภายในถ้ำยังมีหินงอกหินย้อยสวยงาม ในบริเวณใกล้ๆ กัน  มีถ้ำอีกแห่งหนึ่งเรียกว่าถ้ำมืด  ซึ่งภายในมีหินงอกหินย้อยเป็นรูปลักษณะต่างๆ  เช่น  ม่าน  เศียรช้างเอราวัณ  ฯลฯ  มีน้ำเย็นสะอาดไหลจากโขดหินธรรมชาติ  มีไฟฟ้าติดตั้งเพื่ออำนวยความสะดวกสบายแก่นักท่องเที่ยวที่จะชม ถ้ำมืดแห่งนี้

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

    ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง

\r\n\r\n

              เป็นที่ตั้งของหลักเมืองจังหวัดยะลา  ซึ่งเป็นที่เคารพนับถือของประชาชนชาวจังหวัดยะลา ตั้งอยู่   ใจกลางวงเวียนหน้าศาลากลางจังหวัด  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานยอดเสาหลักเมืองให้เมื่อวันที่ ๑๘ พฤษภาคม ๒๕๐๕ ภายในศาลประดิษฐานเสาหลักเมือง              ซึ่งสร้างด้วยแก่นไม้ชัยพฤกษ์สูง ๕๐ เซนติเมตร  วัดโดยรอบที่ฐาน ๔๓ นิ้ว  ที่ปลาย ๓๖ นิ้ว  พระเศียรยอดเป็นรูปพรหมจตุรพักตร์และเปลวไฟ  บริเวณโดยรอบเป็นสวนสาธารณะ  ร่มรื่น  สวยงาม  เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจของประชาชนทั่วไป  จะมีการจัดงานสมโภชเจ้าพ่อหลักเมือง  ระหว่างวันที่ ๒๕-๓๑ พฤษภาคม  ของทุก ๆ ปี

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

              มัสยิดกลางจังหวัดยะลา

\r\n\r\n

              เป็นมัสยิดใหญ่ประจำจังหวัดยะลา  ตั้งอยู่ด้านซ้ายของถนนสายยะลา- ปัตตานี  ในเขตเทศบาล               เมืองยะลา  โดยผ่านบริเวณที่ทางรถไฟฟ้าตัดข้ามถนนไปเพียง  ๒๐๐ เมตร  มัสยิดแห่งนี้เพิ่งสร้างเสร็จ              เมื่อ พ.ศ.๒๕๒๗  รูปทรงงดงาม  เป็นสถาปัตยกรรมแบบตะวันออกที่สอดแทรกเส้นกรอบทรงสุเหร่าไว้ได้อย่างกลมกลืน  ด้านหน้าเป็นบันไดกว้าง  สูงประมาณ ๓๐ ขั้น  ทอดสู่ลานชั้นบน  หลังคาทรงสี่เหลี่ยม มีโดมใหญ่ อยู่กลาง  นักท่องเที่ยวที่สนใจเข้าชมได้ด้วยความสำราญ

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

ศาลเจ้าแม่กอเหนี่ยว

\r\n\r\n

ตั้งอยู่บริเวณถนนพุทธวิถี ในตัวเมือง ภายในศาลเจ้า ประดิษฐานรูปเหมือนองค์เจ้าแม่กอเหนี่ยวพระหมอ แป๊ะกง และองค์พระองค์อื่นๆ ที่เคารพนับถือของระชาชน  เป้นประจำทุกปีในช่วงหลังตรุษจีน 15 วัน มูลนิธิแม่กอเหนี่ยว จะจัดงานแห่พระลุยไฟ ซึ่งมีผู้ศรัทธาเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก

\r\n 93 52489 ปทุมธานี ภาคกลาง เส้นทางที่ 3 เส้นทางสู่แหล่งเรียนรู้ ชมภาพจิตรกรรม ฝาผนัง วัดเขียนเขต - สวนสนุกดรีมเวิร์ล - วัดมูลจินดาราม -เทคโนธานี องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติธรณีวิทยาเฉลิมพระเกียรติ แห่งชาติ (อพวช.) - พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติฯและหออัครศิลปิน หอจดหมายเหตุแห่งชาติ - มหาวิทยาลัยเทค "

               เริ่มต้นจากจากทางหลวงหมายเลข 305 (รังสิต-นครนายก) จากฟิวเจอร์ปาร์ค รังสิต ไปตามถนนนครนายก แวะคลอง 3 กราบนมัสการไหว้พระขอพรที่ วัดเขียนเขต ชมภาพจิตรกรรม ฝาฝนัง ที่แสดงวิถีชีวิตชาวปทุมธานีในอดีต เดินทางต่อฝั่งขวาจะพบ สวนสนุกดรีมเวิร์ล เดินทางต่อผ่านถนนวงแหวนตะวันออก ทางขวามือจะเป็นวัดมูลจินดาราม ซึ่งเป็นวัดที่รัชกาลที่ 5 พระราชทานตามชื่อของนาย มูลเลอร์ และนางจีน ภรรยา เมื่อครั้งเสด็จทรงเปิดศาลา เมืองธัญบุรี ผ่านสะพานข้ามคลองห้า เลี้ยวซ้ายไปตามทางชนบท ปท.3010 ประมาณ 5 กม. ด้านขวามือจะเป็นเทคโนธานี องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ (อพวช) เรียนรู้เรื่องราวทางวิทยาศาสตร์ เดินทางต่อไป 3 กม. ถึงพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติฯและหออัครศิลปิน หอจดหมายเหตุแห่งชาติ แหล่งเรียนรู้ข้อมูลทางประวัติศาสตร์ที่สะท้อนถึงอารยธรรม วัฒนธรรม และภูมิปัญญาในยุคสมันรัชกาลที่ 9 ในพื้นที่เดียวกัน จะพบพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติธรณีวิทยาเฉลิมพระเกียรติ เป็นสถานที่อนุรักษ์แหล่งข้อมูลอ้างอิงและตัวอย่างที่สำคัญทางธรณีวิทยา ซ

\r\n" 94 53427 มหาสารคาม ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เส้นทางสายวัฒนธรรม นครจัมปาศรี (มหาสารคาม) เส้นทางสายวัฒนธรรม นครจัมปาศรี (มหาสารคาม) เป็นเส้นทางมุ่งสู่จังหวัดมหาสารคามตอนใต้ แหล่งรวมอารยธรรมโบราณและร้ากเง้าทางวัฒนธรรมของชาวจังหวัดมหาสารคาม "

เส้นทางสายวัฒนธรรม นครจัมปาศรี (มหาสารคาม) เป็นเส้นทางมุ่งสู่จังหวัดมหาสารคามตอนใต้ บริเวณอำเภอนาดูน อำเภอนาเชือก ซึ่งแหล่งรวมอารยธรรมโบราณและร้ากเง้าทางวัฒนธรรมของชาวจังหวัดมหาสารคาม เป็นพุทธมณฑลอีสาน ที่คนไทยควรค่าแก่การเดินทางมาไว้พระธาตุศักสิทธิ์ให้ได้สักครั้งในชีวิตหนึ่ง

\r\n\r\n

\r\n\r\n

เช้า เดินทางถึงจังหวัดมหาสารคาม

\r\n\r\n

1. ไปไว้พระบรม "ธาตุนาดูน"

\r\n\r\n

\r\n\r\n

2.ย้อนอดีตที่ "พิพิธภัณฑ์บ้านอีสาน"

\r\n\r\n

\r\n\r\n

3. ชม "กู่สันตรัตน์" อารยะธรรมโบราณ

\r\n\r\n

\r\n\r\n

เที่ยง พักรับประทานอาหารที่ร้าน "ครัวพานทอง"

\r\n\r\n

\r\n\r\n

4.ศึกษาและเรียนรู้วัฒนธรรมอีสานโบราณที่ "สิมวัดโพธาราม"

\r\n\r\n

\r\n\r\n

5.ต่อด้วย "สิมวัดป่าเรไลย์"

\r\n\r\n

\r\n\r\n

6.เดินต่อไปที่อำเภอนาเชือก เที่ยวชมธรรมชาติดู "ปูทูลกระหม่อม" ที่เขตห้ามล่าพันธ์สัตว์ป่าดูนลำพัน

\r\n\r\n

\r\n\r\n

คำ่พักรัปทานอาหารเย็นหรือพักที่โรงแรมอาทิตย์ตยา อำเภอนาเชือก

\r\n\r\n

\r\n" 95 53355 มหาสารคาม ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เส้นทางท่องเที่ยวอำเภอเมือง เส้นทางท่องเที่ยวอำเภอเมือง เส้นทางสำหรับผู้มาเยือนมหาสารคาม แต่มีเวลาไม่มากนัก เช่นบรรดาผู้ปกครองและครอบครัวของเหล่าบัณฑิตมหาวิทยาลัยต่างๆในมหาสารคาม ที่พากันมาร่วมงานรับปริญญา ก็มักจะพากันถือโอกาสแวะเวียนตามแหล่งท่องเที่ยวต่างๆใกล้ๆที่พัก รอบๆเมือง "

เส้นทางท่องเที่ยวอำเภอเมือง เส้นทางสำหรับผู้มาเยือนมหาสารคาม แต่มีเวลาไม่มากนัก เช่นบรรดาผู้ปกครองและครอบครัวของเหล่าบัณฑิตมหาวิทยาลัยต่างๆในมหาสารคาม ที่พากันมาร่วมงานรับปริญญา ก็มักจะพากันถือโอกาสแวะเวียนตามแหล่งท่องเที่ยวต่างๆใกล้ๆที่พัก รอบๆเมือง

\r\n\r\n

เช้า เริ่มต้นที่กลางเมืองมหาสารคาม

\r\n\r\n

\r\n\r\n

1.แวะไหว้พระที่ "วัดวังน้ำเย็น"

\r\n\r\n

\r\n\r\n

2.ต่อด้วยให้อาหารปลาที่ "วังมัจฉาโขงกุดหวาย"

\r\n\r\n

\r\n\r\n

3.แวะถ่ายรูปมุมสวยๆที่ "สะพานวัดป่าวังเกาะเกิ้ง"

\r\n\r\n

\r\n\r\n

เที่ยง รับประทายอาหารเช้าที่ ร้านเรือน "แพอาโก" ริมชี

\r\n\r\n

\r\n\r\n

4.กลับเข้าเมืองซื้อของฝากที่ร้านโอท็อปสารคาม

\r\n\r\n

\r\n\r\n

5.แล้วไปชมโบถส์รูปเรือ ที่ "วัดหนองหูลิง"

\r\n\r\n

\r\n\r\n

6.เลยไปส่งพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าที่ "สะพานไม้แกดำ" 

\r\n\r\n

\r\n\r\n

เย็น กลับเข้าเมืองกินข้าวเย็นมื้อใหญ่ที่ร้านอาหาร "เรือนทอง"

\r\n\r\n

\r\n" 96 53466 ประจวบคีรีขันธ์ ภาคกลาง เที่ยว ช้อป ชิม ชิล "ขึ้นชื่อว่า ""หัวหิน"" ก็ทราบกันดีอยู่แล้วว่า เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ผู้คนต่างหลงใหลในมนต์เสน่ห์ของอดีตกาล เพราะยังคงมีกลิ่นอายของวันวานให้สัมผัสทุกครั้งเมื่อไปเยือนอยู่เสมอ " "

\r\n" 97 53486 มหาสารคาม ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เส้นทางท่องเที่ยวสายสารคามตอนบน เส้นทางท่องเที่ยวสายสารคามตอนบน มักเป็นเส้นทางที่นักท่องเที่ยวใช้ตอนขากลับเพราะหากออกจากจุดเริ่มต้นเส้นทางจะพาทุกท่านมุ่งสู่ทางออกเมืองพอดี เวลาในการเดินก็จะพอเมาะพอเจาะกลับการกลับบ้านพอดี "

เส้นทางท่องเที่ยวสายสารคามตอนบน มักเป็นเส้นทางที่นักท่องเที่ยวใช้ตอนขากลับเพราะหากออกจากจุดเริ่มต้นเส้นทางจะพาทุกท่านมุ่งสู่ทางออกเมืองพอดี เวลาในการเดินก็จะพอเมาะพอเจาะกลับการกลับบ้านพอดี

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

\r\n\r\n

เช้า เริ่มออกเดินทางจากเทศบาลเมืองจังหวัดมหาสารคาม

\r\n\r\n

1.ไว้พระยืน "พระพุทธมงคล" ที่อำเภอกันทรวิชัย

\r\n\r\n

\r\n\r\n

2.เลยไปไว้ "พระพุทธมิ่งเมือง" ที่อยู่อย่างกันเพียง กิโลเดียว

\r\n\r\n

\r\n\r\n

3.เดินทางสู่ อำเภอเชียง เพื่อชมสิมงามที่ "วัดป่าบ้านหนองซอน"

\r\n\r\n

\r\n\r\n

4.แวะเยี่ยม "เจ้าใหญ่เชียง" ควายเขางาม

\r\n\r\n

\r\n\r\n

เที่ยง ย้อนกลับอำเภอโกสุมพิสัย แวะกินข้าวเที่ยงที่ร้าน "ครัวยายนี"

\r\n\r\n

\r\n\r\n

5.ไปให้อาหารลิงแสนซนที่ "วนอุทยานโกสัมพี"

\r\n\r\n

\r\n\r\n

6.ก่อนกลับแวะซื้อเสื้อสวยที่ "บ้านแพง"

\r\n\r\n

\r\n\r\n

แล้วเก็บความทรงจำดีๆที่มหาสารคามเอาไว้ไม่รู้ลืม

\r\n\r\n

 

\r\n" 98 53799 นครศรีธรรมราช ภาคใต้ "Unseen ขนอม ""กิน-เพลิน-เดิน-เที่ยว""" "ขนอม ไม่เพียงแต่จะมีหาดทรายและทะเลสวย ๆ แต่เป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์ที่เก่าแก่ยาวนาน ขนอมเคยเป็นเมืองท่าเทียบเรือมาแต่โบราณ มีอายุกว่า 800 ปี ในสมัยสมเด็จพระเจ้าอู่ทองแห่งกรุงศรีอยุธยาตอนต้น ขนอมมีชื่อเรียกว่า ""เมืองตระนอม"" เป็นเมืองที่มีความเจริญ"

              ซักครั้งสินะ ที่เราต้องหาโอกาสมาเที่ยวขนอม อำเภอท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่อของจังหวัดนครศรีธรรมราช ถามว่าทำไมต้องมา มีอะไร ยังไง เราอาจเคยได้ยินเรื่องราวของปลาโลมาสีชมพูอันลือชื่อ ที่สามารถพบได้ง่ายในทะเลขนอม แต่เชื่อว่าน้อยคนนักที่จะรู้ว่าที่ขนอม มีเกาะกลางทะเลอยู่หนึ่งเกาะที่เชื่อว่าเป็นสถานที่เกิดตำนานหลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืด หรือแม้แต่ปรากฎการณ์ทางธรรมชาติสุดอัศจรรย์ เขาหินพับผ้า ที่แม้แต่ฝรั่งมาเห็นยังร้องโอ้โห้ และยกให้ที่นี่คือ แพนเค้ก ร๊อค เมืองไทย

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

06:00 น. มุ่งตรงไปท่าเรือแหลมประทับ

\r\n\r\n

             ออกเดินทาง จากตัวเมืองนครศรีธรรมราช ไปตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 401 (นครศรีธรรมราช-สุราษฎร์ธานี) ระยะทางประมาณ 80 กิโลเมตร แล้วแยกเข้าสู่ อำเภอขนอมตามทางหลวงจังหวัดหมายเลข 4041 ไปประมาณ 30 กิโลเมตร 

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

06:30 น. (ระหว่างทาง) ถึงท่าศาลา พักรับประทานอาหารเช้าเบาๆ

\r\n\r\n

              ร้านติ่มซำบรรเจิด สาขา2 ตั้งอยู่บริเวณถนนนครศรี-ท่าศาลา ติดกับโชว์รูมมิตซูบิชิท่าศาลา ร้านไม่ใหญ่มากแต่จัดร้านได้น่านั่ง ดูสบาย โล่ง และมีต้นไม้สบายตามาก 

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

07:30 น. ถึงท่าเรือแหลมประทับ

\r\n\r\n

              ติดต่อเรือหางยาวจากท่าเรือแหลมประทับ  ให้บริการเรือพร้อมเสื้อชูชีพ ลำละ 1,000 บาท นั่งได้ไม่เกิน 7 คน  โดยโปรแกรมท่องเที่ยวคือ ล่องเรือชมโลมาสีชมพู ชมเขาหินพับผ้า และไปนมัสการหลวงปู่ทวด ที่ เกาะนุ้ยนอก 

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

08:00 น. ท่องโลมาสีชมพู

\r\n\r\n

              นั่งเรือชมโลมาสีชมพู หรือ โลมาหลังโหนก ไปตลอดเส้นทางเดินเรือ จะเจอโลมาสีชมพูโผล่มาทักทายเวียนว่ายรอบเรือตลอดการเดินเรือ สร้างความรู้สึกตื่นเต้นและประทับใจมากโลมาตัวที่ฮิตที่สุด มีชื่อเรียกว่า "น้องภู" 

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

08:45 น. แวะถ่ายรูปที่เขาหินพับผ้า

\r\n\r\n

              หลังจากชมโลมาสีชมพูกันเรียบร้อยแล้ว นั่งเรือต่อมาชมเขาหินพับผ้า ปรากฎการณ์ทางธรณีวิทยา ที่เห็นได้บนเขาหินหรือแผ่นหินที่ทับซ้อนเรียงกันเป็นชั้นๆสูงขึ้นไป ด้านบนมีต้นไม้ขึ้นปกคลุมหลากหลายชนิด บางชนิดก็ดูแปลกตาออกไป บางแห่งก็จะพบกล้วยไม้ป่าขึ้นอยู่ด้วย เปรียบเหมือนขนมชั้น หรือผ้าที่พับไว้ เมื่อนักท่องเที่ยวต่างชาติได้มาเห็นที่นี่ก็เลยเรียกหินพับผ้าเหล่านี้ว่า  "แพนเค้ก ร็อค  เมืองไทย"

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

9:00 น. เดินทางมุ่งหน้าตรงไปเกาะนุ้ย

\r\n\r\n

              หลังจากเรือหางยาวพาชมเขาพับผ้าจนเต็มอิ่ม เรือจะแล่นกลับมายังเกาะนุ้ยทางด้านหลัง ซึ่งวิวสองข้างทางมีทั้งแพเลี้ยงปลาในกระชัง และวิวทิวทัศน์สวยงามมาก ความมหัศจรรย์ Unseen Thailand  ของเกาะนุ้ยคือ บ่อน้ำจืดกลางทะเลต้นกำเนิดตำนานหลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืด ซึ่งด้านบนเขามีลานคอนกรีตให้ผู้คนขึ้นมาสักการะฟรี

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

10:00 น.หลังจากไหว้หลวงปู่ทวดเรียบร้อยแล้วนั่งเรือกลับมายังท่าเรือ

\r\n\r\n

               ไหว้ศาลพระเจ้าตากสิน บน"แหลมทาบ"หรือแหลมประทับ 

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

11:00 น. เดินทางออกจากแหลมประทับ แวะรับประทานอาหารเที่ยง ณ ครัวคุณลี่ 

\r\n\r\n

               อาหารที่ร้านนี้หลากหลายมาก ไทย ซีฟู้ด ฝรั่ง แขก และอาหารก็รสชาติดีทุกอย่าง แม้ไม่ได้อยู่ติดริมทะเลแต่บรรยากาศดีน่านั่งมาก

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

12:00 น. มุ่งหน้าไปหาดหน้าด่าน

\r\n\r\n

                หาดหน้าด่านอยู่บริเวณตอนกลางของอ่าวขนอม ชายหาดเป็นแนวยาว ทรายขาวเม็ดทรายละเอียด เหมาะแก่การเล่นน้ำทะเล บรรยากาศสงบเงียบ สะอาด วิวสวยมีมุมมองทิวทัศน์ของเขาคอเขา เขาเพลา และท้องทะเลสีคราม 

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

13:00 น. เดินทางกลับสู่ตัวเมืองนครศรีธรรมราช

\r\n\r\n

                 เป้าหมายขากลับแวะสถานที่ท่องเที่ยวระหว่างทาง

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

13:30 น. ระหว่างทางแวะต้นธารรีสอร์ท

\r\n\r\n

                 ชมนันทนาการของโรงแรม เช่น สระว่ายน้ำกลางแจ้ง, สปาปลาตอดเท้า, สวน ต้นธารรีสอร์ท แอนด์ สปา , ชมฟาร์มแกะ  ฟาร์มแคระม้า ที่สร้างความประทับใจมิรู้ลืม 

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

15:00 น. รับประทานอาหารภายในต้นธารรีสอร์ท

\r\n\r\n

                  ริมลำธารตรงสปาปลาบรรยากาศดีมาก แม้ราคาจะสูงไปหน่อย แต่ก็อร่อยตามมาตฐาน

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

15:45 น. มุ่งสู่ตัวเมือง ระหว่างทางแวะพิพิธภัณฑ์ หาดทรายแก้ว

\r\n\r\n

                   เยี่ยมชมเครื่องปั้นดินเผาโบราณและเครื่องมือเครื่องใช้ในการทำมาหากินรวมไปถึงเครื่องจักรสานเก่าแก่ ที่มีจำนวนมากกว่า 10,000 ชิ้น ของผู้ใหญ่เยิ้ม เรืองดิษฐ์

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

16:30 น. ออกจากพิพิธภัณฑ์มุ่งสู่ตัวเมืองนครศรีธรรมราช

\r\n 99 53327 สตูล ภาคใต้ สตูลวันเดอร์แลนด์‬ SATUN WONDERLAND มหัศจรรย์สันหลังมังกร สตูลวันเดอร์แลนด์ “ดินแดนอัศจรรย์” สวรรค์นักท่องเที่ยว ทริปแห่งความสนุกสุขสันต์ ตื่นตาเร้าใจ ในดินแดนเดอะแลนด์อ๊อฟฮาโมนี Satun Miracle Thailand, The Land of Harmony ดินแดนแห่งมิตรภาพไมตรี และความผสานกลมเกลียว\r\nที่นี่สตูล มหัศจรรย์เมืองไทย…ต้องไปสัมผัส "

เส้นทางท่องเที่ยว สตูลวันเดอร์แลนด์ มหัศจรรย์สันหลังมังกร 3 วัน 2 คืน

\r\n\r\n

วันที่ 1   สนามบินหาดใหญ่ - ท่าเรือปากบารา เกาะหลีเป๊ะ one day trip

\r\n\r\n

วันที่ 2   สตูล - พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสตูล  - เดินทางสู่ทริปมหัศจรรย์สันหลังมังกร

\r\n\r\n

วันที่ 3   สตูล - ล่องเรือให้อาหารนกอิทรีย์ - บ่อน้ำร้อนทุ่งนุ้ย - สนามบินหาดใหญ่

\r\n" 100 53316 สตูล ภาคใต้ สตูลวันเดอร์แลนด์‬ SATUN WONDERLAND มหัศจรรย์ถ้ำเลสเตโกดอน สตูลวันเดอร์แลนด์ “ดินแดนอัศจรรย์” สวรรค์นักท่องเที่ยว ทริปแห่งความสนุกสุขสันต์ ตื่นตาเร้าใจ ในดินแดนเดอะแลนด์อ๊อฟฮาโมนี Satun Miracle Thailand, The Land of Harmony ดินแดนแห่งมิตรภาพไมตรี และความผสานกลมเกลียว\r\nที่นี่สตูล มหัศจรรย์เมืองไทย…ต้องไปสัมผัส "

เส้นทางท่องเที่ยว สตูลวันเดอร์แลนด์ มหัสจรรย์ถ้ำเลสเตโกดอน 3 วัน 2 คืน

\r\n\r\n

วันที่ 1   สนามบินหาดใหญ่ - ท่าเรือปากบารา เกาะหลีเป๊ะ one day trip

\r\n\r\n

วันที่ 2   พิพิธภัณฑดึกดำบรรพ์ทุ่งหว้า/ ถ้ำเลสเตโกดอน

\r\n\r\n

วันที่ 3   บ่อน้ำร้อนทุ่งนุ้ย - สนามบินหาดใหญ่

\r\n" 101 53277 สตูล ภาคใต้ สตูลวันเดอร์แลนด์‬ SATUN WONDERLAND มหัศจรรย์ถ้ำภูผาเพชร สตูลวันเดอร์แลนด์ “ดินแดนอัศจรรย์” สวรรค์นักท่องเที่ยว ทริปแห่งความสนุกสุขสันต์ ตื่นตาเร้าใจ ในดินแดนเดอะแลนด์อ๊อฟฮาโมนี Satun Miracle Thailand, The Land of Harmony ดินแดนแห่งมิตรภาพไมตรี และความผสานกลมเกลียว\r\nที่นี่สตูล มหัศจรรย์เมืองไทย…ต้องไปสัมผัส "

เส้นทางท่องเที่ยว สตูลวันเดอร์แลนด์ มหัศจรรย์ถ้ำภูผาเพชร 3 วัน 2 คืน

\r\n\r\n

วันที่ 1   สนามบินหาดใหญ่ - ท่าเรือปากบารา เกาะหลีเป๊ะ one day trip

\r\n\r\n

วันที่ 2   ล่องแก่งวังสายทอง - ถ้ำภูผาเพชร 

\r\n\r\n

วันที่ 3   สตูล - บ่อน้ำร้อนทุ่งนุ้ย - สนามบินหาดใหญ่

\r\n" 102 53125 ประจวบคีรีขันธ์ ภาคกลาง ท่องเที่ยวชมความงามของธรรมชาติ """สามร้อยยอด"" หรือ ""อุทยานแห่งชาติสามร้อยยอด"" เป็นแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มีบรรยากาศที่เงียบสงบ จึงเหมาะกับนักท่องเที่ยวที่อยากจะหามุมพักผ่อนสงบๆ" "

\r\n" 103 52856 ประจวบคีรีขันธ์ ภาคกลาง ขึ้นเขาชมวิว สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เรียนรู้วิทยาศาสตร์ นั่งชมวิวทะเล ประจวบคีรีขันธ์ มีที่ท่องเที่ยวชื่อดังและศูนย์การเรียนรู้มากมาย เป็นประตูบานใหญ่เชื่อมระหว่างภาคกลางและภาคใต้ ทอดตัวยาวเลียบชายฝั่งอ่าวไทย "

\r\n" 104 52585 ปทุมธานี ภาคกลาง เส้นทางที่ 1 เส้นทางวัฒนธรรม เมืองปทุมธานี ศาลหลักเมือง - ศาลากลางจังหวัดหลังเก่าและหอนิทรรศน์ ปทุมธานี - ให้อาหารปลาวัดหงส์ ปทุมาวาส – ชมธรรมาสน์เก่าทำด้วยไม้มะเกลือที่วัดโคก -ชมเจดีย์มอญ ที่วัดบางหลวง -ชมภาพจิตรกรรมฝาผนังตำหนักชินวรสิริวัฒน์ที่วัดชินวรารามวรวิหาร –ชมภาพมารผจญที่วัดเจตวงศ์

ถวายราชสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ไหว้ศาลหลักเมืองเพื่อความเป็นสิริมงคล ในบริเวณศาลากลางจังหวัดปทุมธานี (หลังใหม่) ชมสถาปัตยกรรมของศาลากลางจังหวัดหลังเก่าและหอนิทรรศน์ ปทุมธานี จวนผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี ให้อาหารปลาวัดหงส์ปทุมาวาส ชมความงามของโบสถ์พร้อมไหว้พระขอพร แวะชมธรรมาสน์เก่าทำด้วยไม้มะเกลือที่วัดโคก เดินทางต่อไปชมเจดีย์มอญ ที่วัดบางหลวง แล้วไปชมภาพจิตรกรรมฝาผนังตำหนักชินวรสิริวัฒน์ที่วัดชินวรารามวรวิหาร แล้วไปวัดเจตวงศ์ที่นี่จะมีภาพมารผจญที่ฝาผนังด้านในวัด ก่อนกลับแวะหลวงพ่อสำเภาทองที่วัดตลาดเหนือ 

\r\n 105 55053 สุโขทัย ภาคเหนือ อำเภอคีรีมาศ : ตามรอย เส้นทางพระร่วง เส้นทางตาล นาเชิงคีรี อนุรักษ์เครื่องปั้น-ดินเผา บ้านทุ่งหลวง ท่องที่ยวแหล่งชุมชน "

\r\n\r\n

\r\n\r\n

\r\n\r\n

\r\n" 106 55060 สุโขทัย ภาคเหนือ อำเภอบ้านด่านลานหอย : เมืองยุคหินก่อนประวัติศาสตร์ ลานหอย อ่างเก็บน้ำห้วยไคร้ แม่รำพัน ชมค้างคาวถ้ำเจ้าราม อำเภอบ้านด่านลานหอย : สำรวจเมืองยุคหินก่อนประวัติศาสตร์ ลานหอย อ่างเก็บน้ำห้วยไคร้ แม่รำพัน ชมค้างคาวถ้ำเจ้าราม\r\n "

\r\n\r\n

\r\n\r\n

\r\n\r\n

\r\n\r\n

\r\n\r\n

\r\n" 107 55067 นครศรีธรรมราช ภาคใต้ เที่ยวนครศรีธรรมราช 2 วัน 1 คืน ชวนไหว้พระศักดิ์สิทธิ์ แวะเที่ยวหมู่บ้านคีรีวง ‘ธรรมะ’ กับ ‘ธรรมชาติ’ เข้าด้วยกันอย่างลงตัว เพราะฉะนั้นทริปเที่ยวนครศรีธรรมราชในครั้งนี้ เราจะพาคุณไปอิ่มเอมใจกับสถานที่ท่องเที่ยวของ จ.นครศรีธรรมราช แบบเต็มอิ่มกัน 2 วัน 1 คืน ทริปนี้จะสนุกและมีความสุขมากขนาดไหนก็ตามไปดูกันเลย "

Day 1

\r\n\r\n

07.00 น. วางแผนออกเดินทางจากกรุงเทพฯ กันแต่เช้าตรู่ ถ้ามีเวลาไม่มากแนะนำให้ใช้เครื่องบินจะสะดวกและรวดเร็วกว่า เมื่อถึงนครศรีธรรมราชแล้ว ก็วางแผนเที่ยวกันได้เลยไปถึงแล้วเติมพลังมื้อเช้ากันที่ ร้านโกปี๊ ร้านอาหารพื้นเมืองแสนคลาสสิคชื่อดังที่อยู่คู่เมืองนครศรีธรรมราชตั้งแต่ปี 2500 การตกแต่งร้านยังคงกลิ่นอายสมัยก่อนได้เป็นอย่างดี มีลูกค้าแวะเวียนเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย มีเมนูเครื่องดื่มอร่อยๆ อย่างชา กาแฟส่วนเมนูห้ามพลาดของร้านนี้คือ บักกุดเต๋ ที่เสิร์ฟในหม้อดินร้อนๆ ได้กลิ่นหอมจากสมุนไพรจีนและเครื่องเทศ นอกจากนี้ยังมีเมนูติ่มซำ ขาหมู ข้าวเหนียวมูนหน้าต่างๆ ปาท่องโก๋ ฯลฯ และเมนูอื่นๆ อีกมากมาย ใครที่อยากมาสัมผัสความอร่อยแบบเก๋าๆ ก็มากันได้ร้านโกปี๊ ตั้งอยู่ ถ.นางงาม ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช โทรศัพท์ 0 7534 0160 หรือเว็บไซต์ www.rancopee.com

\r\n\r\n

10.30 น. อิ่มท้องกันเรียบร้อยแล้วก็ได้เวลาเดินทางไปกราบสักการะ ศาลหลักเมืองนครศรีธรรมราช ตั้งอยู่บริเวณสนามหน้าเมืองทางด้านทิศเหนือ ประกอบด้วยอาคาร 5 หลัง หลังกลางเป็นที่ประดิษฐานของศาลหลักเมืองโดยมีการออกแบบให้มีลักษณะคล้ายศิลปะศรีวิชัย องค์เสาหลักเมืองทำด้วยไม้ตะเคียนทองที่ได้มาจากภูเขายอดเหลือง อันเป็นภูเขาลูกหนึ่งในทิวเขานครศรีธรรมราช เป็นที่เคารพศรัทธาของชาวนครศรีธรรมราชเป็นอย่างยิ่ง

\r\n\r\n

11.00 น. มาถึงเมืองนครสองธรรมต้องไม่พลาดแวะสักการะ พระบรมธาตุเจดีย์ ณ วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองนครศรีธรรมราชและของชาวใต้ สร้างขึ้นครั้งแรกประมาณปี พ.ศ.854 ด้วยศิลปะการก่อสร้างแบบศรีวิชัย ภายในพระบรมธาตุเจดีย์จะบรรจุพระทันตธาตุ (ส่วนฟันของพระพุทธเจ้า) มีความสูง 55.78 เมตร องค์ระฆังสูง 9.80 เมตร มีปล้องไฉน 52  ปล้อง ปลียอดหุ้มด้วยทองคำเหลืองอร่าม จนมีการขนานนามว่าเป็นพระธาตุทองคำ ใครที่มาเที่ยวนครศรีธรรมราชแล้วอย่าลืมมาแวะสักการะพระบรมธาตุเจดีย์กันด้วยนะ เพราะถ้าไม่มาก็เหมือนว่ามาไม่ถึงนครศรีธรรมราชกันเลยทีเดียว โดยพระบรมธาตุเจดีย์ตั้งอยู่ที่ ถ.ราชดำเนิน ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช

\r\n\r\n

12.00 น. แวะกินมื้อกลางวันตามแบบฉบับปักษ์ใต้แท้ๆ กันที่ ร้านขนมจีนเมืองคอน ตั้งอยู่ในซอยพานยม ต.ในเมือง เป็นร้านขนมจีนชื่อดังที่เมื่อใครมาเยือนนครศรีธรรมราชต้องไม่พลาดร้านนี้เด็ดขาด ร้านขนมจีนเมืองคอนมีน้ำยาขนมจีนให้เลือกทานมากมาย ทั้งน้ำยาแกงเขียวหวานไก่ น้ำพริก น้ำยาแกงไตปลา น้ำแกงปักษ์ใต้แบบใส่กะทิ น้ำยาแกงป่า เสิร์ฟมาพร้อมกับขนมจีนเส้นสดที่นุ่มอร่อย ยิ่งทานคู่กับผักสัดยิ่งฟินสุดๆ โดยร้านนี้เปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 08.00 – 15.30 น. หรือโทร.0 7534 2615

\r\n\r\n

13.30 น. อิ่มท้องสบายพุงกันเรียบร้อยแล้ว ก็ได้เวลาเดินทางไปยัง หมู่บ้านคีรีวง อ.ลานสกา จ.นครศรีธรรมราช เพื่อเข้าที่พักเช็คอินกัน ต้องขอบอกว่าที่หมู่บ้านคีรีวงแห่งนี้ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นหมู่บ้านที่อากาศดีที่สุดในประเทศไทย และยังได้รับรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวยอดเยี่ยม (Thailand Tourism Awards) ประจำปี 2541 ประเภทเมืองและชุมชน จึงทำให้ที่นี่มีนักท่องเที่ยวแวะเวียนเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย

\r\n\r\n

16.00 น. หลังจากเก็บกระเป๋าเข้าที่พักกันเรียบร้อยแล้วก็ได้เวลาปั่นจักรยานชมวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวคีรีวงกัน ซึ่งที่หมู่บ้านคีรีวงแห่งนี้มีจุดเด่นตรงที่ธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ มีภูเขาล้อมรอบหมู่บ้านและมีสายน้ำไหลผ่านตลอดทั้งปีนอกจากนี้ยังมีแหล่งเรียนรู้วิถีชีวิตชุมชนที่น่าสนใจอีกมากมาย อาทิ กลุ่มมัดย้อมสีธรรมชาติ กลุ่มลายเทียนบาติกสีธรรมชาติ กลุ่มลูกไม้ กลุ่มบ้านสมุนไพร ฯลฯเรียกได้ว่าแค่มาเที่ยวที่หมู่บ้านคีรีวงก็สามารถเติมเต็มความสุขได้อย่างสมบูรณ์ โดยค่ำคืนนี้เราแนะนำให้จองโฮมสเตย์ในหมู่บ้านพักผ่อนกันดีกว่า เพราะสะดวกสบาย และตอนเช้าจะได้มีเวลาเที่ยวต่อกันอีกมากๆ

\r\n\r\n

Day 2

\r\n\r\n

07.00 น. ตื่นเช้ามาสูดอากาศบริสุทธิ์ให้ฉ่ำปอดแล้วไปเรียนรู้วิถีชีวิตชาวบ้านคีรีวงกัน ซึ่งอาชีพของคนที่นี่สวนใหญ่คือเกษตรกรปลูกผลไม้ เนื่องจากสภาพอากาศและธรรมชาติที่ตีรีวงมีความอุดมสมบูรณ์เป็นอย่างมาก จึงทำให้มีผลิตผลที่มีคุณภาพและปลอดสารพิษ จึงมั่นใจได้เลยว่าหากเป็นผลไม้มาจากคีรีวงต้องปลอดภัยและดีอย่างแน่นอนจากนั้นเราก็ไปเรียนรู้การทำผ้ามัดย้อมกัน โดยผลิตภัณฑ์ผ้ามัดย้อมส่วนใหญ่จะเป็นเสื้อผ้า ผ้าเช็ดหน้า กระเป๋าผ้า โดยเป็นการนำผลผลิตจากธรรมชาติอย่างแก่นไม้ เปลือกมังคุด ดอกไม้ นำมาทำเป็นสีของผ้ามัดย้อม จึงทำให้ได้สีสันที่สวยงามและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย

\r\n\r\n

12.00 น. แวะกินขนมจีนอร่อยๆ กันที่ ร้านขนมจีนป้าเขียว ร้านขนมจีนเจ้าดังแห่ง อ.ลานสกา ที่ร้านนี้ใช้ขนมจีนเส้นสดเสิร์ฟพร้อมน้ำยาขนมจีนรสเด็ดอย่างน้ำแกงเผ็ด น้ำแกงกะทิ น้ำแกงหวาน และแกงพุงปลา พร้อมด้วยผักพื้นบ้านสดๆ อีกไม่อั้น หรือจะทานคู่กับไก่ทอด ไข่ต้มร้อนๆ ก็อร่อยฟินไปอีกแบบ ก่อนปิดท้ายด้วยของหวานอย่างสละลอยแก้วก็ถือว่าเป็นมื้อที่อิ่มอร่อยและมีความสุขสุดๆร้านขนมจีนป้าเขียว ตั้งอยู่ที่ ต.ท่าดี อ.ลานสกา จ.นครศรีธรรมราช เปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 08.30 – 16.00 น. โทรศัพท์: 08 2814 4922

\r\n\r\n

14.00 น. ก่อนเดินทางกลับกรุงเทพฯ เราก็แวะเที่ยวตามรอยเขาเล่าว่าที่ วัดเจดีย์ วัดนี้มีลักษณะเหมือนวัดทั่วๆ ไป แต่จะมีความพิเศษตรงที่ประชาชนและชาวบ้านละแวกใกล้เคียงมีความศรัทธาต่อไอ้ไข่ หรือตาไข่ ซึ่งตามประวัติที่เล่าขานกันมานั้น เดิมทีวัดเจดีย์แห่งนี้เป็นวัดร้าง หลวงปู่ปวดซึ่งเป็นเกจิอาจารย์ชื่อดังสายปักษ์ใต้ได้มาปักกรดเดินธุดงค์อยู่บริเวณนี้ และพบว่ามีทรัพย์สมบัติและศาสนสถานที่สำคัญจำนวนมาก จึงให้ไอ้ไข่ซึ่งเป็นวิญญาณเด็กอายุ 9-10 ขวบ สิงสถิตย์เฝ้าสมบัติดังกล่าวปัจจุบันมีการสร้างรูปปั้นบูชาเป็นรูปไม้แกะสลักเป็นเด็ก สวมชุดลายพรางทหารสวมแว่นตาดำ ซึ่งมาจากสิ่งของที่ชาวบ้านที่ศรัทธานำมาถวายแก้บน โดยวัดไอ้ไข่นี้ตั้งอยู่ที่ ต.ฉลอง อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช

\r\n\r\n

สำหรับทริปเที่ยวนครศรีธรรมราชแบบ 2 วัน 1 คืน เป็นทริปการเดินทางแบบง่ายๆ แต่คุ้มค่าด้วยความสนุกและประสบการณ์ใหม่ สำหรับเพื่อนๆ ที่สนใจมาเที่ยวนครศรีธรรมราช ต้องบอกเลยว่า เมืองนี้มีที่เที่ยวสวยๆ อีกมากมาย ถ้ามีเวลาวันหยุดมากๆ ก็แวะมาเที่ยวกันได้ตลอดทั้งปีเลยทีเดียว

\r\n" 108 55186 นครศรีธรรมราช ภาคใต้ เที่ยวเมืองคอน ไปกินไปนอน ท่าศาลา ท่าศาลาอุดมสมบูรณ์ด้วยกุ้งหอยปูปลาในทะเล นาข้าวเขียวชอุ่ม ปลูกผักสดกินเอง ปลูกยางพาราและปาล์มบนเขา ท่าศาลาจึงนับว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวจับตามองกันอย่างมาก

ท่าศาลามีสถานที่ท่องเที่ยวครบครัน ทั้งบนบก ชายหาด ทริปครั้งนี้จะพานักท่องเที่ยว ไปกินไปเที่ยว ท่าศาลาใน1 ทริป ใช้เวลาแค่วันเดียว

\r\n\r\n

06:30 น. เดินทางออกจากตัวเมืองนครศรีธรรมราช ไปตามเส้นทางนครศรี- ท่าศาลา

\r\n\r\n

          โดยทั่วไประยะทางจากตัวเมืองจนถึงท่าศาลามีระยะทาง 45กิโลเมตร

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

06:45 น. ระหว่างการเดินทาง แวะรับประทานอาหารเช้าเบาๆ ที่ คิวคูตอน-นครโบราณ ถนนอ้อมค่ายวชิรวุธ

\r\n\r\n

          ที่จอดรถสะดวก มีร้านอาหารในเครือครบทั้ง เฮาคอฟฟี่ ลิกอร์ ครัวนคร และร้านโกปี้ มาที่เดียวเลือกนั่งเลือกทานอาหารได้หลากหลายเมนู อาหารแนะนำเน้นสุขภาพ อย่าง บะกุดเต๋ผัก ติ่มซำ ความอร่อยเป็นเลิศ

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

07:30 น. ท่องเที่ยวโดยชุมชนหมู่บ้าน- บ้านแหลม

\r\n\r\n

                       - เยี่ยมชม การแกะใบจาก ที่ใช้ทั้งมือและปาก ออกมาเป็นผลิตภัณฑ์คือ กระดาษมวนพันยาสูบ

\r\n\r\n

                       - เยี่ยมชมพริกแกงมุสลิมะฮ์ พริกแกงสูตรเด็ดที่มีวางขายเกลื่อนตลาด ทั้งในและส่งออกนอกประเทศ

\r\n\r\n

                       - ชมโฮมสเตย์ตัวอย่าง ชื่อว่าบ้านสวนวัลลีย์เครือข่ายบ้านแหลมโฮมสเตย์ ปลูกผักปลอดสารพิษไว้ทานเองภายในบ้านมี

\r\n\r\n

                                ผักผลไม้สดๆ มากมาย

\r\n\r\n

                       - ชมการทอหางอวน หรือยอดใบลานที่มีอยู่ในท้องถิ่น

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

11:00 น.  รับประทานอาหารเที่ยงที่บ้านแหลมโฮมสเตย์

\r\n\r\n

                รับประทานอาหารทะเลสดๆ อร่อยมิรู้ลืม

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

12:00 น.  เยี่ยมชมหัตถกรรมบ้านในถุ้ง 

\r\n\r\n

                หัตถกรรมพื้นบ้าน ว่าวผ้าและกรงนก ของชุมชนบ้านในถุ้ง

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

13:30 น. "สักการะ พระนางตา" ณ วัดนางตรา

\r\n\r\n

                วัดโบราณที่สร้างมานานประมาณ 1,800 ปี 

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

14:00 น. เยี่ยมชม โบราณสถาน วัดโมคลาน

\r\n\r\n

              ศาสนสถานสมัยโบราณกาล เดิมเป็นศาสนสถานของพราหมณ์ลัทธิไศวนิกาย

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

14:45 น. เยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์หาดทรายแก้ว

\r\n\r\n

               สถานที่จัดแสดงเครื่องปั้นดินเผาโบราณของผู้ใหญ่ เยิ้ม เรืองดิษฐ์ 

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

15:30 น.  เที่ยวชายทะเล ที่หาดท่าสูงบน

\r\n\r\n

                หมู่ 4 ท่าศาลา สถานที่ท่องเที่ยวที่กำลังฮิต ในขณะนี้

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

17:30 น. รับประทานอาหารมื้อเย็นริมฝั่งเเม่น้ำท่าสูงบน "ร้านอาหารท่าศาลาซีฟู้ด"

\r\n\r\n

                อาหารทะเลสดๆ ริมปากอ่าวทองคำท่าศาลา ความอร่อยเป็นที่เลื่องลือ บรรยากาศดี พนักงานบริการด้วยรอยยิ้ม

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

17:00 น. เช็คอินเข้าที่พักใกล้ทะเล "นกน้อยรีสอร์ท"

\r\n\r\n

                

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

                

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

 

\r\n 109 55236 กาญจนบุรี ภาคกลาง เจาะประวัติศาสตร์ รื่นเริงธรรมชาติ """เมืองกาญจน์"" หรือ กาญจนบุรี เป็นจังหวัดหนึ่งในภาคกลางที่มีผู้คนนิยม เดินทางไปท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก ""เมืองกาญจน์"" เต็มไปด้วยเรื่องราวในอดีตที่น่าสนใจ แหล่งอารยธรรมเก่าแก่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ และเป็นสถานที่ตั้งของสะพานข้ามแม่น้ำแคว ซึ่งเป็นสถานที่สำ" "

One Day Trip 06.00 น. ปักหมุดจุดแรกที่สะพานข้ามแม่น้ำแคว เป็นสะพานประวัติศาสตร์ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2  ซึ่งเป็นแลนด์มาร์คของจังหวัดกาญจนบุรีที่นักท่องเที่ยวต้องมาถ่ายภาพเก็บไว้เป็นที่ระลึก

\r\n\r\n

\r\n\r\n

06.30 น.       เริ่มออกเดินทางจากเมืองกาญจน์จนบุรีสู่เจียไต๋กรุ๊ป เที่ยวชมแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร
\r\n                    ชมวิธีการปลูกพืชแบบปลอดสารพิษ อีกทั้งแวะชิมแตงเมล่อนที่มีรถชาดหวานกรอบอร่อย

\r\n\r\n

08.00 น.        ออกเดินทางจากเจียไต๋กรุ๊ปไปยังอุทยานประวัติศาสตร์เมืองสิงห์

\r\n\r\n

08.45 น.        ถึงอุทยานประวัติศาสตร์เมืองสิงห์ ถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ เป็นการศึกษาโบราณสถานที่ทรงคุณค่า มีอายุกว่า 800 ปี ได้เห็นถึงอิทธิพลของ                          ขอมในอดีตและเรียนรู้
\r\n                      ความเป็นมาจากสถาปัตยกรรมการสร้างปราสาทขอมเที่ยวชมความงามของปราสาทในสมัยประวัติศาสตร์ที่สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7

\r\n\r\n

\r\n\r\n

10.30 น.        แวะชม ทางรถไฟสายมรณะบริเวณสถานีถ้ำกระแซ ที่แห่งนี้เองคือจุดหมายปลายทางที่นักท่องเที่ยวทุกคนลงมาเดินเล่นบนรางรถไฟ ถ่ายภาพกันอย่าง                                   สนุกสนานเพื่อประทับไว้เป็นครั้งหนึ่งแห่งความทรงจำ แม้ทางรถไฟสายมรณะ สายนี้ได้กลายเป็นเส้นทางท่องเที่ยวไฮไลต์ของ กาญจนบุรีไปแล้ว แต่ในอดีต                           ที่นี่คือเส้นทางแห่งความทุกข์ทรมาน และเจ็บปวดของเชลยศึกฝ่ายสัมพันธมิตรและกรรมกรที่ถูกเกณฑ์มาสร้างทางรถไฟในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2                                       โดยกองทัพญี่ปุ่น เพื่อเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์ของจักรวรรดิญี่ปุ่นเข้าสู่ประเทศเมียนมา

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

11.30 น.        พักรับประทานอาหาร

\r\n\r\n

13.00 น.        ถึงน้ำตกไทรโยคน้อย สัมผัสความเป็นธรรมชาติของน้ำตกไทรโยคน้อย และลงเล่นน้ำที่ใสเย็น

\r\n\r\n

14.30 น.        แวะพักรถและชมที่พิพิธภัณฑ์ช่องเขาขาด ซึ่งเป็นจุดที่คอยให้บริการข้อมูลการท่องเที่ยวและไปเที่ยวต่อกันที่ช่องเขาขาด เป็นพิพิธภัณฑ์แห่งความทรงจำ                               ตั้งอยู่ภายในกองการเกษตรและสหกรณ์ สำนักงานทหารพัฒนา หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา เป็นสถานที่จัดแสดงมินิเธียเตอร์ และรวบรวมข้อมูลภาพถ่าย                               ข้าวของเครื่องใช้ระหว่างการสร้างทางรถไฟสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยรัฐบาลออสเตรเลียได้จัดตั้งพิพิธภัณฑ์ ซึ่งเป็นสวนหนึ่งของทางรถไฟสายมรณะ                               ที่เชลยศึกในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ตัดเจาะภูเขาหินด้วยมือปราศจากเครื่องมืออันทันสมัย ให้เป็นช่องสำหรับสร้างทางรถไฟ ปัจจุบันยังมีร่องรอยของทาง                           รถไฟปรากฏให้เห็นอยู่เป็นเส้นทางไปสู่ประเทศพม่า คนในชุมชนมักเรียกว่า “ช่องไฟนรก”

\r\n\r\n

\r\n\r\n

16.00 น.        เดินทางกลับโดยสวัสดิภาพ

\r\n" 110 55265 นครศรีธรรมราช ภาคใต้ ล่องเรื่อชมป่าชายเลน ดำน้ำชมปะการังเกาะแตน (เต็มวัน) ป่าชายเลน เป็นสังคมพืชที่ขึ้นอยู่ตามบริเวณชายฝั่งทะเล ปากแม่น้ำหรืออ่าว ซึ่งเป็นบริเวณที่มีระดับน้ำทะเลท่วมถึงในช่วงที่น้ำทะเลขึ้นสูงสุด ความสำคัญของป่าชายเลนต่อมนุษย์มีทั้งทางตรงและทางอ้อม ทางตรงคือจากตัวต้นไม้เอง ที่ใช้ทำถ่าน, เครื่องเรือน "

 

\r\n\r\n

08:30 น. ทุกคนพบกันที่จุดลงเรื่อ

\r\n\r\n

9:00 น. ออกเดินทางไปยังป่าชายเลน ณ อุทยานแห่งชาติหาดขนอม-หมู่เกาะทะเลใต้ ชมทัศนียภาพอันสวยงามและความอุดมสมมบูรณ์ของพืชพันธ์ป่าชายเลน

\r\n\r\n

9:30 น. พายเรื่อคายัคเพื่อดื่มด่ำกับทัศนียภาพของป่าชายเลนอย่างใกล้ชิด (สำหรับท่านที่ไม่ประสงค์จะพายเรื่อคายัคสามารถล่องเรื่อเพื่อชมความงามของธรรมชาติได้ตามอัธยาศัย)

\r\n\r\n

10:30 น. เดินทางเพื่อไปชมโลมาสีชมพู ระหว่างทางจะได้สัมผัสวิถีชีวิตชาวประมงขนอม ชมทัศนียภาพของโรงไฟฟ้าขนอม ณ บริเวณปากคลองขนอม ล่องเรื่อชมความงามของเกาะต่างๆ

\r\n\r\n

12:00 น. รับประทานอาหารเที่ยงบนชายหาด เสริฟพร้อมผลไม้และเครื่องดื่ม พักผ่อนตามอัธยาศัย

\r\n\r\n

13:30 น. นั่งเรื่อไปนมัสการหลวงปู่ทวด ชมความมหัศจรรย์ของบ่อน้ำจืดกลางทะเล และเขาหินพับผ้า

\r\n\r\n

16:00 น. เดินทางกลับเข้าฝั่ง

\r\n" 111 55303 กาญจนบุรี ภาคกลาง “ปั่นสุขใจในตัวเมืองกาญจน์” ช่วงนี้กระแสการปั่นจักรยานกำลังมาแรง สามารถปั่นได้ทุกที่ ทุกเวลา (ถ้ามีทางไป) และจังหวัดกาญจนบุรีเป็นอีกทางเลือกหนึ่งคุณไม่ควรพลาด กับบรรยากาศธรรมชาติอันแสนบริสุทธิ์ ใกล้เมืองหลวงของประเทศอีกต่างหาก ฉะนั้น\r\n“ไปเที่ยวกาญจน์เถอะ”\r\n "

เส้นทางท่องเที่ยวในจังหวัดกาญจนบุรี (One Day Trip)

\r\n\r\n

09.00-09.30 น.  สักการะศาลเจ้าพ่อหลักเมือง ซึ่งเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวจังหวัดกาญจนบุรีและผู้ที่เข้ามาเยือนที่จังหวัดกาญจนบุรี เพื่อเป็นสิริมงคลแก่ตนเอง อีกทั้งถวายบังคมพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 ซึ่งประดิษฐานใกล้กับประตูเมืองกาญจนบุรีที่มีอายุเก่าแก่กว่าร้อยปี สามารถถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึกได้อีกด้วยเพื่อให้นึกถึงว่ามายังจังหวัดกาญจนบุรีเรียบร้อยแล้ว
\r\n 

\r\n\r\n


\r\n 

\r\n\r\n

09.30-10.30 น.       นำท่านปั่นจักรยานสู่วัดไชยชุมพลชนะสงคราม เพื่อกราบสักการะหลวงปู่เปลี่ยนอดีตเจ้าอาวาสวัดเพื่อจิตใจที่สงบหลังจากที่ได้เคร่งเครียดจากงาน และต่อด้วยการทำทานด้วยการให้อาหารปลาในเขตอภัยทาน ปิดท้ายที่การเข้าชมนิทรรศการประวัติศาสตร์ที่พิพิธภัณฑ์อักษะและเชลยศึก ด้านในจะจัดแสดงภาพถ่ายการสร้างเส้นทางรถไฟสายมรณะ(ภาพจริง) ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2
\r\n 

\r\n\r\n


\r\n 

\r\n\r\n

10.30-12.00 น.       ปั่นต่อไปยังถนนปากแพรก เป็นชุมชนเมืองที่เก่าแก่ที่สุดของกาญจนบุรี  ตั้งอยู่ริมกำแพงเมืองกาญจนบุรี ใกล้พระบรมราชานุสาวรีย์ พระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวเป็นชุมชนเก่าแก่กว่า 180 ปี เริ่มก่อตั้งขึ้นในยุคสร้างเมืองกาญจนบุรีใหม่ ในสมัยสมเด็จ พระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 3) เป็นที่ตั้งของสถานที่สำคัญของจังหวัดกาญจนบุรี เช่น บ้านสิทธิสังข์บ้านคุณบุญผ่อง สิริเวชภัณฑ์ บ้านสมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 19 เมื่อผ่านเส้นทางดังกล่าวแล้วนำท่านสู่วัดเทวสังฆารามพระอารามหลวง(วัดเหนือ) ไปที่หอพระประวัติ ซึ่งด้านในจัดแสดงนิทรรศการประวัติของสมเด็จพระสังฆราชตั้งแต่พระองค์แรกจนถึงองค์ปัจจุบัน
\r\n 

\r\n\r\n

\r\n\r\n

12.00 – 13.00 น.      รับประทานอาหารกลางวัน   

\r\n\r\n


\r\n 

\r\n\r\n

13.00-13.30 น.         หลังจากแวะเติมพลังกันเสร็จแล้วไปเพลิดเพลินด้วยการปั่นชม พร้อมกับถ่ายภาพ สุสานทหารสัมพันธมิตรซึ่งบรรจุศพเชลยศึกที่เสียชีวิตระหว่างการสร้างทางรถไฟสายมรณะถึง 6,982 หลุม โดยพื้นที่ภายในได้รับการตกแต่งไว้อย่างเป็นระเบียบสวยงาม เหนือหลุมฝังศพทุกหลุมมีแผ่นทองเหลืองจารึก ชื่อ อายุ และประเทศของผู้เสียชีวิต

\r\n\r\n

13.30 -14.00 น.      ออกกำลังกันต่อเพื่อเดินทางไปยังวิหารเจ้าแม่กวนอิมริมน้ำ เพื่อชมความวิจิตระการตาของเจ้าแม่กวนอิม สูง ๑๘ เมตร สลักด้วยหินหยกขาวจากประเทศจีนรวม ๘๘ ชิ้น น้ำหนักรวม ๒๒๐ ตัน ยืนบนฐาน ๙ เหลี่ยม

\r\n\r\n

14.00-15.00 น.         เหนื่อยกันต่ออีกนิดด้วยการจูงจักรยานข้ามสะพานข้ามแม่น้ำแคว เป็นหนึ่งในเส้นทางสายมรณะ แชะรูปให้หนำใจกับแลนด์มาร์คจังหวัดกาญจนบุรี นักท่องเที่ยวหลายคนได้กล่าวไว้ว่าถ้าหากใครมากาญจนบุรีแล้วไม่มาถ่ายรูปหรือเช็คอินที่สะพานข้ามแม่น้ำแควถือว่ามาไม่ถึงจังหวัดกาญจนบุรี
\r\n 

\r\n\r\n


\r\n 

\r\n\r\n

15.00-16.00 น.         จบท้ายด้วยการช็อปของที่ระลึกจากกาญจนบุรี เช่น นิล พลอย ไพลิน อีกทั้งแร่ธาตุต่างๆ ที่มีอยู่ในจังหวัดกาญจนบุรี  แวะซื้อของฝากจากเมืองกาญจน์ เช่น เค้กฝอยทอง วุ้นเส้นท่าเรือ วุ้นมะพร้าว มะขามแก้ว ฯ

\r\n\r\n

16.00 น.       เดินทางกลับภูมิลำเนาโดยสวัสดิภาพ

\r\n" 112 55335 นครศรีธรรมราช ภาคใต้ ทัวร์ขนอม สิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช 2 วัน 1 คืน นมัสการพระบรมธาตุเจดีย์ (พระบรมธาตุเมืองนคร) ณ วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร นั่งเรือไปนมัสการหลวงปู่ทวด เหยียบน้ำทะเลจืด ณ เกาะนุ้ยนอก ชมความงดงามของหมู่เกาะทะเลใต้ เที่ยวชมน้ำตกสี่ขีด ณ อุทยานแห่งชาติน้ำตกสี่ขีด และพิพิธภัณฑ์เมืองนครศรีธรรมราช "


\r\nโปรแกรมทัวร์ขนอม สิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช 2 วัน 1 คืน
\r\nวันที่ 1
\r\n08.30 น. รับคณะลูกทัวร์ที่สนามบินจังหวัดนครศรีธรรมราช ออกเดินทางไปยังตัวเมืองนครศรีธรรมราช
\r\n09.00 น. พาคณะลูกทัวร์นมัสการพระบรมธาตุเจดีย์ หรือพระบรมธาตุเมืองนคร (ทรงลังกา) ณ วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร (วัดพระบรมธาตุ) ภายในบรรจุพระทันตธาตุ (ส่วนฟันของพระพุทธเจ้า) ได้รับการขนานนามว่าเป็น พระธาตุทองคำ และพระธาตุไร้เงา นมัสการพระศรีศากยมุนีศรีธรรมราช ในพระวิหารหลวง ท้าวขัตตุคาม-รามเทพ เทพผู้พิทักษ์พระบรมธาตุเจดีย์ ฯลฯ ออกเดินทางไปยังอำเภอขนอม จังหวัดนครศรีธรรมราช
\r\n12.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน
\r\n13.00 น. พาคณะลูกทัวร์นั่งเรือออกเดินทางไปชมความงดงามของหมู่เกาะทะเลใต้ ระหว่างเส้นทางจะได้สัมผัสวิถีชีวิตชาวประมงขนอม ชมทัศนียภาพของโรงไฟฟ้าขนอม ณ บริเวณปากคลองขนอม
\r\n14.00 น. พาคณะลูกทัวร์เที่ยวชมอ่าวตะเล็ดที่ตั้งอยู่บริเวณทิศเหนือของอำเภอขนอมเป็นที่อยู่อาศัยของโลมา ชมทัศนียภาพแนวหิน Pan CakeRock อันงดงามตลอดแนวชายฝั่งทางทะเลของบริเวณอ่าวหลักซอ และเกาะถ้ำ
\r\n15.00 น. พาคณะลูกทัวร์นมัสการหลวงปู่ทวด เหยียบน้ำทะเลจืด ณ เกาะนุ้ยนอก พิสูจน์บ่อน้ำจืดกลางทะเลที่มีตำนานเล่าขานมาอย่างยาวนานกว่า 100 ปี พบกับความมหัศจรรย์ที่ธรรมชาติสร้างมาอย่างลงตัว ออกเดินทางกลับสู่อำเภอขนอม ส่งคณะลูกทัวร์ถึงฝั่งท่าเรือ
\r\n17.00 น. พาคณะลูกทัวร์ Check In เข้าที่พัก พักผ่อนตามอัธยาศัย
\r\n18.00 น. รับประทานอาหารค่ำ พักผ่อนตามอัธยาศัย
\r\nวันที่ 2
\r\n08.00 น. รับประทานอาหารเช้า Check Out ออกจากที่พัก ออกเดินทางไปยังอำเภอสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช
\r\n09.30 น. พาคณะลูกทัวร์เที่ยวชมน้ำตกสี่ขีด ณ อุทยานแห่งชาติน้ำตกสี่ขีด (เขตป่าสงวนแห่งชาติป่ายางโพรงและป่าเขาใหญ่) เที่ยวชมน้ำตก เกาะแก่ง แอ่งน้ำ โขดหิน และพันธุ์ไม้ตระกูลต่างๆ มากมาย มีคนกล่าวกันว่าน้ำตกสี่ขีดเป็นน้ำตกเอราวัณของจังหวัดกาญจนบุรี แห่งที่ 2 เดินเที่ยวถ่ายรูป พักผ่อนตามอัธยาศัย ออกเดินทางไปยังอำเภอเมืองนครศรีธรรมราช จังหวัดนครศรีธรรมราช
\r\n12.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน
\r\n13.00 น. พาคณะลูกทัวร์เที่ยวชมพิพิธภัณฑ์เมืองนครศรีธรรมราช สถานที่จัดแสดงเกี่ยวกับเมืองนครศรีธรรมราช ตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ถึงยุคปัจจุบัน ความรู้เรื่องชื่อเมือง ตรา 12 นักษัตร (ตราประจำเมือง) การตั้งถิ่นฐานของผู้คน การรับอิทธิพลด้านวัฒนธรรมจากต่างแดน ความสำคัญของนครศรีธรรมราช ในฐานะเมืองท่า ประวัติสังเขปของบุคคลสำคัญเมืองนครศรีธรรมราช เรื่องราวทางศาสนา เช่นศาสนสถานต่างๆ เรื่องราววิถีชีวิต วัฒนธรรม ประเพณี การละเล่น เหตุการณ์สำคัญของชาวเมืองนครศรีธรรมราช และนิทรรศการหมุนเวียน

\r\n\r\n

14.30 น. พาคณะลูกทัวร์เดินทางไปยังสนามบินแวะซื้อของฝาก ของที่ระลึก ส่งคณะลูกทัวร์ที่สนามบินจังหวัดนครศรีธรรมราช เดินทางกลับ          

\r\n\r\n
\r\n

หมายเหตุ

\r\n\r\n

เวลาและสถานที่ดังกล่าว อาจจะคลาดเคลื่อน ขึ้นอยู่กับการเที่ยวชมของลูกค้า และสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม ทางบริษัทจะถือผลประโยชน์ของลูกค้าเป็นสำคัญ

\r\n" 113 55156 นครสวรรค์ ภาคเหนือ ตามรอยพระพุทธเจ้าหลวง เสด็จประพาสต้น มณฑลนครสวรรค์ ร่วมย้อนเวลา รำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณและเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวและขิพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ตามรอยเส้นทางการเสด็จประพาสต้น ของรัชกาลที่5 ในจังหวัดนครสวรรค์ พร้อมบรรยากาศย้อนยุคต่างๆ มากมาย "

จุดที่1 วัดพระปรางค์เหลือง อ.พยุหะคีรี

\r\n\r\n

ชมเก๋งเรือ ร.5 พระราชทาน สถานที่สำคัญ 7 จุด ประกวดร้องเพลงไทยลูกทุ่งบริเวณตลาดโบราณ ประกวดส้มตำลีลา ชมเรือจำลองเสด็จประพาสต้นที่ตกแต่งอย่างสวยงาม กราบขอพร หลวงพ่อเงิน เกจิอาจารย์ที่เคยถวายการรดนำ้มนต์ ร.5 และรับนำ้มนต์ มหาจินดามณีสารพัดนึก ฟรี ชมการแข่งขันเรือยาวชิงถ้วยพระราชทานและกราบขอพรพระบรมรูปรัชกาลที่ 5 

\r\n\r\n

ติดต่อสอบถาม : เทศบาลตำบลท่านำ้อ่อยม่วงหัก 056-257374 ต่อ 115,081-3941999

\r\n\r\n

จุดที่2 วัดเกาะหงส์ อ.เมืองฯ 

\r\n\r\n

กราบนมัสการพระสังกัจจายน์ยืน หนึ่งเดียวในสยาม ที่ ร.5 สร้างถวย ชมการเหยียบฉ่ารักษาโรคแบบโบราณสักการขอพรและหลวงพ่อกัน หลวงพ่ออินทร์ยอดเกจิอาจารย์ในอดีต ชมและเลือกซื่อสินค้า  otop  ขนมและอาหารพื้นเมืองตลาดโบราณ ชมสถาปัตยกรรมอุโบสถเก่า ปริศนาธรรม รอยพระพุทธบาท 4 รอย ฝาผนังโบสถ์

\r\n\r\n

ติดต่อสอบถาม : อบต.ตะเคียนเลื่อน โทร 056-358040

\r\n\r\n

จุดที่3 วัดเก้าเลี้ยว อ.เก้าเลี้ยว 

\r\n\r\n

ขบวนเถิดเทิงกลองยาวอันเชิญพระบรมรูปรัชกาลที่5 แกะสลักจากไม้สักทองทรงเครื่องต้น รอบตลาดเก้าเลี้ยวแต่งกายย้อนยุคสมัย ร.5 กราบขอพรพระบรมสารีริกธาตุ พระมหาพุทธชยันตี 2600 ปี ขอพรเจ้าพ่อเก้าเลี้ยวและชมเกี๊ยวรับเสด็จฯอายุกว่า 100 ปี ตลาดโบราณ อาหารขนมโบราณ เลือกซื้อสินค้า otop ของดีอำเภอเก้าเลี้ยว การประกวดการแต่งกายยุคสมัย ร.5 ประกวดนางในนางกำนัล การประกวดมะลิพวงมาลัย นิทรรศการพระเครื่องภาพเก่าเล่าเรื่อง ชมและชิมอาหารทรงโปรด ขบวนแห่จักยานเก่าโบราณ

\r\n\r\n

ติดต่อสอบถาม : เจ้าคณะอำเภอเก้าเลี้ยว 087-3107584 เทศบาลตำบลเก้าเลี้ยว 056-299157

\r\n\r\n

จุดที่4 วัดหัวดง อ.เก้าเลี้ยว 

\r\n\r\n

ชมขบวนแห่พระบรมรูปรัชกาลที่5 แกะสลักจากไม้สักทองทรงเครื่องต้น การแต่งกายย้อนยุคสมัย ร.5 ตลาดโบราณ ประกวดการทำอาหาร และขนมโบราณ แข่งขันการทำอาหารจากกะทิ กราบขอพร หลวงพ่อโต พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ การแสดงของนักเรียนและชุมชน ชมขบวนเรือเสด็จประพาสต้นวิถีชุมชนจำลอง การตอบปัญหาชิงรางวัลของนักเรียนนักศึกษามัคคุเทศก์น้อยเล่าสืบสานตำนานประวัติศาสตร์ท้องถิ่น

\r\n\r\n

ติดต่อสอบถาม : อบต.หัวดง 056-384075,089-9582930

\r\n\r\n


\r\nจุดที่5 วัดเขาหน่อ วัดบ้านแดน อ.บรรพตพิสัย 

\r\n\r\n

กราบพระนอนหน้าถ้ำศักดิ์สิทธิ์ ชมเครื่องสังคัตที่ ร.5 ถวายหลวงพ่อแหยม ชม สระเดร็จที่ ร.5 ทรงสงนำ้ ตลาดต้องชม เลือกซื้อสินค้า otop ขนมหวาน/อาหารพื้นบ้าน/ผักผลไม้ปลอดสารพิษ การแข่งขันทำอาหารขนมไทยการประกวดนางพันธุรัต (นางยักษ์) ชมขบวนเรือเสด็จประพาสต้นจำลอง เลี้ยงอาหารลิงนับพันตัว ชมฝูกค้างคาวนับล้านตัวบินออกจากถำ้ยามเย็น

\r\n\r\n

ติดต่อสอบถาม : เทศบาลตำบลบ้านแดน โทร.056279321

\r\n\r\n

จุดที่6 วัดเขาดินใต้ วัดมหาโพธิ์ใต้ อ.เก้าเลี้ยว 

\r\n\r\n

กราบขอพรหลวงพ่อเฮงและ ร.5 ยืนคู่องค์สูงและใหญ่ที่สุดในโลก สักการะรอยพระพุทธบาทอายุกว่า 100 ปีที่สมเด็จพระศรีพัชรินทร์ฯ พระบรมราชินีนาถ ร.5 ได้ถวายหลวงพ่อเฮง ชมเหรียญเสมา จปร.พระราชทาน ทึ่ทรงแจกเด็กคราวประพาสต้นชมการประกวดร้อยมาลัยดอกมะลิ แข่งขันการกิรฝรั่ง ตลาดโบราณย้อนยุคประกวดอาหารทรงโปรด ชมการแสดงแสงสีเสียงการประกวดนางทาส

\r\n\r\n

ติดต่อสอบถาม : อบต.เขาดิน โทร 086-9717999 อบต.มหาโพธิ์ โทร.056-217860

\r\n\r\n

จุดที่7 วัดศรีสุวรรณ (วัดเขื่อนแดง) อ.เมืองฯ 

\r\n\r\n

ชมนิทรรศการเสด็จประพาสต้นภาพรวมนครสวรรค์ ถ่ายภาพกับศาลาที่ประทับประดับดอกไม้อย่างสวยงาม ตลาดโบราณการแต่งกายย้อนยุค สมัย ร.5 การแสดงการละเล่นเด็กไทยในอดีต การประกวดนายทหาร และงานเลี้ยงแบบขันโตก สำรับกับข้าวอาหารไทยโบราณ และรับแจกฟรี พระผง ร.5 เนื้อกระเบื้องศาลาที่ประทับ

\r\n\r\n

ติดต่อสอบถาม : อบต.นครสวรรค์ตก โทร.056-245258

\r\n\r\n

 

\r\n" 114 55502 สุโขทัย ภาคเหนือ เส้นทาง : “เรียนรู้ระบบชลประทานพ่อขุนรามคำแหง เขื่อน 115 สรีดภงส์หรอทำนบพระร่วง ชมเส้นทางธรรมชาติและศึกษาสมุนไพร ยิงหนังสติ๊ก 600 นัด 600 ต้น โซกพระร่วงลองพระขรรค์ มีความสำคัญ และเป็นแหล่งต้นน้ำมาแต่โบราณ ดังปรากฏข้อความในศิลาจารึกหลักที่ 1 ความว่า “เบื้องหัวนอน (ทิศใต้) เมืองสุโขทัยนี้มีกุฎีพิหาร ปู่ครูอยู่ มีสรีดภงส์ "

\r\n\r\n

\r\n\r\n

\r\n\r\n

\r\n\r\n

\r\n\r\n

\r\n\r\n

\r\n" 116 46445 หนองบัวลำภู ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช \r\nอุทยานแห่งชาติภูเก้า ภูพานคำ \r\nแผ่นดินธรรมหลวงปู่ขาว\r\nเด่นสกาวถ้ำเอราวัณ \r\nนครเขื่อนขันธ์กาบแก้วบัวบาน "

 

\r\n\r\n

ศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช

\r\n\r\n

การเดินทาง

\r\n\r\n

08.00 น. มาจากจังหวัดหนองบัวลำภู (ท่าอากาศยานนานาชาติหนองบัวลำภู)  ตั้งอยู่ที่ หน้าที่ว่าการอำเภอเมืองหนองบัวลำภู และอยู่ติดกับริมหนองน้ำใจกลางเมือง

\r\n\r\n

09.00 น. ถึงศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราชหนองบัวลำภู เป็นจังหวัดที่แยกมาจาก จังหวัดอุดรธานี เป็นดินแดนที่ตั้งอยู่บนที่ราบสูงระหว่างหุบเขาโอบล้อมด้วยเทือกเขาภูพาน จากเหนือจดใต้ และ ภูเก้าในทางทิศใต้ เป็นจังหวัดที่ก่อตั้งได้ไม่นานแต่ก็เต็มไปด้วยที่เที่ยวมากมาย

\r\n\r\n

10.00 น. เชื่อว่าชาวพุทธอย่างเราๆ สิ่งที่จะช่วยยืดเหนี่ยวจิตใจได้ คงหนีไม่พ้นสิ่งศักดิ๋สิทธิ์ต่างๆ ที่แต่ละคนก็จะให้ความเคารพศรัทธาที่ต่างกันออกไป และที่นี่ก็เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของชาวหนองบัวลำภู ที่ทุกคนต้องมาเคารพกราบไหว้ ขอพรในเรื่องต่างๆ 

\r\n\r\n

12.00 น. พักรับประทานอาหารกลางวัน มีร้านอาหารมากมายที่สามารถเลือกทานได้ในพื้นที่ใกล้เคียง เชื่อว่าทุกคนที่มากต้องถูกใจกันแน่

\r\n\r\n

13.00 น. หลังจากทานอาหารเสร็จก็มาชมบึงหนองบัว ซึ่งเป็นสถานที่ที่มีน้ำขังตลอดปี  เหมาะสำหรับการถ่ายรูปเก็บไว้เพื่อเป็นความทรงจำ รวมทั้งเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจในยามเย็นของชาวหนองบัวลำภู 

\r\n\r\n

16.00 น. มีกิจกรรมการออกกำลังกาย ทั้งเป็นหมู่คณะ และสามารถทำเองได้คนเดียว (พร้อมเครื่องเล่นสำหรับเด็ก)

\r\n\r\n

มีการสอนเต้นแอโรบิก ลีลาศ และกิจกรรมพื้นบ้านให้ทุกวัน ถือว่าเป็นอีกที่เที่ยวอีกที่หนึ่งได้รับความนิยมมากของชาวหนองบัวลำภู เป็นสถานที่ท่องเที่ยวหลากรูปแบบ  กิจกรรมทางน้ำ และอื่นๆ อีกมากมาย

\r\n\r\n

ชาวไทยและชาวต่างชาติที่สนใจนอนพัก ก็มีโรงแรมสถานที่พักผ่อนมากมายบริเวณใกล้เคียงริมบึงหนองบัว บริเวณริมบึงหนองบัว มีอาหารเครื่องดื่มพร้อมให้บริการมากมาย 

\r\n\r\n

ทุกๆ ปี ชาวจังหวัดหนองบัวลำภูจะจัดงานพระราชพิธีบวงสรวงดวงพระวิญญาณสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน เรียกว่า “งานบวงสรวงสมเด็จพระนเรศวรมหาราชกาชาดหนองบัวลำภู”

\r\n" 117 55704 อุดรธานี ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เส้นทาง 8 สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ในจังหวัดอุดรธานี เส้นทางที่รวบรวมเคล็ดลับในการกราบไหว้ขอพร วิธีการไหว้ตามหลักที่ถูกต้อง และอานิสงส์ในการกราบไหว้ขอพร 8 สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ในจังหวัดอุดรธานี \r\n "

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

 

\r\n" 118 57129 นครศรีธรรมราช ภาคใต้ ถนนเส้นเดียวเที่ยวได้ 5 ศาสนา 5 วัฒนธรรม เปิดเส้นทางการท่องเที่ยว สำหรับผู้ที่สนใจทัวร์ เมืองนครศรีธรรมราช กับเส้นทาง 3 เส้นทาง จองตั๋วที่นั่ง รับความรู้ความสนุกสนาน ไปกับ ชมรมอาสาสมัครยุวมัคคุเทศก์ เล่าเรื่องเมืองลิกอร์ \r\nวันละ 3 รอบ เท่านั้น "

*เส้นทางที่ 1 เลียบวังชมเมือง**
\r\n- เริ่มต้นจากสวนศรีธรรมาโศกราชไปตาม ถ.ราชดำเนินเลี้ยวซ้ายวงเวียนน้ำพุแวะสักการะศาลหลักเมือง
\r\n-แวะเยี่ยม ชม สำนักงาน ททท.นครศรีธรรมราช
\r\n-จากศาลหลักเมือง แวะสักการะพระวิหารสูง
\r\n-นังรถผ่านย่านหัตถศิลป์ ถ.ท่าช้าง แวะชมเรือนปั้นหยาน้อย
\r\n-ออกจากถนนศรีธรรมราช เลี้ยวซ้ายเข้าถนนนางงาม ชมบ่อน้ำยามาดะ
\r\n-แวะสักการะหอพระพุทธสิหิงค์ในบริเวณศาลากลางจังหวัดนครศรีธรรมราช
\r\n-ออกจากศาลากลางผ่านถนนหน้าวัดสวนป่าน สักการะเจดีย์บรรจุอัฐิพระรัชตนธัชมุนี /พระอุโบสถ วัดส่วนป่าน
\r\n-นั่งรถผ่านตลาดท่าชี/ฐานพระสยม แวะชมบ้านขุนอาเทศคดี สู่ถ.ราชดำเนิน ผ่านบ้านท่านขุนรัฐวุฒิวิจารณ์
\r\n-สักการะพระบรมธาตุ วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร

\r\n\r\n

*เส้นทางที่ 2 วิถี 5 ศาสนา 5 วัฒนธรรม
\r\n-เริ่มต้นจากสวนศรีธรรมาโศกราช รับฟังการบรรยายวิถี 5 ศาสนา 5 วัฒนธรรม และชมตึกชิโนโปรตุกีส ย่านท่าวัง
\r\n-สักการะกุฏกลิ่นสะตอ วัดวังตะวันตก
\r\n-ผ่านถนนท่าวังข้ามสะพานราเมศวร์ สักการะเก๋งจีนพระเจ้าตาก วัดประดู่
\r\n-สักการะวัดจันทาราม นั่งรถผ่านเรือนเขียวปั้นหยาบ้านทายาทเจ้าพระยายมราช ผ่านย่านการค้าท่าวัง มัสยิดท่าช้าง
\r\n-เดินทางกลับศาลหลักเมือง

\r\n\r\n

*เส้นทางที่ 3 ราชดำเนินพิพิธทัศนา**
\r\n- เริ่มต้นสวนศรีธรรมาโศกราช ฟังบรรยายพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติกลางแจ้ง ตึกชิโนโปรตุกีส ย่านท่าวัง บ้านขุนนคร อาคารศรีธรรมราชมุนี
\r\n-แวะเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์เมืองนครศรีธรรมราช 
\r\n-เยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์พระรัตนธัชมุนี ณ วัดท่าโพธิ์
\r\n-เยี่ยมชมหอศิลป์และการสาธิตการทำเครื่องถม ณ วิทยาลัยศิปหัตถกรรมนครศรีธรรมราช
\r\n-เยี่ยมชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาตินครศรีธรรมราช
\r\n-เดินทางกลับ

\r\n\r\n

หมายเหตุ

\r\n\r\n

ค่าโดยสารรถราง 59 บาท ต่อ 1 ท่าน โทรจอง 088-7688537  ขึ้นรถที่ สถานีชมเมือง ณ สวนศรีธรรมาโศกราช รอบเวลาการเดินทาง วันละ 3 รอบ ๐๙.๐๐ - ๑๒.๐๐ / ๑๓.๐๐ - ๑๕.๐๐ / ๑๗.๐๐ - ๑๙.๐๐ น.

\r\n" 119 57109 นครศรีธรรมราช ภาคใต้ กินปู ดูเล สปาโคลน เรียนรู้วิถีชีวิต @บ้านแหลมโฮมสเตย์ สปาโคลนกลางทะเลกว้าง พร้อมตื่นเช้าจิบกาแฟ แลตะวัน ณ บ้านหน้าทับ อีกหนึ่งจังหวัดที่เต็มไปด้วยวัฒนธรรม และภูมิปัญญาชาวบ้านรวมถึงความร่วมมือร่วมแรงของชาวบ้านที่อยากจะพัฒนาชุมชนของตัวเองจนกลายเป็นชุมชนท่องเที่ยวเก๋ๆ ซึ่งเต็มไปด้วยกิจกรรมสนุกๆ "

Day1

\r\n\r\n

13.00น.- 14.00น.  เริ่มต้นที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว Welcome drink โดย
\r\n                            - กาแฟโบราณ และขนมพื้นเมืองมุสลิม
\r\n                             - ชมวิดีทัศน์บ้านแหลมโฮมสเตย์
\r\n                             - การแสดงลิเกฮูลู จากเยาวชนมุสลิมบ้านหน้าทับ

\r\n\r\n

14.00น.- 15.00น.  - ล่องเรือชมป่าชายเลนอันอุดมสมบูรณ์ ชมบ้านหอย ปู ปลา กลางทะเล 
\r\n                             - หลังจากนั้นร่วมกันปล่อยสัตว์น้ำลงสู่ทะเล และไปสนุกกับกิจกรรมสปาพื้นบ้าน 
\r\n                             - พอกโคลนกระชับผิว และนวดตัว ณ ขนำกลางทะเล ร่วมเก็บภาพเป็นที่ระลึกกับวิวทะเล ฟ้า ภูเขา
\r\n                                และแนวป่าชายเลน

\r\n\r\n

15.00น.- 16.00น.  - ชมการอนุรักษ์ป่าชายเลน เล่นกระดานลื่น ณ แนวป่าชายเลน

\r\n\r\n

16.00น.- 17.30น.   - กลับเข้าฝั่ง ทำความสะอาดร่างกาย

\r\n\r\n

17.30น.- 21.00น.   - เรื่องเล่าชาวบ้านแหลม
\r\n                             -  รับประทานอาหารค่ำ
\r\n                             -  กิจกรรมสานสัมพันธ์ชุมชน

\r\n\r\n

DAY2

\r\n\r\n

07.30น.                -  รับประมานอาหารเช้า
\r\n                            -  ก่อนกลับชมของฝากชุมชนใบลาน กับพวงกุญแจจากเปลือกหอย
\r\n                            -  กล่าวขอบคุณคณะนักท่องเที่ยวโดยปราชญ์ชุมชน รว่มถ่ายรูปเป็นที่ระลึก

\r\n\r\n

 

\r\n" 120 57293 นครศรีธรรมราช ภาคใต้ จิบกาแฟ แกล้มสายหมอก โดดหอสูง เบิร์นรถATV ..... unseenที่นี่ที่เดียว.......หนำไพรวัลย์ หนำไพรวัลย์ คือ กระท่อมกลางป่าที่ห้อมล้อมไปด้วยขุนเขาและสายน้ำ ซึ่งเปิดบริการนักท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์แบบครบวงจร ล้อมด้วยขุนเขา ล้อมรอบด้วยธรรมชาติ ป่าเขาสายธาร และทะเลหมอก บรรยากาศแห่งหุบเขา กรุงชิง

06:00 น.            ตีตั๋วจากสนามบินกรุงเทพ 

\r\n\r\n

07:10 น.            ถึงนครศรีธรรมราช - สนามบินอู่ตะเภา

\r\n\r\n

07:45 น.            เดินทางโดยรถแท้กซี่จากสนามบินอู่ตะเภาไปหนำไพรวัลย์

\r\n\r\n

08:00 น.            เช็คอินเข้าที่พัก เลือกที่พักที่ประหยุดสุด คือหนำไผ่สาน คืนละ 600 บาท พักได้2 ท่าน

\r\n\r\n

08:30 น.            อาบน้ำแร่ แช่น้ำร้อน

\r\n\r\n

09:00 น.            รับประทานอาหารว่างเบาๆช่วงสาย

\r\n\r\n

09:30 น.            ชมความมหัศจรรย์และความลี้ลับของถ้ำหงส์

\r\n\r\n

10:15 น.            เดินป่าชมความสมบูรณ์ของระบบนิเวศน์ สู่น้ำตกกรุงชิง

\r\n\r\n

11:10 น.            ชมความสมบูรณ์ของผืนป่าและเส้นทางน่าพิศวง สู่น้ำตกกรุงนาง

\r\n\r\n

12:00 น.            รับประทานอาหารกลางวันที่น้ำตกกรุงนาง

\r\n\r\n

12:30 น.            ล่องแก่งคลองกลาย

\r\n\r\n

14:30 น.            กระโดดหอสูง

\r\n\r\n

15:30 น.            รับประทานอาหารเย็น

\r\n\r\n

16:30 น.            ขี่รถที่ สนามขี่รถ ATV   

\r\n\r\n

18:00 น.            เข้าที่พัก

\r\n\r\n

เช้าวันถัดไป

\r\n\r\n

06:00 น.            จิบกาแฟ แกล้มสายหมอกยามรุ่งอรุณ

\r\n\r\n

08:00 น.            เช็คอินออกจากที่พัก

\r\n\r\n

08:30 น.            รถบริการของหนำไพวัลย์ ส่งนักท่องเที่ยวสู่สนามบินเพื่อ เดินทางกลับ 

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

 

\r\n 121 55573 สุโขทัย ภาคเหนือ เส้นทาง : ตามรอยเสด็จ โรงเรียนบ้านแม่สาน..วิถีชีวิตชาวปกากะญอ ต้นกาแฟทรงปลูก ฝายทดน้ำ ตามพระราชดำริ ชาวแม่สานรักษ์ต้นไม้และรักษ์น้ำ วิถีชีวิตชาวปกากะญอ การทำนาขั้นบันได น้ำตกผาช่อ เดือน ก.ค- ก.ย. จะพบคันนาขั้นบันได ซึ่งมีวิวทิวทัศน์สวยงาม มีฉากหลังคือ “ผาช่อ” ภูเขาหินปูนสูงตระหง่าน รายล้อมด้วยเทือกทิวเขา "

\r\n\r\n

\r\n\r\n

\r\n\r\n

\r\n\r\n

\r\n\r\n

\r\n" 122 55683 สุโขทัย ภาคเหนือ เที่ยว 1 วันกับทุ่งเสลี่ยมเมืองหุบเขา ไหว้หลวงพ่อศิลา ..หลวงพ่อทองคำ ณ แหล่งท่องเที่ยวชุมชน อำเภอทุ่งเสลี่ยม """วัดทุ่งเสลี่ยม""  ภายในอุโบสถของวัดทุ่งเสลี่ยมเป็นที่ประดิษฐานของ ""หลวงพ่อศิลา"" พระพุทธรูปนาคปรก ปางสมาธิ สร้างขึ้นจากหินทรายสีเทา มีศิลปะแบบสุโขทัยผสมผสานกับศิลปะสมัยลพบุรี" "

\r\n\r\n

\r\n\r\n

\r\n\r\n

\r\n" 123 55705 สุโขทัย ภาคเหนือ เที่ยว 1 วันกับ อำเภอศรีนคร : สถานีรถไฟโบราณ คลองมะพลับ ...ชิมมะม่วงน้ำปลาหวาน หมู่บ้านมะม่วงร้อยล้าน """ตำบลคลองมะพลับ"" อยู่ทางทิศใต้ของอำเภอศรีนครประมาณ 3 กม. มีเนื้อที่โดยประมาณ 26.265 ตร.กม. หรือประมาณ 15,790.256 ไร่ ภูมิประเทศเป็นที่ราบลุ่มเหมาะสมกับการประกอบอาชีพทางการเกษตร และมีลำคลองสำคัญไหลผ่าน ได้แก่ คลองน้ำไหล และคลองแต้ว" "

\r\n\r\n

\r\n\r\n

\r\n\r\n

\r\n\r\n

\r\n\r\n

\r\n" 124 55737 กาญจนบุรี ภาคกลาง ขับรถกินลมแวะชมแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร และสถานที่เที่ยวของดีเมืองกาญจน์ สำหรับนักท่องเที่ยวที่ไม่ต้องการเน้นธรรมชาติ สำหรับทริป 2 วัน 1 คืน ขับรถกินลมแวะชมแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร และสถานที่เที่ยวของดีเมืองกาญจน์ "

วันที่ 1 เริ่มต้นกันที่แรกกับ “อุทยานประวัติศาสตร์ปราสาทเมืองสิงห์” กับเรื่องราวตั้งแต่สมัยอดีตกาลที่ยังคงทิ้งร่องรอย และความทรงจำผ่านโบราณสถานแห่งนี้ ขับรถมาเรื่อย ๆ เพลิน ๆ มาถึงแบบสบาย ๆ ที่จอดรถกว้างขวาง ถ้ามาวันหยุดก็อาจมีนักท่องเที่ยวเยอะ แต่ถ้าวันธรรมดาหาถ่ายรูปหามุมโล่ง ๆ ถ่ายภาพได้สบาย ๆ ภายในบริเวณปราสาทเมืองสิงห์ก็มีพื้นที่ให้เดินเล่นเดินชมกันอยู่หลายจุด ข้อมูลเรื่องราวประวัติต่าง ๆ นอกจากจะมีเขียนไว้ในแผ่นป้ายตามเส้นทางเดินแล้ว ก็ยังมีแบบ QR Code ให้เรายิงแล้วมีประวัติมีข้อมูลขึ้นมาในมือถือเราด้วย

\r\n\r\n

\r\n\r\n

ค่าธรรมเนียมการเข้าชม

\r\n\r\n

- สำหรับชาวไทย 20 บาท ชาวต่างชาติ 100 บาท

\r\n\r\n

- ค่าธรรมเนียมรถโดยสารรถยนต์คันละ 50 บาท จักรยานยนต์คันละ 20 บาท และจักรยานคันละ 10 บาท

\r\n\r\n

* ยกเว้นค่าเข้าชมสำหรับภิกษุ สามเณร นักเรียน นิสิต นักศึกษาในเครื่องแบบ และผู้สูงอายุ ที่อายุ 60 ปีขึ้นไป

\r\n\r\n

** เปิดให้เข้าชมฟรีในวันเด็กแห่งชาติ วันอนุรักษ์มรดกไทย (2 เมษายน) และวันเข้าพรรษา

\r\n\r\n

 - อุทยานประวัติศาสตร์เมืองสิงห์เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 8.00 - 16.30 น.

\r\n\r\n

- ติดต่อสอบถามได้ที่ โทร 034-528-456-7

\r\n\r\n

มาถึงสถานที่ท่องเที่ยวต่อไปก็คือ “ถ้ำกระแซ” อยู่เส้นทางเดียวกับทางรถไฟสายมรณะ ถ้าเป็นเป็นวันธรรมดาร้านค้าร้านเสื้อผ้าร้านขายของที่ระลึกต่าง ๆ ก็ยังมีเปิดขายกันปกติ อาจจะมีเพียงบางร้านที่ปิดไป

\r\n\r\n


\r\n

\r\n\r\n

สถานที่ต่อมาก็แวะ น้ำตกไทรโยคน้อย หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า น้ำตกเขาพัง เป็นน้ำตกที่มีชื่อเสียงมาช้านาน เหตุที่ได้ชื่อว่าน้ำตกเขาพัง เพราะเกิดบน หน้าผาหินปูนที่พังทลายลงมาจนเกิดโขดหินปูนลดหลั่นกันอยู่ตรงบริเวณเชิงเขา ต้นกำเนิดเป็นน้ำผุดจากภูเขาแล้วไหลมาตาม ลำธารเล็กๆ ไหลตกลงที่ผาหินปูนที่มีความสูง ประมาณ 15 เมตร แผ่กระจายไปตามพื้นเขาลาดเอียง ภายใต้ร่มเงาของพันธุ์ไม้ นานาชนิดเ ป็นน้ำตกที่มีขนาดไม่ใหญ่มากมีเพียงชั้นเดียว ในฤดูฝนจะมีน้ำค่อนข้างเยอะกว่าฤดูแล้งซึ่งจะไม่มีน้ำ เป็นน้ำตก ที่ตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองกาญเพียง 60 ก.ม. ซึ่งตั้งอยู่บนถนนสายหลักซึ่งค่อนข้างเดินทางสะดวก

\r\n\r\n

\r\n\r\n

วันที่ 2 มุ่งหน้าสู่ สถานที่ท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่แรกที่เราไปก็คือ (กลุ่มสตรีพัฒนากล้วยน้ำว้าไทย)” อ.พนมทวน จะเป็นแหล่งผลิต เข้าชมและชิมกล้วยกรอบบานาน่าที่ผลิตสู่ท้องตลาดหลากหลายรส ... ด้วยวัตถุดิบเริ่มต้นจาก “กล้วย” ที่เป็นผลไม้พื้นบ้าน ราคาถูก หากินง่าย หลายคนเลยอาจมองข้ามไป แต่ด้วยความคิดสร้างสรรค์ไอเดียในการคิดจากผู้ประกอบการที่พลิกโฉมจากกล้วยหวีธรรมดา ๆ ให้มาสู่รูปของขนมขบเคี้ยวแพคใส่ซองอร่อย ๆ ที่มีประโยชน์ทางโภชนาการให้ผู้บริโภคอย่างเรา ๆ ได้ลองลิ้มชิมรสกัน...

\r\n\r\n

\r\n\r\n

สวนกล้วยไม้ลุงหงวน บริหารงานโดย คุณ สงวนศักดิ์ ตั้งสากล มีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 25 ไร่ สวนกล้วยไม้ก็จะต้องเจอกับดอกกล้วยไม้สีสวย ๆ หลากหลายพันธุ์ กล้วยไม้เยอะเป็นดง เป็นพุ่มเหมือนหลาย ๆ ที่ แต่ถ้าใครคิดจะมาเรียนรู้มาแลกเปลี่ยนไอเดีย หรือยิ่งถ้าเป็นผู้รักกล้วยไม้แล้วมาแลกเปลี่ยนความเห็นพูดคุยกับเจ้าของ

\r\n\r\n

\r\n\r\n

 

\r\n" 125 55740 กาญจนบุรี ภาคกลาง สักการะองค์ดำ นำชมของเก่า เข้าถึงภูมิปัญญาไทย ใครที่คิดมาเมืองกาญจน์แล้วมีเวลาเพียงน้อยนิด ไม่คิดจะพักค้างคืน อาจทำได้เพียงท่องเที่ยวในตัวเมืองกาญจน์ หรือน้ำตกไม่ไกลตัวเมือง แต่ถ้าให้สะใจนักเดินทางที่ชอบศึกษาประวัติศาสตร์ หรือผู้ที่ต้องการพักผ่อน หนีความวุ่นวายในเมือง ละมาศึกษาการใช้ชีวิตวิถีชาว "

เส้นทางการเดินทาง พิพิธภัณฑ์บ้านดอนตาเพชร–พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวร – บ้านหนองขาว

\r\n\r\n

ยินดีต้อนรับสู่จังหวัดกาญจนบุรี ดินแดนสวรรค์ตะวันตก  การเดินทางในวันนี้เป็นเส้นทางที่เดินทางมาจากนอกตัวเมืองกาญจนบุรี และจะเริ่มต้นที่พิพิธภัณฑ์บ้านดอนตาเพชร อ. พนมทวน แวะสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวร จากนั้นจะเดินทางต่อไปที่บ้านหนองขาว เพื่อเรียนรู้วิถีชีวิตชาวบ้าน

\r\n\r\n

09.30 น. เข้าชมพิพิธภัณฑ์บ้านดอนตาเพชร แหล่งโบราณคดีที่ถือว่าเป็นแหล่งโบราณคดีสมัยก่อน ประวัติศาสตร์ ยุคเหล็ก ที่สำคัญแห่งหนึ่งของประเทศไทย มีการพบหลักฐานทางโบราณคดี พบโบราณวัตถุจำนวนมาก เช่น ใบหอก แหลน หัวธนู ขวาน และภาชนะสำริด รวมกันเป็น  จำนวนกว่า 100 ชิ้น

\r\n\r\n

\r\n\r\n

11.00 น.    สักการะพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวร บ้านดอนเจดีย์ ที่ซึ่งคนเมืองกาญจน์ศรัทธาและแวะสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ และเป็นสถานที่สักการะของคนเมืองกาญจน์ นอกจากนั้น เรื่องราวความกล้าหาญของท่าน ยังคงมีกลิ่นอาย อบอวล และได้จารึกความกล้าหาญของท่านไว้ให้ลูกหลานได้เรียนรู้เรื่องราวและวีรกรรมอันเด็ดเดี่ยวของท่านที่ต่อสู้เพื่อคงความเป็นไทย ณ ดินแดนแห่งนี้ จวบจนถึงปัจจุบัน

\r\n\r\n

\r\n\r\n

12.00 น.    รับประทานอาหารกลางวัน ณ หมู่บ้านหนองขาว อ. ท่าม่วง      

\r\n\r\n

13.00 น.    เดินทางถึงวัดอินทราราม วัดประจำหมู่บ้านหนองขาว หมู่บ้านวัฒนธรรมกว่า 200 ปี ไหว้พระ และขอพรพระป่าเลไลย์อันศักดิ์สิทธิ์ จากนั้นเปลี่ยนการเดินทางเป็นรถอีแต๋น เรียนรู้และสัมผัสวิถีชีวิตไทยและชาวนา เช่น พิธีทำขวัญข้าว ซึ่งเป็นประเพณีสืบทอดกันมาหลายรุ่นหลายสมัยซึ่งทุกวันนี้ดูจะห่างหายไปจากวิถีชีวิตชาวชุมชนการขอขมาพระแม่โพสพในช่วงที่ต้นข้าวเริ่มออกรวง และหลังจากการเก็บเกี่ยว การสาธิตการปีนตาล เรียนรู้เรื่องเกี่ยวกับตาล เรียนรู้เรื่องข้าวและตาลที่นำมาสู่การถ่ายทอดวิถีไทยในการทำข้าวเกรียบว่าว, ขนมตาล เรียนรู้เรื่องบ้านไทย หม้อยาย (ความเชื่อเรื่องจิตวิญญาณของชาวบ้านหนองขาว ว่าหากแต่งเรือนออกไป จะต้องรับหม้อยายไว้บูชาเพื่อสืบทอดกันต่อๆไปยังคนรุ่นหลัง) เป็นต้น

\r\n\r\n

\r\n\r\n

15.00 น.   เลือกซื้อของฝากจากบ้านหนองขาว ณ ศูนย์ OTOP ชุมชน ไม่ว่าจะเป็นผ้าขาวม้าร้อยสีที่ลือชื่อ ของคนหนองขาว รวมไปถึงสาโท กระแช่ จิวเวอร์รี่ และอื่นๆอีกมากมาย

\r\n\r\n

16.00 น.   สิ้นสุดโปรแกรมการท่องเที่ยวของวันนี้ เดินทางกลับโดยสวัสดิภาพ

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

 

\r\n" 126 55743 สุโขทัย ภาคเหนือ เที่ยว 1 วันกับศรีสัชนาลัย จะรู้ว่า...ชาวสุโขทัยมาจากไหน 127 เรื่องเล่าจากลายผ้า ชมวิถีชีวิตไทยพวน ความผูกพันกับช้าง ศรีสัชนาลัย จะรู้ว่า...ชาวสุโขทัยมาจากไหนเรื่องเล่าจากลายผ้า ชมวิถีชีวิตไทยพวน ความผูกพันกับช้าง "

\r\n\r\n

\r\n\r\n

\r\n\r\n

\r\n\r\n

\r\n" 128 55744 กาญจนบุรี ภาคกลาง ไหว้พระ นอนแพ นั่งแช่น้ำตก (3 วัน 2 คืน) สำหรับนักท่องเที่ยวที่มีเวลาพักผ่อนหลายวัน จังหวัดกาญจนบุรี มีทริปเที่ยวสำหรับ 3 วัน 2 คืน "

วันที่ 1

\r\n\r\n

เวลา 10.00 น. เดินทางถึงวัดถ้ำเสือ – วัดถ้ำเขาน้อย อ.ท่าม่วง ร่วมนมัสการพระบรมสารีริกธาตุ และบูชาพระพุทธรูปปางประทานพร ขนาดใหญ่บนยอดเขา อุโบสถอัฏมุขทรงไทย วิจิตรตระการตา

\r\n\r\n

\r\n\r\n

เวลา 12.00 น. แวะรับประทานอาหารกลางวัน

\r\n\r\n

เวลา 13.30 น. เดินทางไปชม สุสานทหารสัมพันธมิตร “สุสานทหารสัมพันธมิตรดอนรัก” หรือ “สุสานทหาร สหประชาชาติ” หรือที่ชาวจังหวัดกาญจนบุรีทั่วไปเรียกว่า “ป่าช้าอังกฤษ” เป็นสุสานที่ใหญ่ที่สุดในจำนวนสามแห่งที่ตั้งอยู่ในเส้นทางรถไฟไทย – พม่า บรรจุศพเชลยศึกที่เสียชีวิตระหว่างการสร้างทางรถไฟสายมรณะถึง 6,982 หลุม และยังมีสุสานช่องไก่ พื้นที่ภายในได้รับการตกแต่งไว้อย่างเป็นระเบียบสวยงาม เหนือหลุมฝังศพทุกหลุมมีแผ่นทองเหลืองจารึก ชื่อ อายุ และประเทศของผู้เสียชีวิต บรรทัดสุดท้ายเป็นคำไว้อาลัยที่โศกเศร้า ทุกปีจะมีวันที่รำลึกถึงผู้เสียชีวิตเฉพาะของคนชาติต่าง ๆ

\r\n\r\n

\r\n\r\n

เวลา 14.00 น. แวะชม สะพานข้ามแม่น้ำแคว เส้นทางรถไฟสายมรณะ สัญลักษณ์ของการมาเยือน จ.กาญจนบุรีที่โด่งดังไปทั่วโลก และเลือกซื้อพลอยตามอัธยาศัย

\r\n\r\n

\r\n\r\n

เวลา 14.30 น. เดินทางไป น้ำตกเอราวัน อ.ศรีสวัสดิ์ น้ำตกเอราวัณเป็นน้ำตกที่ใหญ่และสวยงาม เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ เดิมมีชื่อว่า น้ำตกสะด่องม่องลาย ตามชื่อลำห้วยม่องล่าย ซึ่งเป็นต้นน้ำสายน้ำจะไหลมาตามชั้นหิน แบ่งออกเป็นชั้นใหญ่ๆได้ 7 ชั้น น้ำตกชั้นแรกมีชื่อว่าไหลคืนรัง" ชั้นที่ 2 ชื่อ "วังมัจฉา" ชั้นที่ 3 "ผาน้ำตก" ชั้นที่ 4"อกผีเสื้อ" ชั้นที่ 5 "เบื่อไม่ลง" ชั้นที่ 6 " ดงพฤกษา" และชั้นสุดท้ายชื่อว่า "ภูผาเอราวัณ"โดยน้ำตกแต่ละชั้นไม่ใช่มีแค่ชื่อที่ไม่เหมือนกันเท่านั้น แต่น้ำตกแต่ละชั้นก็มีความสวยงามที่ แตกต่างกันออกไป

\r\n\r\n

\r\n\r\n

เวลา 16.30 น. เดินทางไป ชมวิวทิวทัศน์เหนือเขื่อนศรีนครินทร์

\r\n\r\n

เวลา 17.00 น. เดินทางเข้าที่พัก โดยเลือกที่พักที่เป็นแพพักของแม่น้ำแควใหญ่ รับประทานเย็น พักผ่อนตามอัธยาศัย

\r\n\r\n

วันที่ 2

\r\n\r\n

เวลา 09.00 น.  รับประทานอาหารเช้า

\r\n\r\n

เวลา 09.30 น. เดินทางไปถ้ำกระแซ สถานีถ้ำกระแซ ที่แห่งนี้เองคือจุดหมายปลายทางที่นักท่องเที่ยวทุกคนลงมาเดินเล่นบนรางรถไฟ ถ่ายภาพกันอย่างสนุกสนานเพื่อประทับไว้เป็นครั้งหนึ่งแห่งความทรงจำ แม้ทางรถไฟสายมรณะ สายนี้ได้กลายเป็นเส้นทางท่องเที่ยวไฮไลต์ของกาญจนบุรีไปแล้ว แต่ในอดีต ที่นี่คือเส้นทางแห่งความทุกข์ทรมาน และเจ็บปวดของเชลยศึกฝ่ายสัมพันธมิตรและกรรมกรที่ถูกเกณฑ์มาสร้างทางรถไฟในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2โดยกองทัพญี่ปุ่นเพื่อเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์ของจักรวรรดิญี่ปุ่นเข้าสู่ประเทศเมียนมา

\r\n\r\n

\r\n\r\n

เวลา 12.00 น.  พักรับประทานอาหารกลางวัน ณ บริเวณน้ำตกไทรโยคน้อย อ.ไทรโยค

\r\n\r\n

เวลา 13.00 น.  ชื่นชมและเล่นน้ำตกไทรโยคน้อย หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า น้ำตกเขาพัง เป็นน้ำตกที่มีชื่อเสียงมาช้านาน เหตุที่ได้ชื่อว่าน้ำตกเขาพัง เพราะเกิดบน หน้าผาหินปูนที่พังทลายลงมาจนเกิดโขดหินปูนลดหลั่นกันอยู่ตรงบริเวณเชิงเขา ต้นกำเนิดเป็นน้ำผุดจากภูเขาแล้วไหลมาตาม ลำธารเล็กๆ ไหลตกลงที่ผาหินปูนที่มีความสูง ประมาณ 15 เมตร แผ่กระจายไปตามพื้นเขาลาดเอียง ภายใต้ร่มเงาของพันธุ์ไม้ และยังเลือกชม ช็อปของฝากของดีของอำเภอไทรโยคอีกด้วย

\r\n\r\n

\r\n\r\n

เวลา 13.30 น.  เดินทางเข้าที่พัก โดยเลือกที่พักที่เป็นแพพักของแม่น้ำแควน้อย รับประทานเย็น พักผ่อนตามอัธยาศัย

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

วันที่ 3

\r\n\r\n

เวลา 08.00 น.  รับประทานอาหารเช้า ออกเดินทางจากที่พัก มุ่งสู่ตลาดน้ำกองถ่ายค่ายสุรสีห์ กองพลทหารราบที่ 9

\r\n\r\n

เวลา 10.00 น.  แวะชมตลาดน้ำกองถ่ายฯ ค่ายสุรสีห์ ซึ่งเดิมแต่ก่อนนั้นเคยเป็นพื้นที่ถ่ายทำภาพยนตร์ เรื่อง ตำนานสมเด็จพระนเรศวร ของบริษัท พร้อมมิตร สตูดิโอ ซึ่งได้ปิดกองไปตั้งแต่ช่วงต้นปี 2557 ต่อมาในภายหลัง กองพลทหารราบที่ 9 ได้นำพื้นที่กองถ่ายมาพัฒนาและปรับปรุงให้เป็นตลาดน้ำแบบย้อนยุค โดยเป็นการย้อนตำนานเมืองหน้าด่านในอดีตสู่ตลาดน้ำแห่งแรกและแห่งเดียวในจังหวัดกาญจนบุรี

\r\n\r\n

\r\n\r\n

 เวลา 12.00 น.  แวะรับประทานอาหารกลางวันในเขต อ.เมือง

\r\n\r\n

เวลา 13.00 น.  แวะซื้อของฝากของที่ระลึก และเดินทางกลับโดยสวัสดิภาพ

\r\n\r\n

 

\r\n" 129 55759 สุโขทัย ภาคเหนือ เที่ยว 1 วันกับการเล่าเรื่องเมืองสวรรคโลก ...สัมผัส สนามบินเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม สัมผัส สนามบินเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม "

\r\n\r\n

\r\n\r\n

\r\n\r\n

\r\n\r\n

\r\n\r\n

\r\n" 130 55761 กาญจนบุรี ภาคกลาง ท่องเที่ยวใกล้กรุง ( โปรแกรม 1 วัน) ดินแดนแห่งธรรมชาติ อันอุดมสมบูรณ์ด้วยผืนป่า พรรณไม้ โถงถ้ำ น้ำตก และประเพณีวัฒนธรรมอันหลากหลายของผู้คนหลากเชื้อชาติที่อาศัยอยู่ร่วมกันอย่างเอื้ออารี "

08.30 น. เดินทางสักการะพระ ณ วัดถ้ำเสือ ใกล้กับวัดถ้ำเขาน้อย เป็นพุทธสถานยุคปัจจุบัน ที่ก่อสร้างไว้อย่างละเอียดสวยงาม สร้างด้วยศรัทธาของประชาชนที่มีต่อวัดและพระพุทธศาสนา โดยสามารถเดินเท้าขึ้นไปหรือโดยสารด้วยรถไฟฟ้า สิ่งสำคัญภายในวัดถ้ำเสือได้แก่ หลวงพ่อชินประธานพร พระพุทธรูปปางประทานพร ประดิษฐานอยู่บนเขา พุทธลักษณะงดงาม บริเวณองค์พระประดับด้วยกระเบื้องโมเสคสีทองทั้งองค์ นับเป็นองค์พระที่มีขนาดใหญ่ โดยสามารถเห็นได้แต่ไกล

\r\n\r\n

\r\n\r\n

10.00 น. เข้าชมสะพานข้ามแม่น้ำแควเป็นสถานที่ทางประวัติศาสตร์ ที่สำคัญยิ่งแห่งหนึ่ง เป็นสะพานที่สำคัญที่สุดของเส้นทางรถไฟ  สายมรณะ สร้างขึ้นสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยกองทัพญี่ปุ่น   ได้เกณฑ์เชลยศึกฝ่ายสัมพันธมิตร ได้แก่ ทหารอังกฤษอเมริกัน ออสเตรเลีย ฮอลันดา และนิวซีแลนด์ สมทบด้วยกรรมกรชาวจีน ญวน ชวา มลายู ไทย พม่า และอินเดีย อีกจำนวนมาก มาก่อสร้างทางรถไฟสายยุทธศาสตร์     เพื่อเป็นเส้นทางผ่านไปสู่ประเทศพม่า ซึ่งเส้นทางช่วงหนึ่งจะต้องข้ามแม่น้ำแควใหญ่ จึงต้องมีการสร้างสะพานขึ้น การสร้างสะพานและทางรถไฟสายนี้ เต็มไปด้วยความยากลำบาก ความทารุณของสงครามและโรคภัย ตลอดจนการขาดแคลนอาหาร ทำให้เชลยศึกหลายหมื่นคนต้องเสียชีวิตลง สะพานข้ามแม่น้ำแควใช้เวลาสร้างเพียง 1 เดือน โดยนำเหล็กจากมลายูมาประกอบเป็นชิ้น ๆ ตอนกลางทำเป็นสะพานเหล็ก 11 ช่วง หัวและโครงสะพานเป็นไม้ มีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2486 ต่อมาในเดือนพฤศจิกายน  พ.ศ. 2487 ได้ถูกทิ้งระเบิดหลายครั้งจนสะพานหักท่อนกลาง ภายหลังสงครามสิ้นสุดลง รัฐบาลไทยได้ซ่อมแซมใหม่ด้วยเหล็กรูปเหลี่ยม เมื่อปี พ.ศ. 2489 จนสามารถใช้งานได้ ปัจจุบัน  มีการยกย่องให้เป็น สัญลักษณ์แห่งสันติภาพ

\r\n\r\n

\r\n\r\n

12.00 น. พักทานอาหารกลางวัน

\r\n\r\n

13.00 น. เดินทางสู่น้ำตกเอราวัณ ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเอราวัณ     แบ่งเป็นชั้นต่างๆ 7 ชั้น มีระยะทางจากชั้นล่างสุดขึ้นไปชั้นบนสุด 1500 เมตร ลำน้ำเมื่อตกลงมาแล้วจะไหลลงแม่น้ำแควใหญ่บริเวณที่ทำการอุทยาน เดิมน้ำตกนี้ชาวบ้านเรียกว่า น้ำตกสะด่องม่องลาย อันเป็นชื่อลำห้วยม่องลายที่เป็นต้นน้ำ โดยบริเวณน้ำตกจะมีน้ำตลอดปีแต่จะมีน้ำน้อยในช่วงฤดูแล้ง ราวเดือนธันวาคมถึงเมษายน น้ำตกเอราวัณมีลักษณะที่โดดเด่นกว่าน้ำตกอื่นๆคือ เป็นน้ำตกบนเทือกเขาหินปูน ทำให้น้ำมีสีฟ้าอมเขียวเมื่อสะท้อนแสงอาทิตย์ น้ำตกเอราวัณมี  7 ชั้น ดังนี้  ชั้นที่ 1 ชื่อไหลคืนรัง,ชั้นที่ 2 ชื่อวังมัจฉา, ชั้นที่ 3 ชื่อผาน้ำตก, ชั้นที่ 4 ชื่ออกผีเสื้อ, ชั้นที่ 5 ชื่อเบื่อไม่ลง, ชั้นที่ 6 ชื่อดงพฤกษา, ชั้นที่ 7 ชื่อภูผาเอราวัณ  บริเวณน้ำตกชั้นที่ 1 - 4 จะมีปลาพลวง (ปลาตระกูลปลาตะเพียน ลำตัวสีน้ำตาลเขียวเกล็ดโต มีหนวดยาว 2 คู่) แหวกว่ายอยู่เป็นจำนวนมากอันเป็นลักษณะเด่นอีกอย่างหนึ่ง

\r\n\r\n

\r\n\r\n

16.30 น. เดินทางกลับสู่ภูมิลำเนา

\r\n\r\n

 

\r\n" 131 55763 กาญจนบุรี ภาคกลาง ชมวัฒนธรรมของชาวสังขละบุรี ( 2 วัน 1 คืน ) สำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางไปอำเภอสังขละบุรี อำเภอหนึ่งในจังหวัดกาญจนบุรี เป็นดินแดนแห่งมนต์เสน่ห์ ที่ใครต่างเข้ามาก็เป็นอันต้องหลงรัก ด้วยวิถีชีวิตชาวมอญแบบเรียบง่าย ผู้คนเป็นมิตร อากาศดี ใกล้ชิดธรรมชาติ พร้อมสถานที่ท่องเที่ยวอันน่าอัศจรรย์มากมาย "

วันที่ 1 ชมวัฒนธรรมของชาวสังขละบุรี

\r\n\r\n

08.00 น. เดินทางไปอำเภอสังขละบุรี 

\r\n\r\n

12.00 น. พักทานอาหารกลางวัน

\r\n\r\n

13.30 น.วัดวังวิเวการาม(เก่า) หรือเมืองบาดาล อีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของตำบลหนองลู อำเภอ สังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี สถานที่แห่งนี้เคยเป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวอันซีนไทยแลนด์ (Unseen Thailand) ที่มีชื่อเสียงทั้งในหมู่นักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ

\r\n\r\n

\r\n\r\n

14.30 น.เข้าชมตลาดสังขละบุรี  เป็นศูนย์การการค้าขายที่สำคัญของตัวเมืองสังขละบุรี ที่ตลาดสังขละบุรีแห่งนี้จะเป็นแหล่งรวมของผู้คนหลายชนชาติที่ต่างเข้ามาทำธุรกิจ เข้ามาจับจ่ายใช้สอยซื้อสินค้าในตลาด ไม่ว่าจะเป็นคนไทย คนมอญ คนพม่า และคนกะเหรี่ยง ตลาดแห่งนี้เป็นตลาดเที่ไม่ใหญ่มากถ้าเทียบกับอำเภออื่น ๆ แต่ก็มีสินค้ามากมายเหมือนกับตลาดสดทั่ว ๆ ไป และรอบ ๆ ตลาดสังขละบุรีก็ยังมีร้านค้าสะดวกซื้อที่ขายสินค้ารอบ ๆ ตลาด แถมยังมีร้านนวด มีร้านอาหาร และมีที่พักอีกมากมาย ดังนั้นบริเวณรอบ ๆ ตลาดสังขละบุรี จึงเต็มไปด้วยสิ่งต่าง ๆ นา ๆ ที่พร้อมจะอำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาเยือนตลาดสังขละบุรีแห่งนี้ ตลาดสังขละบุรีจึงเปรียบเสมือนแหล่งท่องเที่ยวของผู้คนที่เดินทางมาจากต่างจังหวัดเพื่อชมวิถีชีวิตของผู้คนหลายชนชาติในตลาดสังขละบุรี โดยตลาดสังขละแห่งนี้เปิดขายกันตั้งแต่เช้าตรู่ จนถึงช่วงหัวค่ำ ยิ่งในช่วงเวลายามเย็นตลาดสังขละบุรีก็จะเต็มไปด้วยผู้คนอีกครั้ง เพราะพ่อค้าแม่ค้าชาวมอญชาวพม่า ต่างนำสินค้าและอาหารประจำท้องถิ่นมาจำหน่ายอยู่ด้านหน้าตลาดเย็นสังขละบุรีอีกครั้ง

\r\n\r\n

\r\n\r\n

16.00 น. เข้าสู่ที่พัก

\r\n\r\n

วันที่ 2 ชมวัฒนธรรมของชาวสังขละบุรี

\r\n\r\n

07.00 น. กิจกรรมการตักบาตรที่ฝั่งมอญ เป็นกิจกรรมที่นักท่องเที่ยวนิยมมาก เพราะความสวยงามของประเพณีวัฒนธรรมของชาวมอญที่สวยงามและน่าชมเวลาที่ตักบาตร ที่ตีนสะพานมอญสังขละบุรี มีการจำหน่ายชุดตักบาตรให้กับนักท่องเที่ยวหลากหลายรูปแบบ พร้อมชมความสวยงามของของสะพานมอญ หรือ สะพานอุตตมานุสรณ์ เป็นสะพานไม้ที่ยาวที่สุดในประเทศไทย มีความยาวถึง 850 เมตร สะพานแห่งนี้เกิดจากการร่วมแรงร่วมใจของชาวบ้าน สร้างโดยไม่ใช้เครื่องจักร โดยมีหลวงพ่ออุตตมะเป็นผู้นำชาวบ้าน สะพานสร้างข้ามลำน้ำซองกาเลีย จากบนสะพานสามารถมองเห็นลำห้วยสายต่างๆ คือซองกาเลีย, บีคลี่ และรันตี ไหลมารวมกันเป็นสามประสบ ถ้าเราเดินจากฝั่งรีสอร์ท ไปจนสุดสะพานก็จะเจอกับหมู่บ้าน ชุมชนชาวมอญ

\r\n\r\n

\r\n\r\n

 08.30 น.เข้าสักการะหลวงพ่ออุตตมะ ณ วัดวังก์วิเวการาม หรือที่เรียกกันโดยทั่วไปว่า "วัดหลวงพ่ออุตตมะ" นอกจากจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของอำเภอสังขละบุรีแล้ว ยังเป็นวัดที่ถือว่ามีความสำคัญมากสำหรับคนพื้นถิ่น และเป็นศูนย์รวมจิตใจของผู้คนหลายเชื้อชาติที่อาศัยอยู่ในอำเภอสังขละบุรี ทั้งชาวไทย และกะเหรี่ยง โดยเฉพาะสำหรับชาวไทยเชื้อสายมอญ ที่เปรียบหลวงพ่ออุตตมะเป็น "เทพเจ้าแห่งชาวมอญ" วัดวังก์วิเวการาม จึงเกิดจากพลังศรัทธาที่มีต่อหลวงพ่อ และเป็นวัดที่เคยเป็นที่จำพรรษาของ "หลวงพ่ออุตตมะ" วัดจึงเป็นเสมือนตัวแทนหลวงพ่อ และเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์สำหรับชาวมอญ ในการประกอบพิธีกรรมตามประเพณีของมอญ และจัดงานอื่นๆ เช่นช่วงเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี จะมีการจัดงานคล้ายวันเกิดของหลวงพ่ออุตตมะ มีงานกิจกรรมต่างๆ พิธีกรรมทางศาสนา งานแข่งขันชกมวยคาดเชือก การแสดงวัฒนธรรมท้องถิ่น เช่นการรำแบบมอญ การรำตงของชาวกะเหรี่ยง และมีการแต่งกายตามแบบวัฒนธรรมชาวไทยรามัญ

\r\n\r\n

\r\n\r\n

10.00 น. เดินทางสู่ด่านเจดีย์สามองค์ หรือที่เคยรู้จักกันในชื่อ "หินสามกอง" เป็นจุดบอกเขตผ่านทาง พรมแดนไทย - พม่า ในแนวเขาตะนาวศรี ปัจจุบันบริเวณด่านเจดีย์สามองค์ นอกจากจะเป็นเส้นทางผ่านพรมแดนไทย - พม่า แล้ว ยังมีตลาดที่เป็นจุดแลกเปลี่ยนซื้อขายสินค้าที่สำคัญหลายชนิด

\r\n\r\n

12.00 น. พักทานอาหารกลางวัน

\r\n\r\n

13.30 น. เดินทางชมน้ำตกตะเคียนทอง เป็นน้ำตกที่ขึ้นอยู่กับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ในบริเวณเทือกเขาตะนาวศรีซึ่งกั้นแนวเขตชายแดนไทย-พม่าในเขตอำเภอ สังขละบุรี ตัวน้ำตกมีต้นน้ำอยู่ในเขตประเทศพม่า ไหลเลาะเรื่อยมาตามแนวเขาที่กั้นเขตแดน สู่ประเทศไทยที่ห้วยซองกาเลีย จากความอุดมสมบูรณ์ของป่าทำให้เป็นน้ำตกที่มีน้ำไหลตลอดทั้งปี เส้นทางเดินสู่ตัวน้ำตกชั้นแรกใช้เวลาประมาณ ๓๐ นาที เป็นทางราบปกคลุมด้วยดงไผ่ หวาย เฟิร์นและไม้ใหญ่ยืนต้นนานาพันธุ์ บางช่วงลัดเลาะลำธารน้ำ บางช่วงจะเห็นสายน้ำไหลมาจาก หลายทิศทางกระจายออกไป เป็นแอ่งน้ำหรือลานกว้าง ซึ่งน้ำตกในแต่ละชั้นมีความงดงามแปลกตากันออกไป

\r\n\r\n

\r\n\r\n

16.00 น. เดินทางกลับสู่ภูมิลำเนา

\r\n\r\n

 

\r\n" 132 55782 กาญจนบุรี ภาคกลาง ไหว้พระ 9 วัด (โปรแกรม 1 วัน) เริ่มเดินทางสู่กาญจนบุรี ดินแดนแห่งธรรมชาติ อันอุดมสมบูรณ์ด้วยผืนป่า พรรณไม้ โถงถ้ำ น้ำตก และประเพณีวัฒนธรรมอันหลากหลายของผู้คนหลากเชื้อชาติที่อาศัยอยู่ร่วมกันอย่างเอื้ออารี "

08.00 น. เริ่มที่วัดถ้ำเขาน้อย เป็นวัดที่อยู่ติดกันกับวัดถ้ำเสือ แต่มีลักษณะทางสถาปัตยกรรมที่แตกต่างกัน เป็นวัดเก่าแก่ที่มีประวัติความเป็นมากว่า 130 ปี และเป็นหนึ่งในสองวัดญวนในจังหวัดกาญจนบุรี วัดหนึ่งคือวัดถาวรวราราม ที่อยู่ในตัวเมือง อีกวัดนึงคือวัดถ้ำเขาน้อย ที่มีสถาปัตยกรรม และศิลปกรรมเป็นแบบจีนที่งดงาม เรียบง่าย ตามแบบของศาสนาพุทธนิกายมหายาน ตามที่ชาวญวนนับถือ สามารถเข้าเที่ยวชม สักการะเทพเจ้า และพระบรมสารีริกธาตุได้ทุกวัน

\r\n\r\n

\r\n\r\n

08.30 น. วัดถ้ำเสือ เป็นวัดที่มีชื่อเสียงไม่น้อย รวมถึงยังถือว่าเป็นวัดที่มีพระที่มีองค์ใหญ่ที่สุดในจังหวัดกาญจนบุรี พระเจดีย์ที่มีความสวยงามโดดเด่น สามารถมองเห็นได้จากในระยะไกล เพราะตั้งอยู่บนเนินเขา ใครที่มาเที่ยวจังหวัดกาญจนบุรี สามารถแวะเยี่ยมชมวัด สักการะพระบรมสารีริกธาตุภายในพระเจดีย์เกศแก้วปราสาท และนมัสการหลวงพ่อชินประทานพร เมื่อไปถึงวัดถ้ำเสือด้านหน้าจะเป็นลานจอดรถ และร้านขายของกิน ของฝากต่างๆ ศาลาด้านล่างติดกับบริเวณที่จอดรถ เป็นศาลาการเปรียญประดิษฐานสังขารหลวงปู่ชื่น ที่บรรจุอยู่ในโลงแก้ว มีศาลาประดิษฐานรูปหล่อเจ้าอาวาสหลวงพ่อสิงห์ หลวงพ่อชื่น ซึ่งหลวงพ่อสิงห์เป็นพระธุดงค์ที่มาพบถ้ำเสือ ส่วนหลวงพ่อชื่นเป็นผู้บูรณะปฏิสังขรวัด และยังมีส่วนที่เป็นถ้ำ ที่แบ่งออกเป็น 4 ห้อง มีห้องโถงใหญ่ประดิษฐานพระประธาน 2 ห้องสำหรับหลวงพ่อชื่นมาบำเพ็ญภาวนา และห้องประดิษฐานองค์เจ้าแม่กวนอิม การขึ้นไปบนเขาที่ประดิษฐานหลวงพ่อชินประทานพร และพระเจดีย์ ทำได้ทั้งเดินขึ้นบันไดนาคด้านหน้า ที่มีจำนวน 157 ขั้น ชันประมาณ 60 องศา หรือสามารถซื้อตั๋วรถรางไฟฟ้านั่งไปกลับ (ไม่ต้องเดิน) ในราคาเพียง 10 บาท เมื่อขึ้นไปถึงบนเขาบริเวณวัด ด้านซ้ายติดกับบริเวณรถรางจะเป็นพระเจดีย์เกศแก้วปราสาท

\r\n\r\n

09.30 น.วัดนางโน วัดมโนธรรมาราม หรือ วัดนางโน ตั้งอยู่หมู่ที่ 3 ตำบลม่วงชุม อำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี เป็นวัดเก่าแก่วัดหนึ่งในจังหวัดกาญจนบุรี มีอายุการก่อสร้างหลายร้อยปี มาแล้ว จากการสันนิษฐานของท่านพระครูปรสิทธิธรรมญาน ( หลวงพ่อแบน ) อดีตเจ้าอาวาสวัดมโนธรรมารามซึ่งสันนิฐานจากโบราณวัตถุและปูชนียวัตถุที่ยังปรากฏอยู่ในบริเวณวัดว่า วัดนี้น่าจะสร้างมาตั้งแต่ สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนต้น จากหลักฐานที่ปรากฏอยู่ เดิมวัดนี้จะต้องเป็นวัดที่มีความเจริญรุ่งเรืองมาก่อนต้อง ชำรุดทรุดโทรมไปเป็นระยะ ๆ อันเนื่องมาจากศึกสงครามระหว่างไทยกับพม่า เมื่อเกิสงครามขึ้นประชาชนในหมู่บ้านก็อพยพหนีไปอาศัย อยู่ในถิ่นที่อื่น วัดก็ร้างไปอีกครั้งหนึ่ง เมื่อศึกสงครามสงบลง แล้วประชาชนก็กลับมาอยู่ถิ่นเดิมบูรณะวัดอีกเป็นอยู่เช่นนี้ตลอดมา ในระยะ สงครามโดย เฉพาะ เมื่อเสียอยุธยาให้แก่พม่าวัดนี้ได้ร้างไปนาน เมื่อสงครามสงบลงแล้วประชาชนก็กลับมาตั้งถิ่นฐานทำมาหากินกันใหม่ และได้ช่วยกันบุรณะปฏิสังขรณ์วัดนี้อีก ในการบูรณะครั้งนั้นได้มีผู้หญิงชื่อ ” นางโน ” เป็นหัวเรี่ยวหัวแรง ในการบูรณะ ชาวบ้านจึงเรียกวัดนี้ ว่า ” วัดนางโน ” ตั้งแต่นั้นมา

\r\n\r\n

\r\n\r\n

10.20 น.วัดบ้านถ้ำ พิสูจน์แรงศรัทธา ขึ้นบันได 269 ขั้น สักการะบูชาหลวงพ่อชินราช(หลวงพ่อใหญ่)ในถ้ำคูหามังกรสวรรค์ วัดบ้านถ้ำ ต.เขาน้อย อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี เป็นวัดเก่าแก่สมัยสุโขทัย ด้านหลังจรดเขา ด้านหน้าจรดแม่น้ำแม่กลอง มีชายหาดสวยงามอยู่หน้าวัด ภูเขาที่ตั้งถ้ำสูงราวๆ 200 กว่าเมตร ภูเขาลูกนี้เป็นเทือกเดียวติดต่อกันหลายยอดเป็นพืด ไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือสุดปลายเขาที่เขาแหลมและเขาตกถ้ำมังกรทอง การเที่ยวชมถ้ำให้ครบทั้งหมด วันเดียวรับรองว่าไม่หมดแน่

\r\n\r\n

\r\n\r\n

11.30 น.วัดถ้ำมังกรทอง วัดถ้ำมังกรทอง ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของกาญจนบุรี บันไดขึ้นถ้ำประมาณ 100 ขั้น ราวบันไดเป็นมังกรทองและมังกรแก้ว เรื่องเล่าของถ้ำที่มีประวัติตั้งแต่สมัยสงครามไทย-พม่า ราวสมัยกรุงศรีอยุธยา นอกจากเรื่องราววัดที่น่าสนใจ สิ่งที่ทำให้วัดแห่งนี้มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักถึงต่างประเทศคือ แม่ชีลอยน้ำ เป็นจุดหมายปลายทางที่ไม่ควรพลาด และวัดยังอยู่ระหว่างทางที่จะไป “ต้นจาจุรียักษ์” ทำให้เราสามารถแวะเที่ยวได้ทั้งสองที่เลย

\r\n\r\n

\r\n\r\n

12.30 น. พักทานอาหารกลางวัน

\r\n\r\n

13.30 น.วัดถ้ำเขาปูน วัดถ้ำเขาปูนเดิมเป็นที่พักของพระสงฆ์ที่ออกธุดงค์มาแต่โบราณ   เนื่องด้วยสถานที่แห่งนี้มีถ้ำที่เหมาะกับการเจริญวิปัสสนากรรมฐาน  ลักษณะถ้ำเป็นถ้ำหินปูนขนาดปานกลาง  มีทางเดินทะลุอีกด้านของภูเขา   ตลอดทางเดินจะพบกับหินงอกหินย้อยที่งดงาม   และห้องโถงที่พอเหมาะกับการปฏิบัติธรรมฝึกวิปัสสนา  เจริญพระธรรมฐาน  ภายในถ้ำได้ค้นพบพระพุทธรูปโบราณและซากพระพุทธรูปหินทรายที่มีอายุหลายร้อยปี  ที่ถ้ำแห่งนี้พระบาสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว  รัชกาลที่ ๕  ได้เสด็จมานมัสการพระพุทธไสยาสน์ที่มีอายุหลายร้อยปี  เมื่อครั้งเสด็จพระพาสต้นมาน้ำตกไทรโยค 

\r\n\r\n

\r\n\r\n

14.15 น.วัดโพธิสัตว์บรรพตนิมิต ตำบลหนองหญ้า อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี พระผู้มีประวัติพิลึกกึกกือแห่งยุคสมัย ไล่ตั้งแต่ เกิดที่ยโสธร บวชกับคณะธรรมยุต ... วัดป่าตึง สันกำแพง เชียงใหม่ จากนั้นลงมาอยู่กับหลวงปู่เกษม เขมโก สุสานไตรลักษณ์ ลำปาง จากนั้นมุ่งหน้าเข้ากาญจนบุรี จนพบกับเจ้าแม่กวนอิม แล้วสร้างวัดใหม่ในชื่อว่า "วัดโพธิสัตว์บรรพตนิมิต"

\r\n\r\n

\r\n\r\n

15.00 น.วัดถ้ำพุหว้า วัดที่งดงามด้วยศิลปะแบบขอมประยุกต์ท่ามกลางอ้อมกอด ธรรมชาติของขุนเขาที่โอบล้อม ที่นี่จึงมีบรรยากาศร่มรื่น เงียบสงบ เหมาะสำหรับการเจริญสติวิปัสสนาสำหรับ ผู้สนใจศึกษาและปฏิบัติธรรม ว่ากันว่าเดิมทีเดียววัดแห่งนี้มีถ้ำเป็นอุโบสถ โดยภายในถ้ำมีพระพุทธรูปปางสมาธิประดิษฐานเป็นพระประธาน รวมทั้งเป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุที่อัญเชิญมาจากประเทศเมียนมา ให้นักท่องเที่ยวได้สักการะบูชาด้วยเช่นกัน ต่อมาได้รับการบูรณะครั้งใหญ่ด้วยการสร้างอุโบสถหินทรายครอบตัวถ้ำเอาไว้ซึ่งยังคงความงดงามตามธรรมชาติของหินงอกหินย้อยไว้ดุจเดิม อย่างไรก็ตาม นอกจากวัดนี้จะเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมที่ดีเลิศแล้ว ยังเป็นสถานที่เหมาะสำหรับการจัดกิจกรรมต่างๆ

\r\n\r\n

\r\n\r\n

15.30 น.วัดเมตตาธรรม วัดเมตตาธรรมโพธิญาณ เป็นวัดมหายานจีนนิกาย มีชื่อเรียกภาษาจีนว่า “ฉื่อปุยซ้อผู่ทีเซียมยี่” ความเป็นมาในการสร้างวัดเริ่มจากในปี พ.ศ. 2537 พระอาจารย์เย็นหมง จากวัดโพธิ์เย็น อำเภอท่ามะกา ได้เดินทางธุดงค์มาปฏิบัติธรรมและเห็นว่าสถานที่มีความเหมาะสมที่จะสร้างวัด จึงได้หารือกับญาติโยมหลายฝ่ายและได้รับการสนับสนุนการดำเนินงาน จึงได้ก่อตั้งมูลนิธิเมตตาธรรมโพธิญาณขึ้นและขอซื้อสิทธิที่ดินจากชาวบ้าน รวม 242 ไร่ และดำเนินการสร้างวัดตามขั้นตอนของทางราชการในปี พ.ศ.2542 ประชาชนทั่วไปนิยมเดินทางไปสะเดาะเคราะห์ ต่อชะตาและเสริมชะตาบารมี

\r\n\r\n

\r\n\r\n

16.30 น. เดินทางกลับสู่ภูมิลำเนา

\r\n" 133 55839 กาญจนบุรี ภาคกลาง “นั่ง Time machine Unseen เมืองกาญจน์” กาญจนบุรีเป็นสถานที่ที่มีเรื่องราวแห่งประวัติศาสตร์มากมายที่ จะพาคุณหมุนเข็มนาฬิกาย้อนวันเวลากลับไปในอดีต อีกทั้งศิลปะการสร้างสรรค์สิ่งต่างๆที่งดงามแวดล้อมไปด้วยขุนเขา ธรรมชาติที่สวยงาม และแหล่งโอโซนที่บริสุทธิ์อย่างแท้จริง\r\n "

08.30 - 9.00 น. จากตัวเมืองกาญจน์ แวะเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์สงครามโลกครั้งที่สอง และสุสานทหารสัมพันธมิตรดอนรัก เพิ่มเติมความรู้กันสักนิดก่อนออกเดินทางท่องเที่ยว

\r\n\r\n

09.00  - 9.30 น. ใช้เส้นทาง หมายเลข323 มุ่งหน้าสู่ร้านกาแฟสดเพื่อเติมพลังกันก่อนออกเดินทาง

\r\n\r\n

\r\n\r\n

09.30 - 10.00 น. มุ่งหน้าเดินทางสู่ปราสาทเมืองสิงห์ อุทยานปราสาทหินเก่าแก่แห่งฝั่งตะวันตกของไทย ในรัชสมัยรัชกาลที่1  ได้โปรดเกล้า แต่งตั้งให้เมืองสิงห์ เป็นเมืองหน้าด่าน และยังมีข้อมูลความรู้เก่าแก่อีกมากมาย

\r\n\r\n

\r\n\r\n

11.00 - 12.30 น. ออกเดินทางสู่สะพานถ้ำกระแซ ย้อนรอยประวัติศาสตร์ สมัยสงครามโลกครั้งที่2  ชมสะพานไม้เลียบหน้าผา ซึ่งทำด้วยมือ จากเหล่าเชลยศึกสงคราม ที่ซึ่งใช้เวลาก่อสร้างเพียงไม่กี่วัน ด้านข้างสามารถเข้าเยี่ยมชมถ้ำกระแซ  จุดสำคัญในประวัติศาสตร์ที่ภายในมีพระพุธรูปให้สักการะ ถ้ำกระแซในอดีตเป็นจุดใช้เก็บอาวุธยุทโธปกรณ์ของเหล่าทหารญี่ปุ่น บริเวณโดยรอบๆมีร้านค้า ให้เลือกซื้อของที่ระลึกที่สวยงามและหลากหลาย

\r\n\r\n

\r\n\r\n

13.00 - 14.00 น. พักรับประทานอาหารบริเวณใกล้เคียง มีร้านอาหารหลากลายให้เลือกรับประทาน

\r\n\r\n

14.00 – 14.40 น. ออกเดินทางจากถ้ำกระแซ ไปถึงพิพิธภัณฑ์ช่องเขาขาด อันเป็นแหล่งเรียนรู้สำคัญอีกที่หนึ่งของ จ.กาญจนบุรี ให้นึกถึงเหล่าเชลยศึกสงครามโลกครั้งที่สองอีกที่หนึ่ง ภายในมีพิพิธภัณฑ์ข้อมูลต่างๆให้   ศึกษาหาข้อมูล จากนั้นเดินเท้าลงสู่ ด้านล่าง เพื่อชมสถานที่จริงในอดีต ซึ่งเป็นการตัดช่องผ่านภูเขาเพื่อสร้างเส้นทางรถไฟ ด้วยมือและอุปกรณ์ต่างๆที่มีเพียงเล็กน้อย ทำให้เป็นไปด้วยความยากลำบาก เหล่าเชลยศึกร่างกายซูบผอมเหลือเพียงหนังหุ้มกระดูก กระทบกับแสง ตะเกียงยามค่ำคืน ปรากฏเงาผอมบางแลดูน่าสยดสยอง จึงเป็นที่มาของชื่อ “ช่องไฟนรก” หรือ “Hell Fire Pass”

\r\n\r\n

\r\n\r\n

16.00 – 16.30 น. มุ่งหน้ากลับเมืองกาญจน์ในเส้นทางเดิม แวะเที่ยวชมเมืองมัลลิกา รศ.124  หมุนเข็มนาฬิกาย้อนเวลา กลับไปสมัยโบราณ ใส่ชุดไทยเดินเมืองเก่า ใช้เบี้ยซื้ออาหาร เสพบรรยากาศย้อนยุคอย่างแท้จริง

\r\n\r\n

\r\n\r\n

18.00 น. เดินทางเข้าที่พักในตัวเมืองกาญจน์  ซึ่งมีที่พักหลากหลายสไตล์ให้แก่นักท่องเที่ยวตั้งแต่ราคาซึ่งสิ่งอำนวยสะดวกครบครัน จนถึงราคาประหยัดกระเป๋า

\r\n" 134 55861 สุโขทัย ภาคเหนือ เส้นทาง : “ปั่นจักรยาน ชมโบราณสถานนอกกำแพงเมือง เที่ยวริมคลอง ท่องแม่รำพัน งานศิลป์ 135 ชมทิวเขาหลวง ณ ทะเลหลวง แผ่นดินศักดิ์สิทธิ์รูปหัวใจ ” “ปั่นจักรยาน ชมโบราณสถานนอกกำแพงเมือง เที่ยวริมคลอง ท่องแม่รำพัน งานศิลป์ 136 ชมทิวเขาหลวง ณ ทะเลหลวง แผ่นดินศักดิ์สิทธิ์รูปหัวใจ "

\r\n" 137 55887 กาญจนบุรี ภาคกลาง ไหว้พระ ชมประวัติศาสตร์ อาบน้ำแร่แช่น้ำร้อน (2 วัน 1 คืน) กาญจนบุรี ไม่เพียงแต่โดดเด่นในเรื่องของ ภูเขา น้ำตก และเรื่องราวของประวัติ เท่านั้น แต่ยังมีวัดสวยเป็นเอกลักษณ์ให้เที่ยวหลายวัด ทั้งวัดที่มีชื่อเสียงมานานอย่างวัดถ้ำเสือ และวัดใหม่ๆอีกหลายแห่ง ที่กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวขึ้นชื่อและศักดิ์สิทธิ์ มาถึ "

เวลา 09.00 น.   เดินทางถึงวัดพระแท่นดงรังวรวิหาร วัดโบราณ ที่ ร.5 เคยเสด็จประพาส นมัสการรอบรอย  พระพุทธบาทจำลอง ชมวิหารพระสังกัจจายน์ที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดกาญจนบุรี

\r\n\r\n

\r\n\r\n

เวลา 10.30 น.   เดินทางถึงวัดถ้ำเสือ กราบนมัสการพระธาตุ และพระพุทธรูปปางประทานพรที่ใหญ่ที่สุดของจังหวัดกาญจนบุรี

\r\n\r\n

\r\n\r\n

เวลา 12.00 น.   รับประทานอาหารกลางวัน

\r\n\r\n

เวลา 13.30 น.   เดินทางถึงสุสานทหารสัมพันธมิตร (ดอนรัก) สุสานขนาดใหญ่บนพื้นที่ 17 ไร่ บรรจุศพเชลยศึกที่เสียชีวิตระหว่างการสร้างทางรถไฟสายมรณะถึง 6,982 หลุม บรรยากาศในสุสานเงียบสงบ     และร่มรื่น เหนือหลุมฝังศพทุกหลุมมีแผ่นทองเหลืองจารึก ชื่อ อายุ และประเทศของผู้เสียชีวิต บรรทัดสุดท้ายเป็นคำไว้อาลัยที่โศกเศร้า

\r\n\r\n

\r\n\r\n

เวลา 14.30 น.   เดินทางถึงสะพานข้ามแม่น้ำแคว เป็นสะพานที่สำคัญที่สุดของเส้นทางรถไฟสายมรณะ   สร้างขึ้นสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยกองทัพญี่ปุ่นได้เกณฑ์เชลยศึกฝ่ายสัมพันธมิตร ประมาณ 61,700 คน มาก่อสร้างทางรถไฟสายยุทธศาสตร์ เพื่อเป็นเส้นทางผ่านไปสู่ประเทศพม่า

\r\n\r\n

\r\n\r\n

เวลา 15.30 น.   เข้าชมหอศิลป์และพิพิธภัณฑ์สงครามโลกครั้งที่ 2 ตั้งอยู่บริเวณสะพานข้ามแม่น้ำแคว     เป็นสถานที่เก็บรักษาสิ่งที่เป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้แก่ อาวุธยุทโธปกรณ์ต่างๆ โครงกระดูกของเชลยสงคราม และภาพถ่ายเหตุการณ์ในสมัยนั้น นอกจากนี้บางส่วนยังจัดทำ          เป็นหอศิลป์ เก็บรวบรวมสิ่งของต่างๆ เช่น แสตมป์ ไปรษณียบัตรโบราณ เพชร พลอย และเครื่องประดับ

\r\n\r\n

\r\n\r\n

เวลา 16.30 น.   เข้าสู่ที่พัก

\r\n\r\n

วันที่ 2

\r\n\r\n

เวลา 08.00 น.   เดินทางออกจากที่พัก ไปยังพิพิธภัณฑ์ช่องเขาขาด

\r\n\r\n

เวลา 10.00 น.   เดินทางถึงพิพิธภัณฑ์ช่องเขาขาด หรือมีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า "ช่องไฟนรก"(Hellfire Pass) ชื่อนี้ได้มาจากการที่ เหล่าเชลยที่ทำงานในเวลากลางคืน ต้องจุดคบไฟและก่อกองไฟเวลาทำงาน      เมื่อแสงไฟสะท้อนเงาผู้คน ทำให้เห็นเป็นแสงเงาวูบวาบราวกับกับเปลวเพลิงแห่งนรก ซึ่งบริเวณการจัดแสดงแบ่งเป็นสองส่วน คือ การจัดแสดงนิทรรศการภายในอาคารและส่วนที่สามารถเดินชมช่องเขาที่เป็นสถานที่จริงด้านหลังอาคาร

\r\n\r\n

\r\n\r\n

เวลา 12.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน

\r\n\r\n

เวลา 13.30 น. เดินทางถึงน้ำพุร้อนหินดาด อุณหภูมิน้ำร้อนที่ผิวดินอยู่ในช่วง 40-100 องศาเซลเซียส อุณหภูมิน้ำบ่อแช่ประมาณ 45-55 องศาเซลเซียส เชื่อกันว่าการอาบน้ำแร่ แช่น้ำพุร้อน มีประโยชน์ต่อร่างกาย มีสรรพคุณในการรักษา และบรรเทาอาการของโรคต่างๆ ได้

\r\n\r\n

\r\n\r\n

เวลา 15.30 น. เดินทางกลับโดยสวัสดิภาพ

\r\n" 138 55901 กาญจนบุรี ภาคกลาง สังขละบุรี มนต์เสน่ห์อารยะธรรมมอญ ล่องเรือชมเมืองบาดาล สุดเขตแดนตะวันตก(2 วัน 1 คืน) สังขละบุรีเมืองเล็กๆ ในจังหวัดกาญจนบุรี ที่มีความสมบูรณ์ทางธรรมชาติและวัฒนธรรมของ3 เชื้อชาติ ทั้งไทยมอญ และกระเหรี่ยง สกู๊ปนี้เราจะรวบรวม 10 สิ่งน่าทำเมื่อไปเที่ยวสังขละบุรี ซึ่งขอบอกเลยว่า“สุขจริงๆ” จากสังขละบุรีกลับไปแน่นอน "

วันที่ 1

\r\n\r\n

เวลา 07.00 น.   เดินทางสู่จังหวัดกาญจนบุรี

\r\n\r\n

เวลา 10.00 น.   เดินทางถึงสะพานข้ามแม่น้ำแคว จุดท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวทุกคนต้องมาเยือน เดินชมสะพานที่สำคัญที่สุดของเส้นทางรถไฟสายมรณะ   สร้างขึ้นสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยกองทัพญี่ปุ่นได้เกณฑ์เชลยศึกฝ่ายสัมพันธมิตร ประมาณ 61,700 คน มาก่อสร้างทางรถไฟสายยุทธศาสตร์ เพื่อเป็นเส้นทางผ่านไปสู่ประเทศพม่า

\r\n\r\n

\r\n\r\n

เวลา 11.00 น.   ออกเดินทางสู่วัดวังก์วิเวการาม อ.สังขละบุรี

\r\n\r\n

เวลา 12.00 น.   รับประทานอาหารกลางวัน

\r\n\r\n

เวลา 13.00 น.   ออกเดินทางสู่วัดวังก์วิเวการาม อ.สังขละบุรี (ต่อ)

\r\n\r\n

\r\n\r\n

เวลา 16.00 น.   เดินทางถึงวังก์วิเวการาม หรือที่เรียกกันโดยทั่วไปว่า "วัดหลวงพ่ออุตตมะ" เป็นวัดที่ถือว่า มีความสำคัญมากสำหรับคนพื้นถิ่น และเป็นศูนย์รวมจิตใจของผู้คนหลายเชื้อชาติที่อาศัยอยู่ในอำเภอสังขละบุรี ทั้งชาวไทย และกะเหรี่ยง โดยเฉพาะสำหรับชาวไทยเชื้อสายมอญ ที่เปรียบหลวงพ่ออุตตมะเป็น "เทพเจ้าแห่งชาวมอญ"

\r\n\r\n

เยี่ยมชม และสักการะบูชา

\r\n\r\n

- ปราสาทเก้ายอด คือโลงบรรจุสังขารของหลวงพ่ออุตตมะ มีลักษณะที่เป็นเอกลักษณ์ทางศิลปกรรม ของชนชาติมอญ ลวดลายมีความประณีต งดงาม ด้านหน้าปราสาทเก้ายอด มีหุ่นขี้ผึ้งปั้นเป็นรูปหลวงพ่ออุตตมะในท่านั่ง

\r\n\r\n

- วิหารพระหินอ่อน

\r\n\r\n

พระพุทธรูปหินอ่อน หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า "หลวงพ่อขาว" เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย มีขนาดหน้าตักกว้าง 5 ศอก หนัก 9 ตัน

\r\n\r\n

- พระอุโบสถ

\r\n\r\n

พระอุโบสถของวัด มีความงดงาม มีซุ้มทางเข้าอุโบสถเป็นซุ้มหลังคาทรงยอดปราสาท ส่วนตัวโบสถ์เป็นหลังคาทรงสูง หลังคาโบสถ์ทำเป็นหน้าจั่วซ้อนชั้น และมียอดปราสาทอยู่ชั้นบนสุด หน้าบันประดับด้วยลายกนกสวยงาม เสาโบสถ์เป็นเสาขัดมันวาว

\r\n\r\n

เวลา 17.30 น.   เดินทางเข้าสู่ที่พัก

\r\n\r\n

วันที่ 2

\r\n\r\n

เวลา 06.00 น.   เดินทางสู่สะพานมอญ และตักบาตรบนสะพานไม้ ที่มีความยาว มีความยาว 850 เมตร และเป็นสะพานไม้ที่ยาวเป็นอันดับ 2 ของโลก เป็นสะพานที่ข้ามแม่น้ำซองกาเรีย เป็นสะพานไม้ที่ใช้สัญจรไปมาของชาวมอญและชาวไทยที่อาศัยอยู่บริเวณนี้ พร้อมสวมใส่ชุดแต่งกายแบบดั้งเดิมของชาวมอญ เป็นการแต่งกายที่เรียบง่าย แต่แฝงไปด้วยความสวยงามของวัฒนธรรมที่มีมายาวนาน

\r\n\r\n

\r\n\r\n

เวลา 07.30 น.   ชื่นชมวิถีและวัฒนธรรมชาวมอญ เดินเที่ยวชมตลาดมอญ พร้อมรับประทานอาหารเช้า ตามวิถีชีวิตชาวมอญ

\r\n\r\n

\r\n\r\n

เวลา 10.00 น.   นั่งเรือชมเมืองบาดาล หรือวัดจมน้ำ คือวัดวังก์วิเวการามเดิม ซึ่งกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ถือว่าเป็น Unseen Thailand เพราะมีความแปลกที่มีซากโบราณสถานจมอยู่ใต้น้ำ เป็นสถานที่เล่าขานถึงตำนานความเป็นมาของวัดหลวงพ่ออุตตมะ

\r\n\r\n

\r\n\r\n

เวลา 12.00 น.   รับประทานอาหารกลางวัน

\r\n\r\n

เวลา 13.30 น.   เดินทางถึงด่านเจดีย์สามองค์ หรือที่เคยรู้จักกันในชื่อ "หินสามกอง" เขตสิ้นสุดชายแดนฝั่งตะวันตกของไทย เป็นจุดบอกเขตผ่านทาง พรมแดนไทย - พม่า ในแนวเขาตะนาวศรี ปัจจุบันบริเวณด่านเจดีย์สามองค์ นอกจากจะเป็นเส้นทางผ่านพรมแดนไทย - พม่า แล้ว ยังมีตลาดที่เป็นจุดแลกเปลี่ยนซื้อขายสินค้าที่สำคัญหลายชนิด

\r\n\r\n

\r\n\r\n

เวลา 14.30 น.   เดินทางสู่จุดพักรถน้ำตกเกริงกะเวียเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่อยู่ริมถนนสายหลัก เส้นทองผาภูมิ-สังขละบุรี สามารถแวะได้ง่าย สะดวก เป็นน้ำตกที่มีความสวยงาม สูงประมาณ 5 เมตรสำหรับพักผ่อน เล่นน้ำ บริเวณน้ำตกมีร้านค้า ร้านขายของที่ระลึก

\r\n\r\n

\r\n\r\n

เวลา 15.00 น.   เดินทางกลับโดยสวัสดิภาพ

\r\n" 139 56431 อุดรธานี ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เส้นทางถิ่นธรรมะ หนึ่งวันไหว้พระที่อุดรธานี "จังหวัดอุดรธานี เป็นจังหวัดที่มีอารายธรรมท้องถิ่น และมีแหล่งท่องเที่ยวทางศาสนาหลายแห่ง เราจึ่งแนะนำเส้นทางการไหว้พระในอุดรธานีภายใน 1 วัน และยังแนะนำร้านอาหารอร่อยๆระหว่างทางอีกด้วย คือ ""เส้นทางถิ่นธรรมะ หนึ่งวันไหว้พระที่อุดรธานี"" " "

\r\n" 140 56468 ลำพูน ภาคเหนือ เส้นทางท่องเที่ยว Mae Tha Valley อำเภอแม่ทา เป็นประตูเข้าสู่จังหวัดลำพูน มีแหล่งท่องเที่ยว ร้านอาหาร ร้านกาแฟ ตลาดสดของป่า ที่พัก\r\n และกิจกรรมท่องเที่ยวมากมาย\r\nรวมทั้งวัฒนธรรม ชนเผ่า ชาติพันธุ์ที่คงความเป็นอัตลักษณ์เฉพาะ

จุดที่ 1 เดินทางเข้าพักยังอุทยานแห่งชาติดอยขุนตาล  อยู่ในท้องที่ตำบลทาปลาดุก อำเภอแม่ทา จังหวัดลำพูน และตำบลบ้านเอื้อม อำเภอเมืองลำปาง ตำบลเวียงตาล ตำบลวอแก้ว อำเภอห้างฉัตร จังหวัดลำปาง ดอยขุนตาลได้รับประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 10 เมื่อวันที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2518 มีขนาดพื้นที่ประมาณ 255.29 ตารางกิโลเมตร (159,556.25 ไร่) ด้วยสภาพภูมิประเทศที่งดงาม เป็นเทือกเขาสลับซับซ้อน ตลอดจนเป็นแหล่งต้นน้ำลำธารที่สำคัญ

\r\n\r\n

แหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญและกิจกรรมที่น่าสนใจ
\r\nอุโมงค์ขุนตาน
\r\n   เป็นอุโมงค์รถไฟที่ยาวที่สุดในประเทศไทย คือยาว 1,352.10 เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ. 2450 ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เสร็จเมื่อปี พ.ศ. 2461 การเจาะอุโมงค์ซึ่งเป็นหินแกรนิตนี้เป็นการเสี่ยงอันตรายเป็นอย่างยิ่ง โดยใช้แรงงานจากคนที่เป็นกรรมกรรับจ้าง บริเวณโดยรอบตกแต่งด้วยไม้ดอกหลายชนิด เป็นที่ตั้งของศาลเจ้าพ่อขุนตาน และอนุสรณ์สถานของวิศกรชาวเยอรมันผู้ควบคุมการสร้างอุโมงค์แห่งนี้
\r\nยอดดอยขุนตาล
\r\nตลอดระยะทางสู่ยอดดอยขุนตาลประมาณ 5,500 เมตร จะผ่านป่าหลายประเภท และมีสถานที่น่าสนใจ 4 จุดได้แก่
\r\n     ย.1  (ย.ย่อมาจาก จุดยุทธศาสตร์ ในสงครามโลกครั้งที่ 2 ดอยขุนตาลเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญ) สูงจากระดับน้ำทะเล 900 เมตร ในปี 2460 การรถไฟแห่งประเทศไทยได้สร้างบ้านพักใช้เป็นที่ประทับพักแรมของกรมพระกำแพงเพชรอัครโยธิน เมื่อครั้งเสด็จมาเป็นแม่งานในการก่อสร้างอุโมงค์ขุนตาน ในปัจจุบันเป็นบ้านพักฯ การรถไฟแห่งประเทศไทยเป็นผู้ดูแล
\r\n     ย.2  สูงจากระดับน้ำทะเล 1,035 เมตร หลายปีที่ผ่านมาพื้นที่บริเวณ ย.2 เป็นที่พักของบริษัททำไม้ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 บริษัททำไม้ได้เงียบหายไปเพราะบริเวณพื้นที่นี้เป็นจุดยุทธศาสตร์ หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมท อดึตนายกรัฐมนตรีได้ซื้อพื้นที่ดังกล่าวเพื่อทำสวน และสร้างบ้านพัก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ได้เสด็จมาประพาสเมื่อปี พ.ศ. 2512 และ พ.ศ. 2516
\r\n     ย.3  สูงจากระดับน้ำทะเล 1,225 เมตร หลังจากสร้างทางรถไฟเสร็จเรียบร้อย คณะมิชชั่นนารีอเมริกันคริสตจักรได้มาทำการสร้างบ้านพักบริเวณนี้ และจะมาพักผ่อนทุกเดือนเมษายนของทุกปี ในปัจจุบันบ้านพักดังกล่าวได้อยู่ในความดูแลของมหาวิทยาลัยพายัพ
\r\n     ย.4  สูงจากระดับน้ำทะเล 1,373 เมตร เป็นจุดยุทธศาสตร์สูงสุดของดอยขุนตาล ในสมันสงครามโลกครั้งที่ 2 ใช้เป็นบริเวณส่องกล้องจังหวัดลำพูนและจังหวัดลำปางได้ชัดเจน

\r\n\r\n

จากนั้้น แวะชมสะพานประวัติศาสตร์สะพานขาวทาชมภู  เริ่มก่อสร้างเมื่อปี พ.ศ. 2461 และสร้างเสร็จในปี พ.ศ. 2463มีเรื่องเล่าเกี่ยวกับสะพานแห่งนี้ว่า สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ทหารฝ่ายพันธมิตรต้องการจะทิ้งระเบิดทำลายเส้นทางเดินรถไฟของทหารญี่ปุ่นและ หนึ่งในเป้าหมายทั้งหมด มีสะพานขาวบ้านทาชมภูรวมอยู่ด้วย ด้วยเหตุนี้ชาวบ้านใกล้เคียงจึงได้ช่วยกันทาสีสะพานให้เป็นสีดำ เพื่ออำพรางตาจากทหารฝ่ายพันธมิตรจนสะพานแห่งนิ้สามารถรอดพ้นจากการทิ้ง ระเบิดทำลายลงได้

\r\n\r\n

ช่วงบ่ายเดินไปยังหมู่บ้านแกะสลัก เพื่อทำกิจกรรมการแกะไม้จากสล่าไม้ และเยี่ยมชมแวะซื้อของฝาก 

\r\n\r\n

จากนั้นแวะตลาดของป่าบ้านทาดอยแก้วตลาดที่ขึ้นชื่อเรื่องของป่า เช่น หมูป่า ผักพื้นเมือง หรือ ผักจากป่าต่างๆที่หาซื้อได้ยากในเมือง  เห็ดป่า หน่อไม้  รวมถึง ผักต่างๆ ที่ชาวบ้านปลูกเอง และนำมาขาย ทุกวัน แต่ที่แน่ๆหากินไม่ได้ง่ายๆในเมืองอย่างแน่นอล

\r\n\r\n

 

\r\n 141 56601 กาญจนบุรี ภาคกลาง เดินท่องถ้ำธารลอด โอบกอดธรรมชาติ 2 วัน 1 คืน อุทยานแห่งชาติเฉลิมรัตนโกสินทร์ ซึ่งในอุทยานมีสิ่งอำนวยความสะดวก ร้านอาหาร ที่พัก ลานจอดรถ ห้อง ลานกางเต็นท์ และขากลับสามารถสักการะ พระพุทธเมตตา ประชาไทยไตรโลกนาถคันธารราฐอนุสรณ์ ที่วัดทิพย์สุคนธาราม "

วันที่ 1

\r\n\r\n

อุทยานแห่งชาติเฉลิมรัตนโกสินทร์ เป็นหนึ่งในอุทยานฯ ของประเทศไทยที่มีประวัติศาสตร์เรื่องราวการก่อทั้งอุทยานฯ ที่น่าสนใจมาก อุทยานฯ เฉลิมรัตนโกสินทร์ เดิมมีชื่อว่าอุทยานฯ ถ้ำธารลอด ได้รับการประกาศให้เป็นอุทยานฯ เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2523 เป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 17 ของประเทศ มีเนื้อที่ประมาณ 59 ตารางกิโลเมตร หรือ 36,875 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่ป่าหนองรี ตำบลเขาโจด อำเภอศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรี

\r\n\r\n

\r\n\r\n

ในอดีตการที่พื้นที่แห่งนี้ในอดีตเคยเป็นเส้นทางในการรบกันระหว่างกองทัพไทยกับพม่า มีหลักฐานปรากฏ เช่น โครงกระดูก อาวุธโบราณและเครื่องรางของขลังต่างๆ อีกทั้งพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชทรงเสด็จมาประทับในสมัยที่มีการรบกับพม่าอยู่บ่อยครั้ง ใน พ.ศ. 2524 ซึ่งเป็นวาระการเฉลิมฉลองกรุงรัตนโกสินทร์ จึงได้มีมติเปลี่ยนชื่ออุทยานฯ เป็น “อุทยานแห่งชาติเฉลิมรัตนโกสินทร์” เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติแด่พระองค์ และเป็นสิริมงคลแก่อุทยานแห่งชาติแห่งนี้สืบไป

\r\n\r\n

อุทยานฯ เฉลิมรัตนโกสินทร์ อยู่ในเขตเทือกเขาภาคตะวันตก พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขาหินปูนสลับซับช้อน สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ 240-1,260 เมตร มียอดเขาสำคัญทั้งเขากำแพง เขาไม้หอม เขาพุช้างหมอบ โดยมียอดเขากำแพงเป็นยอดเขาสูงสุด สูงประมาณ 1,260 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง และยังเป็นแหล่งต้นน้ำลำธารสำคัญของห้วยแม่พลู ห้วยตะกวด และห้วยกระพร้อย

\r\n\r\n

\r\n\r\n

อุทยานฯ เฉลิมรัตนโกสินทร์ แม้จะมีพื้นที่ไม่กว้างขวางมาก แต่สภาพป่ายังสมบูรณ์อยู่มาก หากได้ลองเดินศึกษาธรรมชาติแล้วจะพบสภาพป่าไม้ที่หลากหลายถึง 4 ประเภทเลย ทั้งป่าดิบเขา ป่าดิบแล้ง ป่าเบญจพรรณ และป่าเต็งรัง โดยป่าเบญจพรรณเป็นป่าที่ปกคลุมพื้นที่อุทยานฯ มากที่สุด พบได้ในระดับความสูง 300-1,000 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ส่วนป่าเต็งรังเป็นป่าที่มี น้อยที่สุดในอุทยานฯ อยู่ในระดับระดับความสูง 600-1,000 เมตร สำหรับป่าดิบเขา จะพบได้บริเวณแนวเขาและยอดเขากำแพงที่ระดับความสูงประมาณ 1,000-1,257 เมตร และป่าดิบแล้งจะพบได้ในระดับความสูง 200-1,000 เมตร

\r\n\r\n

\r\n\r\n

อุทยานฯ เฉลิมรัตนโกสินทร์ ไม่ได้มีเพียงมีสภาพป่าอุดมสมบูรณ์เท่านั้น ความงามทางธรรมชาติทั้งน้ำตก หน้าผา ถ้ำธารลอด ที่ถือเป็นสถานที่เที่ยวเด่นของที่นี่ และยังมีหลักฐานด้านประวัติศาสตร์ที่เชื่อว่าครั้งหนึ่งพื้นที่ของอุทยานฯ เป็นเส้นทางเดินของกองทัพพม่าและกองทัพญี่ปุ่น ที่ใช้ในการรบกันระหว่างกองทัพไทย มีหลักฐานมากมายทั้งซากอาวุธโบราณ โครงกระดูก เครื่องรางของขลังต่างๆ เรียกว่ามาที่นี่ที่เดียวได้ทั้งชมธรรมชาติและเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ควบคู่ไปด้วยเลย

\r\n\r\n

\r\n\r\n

โดยสถานที่เที่ยวแรกที่คุณไม่ควรพลาดชมเลยนั่นก็คือ ถ้ำธารลอด ถ้ำธารลอดนั้นแบ่งเป็นถ้ำธารลอดน้อย อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ เพียง 100 เมตร ตัวถ้ำจะมีความยาวประมาณ 300 เมตร ปากถ้ำกว้างประมาณ 25 เมตร สูงประมาณ 10 เมตร มีธารน้ำไหลลอดใต้ถ้ำ ทำให้บรรยากาศร่มรื่นเย็นสบายน่าเดินชมหินงอกหินย้อยภายในถ้ำมาก เป็นถ้ำที่สามารถเดินชมได้ทุกเพศทุกวัย เพราะทางเดินไม่ยากและอุทยานฯ ก็ติดตั้งไฟฟ้าภายในถ้ำด้วย จากถ้ำธารลอดน้อย จะมีทางเดินระยะทางอีกประมาณ 2,200 เมตรไปถ้ำธารลอดใหญ่ได้

\r\n\r\n

\r\n\r\n

เส้นทางเดินจากถ้ำธารลอดน้อยไปถ้ำธารลอดใหญ่ บางช่วงนั้นต้องอาศัยการปีนป่ายบ้าง ต้องอาศัยความระมัดระวังด้วย โดยเฉพาะช่วงที่ผ่านน้ำตกไตรตรึงษ์ อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ประมาณ 1.5 กิโลเมตร เป็นน้ำตกหินสูงสามชั้น เส้นทางเดินเข้าชมค่อนข้างเดินยากเหมือนกัน จากน้ำตกไตรตรึงษ์ เดินต่ออีกระยะทางประมาณ 700 เมตรก็จะถึงถ้ำธารลอดใหญ่

\r\n\r\n

\r\n\r\n

ถ้ำธารลอดใหญ่ มีลักษณะคล้ายสะพานหินธรรมชาติ มีความกว้างประมาณ 60 เมตร เกิดจากการยุบตัวของหินปูน และการกัดเซาะของน้ำ ตัวถ้ำด้านล่างยาว 60 เมตร กว้าง 40 เมตร และสูง 40 เมตร บนเพดานถ้ำมีโพรงขนาดใหญ่ ทำให้แสงแดดส่องลอดเข้ามาภายในถ้ำได้ บนผนังถ้ำมีภาพเขียนสีรูปพญานาค ซึ่งชาวกะเหรี่ยงเชื่อว่าถ้ำแห่งนี้เคยเป็นที่อยู่ของพญานาค และยังเชื่อว่า เป็นที่ฝังศพของมนุษย์โบราณอีกด้วย

\r\n\r\n

\r\n\r\n

วันที่ 2

\r\n\r\n

วัดทิพย์สุคนธาราม จัดสร้างพระพุทธรูปยืนองค์ใหญ่ พระนามว่าพระพุทธเมตตาประชาไทยไตรโลกนาถคันธารราฐอนุสรณ์ ในพระบรมราชินูปถัมถ์ โดยพระพุทธรูปปางคันธารราฐหรือปางขอฝน มีพุทธลักษณะพระอิริยาบถยืนตรง ทรงผ้าวัสสิกสาฎก พระหัตถ์ขวายกขึ้นเสมอพระอุระ หรืออก พระหัตถ์ซ้ายหงายรองรับน้ำฝน ซึ่งจะจัดสร้างและประดิษฐานที่วัดทิพย์สุคนธาราม ต.ดอนแสลบ อ.ห้วยกระเจา จ.กาญจนบุรี ตามเจตนารมณ์ของสมเด็จพระมหาธีราจารย์ (นิยม ฐานิสฺสรมหาเถร ป.ธ.9) อดีตเจ้าอาวาสวัด ชนะสงคราม ที่มรณภาพไปแล้ว
\r\n
\r\nมีการแถลงสร้างพระพุทธรูปองค์ใหญ่ปางขอฝน สูง 32 เมตร หรือมีขนาดเท่าๆ เทพีเสรีภาพ โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก "สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถทรงรับเป็นประธานอุปถัมภ์ตามเจตนารมณ์สมเด็จพระมหาธีราจารย์ อดีตเจ้าอาวาสวัดชนะสงคราม เพื่อรำลึกถึงพระพุทธรูปแห่งบามิยันที่ถูกระเบิดทำลาย ประดิษฐานในพื้นที่ 300 ไร่ วัดทิพย์สุคนธาราม จ.กาญจนบุรี เมื่อวันที่ 27 ก.ค. ที่หอประชุมทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ แถลงเปิดโครงการ นายพลากร สุวรรณรัฐ ประธานคณะกรรมการ กล่าวว่า สมเด็จพระมหาธีราจารย์ มีความประสงค์ที่จะจัดสร้างพระพุทธรูปองค์ใหญ่สูง 32 เมตร เพื่อเป็นศูนย์รวมจิตใจให้พุทธศาสนิกชนได้เคารพสักการะอีกแห่งหนึ่ง มีพระนามว่า พระพุทธเมตตาประชาไทยไตรโลกนาถคันธารราฐอนุสรณ์ ในพระบรมราชินูปถัมถ์ ซึ่งมีความหมาย 3 ประการ คือเป็นพระพุทธรูปซึ่งเป็นที่พึ่งของชาวไทยและชาวโลก รวมทั้งเป็นพระพุทธรูปซึ่งเป็นที่พึ่งของ 3 โลก คือ โลกสวรรค์ โลกมนุษย์ และยมโลก และเป็นพระพุทธรูปที่สร้างขึ้น เพื่อรำลึกถึงพระพุทธรูปแห่งบามิยัน ในประเทศอัฟกานิสถาน อันเป็นฐานที่มั่นของพระพุทธศาสนามาเป็นเวลากว่าสองพันปี ที่ถูกระเบิดทำลายไปเมื่อปี 2544

\r\n\r\n

\r\n" 142 57357 ประจวบคีรีขันธ์ ภาคกลาง เที่ยวหัวหิน ลั้ลลาธรรมชาติ “หัวหิน” เป็นถิ่นมีหอย แต่ก็ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆอีกมากมายทั้งไหว้พระขอพร หรือเป็นฟาร์มในร่มหรือจะนั่งเล่น ชิลๆริมทะเล ซึ่งหัวหินถือว่ามีสถานที่ที่ครบถ้วนให้ทุกท่านได้มาสัมผัส "

\r\n" 143 101270 ปทุมธานี ภาคกลาง เส้นทางที่ 2 เส้นทางสายวัฒนธรรม เมืองสามโคก เมืองสามโคก ชมเตาโอ่งอ่าง - นมัสการหลวงพ่อโต - ชมพิพิธภัณฑ์วัดสิงห์ – วัดสะแก ชมวิหารไทย ลายฝรั่ง พระมอญ เจดีย์จีน กุฏิเรือนไทย - วัดเจดีย์ทอง ชมเจดีย์มอญ ไหว้พระหยกขาว – ชมหมู่บ้านเรือนมอญ - ชมพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านคุณบุญส่ง - ไหว้หลวงพ่อเหลือ หลวงพ่อ

เดินทางสู่เมืองสามโคก ชมเตาโอ่งอ่าง นมัสการหลวงพ่อโต ชมพิพิธภัณฑ์วัดสิงห์ ต่อจากนั้นเดินทางสู่วัดสะแก ชมวิหารไทย ลายฝรั่ง พระมอญ เจดีย์จีน กุฎิเรือนไทย แล้วเดินทางไปวัดเจดีย์ทอง ชมเจดีย์มอญ ไหว้พระหยกขาว เดินชมหมู่บ้านเรือนมอญ ชมพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านคุณบุญส่ง แล้วไปไหว้หลวงพ่อเหลือ หลวงพ่อโต (พรหมรังสี) ปางเทศนาธรรม องค์ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ไหว้หลวงพ่อโสธร ที่วัดโบสถ์ ต่อจากนั้นเดินทางไปไหว้หลวงพ่อนรสิงห์ และหลวงปูหล่ำ วัดกร่าง สุดเขตปทุมธานีที่วัดท้ายเกาะ ชมเจดีย์มอญ และศาลาพักแรมเสด็จประพาสต้น ร.ศ.125

\r\n 144 56658 ประจวบคีรีขันธ์ ภาคกลาง ไหว้พระขอพร ดำน้ำดูปะการัง ชมสิ่งมหัศจรรย์ของทะเล บางสะพาน เป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ที่มีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงามและสิ่งมหัศจรรย์ต่างๆทางธรรมชาติที่ให้ทุกคนได้สัมผัสอีกมากมาย "

\r\n" 145 56432 หนองบัวลำภู ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แหล่งท่องเที่ยงเชิงนิเวศภูพานน้อย สถานที่ท่องเที่ยวอีกที่หนึ่ง ที่หลายๆคนอาจจะยังบ่อรู้ว่ามีที่แบบนี้ด้วยหรอในจังหวัดหนองบัวลำภู วันนี้เฮาสิพาขึ้นเขา “ภูพานน้อย” ที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากตัวจังหวัดของหนองบัวลำภู "

\r\n\r\n

\r\n\r\n

การเดินทาง

\r\n\r\n\r\n\r\n

\r\n\r\n

\r\n\r\n

\r\n\r\n

\r\n\r\n

\r\n\r\n

\r\n\r\n

20.00 น. ดูดาว ที่จังหวัดหนองบัวลำภูได้สร้างไว้รองรับนักท่องเที่ยวที่สนใจในการดูดาว และยังชมดาวบนดินยามค่ำคืน ที่เกิดจากแสงไฟฟ้าระยิบระยับของตัวเมืองมีลักษณะเหมือนมองดูดาวบนฟ้า

\r\n\r\n

21.00 น. มีกิจกรรมฟังเพลงบนภู นับเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจแห่งใหม่ของเมืองหนองบัวลำภู บนภูเป็นป่าธรรมชาติร่มรื่น ประกอบด้วยป่าเต็งรัง ป่าเบญจพรรณ ทั้งยังมีสมุนไพรขึ้นเองตามธรรมชาติ มีความหลายหลายทางชีวภาพ อากาศเย็นสบายแวดล้อมด้วยธรรมชาติ รถขึ้นถึง ผู้คนนิยมไปกางเต็นท์พักแรม

\r\n\r\n

***ถ้าต้องการเดินทางกลับต้องลงตอนยังไม่เย็นมาก เพราะทางขึ้นภูพานน้อยจะลาดชัน ไม่เหมาะกับการขับรถขึ้นลงตอนเย็น                                        เดินทางกลับอย่างปลอดภัย :)

\r\n\r\n

 

\r\n" 146 56493 ลำพูน ภาคเหนือ เส้นทางท่องเที่ยวหมู่บ้านหัตถกรรมอำเภอป่าซาง บ้านดอนหลวง บ้านหนองเงือกหวัดลำพูน นับว่าเป็นแหล่งทอผ้าฝ้ายทอมือแหล่งใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ปัจจุบันเป็นหมู่บ้านท่องเที่ยวมีสถานที่ท่องเที่ยวไกล้เคียง เช่นวัดพระบาทตากผ้า โบราณสถานเวียงเกาะกลาง

จุดแรก บ้านดอนหลวง ตั้งอยู่ที่ ตำบลแม่แรง อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน เป็นชุมชนชาวยองเก่าแก่ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2352 ยังมีคนที่พูดภาษายองอยู่ครับ ด้านความสามารถแล้ว มีผลิตภัณฑ์ที่มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเองคือการทอผ้าฝ้าย จัดตั้งกลุ่มทอผ้าขึ้น โดยการสนับสนุนของสำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอป่าซาง รวมทั้งมีการตั้งศูนย์รวมผลิตภัณฑ์เครือข่ายกลุ่มทอผ้าหัตถกรรมพื้นบ้านอำเภอป่าซาง ขึ้นในหมู่บ้าน นักท่องเที่ยวสามรถเข้าไปเยี่ยมชมการท้อผ้าได้ตามบ้านต่างๆ ซึ่งทำกันในหลายหลัง ส่วนที่บริเวณกลางหมู่บ้านติดกับวัดดอนหลวง นั้นจะเป็นจุดที่ตั้งของร้านค้าจำนวนมากที่จำหน่ายผ้าฝ้ายทอมือ ผ้าบาติก ของชุมชน มาแล้วไม่ผิดหวังครับ เพราะทั้งแบบและผ้าที่มีความหลากหลายสวยงาม ราคาไม่แพง ก้เรามาซื้อถึงต้นทางนี้นะ ใครชอบงานผ้าฝ้ายแล้วละก็แนะนำครับ 

\r\n\r\n

จุดที่สอง บ้านหนองเงือก เมื่อมาถึงบ้านหนองเงือกแล้ว ก็ขอไปสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อความเป็นสิริมงคลเสียก่อน ที่ "วัดหนองเงือก" ก่อนเข้าวัดจะพบกับ "ประตูชัย", "ต้นโพธิ์อายุกว่า 200 ปี" ที่มีลักษณะเป็นพุ่มโค้งรับกัน และ "ประตูขุง" ที่สร้างสมัยครูบาญาณะ 3 สิ่งศักดิ์สิทธิ์ของหมู่บ้านที่รอต้อนรับแขกผู้มาเยือน โดยวัดหนองเงือกนั้นเป็นวัดประจำชุมชน สร้างขึ้นในป พ.ศ.2371 โดยมีทานครูบาปารมีเปนเจาอาวาสรูปแรก  ภายในวัดก็มีสถานที่สำคัญอยู่มากมายไม่ว่าจะเป็นโบสถ์ ที่สร้างขึ้นเมื่อพ.ศ.2472 วิหารศิลปะล้านนาประยุกต์ สร้างขึ้นพ.ศ. 2479 รวมถึง “คะตึก” (หอธัมม์หรือหอพระไตรปิฎก) ที่สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ.2449 สมัยครูบาไชยสิทธิ เป็นสถาปัตยกรรมแบบมอญผสมยุโรปและศิลปะพื้นเมือง โดยภายในเป็นที่เก็บพระคัมภีร์ทางพระพุทธศาสนา ซึ่งเป็นการจารึกด้วยอักษรธรรมล้านนาลงไปใบลาน ชั้นล่างนั้น มีจิตกรรมฝาผนังวาดเรื่องราวของพระพุทธเจ้าโปรดสัตว์ ในเมืองมนุษย์ ชั้นฟ้าและเมืองนาค วาดขึ้นในปี พ.ศ.2460 สำหรับงานหัตถกรรมสามารถเดินชมได้ในหมู่บ้าน ซืึงแต่ละบ้านยังคงมีการทอผ้า ให้เห็น มีการทำกระเป๋าจากเศษผ้า (กระเป๋านกฮูก)และสวนสมุนไพร เป็นคน

\r\n\r\n

นอกจากนั้นยังมีโฮมสเตย์ซึ่งได้รับมาตรฐานจากกรมการท่องเที่ยวไว้รองรับนักท่องเที่ยวอีกด้วย โทรศัพท์  089-5549333

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

Location: Pa Sang District, Lamphun 51120

\r\n\r\n

18.496711, 98.915146

\r\n 147 56499 ลำพูน ภาคเหนือ เที่ยวเมือง 3 ได (ไตลื้อ ไตยอง ไตญวน) อำเภอบ้านธิ ชาวไทลื้อบ้านธิ ชาวไทลื้อบ้านธิเดิมทีอยู่ดินแดนสิปสองปัน­นาแต่ด้วยเหตุหลายปัจจัยทำให้ต้องย้ายถิ่น­ฐานมาที่จังหวัดลำพูน ชาวไตลื้อชอบอาศัยบริเวณริมน้ำเพื่อสะดวกใ­นการทำมาหากิน และนับถือผี ประเพณีของชาวไทลื้อมีมากมาย เช่น กินหวานต๋านม่วน

ไทลื้อมีขนบธรรมเนียม และวัฒนธรรมที่ใกล้เคียงกับชาวไทยล้านนา แต่ก็มีลักษณะบางประการ ที่เป็นเอกลักษณ์เดิมของกลุ่มชาติพันธุ์ เช่น ประเพณี พิธีกรรม ภาษา และศิลปะการทอผ้า ดังนั้นในปัจจุบัน จึงมีชุมชนชาวไทลื้อกระจายกันอยู่ในจังหวัดต่างๆ ในภาคเหนือตอนบน ได้แก่ เชียงราย พะเยา น่าน แพร่ ลำปาง ลำพูน และเชียงใหม่ ถึงแม้จะได้พัฒนาความเป็นอยู่คล้ายกับชาวไทยล้านนาโดยทั่วไป แต่ชาวไทยลื้อก็ยังคง รักษาขนบธรรมเนียม ประเพณี และวัฒนธรรมของตนเองอย่างเหนียวแน่น เช่น การเกษตรกรรม หัตถกรรม อาหาร ศิลปะการทอผ้า วรรณกรรม และภาษาไทลื้อ ซึ่งถือได้ว่า เป็นเผ่าที่สามารถนำวัฒนธรรมของตนเองมาปรับให้เข้ากับสังคมสมัยใหม่ได้อย่างกลมกลืน และมีวิถีชีวิตที่ไม่ต่างกับคนในสังคมเมืองมากนัก เพราะวิถีชีวิตที่เรียบง่ายนี้เองทำให้คนไทลื้อเป็นชนเผ่าที่มีวัฒนธรรมที่มีความโดดเด่นจนถึงปัจจุบั

\r\n\r\n

กิจกรมมการท่องเที่ยว

\r\n\r\n

-เรียนรู้งานหัตกรรมการทอผ้าไทลื้อ

\r\n\r\n

-กิจกกรรมการปลูกข้าว เกี่่ยวข้าว ตีข้าว

\r\n\r\n

-ปั่นจักรยานไปยังแอ่งเก็บน้ำบ้านธิ

\r\n\r\n

-ชมพิพิธภัณฑ์บ้านไตลื้อบ้านธิิ

\r\n\r\n

-พักโฮมสเตย์บ้านธิ + และการแสดงจากเยาวชนไตลื้อ

\r\n\r\n

 

\r\n 148 56481 กาญจนบุรี ภาคกลาง นั่งรถไฟสายมรณะ ล่องแพ ขี่ช้าง เล่นน้ำตก หากเบื่อชีวิตเมืองกรุง มีแต่เรื่องวุ่นวาย ลองออกไปเที่ยวพักกายพักใจ ที่จังหวัดกาญจนบุรี ทริปนี้เราจะพานักท่องเที่ยวนั่งรถไฟไปเที่ยวบ้าง เผื่อนักท่องเที่ยวบางท่านอาจจะยังไม่เคยนั่งรถไฟหรือบางท่านอาจจะเคยนั่งแล้ว "

วันที่1

\r\n\r\n

วันที่1

\r\n\r\n

10.35 น. เริ่มต้นนั่งรถไฟจากสถานีกาญจนบุรี สู่สถานีถ้ำกระแซ ชมความงามและสัมผัสการท่องเที่ยวโดยรถไฟซึ่งแล่นข้ามผ่านสะพานข้ามแม่น้ำแคว ที่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดกาญจนบุรี

\r\n\r\n

\r\n\r\n

11.53 น. ถึงจุดหมายปลายทาง “สถานีถ้ำกระแซ” หรือ “โค้งมรณะ”

\r\n\r\n

\r\n\r\n

12.00 น. พักทานอาหารกลางวันบริเวณถ้ำกระแซ

\r\n\r\n

13.00 น. เดินเล่น และถ่ายรูป สถานที่ทางประวัติศาสตร์สมัยสงครามโลกครั้งที่2 ครั้งหนึ่งทางรถไฟแห่งนี้ถูกสร้างโดยเหล่าเชลยศึกในสมัยนั้น การจะสร้างรถไฟสายนี้เป็นไปด้วยความยากลำบากและนำมาซึ่งความสูญเสียของเชลยศึกมากมาย ถ้ำกระแซหรือโค้งมรณะจึงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ควรมาเยี่ยมชมสักครั้งในชีวิต

\r\n\r\n

    ก่อนจะเดินทางต่อแวะสักการะพระพุทธรูปในถ้ำกระแซ เพื่อขอพรและเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและคณะผู้ร่วมเดินทาง ถ้ำกระแซแห่งนี้ก็มีประวัติลึกลับน่าค้นหาเกี่ยวกับงูยักษ์ในสมัยสงครามโลกครั้งที่2 ซึ่งทำให้นักท่องเที่ยวหลายๆคนเดินทางมาที่ถ้ำแห่งนี้เพื่อหาคำตอบเกี่ยวกับเรื่องราวนั้นไม่น้อยเลยทีเดียว

\r\n\r\n

\r\n\r\n

14.00 น. หลังจากแวะชมโค้งมรณะหรือถ้ำกระแซแล้ว ได้เวลาสนุกสนานพักผ่อนหย่อนใจกับการ “ล่องแพเปียก”ตลอดลำน้ำแควน้อย นักท่องเที่ยวที่มาล่องแพเปียกจะได้ชมวิวทิวทัศน์ตลอดสองฝั่งของแม่น้ำแควน้อย ได้ชมโค้งมรณะจากเบื้องล่างจากอีกฝั่ง อีกทั้งยังได้สัมผัสกับน้ำเย็นๆตลอดการล่องแพปียก ซึ่งทำให้นักท่องเที่ยวต่างเพลิดเพลินใจไม่รู้ลืม

\r\n\r\n

15.30 น. เดินทางเข้าที่พัก

\r\n\r\n

วันที่2

\r\n\r\n

06.30 น. ออกเดินทางจากที่พักไปยังแคมป์ช้าง

\r\n\r\n

08.00 น. เข้าสู่กิจกรรมขี่ช้างชมธรรมชาติ ชมความงามของป่าเขาบนหลังช้าง ซึ่งจะทำให้นักท่องเที่ยวตื่นเต้นและท้าทาย แต่ก็แฝงไปด้วยความประทับใจกับความใกล้ชิดธรรมชาติแบบที่ไม่เคยได้สัมผัส ผ่านชมหมู่บ้านควาญช้างและลัดเลาะสายธารลำน้ำแควใหญ่ -ล่องแพไม้ไผ่ ชมความงดงามของธรรมชาติริมฝั่งแคว และเพลิดเพลินกับนกนานาชนิดริมฝั่งน้ำ

\r\n\r\n

\r\n\r\n

11.00 น. ออกเดินทางไปยังอุทยานแห่งชาติน้ำตกเอาวัณ

\r\n\r\n

11.45 น. พักรับประทานอาหารกลางวันบริเวณอุทยานแห่งชาติน้ำตกเอราวัณ

\r\n\r\n

13.00 น. ศึกษาเส้นทางธรรมชาติที่ทำให้นักท่องเที่ยวได้เรียนรู้เกี่ยวกับระบบนิเวศน์ พรรณไม้และสัตว์นาๆชนิดบริเวณน้ำตกเอราวัณ จากนั้นสนุกสนานเพลิดเพลินไปกับการเล่นน้ำตกแสนสวยถึงเจ็ดชั้นด้วยกัน น้ำตกเอราวัณถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงมากแห่งหนึ่งในประเทศไทยและเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก จึงไม่ควรพลาดที่จะมาเยี่ยมชมความงามของสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้เมื่อมาจังหวัดกาญจนบุรี

\r\n\r\n

\r\n\r\n

15.30 น. เมื่อชื่นชมความงามของธรรมชาติของอุทยานน้ำตกเอราวัณเรียบร้อยแล้ว ก็ออกเดินทางไปชมสันเขื่อนศรีนครินทร์ ซึ่งถือเป็นเขื่อนที่มีความสวยงามมากแห่งในประเทศไทยและเป็นแหล่งผลิตไฟฟ้าขนาดใหญ่ อีกทั้งอยู่ไม่ไกลจากน้ำตกเอราวัณ

\r\n\r\n

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

16.30 น. เดินทางกลับโดยสวัสดิภาพ

\r\n" 149 57294 อุดรธานี ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ดินแดนแห่งธรรมมะ อารายธรรมภูพระบาท ค้นพบตำนานรักนางอุสา "เส้นทางท่องเที่ยว ""ดินแดนแห่งธรรมมะ อารายธรรมภูพระบาท ค้นพบตำนานรักนางอุสา"" ไหว้พระชื่อดังของจังหวัดอุดรธานี และตามรอยประวัติศาสตร์ตำนานรักอุสา-บารส" "

\r\n" 150 57274 ประจวบคีรีขันธ์ ภาคกลาง ขึ้นเขา ชมความงามเมืองสามอ่าว "เมืองประจวบคีรีขันธ์ ถูกขนานนามว่า ""เมืองสามอ่าว"" นั้นมีที่มามาจากอำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์นั้น มีชายหาดติดต่อกัน 3 อ่าว นั่นคือ อ่าวน้อย อ่าวประจวบ และอ่าวมะนาว ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์" "

\r\n" 151 57136 ประจวบคีรีขันธ์ ภาคกลาง อิ่มกาย สบายใจ หัวหิน ไม่เพียงแต่มีสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นทางทะเล ชายหาด แต่ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นธรรมชาติที่โอบล้อมไปด้วยภูเขาอีกหลากหลายที่ นอกจากนี้ยังมีตลาดนัดกลางคืนที่ทุกสามารถเดิน ชิล ช้อป กันได้อย่างเพลิดเพลิน "

\r\n" 152 57122 นครสวรรค์ ภาคเหนือ เที่ยวเพลินปากนำ้โพ เที่ยวเพลินปากนำ้โพ วัดศรีอุทุมพร วัดคีรีวงค์ บึงบอระเพ็ด อุทยานสวรรค์

วัดศรีอุทุมพร สร้างขึ้นเป็นวัดตั้งแต่ พ.ศ.2485 โดยมี พระครูจ้อย ดำเนินการและปกครองวัดมาตั้งแต่แรกเริ่มสร้างวัด พื้นที่ที่ตั้งวัดนั้นเป็นที่ราบลุ่ม สภาพแวดล้อมเป็นที่นาและหมู่บ้านล้อมรอบ อาคารเสนาสนะต่างๆ มีอุโบสถกว้าง 8 เมตร ยาว 16 เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ.2593 ศาลาการเปรียญ กว้าง 22 เมตร ยาว 40 เมตร 

\r\n\r\n

สอบถามโทร : 056-286027

\r\n\r\n

วัดคีรีวงค์ วัดคีรีวงค์มีองค์มหาเจดีย์ศักดิ์สิทธิ์คือพระมหาจุฬามณีเจดีย์ ซึ่งเป็นทองเหลืองอร่าม ไปทั้งเจดีย์เมื่อขึ้นไปถึงฐานพระเจดีย์ชั้น4จะมองเห็นภูมิทัศน์อันสวยงามของเมืองนครสวรรค์ในระยะไกลประมาณ 10 กิโลเมตรถ้ามองไปทางทิศตะวันออกจะมองเห็ตนเขากบและบึงบอระเพ็ด และตลาดปากนำ้โพ หากมองไปทางทิศใต้ จะเห็นอุทยานสวรรค์ ต้นแม่นำ้เจ้าพระยา ศาลากลางจังหวัดนครสวรรค์ และเขาจอมคีรีนาคพต หันไปทางทิศตะวันตก จะเห็นภูเขาน้อยใหญ่ อยู่เป็นช่วงๆ โดยมีภูเขาหลวงเป็นฉากกั้นจะเป็นภาพที่งดงามชวนหลงไหล 

\r\n\r\n

สอบถามโทร : 056-221811

\r\n\r\n

บึงบอระเพ็ด พบกับทะเลสาบขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และเป็นถิ่นอาศัยของนกนานาชนิดโดยเฉพาะช่วงฤดูหนาว บึงบอระเพ็ดมีเนื้อที่ 132737 ไร่ มีสัตว์อาศัยอยู่ประมาณ148ชนิด พืช44ชนิด และเคยมีการพบสัตว์หายาก เช่น นกเจ้าฟ้าหญิงสิริญธร ปลาเสือตอ และบางส่วนได้รับประกาศให้เป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่า บึงบอระเพ็ดเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่เที่ยวได้ตลอดทั้งปี จะพบความงามที่แตกต่างกัน 

\r\n\r\n

สอบถามโทร : 056-274525

\r\n\r\n

อุทยานสวรรค์สวนสาธาระณะขนาดใหญ่ที่เปรียบเสมือนปอดของเมืองนครสวรรค์และเป็นสวนสาธารณะที่ได้รับรางวัล สวนสาธารณะระดับดีจากกรมอานามัย พื้นที่314 ไร่ จุดเด่นที่มองเห็นมาแต่ไกลคือ มังกรสวรรค์ขนาดใหญ่ตั้งอยู่ตรงกลาง รายล้อมด้วยมังกรขนาดเล็ก 4 ตัว หันหน้าคนละทิศ

\r\n\r\n

สอบถามโทร : 056-56221602

\r\n 153 57521 ยะลา ภาคใต้ เส้นทางท่องเทียวธรรมชาติธารน้ำทิพย์ เบตง ธารน้ำทิพย์ เป็น หนึ่งในตำบลของอำเภอเบตง จังหวัดยะลา มีแหล่งทองเที่ยวคือ น้ำธารน้ำทิพย์และหลักเขตจำลอง54A "\r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n
\r\n

ตำบลธารน้ำทิพย์ได้รับการยกฐานะเป็นองค์การบริหารส่วนตำบลธารน้ำทิพย์ซึ่งเป็นหน่วยบริหารราชการส่วนท้องถิ่นตามพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบลธารน้ำทิพย์ พ.ศ. 2537 ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เมื่อวันที่ 19 มกราคม 2539ประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทำสวนยางพารา ร้อยละ 80 และอาชีพอื่น ๆ ร้อยละ 20 ผลผลิตสำคัญและส่งออกเป็นรายได้หลัก คือน้ำยางดิบ ยางแผ่น และยางแผ่นรมควันทรัพยากรที่สำคัญของตำบลธารน้ำทิพย์ คือ มีป่าไม้และสัตว์ป่าที่อุดมสมบูรณ์ มีแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติที่สวยงาม เช่น น้ำตกซาโห่ คลองช่องแคบ อ่างเก็บน้ำ และบริเวณจุดใต้สุดสยามซึ่งเป็นจุดกั้นพรมแดนระหว่างประเทศไทยกับประเทศมาเลเซีย ซึ่งทั้งหมดนี้เหมาะแก่การพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวและเป็นที่พักผ่อน เป็นอย่างยิ่ง

\r\n
\r\n" 154 57520 ยะลา ภาคใต้ เส้นทางท่องเที่ยวธรรมชาติธารโต เมื่อพูดถึง อ.ธารโต จะนึกถึงน้ำตกธารโต สะพานข้ามทะเลสาบฮาลาบาลา ฟาร์มตัวอย่างโครงการพระราชดำริ

เส้นทางท่องเที่ยวอำเภอธารโตที่จพแนะนำคือ  เมื่อมาจากยะลา ประมาณ 90กิโลเมตร จะถึงอำเภอธารโต มีสถานที่ท่องเที่ยวแนะนำ คือ
\r\nน้ำตกธารโต สะพานข้ามทะเลสาปฮาลาบาลา  น้ำตกฮาราซะ ชมธรรมชาติความสวยงามของอำเภอธารโต

\r\n 155 57519 สงขลา ภาคใต้ หาดใหญ่ – สงขลา – ระโนด หาดใหญ่ – สงขลา – ระโนด 3 วัน 2 คืน\r\nแหลมสมิหลา – ประติมากรรมพญานาคพ่นน้ำ - สถานบันทักษิณคดี \r\nวัดเก้าแสน - ตลาดริมน้ำคลองแดน \r\nสวนสาธารณะ – ตลาดกิมหยง \r\n\r\n "

หาดใหญ่ – สงขลา – ระโนด

\r\n\r\n

3 วัน 2 คืน

\r\n\r\n\r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n
\r\n

  วันที่ 1    แหลมสมิหลา – ประติมากรรมพญานาคพ่นน้ำ - สถานบันทักษิณคดี     

\r\n
\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

เช้า          รับคณะท่องเที่ยวจากจุดนัดหมายจากนั้นเดินทางต่อไปเมืองสงขลาเที่ยวแหลมสมิหลาถือว่าเป็นสถานที่ไอคอนของเมืองสงขลาที่ทุกคนต้องมาแวะถ่ายภาพไว้เป็นที่ระลึก หาดสมิหลาเป็นชายหาดที่มีโขดหินขนาดย่อมยื่นลงทะเล ทรายขาวละเอียดมากที่เรียกว่า "ทรายแก้ว" ร่มรื่นด้วยป่าสน และจากหาดสมิหลายังสามารถมองเห็นทิวทัศน์อันงดงามของเกาะหนูเกาะแมว จนมีคำกล่าวว่าใครมาเยือนสงขลาแล้วไม่มาเยือนสมิหลาก็เหมือนมาไม่ถึงสงขลาอีกทั้งบริเวณหาดยังมีสัญลักษณ์ที่มีชื่อเสียง นั่นก็คือ รูปปั้นนางเงือกทอง ที่ทุกคนต้องแวะมาถ่ายภาพเก็บไว้ บรรยากาศโดยรอบของชายหาดเต็มไปด้วยความเงียบสงบ มีร้านอาหาร รีสอร์ต และร้านขายของที่ระลึกมากมาย รวมทั้งมีกิจกรรมทางน้ำเติมความสนุกให้ จากนั้นเดินทางไปชมประติมากรรมพญานาคพ่นน้ำที่สวนสองทะเลพญานาคพ่นน้ำตั้งอยู่ที่สวนสองทะเลซึ่งเป็นแหลมขั้นระหว่างทะเลสาบน้ำจืดและทะเลอ่าวไทย พญานาคพ่นน้ำนั้นสวยในสองแบบคือกลางวันและกลางคืน ดูไปคล้ายกับสิงห์พ่นน้ำของประเทศสิงคโปร์

\r\n\r\n

เที่ยง       เดินทางเข้าสู่ยังสถานบันทักษิณคดี ท่านจะได้เรียนรู้ถึงเกี่ยวกับศิลปวัฒนธรรมของภาคใต้มีพื้นที่ทั้งหมด 23 ไร่ลักษณะของอาคารเป็นสถาปัตยกรรมแบบภาคใต้แบ่งออกเป็น4อาคารโดยแต่ละอาคารจะแบ่งออกเป็นห้องๆแสดงเกี่ยวกับประวัติศาสตร์และชาติพันธุ์โบราณวัตถุที่เกิดจากภูมิปัญญาของคนในท้องถิ่นเครื่องประดับศาตราวุธที่ใช้กันในภาคใต้เช่นกริชมีดชายธงมีดหางไก่แสดงผ้าทอพื้นเมืองเช่นผ้าทอพุมเรียงผ้าทอปัตตานีห้องแสดงกระต่ายขูดมะพร้าวรูปทรงต่างๆ ที่มีรูปแบบหาชมได้ยากห้องแสดงการละเล่นพื้นเมืองเช่นหนังตะลุงโนราลิเกป่าห้องแสดงวิถีชีวิตชาวใต้เช่นการแสดงการละเล่นและของเล่นเด็กเช่นการเล่นซัดราวการเล่นว่าวลูกข่างห้องแสดงประเพณีการบวชห้องแสดงการรักษาพยาบาลแบบโบราณ

\r\n\r\n

เย็น         รับประทานอาหาร จากนั้นเดินทางกลับที่พัก พักผ่อนตามอัธยาศัย

\r\n\r\n\r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n
\r\n

  วันที่ 2    วัดเก้าแสน - ตลาดริมน้ำคลองแดน

\r\n
\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

เช้า      รับประทานอาหาร ณ ที่พัก จากนั้นเดินทางไปยังวัดเก้าแสน เพื่อสักการะหลวงปู่ทวด เหยียบน้ำทะเลจืด พระสังกัจ-จายน์ และวิหารพระพุทธมารดาภายในวิหารมีพระพุทธรูปปางประสูติ ประดิษฐานอยู่และชมบรรยากาศโดยรอบของวัดแห่งนี้ซึ่งตั้งอยู่บนเนินเข้าติดทะเลและท่านจะได้เห็นก้อนหอนที่มีขนาดใหญ่ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของสถานที่แห่งนี้ที่มีชื่อว่าหัวนายแรง

\r\n\r\n

เที่ยง       รับประทานอาหาร ณ. ร้านอาหาร จากนั้นเดินทางต่ออำเภอระโนด เพื่อไปสถานที่ต่อไป ตลาดริมน้ำคลองแดน ใช้เวลาในการเดินทาง 2 ชั่วโมง ตลาดริมน้ำคลอง เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม  แหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์  โดยนำเอาทรัพยากรทางธรรมชาติ แสดงวัฒนธรรมริมคลอง ทุกวันเสาร์ และนำวัฒนธรรมที่มีอยู่ มาพัฒนาบริหารจัดการเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนโดยคนในพื้นที่คลองแดนได้มีส่วนร่วม อาศัยธรรมชาติเป็นฐานไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อระบบนิเวศน์

\r\n\r\n

0000       เดินทางกลับที่พัก พักผ่อนตามอัธยาศัย

\r\n\r\n\r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n
\r\n

  วันที่ 3    สวนสาธารณะ – ตลาดกิมหยง – เดินทางกลับ  

\r\n
\r\n\r\n

เช้า          รับประทานอาหาร ณ ที่พัก จากนั้นเดินทางไปยังอำเภอหาดใหญ่ เพื่อไปยังสวนสาธารณะหาดใหญ่เป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจของคนเมือง นอกจากนี้บนยอดเขาภายในสวนยังเป็นที่ประดิษฐานของสิ่งศักดิ์สิทธิ์  ที่ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติต่างให้ความเคารพศรัทธา มากราบไหว้เป็นจำนวนมาก  อาทิ  พระพุทธมงคลมหาราช  พระโพธิสัตว์กวนอิม  และท้าวมหาพรหม  โดยยังมีจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นเมืองหาดใหญ่และทะเลสาบสงขลาได้แบบพานอรามา  รวมทั้งยังมีกิจกรรมนันทนาการและแหล่งท่องเที่ยวมากมายที่รอการมาเยือนได้แบบเต็มอิ่มตลอดวัน

\r\n\r\n

เที่ยง       รับประทานอาหารเที่ยง ณ ร้านอาหาร  จากนั้นนำท่านไปตลาดกิมหยงเพื่อให้ทานได้ซื้อของตามอัธยาศัย

\r\n\r\n

0000       เดินทางกลับสู่ภูมิลำเนาเดิม

\r\n\r\n

****โปรแกรมอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม****

\r\n" 156 57506 สงขลา ภาคใต้ หาดใหญ่ – สงขลา หาดใหญ่ – สงขลา 3 วัน 2 คืน\r\nหาดใหญ่ – สงขลา(สงขลาเมืองเก่า)\r\nสงขลา เกาะยอ – สถาบันทักษิณคดีศึกษา – ตลาดน้ำคลองแห- วอล์คกิ้งสตรีท "

หาดใหญ่ – สงขลา

\r\n\r\n

3 วัน 2 คืน

\r\n\r\n\r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n
\r\n

  วันที่ 1    หาดใหญ่ – สงขลา(สงขลาเมืองเก่า)

\r\n
\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

09.00น. คณะเดินทางออกจากหาดใหญ่ สู่ สงขลา

\r\n\r\n

10.00น. คณะเดินทางถึงสงขลา เยี่ยมชมแหล่งท่องเที่ยวสงขลาเมืองเก่า ชมศิลปะฝาผนังย่านเมืองเก่า บ้านนครใน ประตูเมือง-สงขลา ศาลหลักเมือง มัสยิดบ้านบน บ่อยาง (เดินชมเมือง และแหล่งท่องเที่ยว)

\r\n\r\n

เที่ยง       บริการอาหาร จากนั้น ชมทัศนียภาพของหาดสมิหลา และถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกับนางเงือก เกาะหนู เกาะแมว ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของเมืองสงขลา สักการะเสด็จเตี่ย (กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์)  และ สักการะพระบรมสารีริกธาตุ ณ พระธาตุเจดีหลวง บนยอดเขาตังกวน

\r\n\r\n

เย็น         รับประทานอาหาร จากนั้นเข้าที่พัก พักผ่อนตามอัธยาศัย 

\r\n\r\n\r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n
\r\n

  วันที่ 2    สงขลา เกาะยอ – สถาบันทักษิณคดีศึกษา – ตลาดน้ำคลองแห- วอล์คกิ้งสตรีท

\r\n
\r\n\r\n

07.00น. รับประทานอาหาร ณ ที่พักจากนั้นเยี่ยมชมวิถีชีวิต กลุ่มอาชีพต่างๆของชาวเกาะยอ

\r\n\r\n

12.00น. บริการอาหาร จากนั้นเยี่ยมชมสถาบันทักษิณคดีศึกษา และเดินทางสู่ หาดใหญ่ สัมผัสและเลือกซื้อสินค้า ย่านการค้า ณ ตลาดกิมหยง ตลาดสันติสุข ตลาดน้ำคลองแห เดินเที่ยว ชิม ช้อป ตามอัธยาศัย

\r\n\r\n

เย็น         รับประทานอาหาร จากนั้นพักผ่อนตามอัธยาศัย

\r\n\r\n\r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n
\r\n

  วันที่ 3    หาดใหญ่ – เดินทางกลับ

\r\n
\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

08.00   รับประทานอาหาร ณ ที่พัก จากนั้นเดินทางสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ บนเขาคอหงส์ หรือคณะเดินทางกลับ

\r\n\r\n

****โปรแกรมอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม****

\r\n" 157 57494 สงขลา ภาคใต้ หาดใหญ่ - สงขลา หาดใหญ่ - สงขลา 3 วัน 2 คืน\r\nสะเดา – หาดใหญ่ - พิพิธภัณฑ์ภาพสามมิติ เมจิคอาย – ตลาดน้ำคลองแห \r\nนกน้ำคูขุด - แหลมสมิหลา – เขาตังกวน \r\nหาดใหญ่ ตลาดกิมหยง – สะเดา "

หาดใหญ่ - สงขลา 

\r\n\r\n

3 วัน 2 คืน

\r\n\r\n\r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n
\r\n

  วันที่ 1    สะเดา – หาดใหญ่ - พิพิธภัณฑ์ภาพสามมิติ เมจิคอาย – ตลาดน้ำคลองแห

\r\n
\r\n\r\n

เช้า          รับคณะที่ด่านศุลกากร (ด่านนอกที่สะเดา)  จากนั้น นำท่านสัมผัสประสบการณ์แปลกใหม่ ณ พิพิธภัณฑ์ภาพสามมิติ เมจิคอาย (Magic Eye Museum) สำหรับพิพิธภัณฑ์ภาพวาด 3 มิติ แห่งแรกที่หาดใหญ่ ต้องลองไปสัมผัสประสบการณ์ความมหัศจรรย์ของภาพสามมิตินี้ด้วยตัวเองกับ พิพิธภัณฑ์ภาพสามมิติ แมจิค อาย (Magic Eye- Museum) เป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ที่แสดงให้เห็นความมหัศจรรย์ของงานศิลปะที่ต้องมองภาพวาดผ่านเลนส์กล้อง จึงจะเห็นถึงมิติของภาพต่าง ๆมีพื้นที่กว่า 2,000 ตารางเมตร เป็นอาคาร 2 ชั้น แบ่งเป็นห้องแสดงภาพวาดต่าง ๆ เช่น ห้องภาพลวงตา, ห้องใต้สมุทร, ห้องสัตว์, ห้องศิลปินเก่า, ห้องโลกน้ำแข็ง, ห้องศิลปะแนวเหนือจริง (โลกจินตนาการ), ห้องภาพที่ให้ความสนุกสนาน  และห้องภาพที่ให้ความตื่นเต้น หวาดเสียว เป็นต้น โดยการวาดบนผนังและพื้นกว่า 100 ภาพ

\r\n\r\n

เที่ยง       รับประทานอาหาร จากนั้นนำท่านชมวัดมหัตตมังคลารามหรือวัดหาดใหญ่ในนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ นิยมเดินทางมากราบไหว้ "พระพุทธมหัตตมงคล" ซึ่งเป็นพระนอนที่มีความยาวถึง 35 เมตร สูง 15 เมตร กว้าง 10 เมตร ว่ากันว่าใหญ่เป็นอันดับสามของโลก

\r\n\r\n

จากนั้นนำท่านสู่ ตลาดน้ำคลองแห ตั้งอยู่ที่ท่าน้ำวัดคลองแห  นอกตัวเมืองหาดใหญ่ เป็นตลาดน้ำแห่งแรกและแห่งเดียวของภาคใต้ มีอาหารพื้นบ้านหลากหลายทั้งอาหารไทย มุสลิม รวมทั้งผลไม้ และสินค้าพื้นเมืองนานาชนิด  มีเรือพายนับร้อยลำพายมาจอดเรียงรายให้บริการริมท่าน้ำวัดคลองแหอย่างเป็นระเบียบ และมีร้านค้าที่ริมฝั่งมากมายให้เดินเลือกชมอย่างเพลิดเพลิน  เปิดตลาดในวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ ตั้งแต่เวลาประมาณ 16.00 - 20.00 น.

\r\n\r\n

จากนั้นเดินทางสู่ที่พัก พักผ่อนตามอัธยาศัย

\r\n\r\n\r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n
\r\n

  วันที่ 2    นกน้ำคูขุด - แหลมสมิหลา – เขาตังกวน

\r\n
\r\n\r\n

เช้า          รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม จากนั้นมุ่งหน้าสู่ อุทยานนกน้ำ เป็นส่วนหนึ่งของทะเลสาบสงขลา มีอาหารอุดม-สมบูรณ์ จากการสำรวจของกรมป่าไม้พบว่ามีนกชนิดต่างๆ 44 วงศ์ 137 สกุล 219 ชนิด ซึ่งนกเหล่านี้จะมาอยู่อาศัยเป็นจำนวนมากในช่วงเดือน ธันวาคม-เมษายน และพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นเกาะ คือมีเกาะเล็กเกาะน้อยมากมาย และหญ้าทะเลขึ้นเขียวขจีเหมือนกับทุ่งหญ้ากลางทะเลซึ่งเป็นธรรมชาติที่มีทิวทัศน์งดงามมาก เกาะเหล่านี้บางเกาะอยู่ในพื้นที่ของ อ.ปากพะยูน จ.พัทลุง เช่น เกาะนางคำ เกาะญวน เกาะเสือ เกาะหมาก และบางเกาะไม่มีคนอาศัยอยู่เลย แต่ทว่ามีนักท่องเที่ยวไปเที่ยวกันมาก เพราะมีบรรยากาศที่ดีเหมาะแก่การพักผ่อนหย่อนใจ อย่างเช่น เกาะบรรทม เกาะคำเหียง เกาะกระ และเกาะโคบ  

\r\n\r\n

เที่ยง       รับประทานอาหาร จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ สวนสองทะเลเป็นสวนสาธารณะอยู่ระหว่างท่าแพขนานยนต์และศาลกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ มีทิวทัศน์ที่สวยงามมาก มีการสร้างส่วนเศียรหรือส่วนหัวของพญานาค

\r\n\r\n

จากนั้นนำท่านต่อมายัง แหลมสมิหลาเป็นชายหาดที่มีโขดหินขนาดย่อม ยื่นลงทะเล ทรายขาวละเอียดมากที่เรียกว่า "ทรายแก้ว" แล้วชมรูปปั้นนางเงือกทอง

\r\n\r\n

เย็น         รับประทานอาหาร ณ ร้านอาหาร จากนั้นเดินทางกลับที่พัก พักผ่อนตามอัธยาศัย

\r\n\r\n\r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n
\r\n

 วันที่ 3   หาดใหญ่  ตลาดกิมหยง – สะเดา                                         

\r\n
\r\n\r\n

เช้า          รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม     นำท่านแวะชม ช็อป “ตลาดกิมหยง” ตลาดชื่อดังประจำเมืองหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ครึกครื้นไปด้วยนักท่องเที่ยวทั้ง ไทย จีน มาเลย์ สิงคโปร์ 
\r\nที่มาจับจ่ายซื้อสินค้าของฝากติดมือกลับบ้าน ไม่เพียงแต่นักท่องเที่ยวเท่านั้นนะ คนท้องถิ่นเอง ก็มาซื้อของกันที่นี่ด้วย ไม่ว่าจะเป็นของสด ของแห้งต่างๆ 

\r\n\r\n

0000       เดินทางกลับโดยสวัสดิภาพ

\r\n\r\n

****โปรแกรมอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม****

\r\n\r\n

 

\r\n" 158 57477 สงขลา ภาคใต้ หาดใหญ่ – สงขลา หาดใหญ่ – สงขลา 3 วัน 2 คืน\r\nสถานบันทึกทักษิณคดี – สะพานติณสูลานนท์ – เขาตังกวน - แหลมสมิหลา \r\nวัดเก้าแสน - สวนสัตว์สงขลา – อนุสาวรีย์กรมหลวงชุมพร – ประติมากรรมพญานาค - ตลาดกลางคืน \r\n-สวนสาธารณะ – ตลาดกิมหยง "

หาดใหญ่ – สงขลา

\r\n\r\n

3 วัน 2 คืน

\r\n\r\n\r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n
\r\n

  วันที่ 1    สถานบันทึกทักษิณคดี – สะพานติณสูลานนท์ – เขาตังกวน - แหลมสมิหลา         

\r\n
\r\n\r\n

10.00 น. รับคณะจากจุดนัดหมายจากนั้นเดินทางเข้าสู่เมืองสงขลาไปยังสถานบันทึกทักษิณคดี  ท่านจะได้เรียนรู้ถึงเกี่ยวกับศิลปวัฒนธรรมของภาคใต้มีพื้นที่ทั้งหมด 23 ไร่ลักษณะของอาคารเป็นสถาปัตยกรรมแบบภาคใต้แบ่งออกเป็น 4 อาคารโดยแต่ละอาคารจะแบ่งออกเป็นห้อง ๆ แสดงเกี่ยวกับประวัติศาสตร์และชาติพันธุ์โบราณวัตถุที่เกิดจากภูมิปัญญาของคนในท้องถิ่นเครื่องประดับศาตราวุธที่ใช้กันในภาคใต้เช่นกริชมีดชายธงมีดหางไก่แสดงผ้าทอพื้นเมืองเช่นผ้าทอพุมเรียงผ้าทอปัตตานีห้องแสดงกระต่ายขูดมะพร้าวรูปทรงต่าง ๆ ที่มีรูปแบบหาชมได้ยากห้องแสดงการละเล่นพื้นเมืองเช่นหนังตะลุงโนราลิเกป่าห้องแสดงวิถีชีวิตชาวใต้เช่นการแสดงการละเล่นและของเล่นเด็กเช่นการเล่นซัดราวการเล่นว่าวลูกข่างห้องแสดงประเพณีการบวชห้องแสดงการรักษาพยาบาลแบบโบราณ

\r\n\r\n

เที่ยง       เดินทางต่อไปยังเกาะยอท่านจะได้เห็นสะพานติณสูลานนท์ เป็นสะพานคอนกรีตที่ยาวที่สุดในประเทศไทย อยู่ในอำเภอเมืองสงขลาพร้อม รับประทานอาหารเที่ยง ณ ร้านอาหาร  จากนั้นเดินทางไปยัง เขาตังกวนบนยอดเขาตังกวนเป็นที่ประดิษฐานโบราณสถานสำคัญ ประกอบด้วย พระเจดีย์หลวง พลับพลาที่ประทับ รัชกาลที่ 4 และประภาคาร  พระเจดีย์หลวงบนยอดเขาตังกวน เป็นพระเจดีย์ก่ออิฐถือปูนทรงระฆัง  และยังสามารถมองเห็นทิวทัศน์ของเมืองสงขลาได้โดยรอบ กลายเป็นจุดชมวิวยอดนิยมที่สุดสำหรับนักท่องเที่ยวเมื่อเดินทางมาเยือนสงขลา  เดินทางต่อไปยังแหลมสมิหลา เป็นสถานที่ไอคอนของเมืองสงขลาที่ทุกคนต้องมาแวะถ่ายภาพไว้เป็นที่ระลึก หาดสมิหลาเป็นชายหาดที่มีโขดหินขนาดย่อมยื่นลงทะเล ทรายขาวละเอียดมากที่เรียกว่า "ทรายแก้ว" ร่มรื่นด้วยป่าสน และจากหาดสมิหลายังสามารถมองเห็นทิวทัศน์อันงดงามของเกาะหนูเกาะแมว จนมีคำกล่าวว่าใครมาเยือนสงขลาแล้วไม่มาเยือนสมิหลาก็เหมือนมาไม่ถึงสงขลาอีกทั้งบริเวณหาดยังมีสัญลักษณ์ที่มีชื่อเสียง นั่นก็คือ รูปปั้นนางเงือกทอง ที่ทุกคนต้องแวะมาถ่ายภาพเก็บไว้ บรรยากาศโดยรอบของชายหาดเต็มไปด้วยความเงียบสงบ มีร้านอาหาร รีสอร์ต และร้านขายของที่ระลึกมากมาย รวมทั้งมีกิจกรรมทางน้ำเติมความสนุกให้

\r\n\r\n

เย็น         รับประทานอาหาร จากนั้นเดินทางกลับที่พัก พักผ่อนตามอัธยาศัย                                                                                  

\r\n\r\n\r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n
\r\n

  วันที่ 2    วัดเก้าแสน -  สวนสัตว์สงขลา – อนุสาวรีย์กรมหลวงชุมพร – ประติมากรรมพญานาค

\r\n\r\n

               -   ตลาดกลางคืน  

\r\n
\r\n\r\n

เช้า      รับประทานอาหาร ณ ที่พัก จากนั้นเดินทางไปยังวัดเก้าแสน เพื่อสักการะหลวงปู่ทวด เหยียบน้ำทะเลจืด พระสังกัจจายน์  และวิหารพระพุทธมารดาภายในวิหารมีพระพุทธรูปปางประสูติ ประดิษฐานอยู่และชมบรรยากาศโดยรอบของวัดแห่งนี้ซึ่งตั้งอยู่บนเนินเข้าติดทะเลและท่านจะได้เห็นก้อนหอนที่มีขนาดใหญ่ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของสถานที่แห่งนี้ที่มีชื่อว่าหัวนายแรง จากนั้นเดินท  างต่อไปยังสวนสัตว์สงขลา ท่านเพลิดเพลินไปกับความน่ารักของสัตว์นานาชนิดภายในสวนสัตว์แห่งแรกของภาคใต้ ท่ามกลางขุนเขา และโอบล้อมด้วยทะเลสาบสงขลา

\r\n\r\n

12.00   รับประทานอาหารเที่ยง  ณ. จุดนัดหมาย

\r\n\r\n

13.30    การแสดงโชว์วิถีชีวิตสัตว์ป่า

\r\n\r\n

14.30    เดินทางต่อไปยัง แหลมสนอ่อน สามารถชมทิวทัศน์ได้ทั้งทะเลหลวงและทะเลสาบ ร่มรื่นไปด้วยทิวสนทะเล สามารถชมทัศนียภาพอันสวยงามของ ทะเลสาบสงขลา บริเวณปลายแหลมเป็นที่ประดิษฐาน อนุสาวรีย์กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์และบริเวณแหลมสนอ่อนมีประติมากรรมพญานาคพ่นน้ำ ซึ่งนักท่องเที่ยวนิยมมาถ่ายรูปเป็นที่ระลึก ประติมากรรมพญานาคนี้

\r\n\r\n

เย็น        จากนั้นเดินทางไปยังถนนคนเดินในตัวเมืองสงขลา ท่านจะได้สัมผัสกับบรรยากาศตลาดกลางคืนที่มีของให้เลือก และได้ชมกำแพงเมืองที่เป็นส่วนหนึ่งของสงขลา จากนั้นเดินทางกลับที่พัก พักผ่อนตามอัธยาศัย

\r\n\r\n\r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n
\r\n

  วันที่ 3    สวนสาธารณะ – ตลาดกิมหยง – เดินทางกลับ

\r\n
\r\n\r\n

เช้า        รับประทานอาหาร ณ ที่พัก จากนั้นเดินทางไปยังอำเภอหาดใหญ่ เพื่อไปยังสวนสาธารณะหาดใหญ่เป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจของคนเมือง นอกจากนี้บนยอดเขาภายในสวนยังเป็นที่ประดิษฐานของสิ่งศักดิ์สิทธิ์  ที่ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติต่างให้ความเคารพศรัทธา มากราบไหว้เป็นจำนวนมาก  อาทิ  พระพุทธมงคลมหาราช - 

\r\n\r\n

             พระโพธิสัตว์กวนอิม  และท้าวมหาพรหม  โดยยังมีจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นเมืองหาดใหญ่และทะเลสาบสงขลาได้แบบพานอรามา  รวมทั้งยังมีกิจกรรมนันทนาการและแหล่งท่องเที่ยวมากมายที่รอการมาเยือนได้แบบเต็มอิ่มตลอดวัน

\r\n\r\n

เที่ยง      รับประทานอาหารเที่ยง ณ ร้านอาหาร  จากนั้นนำท่านไปตลาดกิมหยงเพื่อให้ทานได้ซื้อของตามอัธยาศัย

\r\n\r\n

             จากนั้นเดินทางกลับสู่ภูมิลำเนาเดิม 

\r\n\r\n

****โปรแกรมอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม****

\r\n" 159 167 สงขลา ภาคใต้ หาดใหญ่ – สงขลา – ปาดังเบซาร์ – ด่านนอก หาดใหญ่ – สงขลา – ปาดังเบซาร์ – ด่านนอก 3 วัน 2 คืน\r\nเขาตังกวน – แหลมสมิหลา – ย่านเมืองเก่า - วัดเขาเก้าแสน \r\nสงขลา – ปาดังเบซาร์ – วัดถ้ำเขารูปช้าง - Dinosaur Park \r\nด่านนอก - Duty Free Complex "\r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n
\r\n

  วันที่ 1    เขาตังกวน – แหลมสมิหลา – ย่านเมืองเก่า -  วัดเขาเก้าแสน  

\r\n
\r\n\r\n

เช้า          รับประทานอาหารเช้า หลังจากนั้นเดินทางไปยังสงขลา ไปยังเขาตังกวนชมบรรยากาศโดยรอบของเมืองสงขลาซึ่งเขาตังกวนเป็นจุดชมวิวที่สามารถชมเมืองสงขลาได้ทั้งหมดเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญแห่งหนึ่งในอ.เมือง จ.สงขลา   เป็นเนินเขาสูง จากระดับน้ำทะเลประมาณ 2,000 ฟุต จากยอดเขาตังกวนนี้สามารถมองเห็นทิวทัศน์ของเมืองสงขลาได้โดยรอบ บนยอดเขาตังกวนเป็นที่ประดิษฐานเจดีย์พระธาตุคู่เมือง สงขลาซึ่งสร้างในสมัยอาณาจักรนครศรีธรรมราช เป็นศิลปะสมัยทวาราวดี(อยู่บนยอดเขาสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 2,000 ฟุต ) โดยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (ร.4) ได้พระราชทานเงินหลวงให้เป็นทุนในการบูรณะปฏิสังขรณ์ และในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2539 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบัน (ร.9) ได้ทรงพระราชทานพระบรมสารีริกธาตุให้มาบรรจุในองค์พระเจดีย์ในทุกๆ ปีในเดือนตุลาคม จะมีงานพิธีห่มผ้าองค์พระเจดีย์ และประเพณีตักบาตรเทโวและลากพระของสงขลา  จากนั้นเดินทางไปยังแหลมสมิหลา ถือว่าเป็นสถานที่ไอคอนของเมืองสงขลาที่ทุกคนต้องมาแวะถ่ายภาพไว้เป็นที่ระลึก หาดสมิหลาเป็นชายหาดที่มีโขดหินขนาดย่อมยื่นลงทะเล ทรายขาวละเอียดมากที่เรียกว่า "ทรายแก้ว" ร่มรื่นด้วยป่าสน และจากหาดสมิหลายังสามารถมองเห็นทิวทัศน์อันงดงามของเกาะหนูเกาะแมว จนมีคำกล่าวว่าใครมาเยือนสงขลาแล้วไม่มาเยือนสมิหลาก็เหมือนมาไม่ถึงสงขลาอีกทั้งบริเวณหาดยังมีสัญลักษณ์ที่มีชื่อเสียง นั่นก็คือ รูปปั้นนางเงือกทอง ที่ทุกคนต้องแวะมาถ่ายภาพเก็บไว้ บรรยากาศโดยรอบของชายหาดเต็มไปด้วยความเงียบสงบ มีร้านอาหาร รีสอร์ต และร้านขายของที่ระลึกมากมาย รวมทั้งมีกิจกรรมทางน้ำเติมความสนุกให้

\r\n\r\n

เที่ยง       รับประทานอาหาร ณ ร้านอาหาร จากนั้นเดินทางไปยังถนนนครนอก นครในและถนนนางงามเพื่อชมบ้านเรือนที่เป็นตึกแถวในสมัยก่อนและไปยังหับ โห้ หิ้น ซึ่งได้จดทะเบียนเป็นมรดกโลกของสงขลา จากนั้นเดินทางไปยังวัดเขาเก้าแสนเพื่อสักการะหลวงปู่ทวด เหยียบน้ำทะเลจืด พระสังกัจจายน์  และวิหารพระพุทธมารดาภายในวิหารมีพระพุทธรูปปางประสูติ ประดิษฐานอยู่และชมบรรยากาศโดยรอบของวัดแห่งนี้ซึ่งตั้งอยู่บนเนินเข้าติดทะเลและท่านจะได้เห็นก้อนหินที่มีขนาดใหญ่ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของสถานที่แห่งนี้ที่มีชื่อว่าหัวนายแรง

\r\n\r\n

เย็น         รับประทานอาหาร ณ ร้านอาหารจากนั้นเดินทางไปยังที่พัก พักผ่อนตามอัธยาศัย

\r\n\r\n\r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n
\r\n

  วันที่ 2    สงขลา – ปาดังเบซาร์ – วัดถ้ำเขารูปช้าง - Dinosaur Park  

\r\n
\r\n\r\n

เช้า          รับประทานอาหาร ณ ที่พัก จากนั้นเดินทางไปยังปาดังเบซาร์เพื่อไปยังวัดถ้ำเขารูปช้างเป็นวัดจีนที่ตั้งอยู่บนเชิงเขาแห่งนี้ได้ชื่อว่ามีสถาปัตยกรรมโดดเด่นแห่งหนึ่งของภาคใต้ โดยเป็นที่นิยมในหมู่นักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทยและมาเลเซีย ซึ่งภายในวัดนั้น นอกจากมีบรรยากาศร่มรื่น มีบริเวณกว้างขวาง และมีลำธารน้ำไหลผ่าน ตามหลักฮวงจุ้ยแล้ว ยังมีกิจกรรมมากมายให้นักท่องเที่ยวได้ทำ ไม่ว่าจะเป็นสักการะพระพุทธรูปปางต่าง ๆ พระพุทธรูปปางไสยาสน์ รวมทั้งเจ้าแม่กวนอิมซึ่งประดิษฐานอยู่ภายในถ้ำท่องโลกอันสงบงามภายในถ้ำที่เต็มไปด้วยหินงอกหินย้อยซึ่งมีการประดับไฟหลากสีก่อเกิดมิติที่สวยงาม ชมของมีค่าที่เก็บรักษาไว้ภายในถ้ำ เช่น หยกแกะสลักหลายชิ้นที่เก็บไว้ในตู้โชว์ พร้อมด้วยพระพุทธรูปปางไสยาสน์หินงอกหินย้อยเสริมด้วยไฟหลากสีเพื่อให้ภายในถ้ำดูมีมิติน่าสนใจ 

\r\n\r\n

เที่ยง       รับประทานอาหาร ณ ร้านอาหาร จากนั้นพาท่านไปเดินซื้อของฝากในตัวเมืองปาดังเบซาร์ ซึ่งที่นี่มีของให้เลือกมากมาย เช่น ขนม เสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า เพื่อใช้เป็นของฝากได้จากนั้นเดินทางไปยังด่านนอก

\r\n\r\n

เย็น         รับประทานอาหาร ณ ร้านอาหาร จากนั้นไปยัง Dinosaur Park ชมไดโนเสาร์จำลองและลานหมีแพนด้าถ่ายภาพเก็บไว้เป็นที่ระลึก จากนั้นเดินชมหมู่บ้านจีนจำลองที่มีลักษณะเป็นบ้านแถวสองหลังซึ่งแต่ละห้องจะมีการตกแต่งที่แตกต่างกันออกไป จากนั้นเดินทางกลับที่พัก พักผ่อนตามอัธยาศัย

\r\n\r\n\r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n
\r\n

  วันที่ 3    ด่านนอก -  Duty Free Complex

\r\n
\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

เช้า          รับประทานอาหาร ณ ที่พัก จากนั้นเดินทางไปยัง Duty Free Complex เพื่อเลือกซื้อของปลอดภาษี

\r\n\r\n

หลังจากนั้นเดินทางกลับภูมิลำเนาโดยสวัสดิภาพ

\r\n\r\n

****โปรแกรมอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม****

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

 

\r\n" 160 57466 พระนครศรีอยุธยา ภาคกลาง มรดกโลกอันเลอค่าอยุธยาประเทศไทย มรดกโลกอยุธยามีอุทยานประวัติศาสตร์เป็นสิ่งที่ยืนยันถึงหลักฐานของวัฒนธรรมหรืออารยธรรมที่ปรากฏให้เห็นอยู่ในปัจจุบันหรือว่าที่สาบสูญไปแล้ว การท่องเที่ยวและเรียนรู้ด้วยประวัติศาสตร์เส้นทางมรดกโลกอันเลอค่าอยุธยาประเทศไทย จะทำให้ท่านที่ได้มาเยือนประทับใจ "

ประวัติความเป็นมาของมรดกโลกอันเลอค่าอยุธยาประเทศไทย

\r\n\r\n

พระบรมราชานุสาวรีย์พระเจ้าอู่ทอง ดำเนินการจัดสร้างขึ้นระหว่างพ.ศ.๒๕๑๑-๒๕๑๓โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระกรุณาธิคุณเสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดเมื่อวันพุธที่ ๒๔ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๑๓ โดยทุกวันที่ ๓ เมษายน ชาวอยุธยาจะร่วมกันบำเพ็ญกุศลอุทิศเป็นราชพลีแด่สมเด็จพระเจ้าอู่ทอง ปฐมกษัตริย์แห่งกรุงศรีอยุธยา ซึ่งพระบรมราชานุสาวรีย์พระเจ้าอู่ทอง ถูกประดิษฐานอยู่ระหว่างบึงพระรามกับวัดพระศรีสรรเพชญ์ พระบรมรูปของพระเจ้าอู่ทองมีขนาดเท่าครึ่งของคนธรรมดา หล่อด้วยทองสัมฤทธิ์และรมด้วยน้ำยาสีเขียว ในพระอิริยาบถประทับยืน พระหัตถ์ขวาทรงพระขรรค์ พระเกล้าเกศา ฉลองพระองค์แบบพระมหากษัตริย์สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนต้น หากท่านได้มาสักการะพระเจ้าอู่ทองเพื่อเป็นสิริมงคลแก่ท่านและครอบครัว

\r\n\r\n

\r\n\r\n

จังหวัดพระนครศรีอยุธยามีที่ท่องเที่ยวที่เป็นโบราณสถานหลายแห่งถ้าหากได้มาเยือนจังหวัดพระนครศรีอยุธยาเส้นทางท่องเที่ยวโบราณสถานที่ควรค่าแก่การได้มาสัมผัสกรุงเก่าของประเทศไทยอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ได้รับการพิจารณาเป็นมรดกโลก เมื่อวันที่ 13ธันวาคม พ.ศ.2534 ในนาม นครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา เหตุผลที่ได้รับคัดเลือกเป็นมรดกโลก อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยาได้จดทะเบียนเป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโกภายใต้ชื่อ "นครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยาและเมืองบริวาร" ในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญครั้งที่ 15 เมื่อปี พ.ศ. 2534 ที่เมืองคาร์เทจประเทศตูนิเซีย ด้วยข้อกำหนดและหลักเกณฑ์พิจารณาให้เป็นมรดกโลก ดังนี้  เป็นสิ่งที่ยืนยันถึงหลักฐานของวัฒนธรรมหรืออารยธรรมที่ปรากฏให้เห็นอยู่ในปัจจุบันหรือว่าที่สาบสูญไปแล้ว ขอบเขตของอุทยานประวัติศาสตร์อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยามีขอบเขตพื้นที่ตามประกาศกรมศิลปากรกำหนดเขตที่ดินโบราณสถาน รวมพื้นที่ทั้งสิ้นราว 3,000 ไร่ โดยได้มีการกำหนดเขตที่ดินโบราณสถานครั้งแรกในปี พ.ศ. 2519 รวมพื้นที่ประมาณ 1,810 ไร่ โดยในเขตที่ดินโบราณสถานดังกล่าว มีโบราณสถานที่สำคัญ ดังนี้

\r\n\r\n

พระราชวังโบราณอยุธยา 

\r\n\r\n

\r\n\r\n

พระราชวังโบราณอยุธยา คือ พระราชวังหลวง ในสมัยกรุงศรีอยุธยา

\r\n\r\n

ประวัติเมื่อสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 (พระเจ้าอู่ทอง) ทรงสถาปนากรุงศรีอยุธยา ขึ้นเมื่อพ.ศ.1893 พระองค์โปรดเกล้าฯให้สร้างพระที่นั่ง 3 องค์ ได้แก่ พระที่นั่งไพฑูรย์มหาปราสาท พระที่นั่งไพชยนต์มหาปราสาทและ พระที่นั่งไอศวรรย์มหาปราสาท ในเขตวัดพระศรีสรรเพชญ์ในปัจจุบันและยังโปรดเกล้าฯให้สร้างพระที่นั่งมังคลาภิเษกมหาปราสาทและพระที่นั่งตรีมุข พระราชวังระยะแรกนี้ เป็นที่ประทับของพระมหากษัตริย์ 7 พระองค์ เป็นเวลา 98 ปี

\r\n\r\n

ครั้นเมื่อสมเด็จพระบรมไตรโลกนาทเสด็จขึ้นเสวยราชสมบัติเมื่อ พ.ศ. 1991 ทรงยกบริเวณพระราชวังเดิม ได้แก่ พระที่นั่ง 3 องค์นั้น ให้เป็นพุทธาวาส หรือวัดพระศรีสรรเพชญ์แล้วจึงโปรดเกล้าฯ ให้ย้ายพระราชวังมาสร้างใหม่ทางด้านเหนือของพระราชวังเดิม ใกล้แม่น้ำลพบุรี คูเมืองด้านเหนือ โปรดเกล้าฯ ให้สร้าง พระที่นั่งเบจรัตนมหาปราสาทและพระที่นั่งสรรเพชญมหาปราสาท เป็นพระที่นั่ง 2 องค์แรกมีพระที่นั่งอีกองค์หนึ่งซึ่งสร้างในเขตนี้ แต่ไม่มีหลักฐานที่แน่ชัดว่าสร้างในรัชสมัยใด ก็คือ พระที่นั่งมังคลาภิเษก หรือพระที่นั่งวิหารสมเด็จพระมหาปราสาท 3 องค์นี้ เป็นที่ประทับของพระมหากษัตริย์ 16 พระองค์ เป็นเวลา 182 ปีในสมัยของสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง ทรงขยายให้วังหลวงกว้างขวางมากขึ้นกว่าเดิม โดยให้เขตพระราชวังไปเชื่อมติดกับ วัดพระศรีสรรเพชญ์ แล้วก็โปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระมหาปราสาทเพิ่มอีก 2 องค์ คือพระที่นั่งสุริยาศน์อัมรินทร์ และ พระที่นั่งจักรวรรดิไพชยนต์ ต่อมาในรัชสมัยของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ทรงสร้างพระที่นั่งบรรยงก์รัตนาสน์ขึ้นเป็นที่ประทับอีกองค์หนึ่ง ดังนั้นวังหลวงสมัยอยุธยาตอนปลายมี พระมหาปราสาทรวมทั้งสิ้น 6 องค์ เป็นที่ประทับของพระมหากษัตริย์ 10 พระองค์ เป็นเวลา 137 ปี จนเสียกรุงศรีอยุธยาเมื่อ พ.ศ. 2310 พระบรมมหาราชวังระยะหลังนั้น มีป้อมรอบพระราชวัง 8 ป้อม ประตูน้ำ 2 ประตู ประตูบก 20 ประตู พระราชวังหลวงแบ่งออกเป็นเขตต่างๆ บริเวณเขตพระราชฐานชั้นนอก ไกลๆคือเขตพระราชฐานชั้นกลางแบบแปลนพระราชวังโบราณในศูนย์ศึกษาประวัติศาสตร์อยุธยา องค์ใกล้สุดคือพระที่นั่งสุริยาสน์อมรินทร์ และอีกพระที่นั่งองค์ใหญ่อีก 2 องค์เขตพระราชฐานชั้นนอก เป็นที่ตั้งของพระที่นั่งจักรวรรดิ์ไพชยนต์ และส่วนราชการต่าง ๆ เช่น ศาลาลูกขุน ศาลหลวง ศาลาสารบัญชี เป็นต้นเขตพระราชฐานชั้นกลาง เป็นที่ตั้งของพระมหาปราสาท 3 หลัง ได้แก่ พระที่นั่งวิหารสมเด็จ พระที่นั่งสรรเพชญ์มหาปราสาท พระที่นั่งสุริยาสน์อมรินทร์ นอกจากนี้ยังเป็นที่ตั้งของคลังมหาสมบัติ โรงช้าง โรงม้า เขตพระราชฐานชั้นใน เป็นที่ตั้งของพระที่นั่งบรรยงค์รัตนาสน์ โรงเครื่องต้น และที่อยู่ของฝ่ายใน เป็นต้น นอกจากนี้ยังมี พระที่นั่งตรีมุข ในปัจจุบันพบเป็นซากฐาน เมื่อครั้นสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ทรงให้สร้างพลับพลาตรีมุข เพื่อประกอบพระราชพิธีบวงสรวงบรรพกษัตริย์ในวาระที่พระองค์ครองราชย์ครบ 40 ปี เมื่อ พ.ศ. 2451 ซึ่งเป็นเวลายาวนานเท่ากับพระบรมไตรโลกนาถ แห่งกรุงศรีอยุธยา สวนไพชยนต์เบญจรัตน์ อันเป็นที่ตั้งของพระคลังมหาสมบัติ ได้แก่ คลังศุภรัตน์ คลังพิมาณอากาศ คลังวิเศษ โรงราชรถ คลังแสง  เช่นเดียวกับหอพระเทพบิดร และหอพระมณเฑียรธรรมสวนองุ่น เป็นสวนหลวงประจำพระราชวัง มีตำหนักสระแก้ว ตำหนักสวนกระต่าย และตำหนักศาลาลวดตั้งอยู่บริเวณนี้

\r\n\r\n

วัดพระศรีสรรเพชญ์ 

\r\n\r\n

วัดพระศรีสรรเพชญ์ หรือ วัดพระศรีสรรเพชญ เป็นวัดหลวงในพระราชวังโบราณ อยุธยา ไม่มีพระสงฆ์จำพรรษา ซึ่งเป็นต้นแบบของวัดพระศรีรัตนศาสดาราม กรุงเทพมหานคร

\r\n\r\n

ประวัติ

\r\n\r\n

วัดพระศรีสรรเพชญ์ เดิมในสมัยสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 ใช้เป็นที่ประทับ ต่อมาสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ ทรงสร้างพระราชมณเฑียรขึ้นใหม่ทางตอนเหนือ แล้วจึงโปรดฯให้ยกเป็นเขตพุทธาวาส เพื่อประกอบพิธีสำคัญต่าง ๆ ของบ้านเมือง จึงเป็นวัดในเขตพระราชวังที่ไม่มีพระสงฆ์จำพรรษา แตกต่างกับวัดมหาธาตุสุโขทัย ที่มีพระสงฆ์จำพรรษา ทั้งวัดมหาธาตุ สุโขทัย,วัดพระศรีสรรเพชญ์ อยุธยา และวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ต่างก็ถูกสถาปนาขึ้นในมูลเหตุการสร้างวัดเดียวกันนั่นคือ "สร้างเพื่อเป็นวัดประจำพระราชวัง" ต่อมาในปี พ.ศ. 2035 รัชสมัยของสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2 พระองค์โปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระสถูปเจดีย์องค์ตะวันออก เพื่อบรรจุพระอัฐิของพระราชบิดา สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ และพระสถูปเจดีย์องค์กลางเพื่อบรรจุพระอัฐิของสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 3 ผู้เป็นพระเชษฐาหลังจากนั้นในปี พ.ศ. 2042 พระองค์โปรดให้สร้างพระวิหารหลวงขึ้นในปีต่อมา พ.ศ. 2043 สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2 ทรงสร้างพระวิหาร ทรงหล่อพระพุทธรูป ยืนสูง 8 วา (ประมาณ 16 เมตร) หุ้มด้วยทองคำหนัก 286 ชั่ง (ประมาณ 171 กิโลกรัม) ประดิษฐานไว้ในวิหาร ถวายพระนามว่า พระศรีสรรเพชญดาญาณ ต่อมาในรัชสมัยรัชกาลที่ 1โปรดเกล้าฯ ให้ย้ายมาประดิษฐานวัดพระเชตุพน และ บรรจุชิ้นส่วนซึ่งบูรณะไม่ได้เหล่านั้นไว้ในเจดีย์องค์ใหญ่ที่สร้างขึ้นแล้วพระราชทานชื่อเจดีย์ว่า เจดีย์ศรีสรรเพชญดาญาณ เจดีย์องค์ที่ 3 ถัดมาจากด้านทิศตะวันตกเป็น เจดีย์บรรจุพระอัฐิของสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2 ซึ่งสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 4 (พระหน่อพุทธางกูร) พระราชโอรสได้โปรดให้สร้างขึ้น เจดีย์ทั้งสามองค์นี้เป็นเจดีย์แบบลังกาในรัชสมัยพระเจ้าทรงธรรมพระองค์โปรดเกล้าฯให้สร้างพระที่นั่งจอมทอง ตั้งอยู่ใกล้ ๆ กำแพงทางด้านติดกับวิหารพระมงคลบพิตร เพื่อให้เป็นสถานที่ให้พระสงฆ์บอกเล่าหนังสือพระสงฆ์ราวรัชสมัยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ มีการบูรณะปฏิสังขรณ์วัดหลวงแห่งนี้เป็นครั้งแรก ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระยาโบราณราชธานินทร์ สมุหเทศาภิบาลมณฑลกรุงเก่าได้ดำเนิน การขุดสมบัติจากกรุภายในเจดีย์ พบพระพุทธรูป เครื่องทอง มากมาย และในสมัย จอมพล ป.พิบูลสงคราม ได้มีการบูรณะวัดนี้จนมีสภาพที่เห็นอยู่ในปัจจุบัน

\r\n\r\n

มุมหนึ่งในวัดพระศรีสรรเพชญ์

\r\n\r\n

พระเจดีย์ใหญ่ 3 องค์ ภายในวัดพระศรีสรรเพชญ์

\r\n\r\n

\r\n\r\n

วิหารพระมงคลบพิตร

\r\n\r\n

\r\n\r\n

 ตั้งอยู่ที่ตำบลประตูชัย อำเภอพระนครศรีอยุธยา ทางทิศใต้ของวัดพระศรีสรรเพชญ์

\r\n\r\n

สันนิษฐานกันว่า สร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนต้นราวแผ่นดินสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ โดยตามพงศาวดารวิหารพระมงคลบพิตรนั้น เดิมประดิษฐานอยู่ด้านทิศตะวันออกของพระราชวังหลวง บางคนสันนิษฐานว่า เคยประดิษฐานอยู่กลางแจ้งที่วัดชีเชียงมาก่อน ในปี พ.ศ. 2146 สมเด็จพระเจ้าทรงธรรมโปรดฯ ให้ชลอมาไว้ทางด้านทิศตะวันตก แล้วให้สร้างมณฑปขึ้นครอบไว้ โดยมีหลักฐานจากภาพวาดของชาวตะวันตกที่เข้ามาในรัชสมัยสมเด็จพระเจ้าปราสาททองว่าเป็นรูปร่างคล้ายๆมณฑป

\r\n\r\n

ต่อมาในปี พ.ศ. 2246 สมัยสมเด็จพระเจ้าเสือ ยอดมณฑปต้องอสนีบาต (ฟ้าผ่า) ไฟไหม้เครื่องบนมณฑปหักพังลงมาต้องพระเศียรหัก สมเด็จพระเจ้าเสือ จึงโปรดฯให้แปลงมณฑปเป็นวิหารแต่ยังคงส่วนยอดของมณฑปไว้ แล้วซ่อมพระเศียรพระพุทธรูปใหม่ กระทั่งในรัชกาล สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ ทรงบูรณปฏิสังขรณ์ใหม่หมด เปลี่ยนหลังคาคล้ายในปัจจุบัน เมื่อเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งสุดท้ายวิหารและพระพุทธรูปถูกไฟไหม้ ชำรุดทรุดโทรม เครื่องบนวิหารหักลงมาต้องพระเมาฬี และพระกรข้างขวาหัก

\r\n\r\n

ในปี พ.ศ. 2474 สมัยพระยาโบราณราชธานินทร์ ตำแหน่งสุมุหเทศาภิบาลมณฑลอยุธยา คุณหญิงอมเรศร์สมบัติกับพวก ได้ขอยื่นเรื่องซ่อมแซมวิหาร แต่รัฐบาลไม่อนุญาต เนื่องจากต้องการที่จะรักษาตามแบบอย่างทางโบราณคดี โดยจะออกแบบให้ปูชนียสถานกลางแจ้งเหมือนไดบุซึของญี่ปุ่น แต่ด้วยเวลานั้นรัฐบาลยังไม่มีงบประมาณพร้อมในการดำเนินการ

\r\n\r\n

ต่อมาในปี พ.ศ. 2499 รัฐบาลสมัยจอมพล ป.พิบูลสงคราม จึงได้เริ่มการบูรณปฏิสังขรณ์พระวิหารและองค์พระพุทธเสียใหม่ดังที่เห็นอยู่ในปัจจุบันนี้ ในคราวบูรณะพระมงคลบพิตรในปี พ.ศ. 2500 กรมศิลปากรได้พบพระพุทธรุปบรรจุไว้ในพระอุระด้านขวา เป็นจำนวนมาก ปัจจุบันเก็บรักษาอยู่ที่ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา และ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติจันทรเกษม

\r\n\r\n

พระมงคลบพิตร

\r\n\r\n

พระมงคลบพิตร เป็นพระพุทธรูปใหญ่หล่อด้วยทองสัมฤทธิ์องค์เดียวในประเทศไทย ลงรักปิดทองมีแกนเป็นอิฐ ส่วนผิวนอกบุด้วยสำริด ทำเป็นท่อนๆมาเชื่อมกัน สูง 12.54 เมตร หน้าตักกว้าง 4 วาเศษ สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยสมเด็จพระไชยราชา ราวพ.ศ. 2081 เดิมประดิษฐานอยู่กลางแจ้ง ต่อมาในสมัยสมเด็จพระเจ้าทรงธรรม โปรดเกล้าให้อัญเชิญมาไว้ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของวัดพระศรีสรรเพชญ์

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

วัดมหาธาตุ (จังหวัดพระนครศรีอยุธยา) 

\r\n\r\n

\r\n\r\n

วัดมหาธาตุ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นหนึ่งในวัดในเขตอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา วัดมหาธาตุเป็นวัดที่มีความสำคัญยิ่งในสมัยกรุงศรีอยุธยา เพราะเป็นวัดที่ประดิษฐานพระบรมธาตุใจกลางพระนคร และเป็นที่พำนักของสมเด็จพระสังฆราชฝ่ายคามวาสีอีกด้วย วัดแห่งนี้จึงได้รับการก่อสร้างและดูแลตลอดเวลาจวบจนถูกทำลายลงหลังเสียกรุงครั้งที่ 2

\r\n\r\n

ประวัติ

\r\n\r\n

วัดมหาธาตุเป็นวัดที่เก่าแก่และมีประวัติที่ไม่แน่ชัด บางบอกปี พ.ศ. 1917บางบอกปี พ.ศ. 1927 อย่างไรก็ตาม ได้ใช้เวลาก่อสร้างไปเป็นจำนวนมาก

\r\n\r\n

ในสมัยสมเด็จพระเจ้าทรงธรรม พระปรางค์เคยพังลงมาเกือบครึ่งองค์ถึงชั้นครุฑ ปรางค์ของวัดเดิมสร้างด้วยศิลาแลง แต่จะด้วยเหตุผลประการใดไม่ทราบ จึงยังมิได้ซ่อมแซมให้คืนดีดังเดิมในรัชกาลนั้น ต่อมาสมเด็จพระเจ้าปราสาททองทรงบูรณะใหม่ รวมเป็นความสูง 25 วา แต่ก็ได้พังทลายลงมาอีกรอบในรัชสมัยรัชกาลที่ 5 ต่อมาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงนำกำลังทหารไปช่วยกันสร้างยอดพระปรางค์ด้วยไม้สักและได้สถาปนาให้เป็นพระปรางค์ประจำชาติ และพระปรางค์วัดมหาธาตุก็ยังคงอยู่ที่นั้นตลอด

\r\n\r\n

สิ่งก่อสร้าง

\r\n\r\n

พระปรางค์ขนาดใหญ่ ซึ่งในปัจจุบันพังทลายลงมาหมดแล้ว แต่ราชทูตลังกาที่ได้เคยมาเยี่ยมชมวัดมหาธาตุ ในสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศไว้ว่า ที่ฐานของพระปรางค์ มีรูปราชสีห์ หมี หงส์ นกยูง กินนร โค สุนัขป่า กระบือ มังกร เรียงรายอยู่โดยรอบ รูปเหล่านี้อาจหมายถึงสัตว์ในป่าหิมพานต์ที่รายล้อมอยู่เชิงเขาพระสุเมรุ ซึ่งเป็นแกนกลางของจักรวาล

\r\n\r\n

เจดีย์แปดเหลี่ยม เป็นเจดีย์ลดหลั่นกัน 4 ชั้น 8 เหลี่ยม ชั้นบนสุดประดิษฐานปรางค์ขนาดเล็ก ซึ่งเจดีย์องค์นี้จัดว่าเป็นเจดีย์ที่แปลกตา พบเพียงองค์เดียวในอยุธยา

\r\n\r\n

วิหารที่ฐานชุกชี ของพระประธานในวิหาร กรมศิลปากรพบว่ามีผู้ลักลอบขุดลงไปลึกถึง 2 เมตร จึงดำเนินการขุดต่อไปอีก 2 เมตร พบภาชนะดินเผาขนาดเล็ก 5 ใบ บรรจุแผ่นทองเบารูปต่างๆ

\r\n\r\n

พระปรางค์ขนาดกลางภายในพระปรางค์ มีภาพจิตรกรรม เรือนแก้วซึ่งเป็นตอนหนึ่งในพุทธประวัติ

\r\n\r\n

ตำหนักพระสังฆราช บริเวณพื้นที่ว่างทางด้านทิศตะวันตก เคยเป็นที่ตั้งพระตำหนักพระสังฆราช ฝ่ายคามวาสี ราชทูตลังกาได้เล่าไว้ว่า เป็นตำหนักที่สลักลวดลายปิดทอง มีม่านปักทอง พื้นปูพรม มีขวดปักดอกไม้เรียงรายเป็นแถวเพดานแขวนอัจกลับ (โคม) มีบังลังก์ 2 แห่งวิหารเล็ก วิหารเล็กแห่งนี้ มีรากไม้แผ่รากขึ้นเกาะเต็มผนัง รากไม้ส่วนหนึ่งได้ล้อมเศียรพระพุทธรูปไว้

\r\n\r\n

\r\n\r\n

วัดราชบูรณะ  

\r\n\r\n

\r\n\r\n

วัดราชบูรณะ ตั้งอยู่ตำบลท่าวาสุกรี อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา บริเวณเชิงสะพานป่าถ่าน ติดกับวัดมหาธาตุทางบริเวณทิศตะวันออก ห่างจากพระราชวังโบราณ เพียงเล็กน้อย จัดเป็นหนึ่งในวัดที่ใหญ่และมีความเก่าแก่มากที่สุดในพระนครศรีอยุธยา สร้างโดยสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 2 หรือเจ้าสามพระยา ในปี พ.ศ. 1967 วัดราชบูรณะมีชื่อเสียงและความโด่งดังมากในเรื่องการถูกกลุ่มคนร้ายจำนวนหนึ่ง ลักลอบขุดกรุภายในพระปรางค์ประธาน ในปี พ.ศ. 2499 และช่วงชิงทรัพย์สมบัติจำนวนมากมายมหาศาลหลบหนีไป ต่อมากรมศิลปากรเข้าทำการบูรณะขุดแต่งต่อภายหลัง พบทรัพย์สมบัติที่หลงเหลือและเครื่องทองจำนวนมากมาย ปัจจุบันทรัพย์สมบัติภายในกรุถูกเก็บรักษาไว้ที่ห้องราชบูรณะ ภายในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเจ้าสามพระยา

\r\n\r\n

ประวัติ

\r\n\r\n

วัดราชบูรณะสร้างขึ้นในรัชสมัยของสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 2 ในบริเวณพื้นที่และตำแหน่งเดิมที่พระองค์ได้ทรงถวายพระเพลิงศพให้กับเจ้าอ้ายพระยาและเจ้ายี่พระยา พระเชษฐาทั้งสองพระองค์ที่สิ้นพระชนม์ภายในหลังจากการกระทำยุทธหัตถี เพื่อแย่งชิงราชสมบัติของสมเด็จพระนครอินทราธิราชพระราชบิดาที่เสด็จสวรรคตลงในปี พ.ศ. 1967

\r\n\r\n

เมื่อครั้งที่สมเด็จพระนครอินทราธิราช เสด็จขึ้นครองราชสมบัติ เป็นพระมหากษัตริย์ลำดับที่ 6 แห่งกรุงศรีอยุธยา และพระมหากษัตริย์พระองค์ที่ 3 แห่งราชวงศ์สุพรรณภูมิ โปรดเกล้าให้พระราชโอรสของพระองค์ทั้ง 3 พระองค์ได้แก่ เจ้าอ้ายพระยา เจ้ายี่พระยาและเจ้าสามพระยา แยกย้ายกันปกครองหัวเมืองต่าง ๆ โดยทรงมอบหมายให้เจ้าอ้ายพระยา พระราชโอรสองค์ใหญ่ปกครองเมืองสุพรรณบุรี เจ้ายี่พระยา พระราชโอรสองค์กลางปกครองเมืองแพรกศรีราชา และเจ้าสามพระยาพระราชโอรสองค์เล็ก ปกครองเมืองชัยนาท (พิษณุโลก)

\r\n\r\n

ในปี พ.ศ. 1967 สมเด็จพระนครินทราธิราชเสด็จสวรรคตโดยที่ยังมิได้สถาปนาพระมหาอุปราชผู้เป็นรัชทายาทครอบครองกรุงศรีอยุธยา เมื่อเจ้าอ้ายพระยากับเจ้ายี่พระยาทราบข่าวการสวรรคต จึงยกกองทัพเข้ากรุง เพื่อชิงราชสมบัติสืบแทนพระราชบิดา ทั้งสองพระองค์ยกทัพมาเวลาเดียวกันพอดี เจ้าอ้ายพระยาตั้งทัพอยู่ใกล้วัดพลับพลาไชย ป่ามะพร้าว เจ้ายี่พระยาตั้งทัพอยู่ใกล้วัดชัยภูมิ ป่ามะพร้าว แล้วทั้งสองพระองค์ก็เคลื่อนทัพเข้าสู้กัน บริเวณสะพานป่าถ่านในปัจจุบัน ทั้ง 2 พระองค์ทรงพระแสงของ้าวฟันต้องพระศอขาดพร้อมกันทำให้สวรรคตพร้อมๆกัน เจ้าสามพระยาซึ่งไม่ได้มาร่วมด้วย จึงเสด็จจากเมืองชัยนาท ขึ้นครองราชย์ในกรุงศรีอยุธยา แทนพระราชบิดาทันที มีพระนามว่า สมเด็จพระบรมราชาธิราช ที่ 2 เมื่อเจ้าสามพระยาทรงขึ้นครองราชย์แล้ว จึงจัดการถวายเพลิงพระศพ พระเชษฐาธิราชทั้งสองพระองค์พร้อมกัน สถานที่ที่ถวายพระเพลิงนั้น ก็ทรงอุทิศสร้างพระปรางค์และพระวิหาร มีนามว่า เจดีย์เจ้าอ้ายพระยาเจ้ายี่พระยา

\r\n\r\n

โบราณสถาน

\r\n\r\n

พระปรางค์ทองคำในกรุวัดราชบูรณะ

\r\n\r\n

พระปรางค์วัดราชบูรณะมีกรุใหญ่และลึก กรมศิลปากรทำการขุดเรียบร้อยแล้ว เมื่อปี พ.ศ. 2500 ในปัจจุบันเปิดให้เข้าไปชมกรุได้ตามปกติ กรุพระปรางค์วัดราชบูรณะมีทั้งหมด 4 ห้องใหญ่ๆ เรียงกันลงไปแนวดิ่ง โดยชั้นล่างสุดอยู่ในแนวระดับพื้นดิน ดังนี้

\r\n\r\n

กรุชั้นที่ 1

\r\n\r\n

เป็นชั้นที่อยู่บนสุด เดิมมีผนังก่อปิดภาพทั้งหมด (ภาพคนจีน เทพชุมนุม ฯลฯ) หลังผนังทำเป็นช่องเล็กๆ ใส่พระพิมพ์ และ พระพุทธรูปไว้จนเต็ม และในนั้น คนร้ายพบพระพุทธรูปทองคำขนาดหน้าตัก 1 ศอก อยู่ 3-4 องค์

\r\n\r\n

กรุชั้นที่ 2

\r\n\r\n

เป็นชั้นกลาง มีถาดทองคำ 3 ใบเต็มไปด้วยเครื่องทอง กรมศิลปากรได้รื้อพื้นออก จึงทำให้กรุห้องที่ 2 และ 3 เชื่อมกัน มีจิตรกรรมเป็นภาพอดีตชาติพระพุทธเจ้า วาดอยู่ในช่องสี่เหลี่ยม และ รอบๆมีโต๊ะสำริดเล็กๆตั้งอยู่ทุกซุ้มเว้นด้านใต้ ใช้วางเครื่องทอง และ ผ้าทองที่ขโมยให้การว่าแค่แตะก็ป่นเป็นผงแล้ว

\r\n\r\n

กรุชั้นที่ 3

\r\n\r\n

เป็นห้องที่อยู่ในสุด เป็นห้องที่สำคัญที่สุด บรรจุพระบรมธาตุ ซึ่งเก็บรักษาอย่างดีในเจดีย์ทองคำ และ รอบๆยังเต็มไปด้วยพระพุทธรูปต่างๆ

\r\n\r\n

\r\n\r\n

การลักลอบขุดกรุ

\r\n\r\n

การค้นพบกรุเมื่อปี พ.ศ. 2499 เป็นข่าวโด่งดังไปทั่วประเทศ ปีถัดมาทำให้มีขโมยกลุ่มใหญ่ลักลอบมาขุดกรุวัดราชบูรณะ พบเครื่องทองและอัญมณีจำนวนมาก แต่ทว่าฝนตกหนักและรีบเร่งกลุ่มขโมยจึงขนของไปไม่หมด เจ้าหน้าที่ตำรวจใช้เวลาไม่กี่วันก็จับและยึดของกลางได้บางส่วน หลังจากนั้นกรมศิลปากรได้เข้ามาขุด ปรากฏว่าพบสิ่งของกว่า 2000 รายการ พระพิมพ์กว่า แสนองค์ ทองคำหนักกว่า 100 กิโลกรัม ปัจจุบันเก็บรักษาอยู่ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา

\r\n\r\n

เมื่อ พ.ศ. 2548 มีข่าวว่าพบพระมาลาทองคำอยู่ที่พิพิธภัณฑ์ที่สหรัฐอเมริกา ซึ่งยังเป็นที่ถกเถียงว่าเป็นของโบราณจริงหรือไม่ และหากจริง จะเป็นของกรุวัดราชบูรณะหรือไม่ ซึ่งยังคงเป็นข้อถกเถียงงกันอยู่ใปัจจุบันวัดพระราม 

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

วัดพระราม 

\r\n\r\n

\r\n\r\n

วัดพระราม ตั้งอยู่นอกเขต พระราชวัง ทางด้านทิศตะวันออก ตำบลประตูชัย อำเภอพระนครศรีอยุธยา (กรุงเก่า) จังหวัดพระนครศรีอยุธยาตรงข้ามกับวิหารพระมงคลบพิตร

\r\n\r\n

ประวัติ

\r\n\r\n

วัดพระรามนั้น คาดว่าถูกสร้างขึ้นในปี พ.ศ. 1912 ในรัชสมัยสมเด็จพระราเมศวร ซึ่งเป็นบริเวณที่ถวายพระเพลิงพระบรมศพสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 (พระเจ้าอู่ทอง) พระราชบิดา แต่พระองค์ทรงครองราชได้เพียงแค่ปีเดียว จึงเข้าใจกันว่าสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 1 ทรงได้ช่วยสร้างจนสำเร็จหรืออาจสร้างเสร็จเมื่อสมเด็จพระราเมศวรเสวยราชย์ครั้งที่ 2 ก็เป็นไปได้ สิ่งก่อสร้างปัจจุบันซากปรักหักพังเหลือแต่ พระปรางค์ กำแพงด้านหนึ่ง และ เสาในพระอุโบสถ วิหาร 7 หลัง พระปรางค์ พระปรางค์องค์ใหญ่ ตั้งอยู่บนฐานสี่เหลี่ยม สูงแหลมขึ้นไปด้านบน ทางด้านทิศตะวันออก มีพระปรางค์องค์ขนาดกลาง ส่วนทางตะวันตกทำเป็นซุ้มประตู มีบันไดสูงจากฐานขึ้นไปทั้งสองข้าง ที่มุมปรางค์ประกอบด้วยรูปสัตว์หิมพานต์ มีปรางค์ขนาดเล็กตั้งอยู่ทางทิศเหนือ และ ใต้ รอบๆปรางค์เล็กมีเจดีย์ล้อมรอบอีก 4 ด้าน นอกจากนี้ยังมีเจดีย์เล็กบ้าง ใหญ่บ้างอยู่รอบๆ องค์พระปรางค์ประมาณ 28 องค์ วัดพระรามนี้เป็นที่น่าสังเกต คือ กำแพงวัดพระรามด้านเหนือ มีแนวเหลื่อมกันอยู่ กำแพงด้านตะวันออก ตะวันตก และด้านใต้ มีซุ้มประตูค่อนไปทางทิศตะวันตกได้ระดับกับมุมระเบียงด้านตะวันตกเฉียงเหนือของปรางค์ ส่วนแนวเหลื่อมนั้นได้ระดับกับมุมระเบียงตะวันออกเฉียงเหนือของปรางค์ ไม่มีซุ้มประตู คล้ายเจตนาสร้างไว้เพื่อประสงค์อะไรอย่างหนึ่ง

\r\n\r\n

วิหารใหญ่ อยู่ทางตะวันออกของพระปรางค์ อยู่ด้านหน้าวัด มีทางเดินต่อกับประปรางค์

\r\n\r\n

วิหารน้อย อยู่ทางด้านทิศใต้ หันหน้าไปทางทิศตะวันออก เป็นวิหารที่มีด้านหลัง เชื่อมต่อกับเจดีย์ใหญ่ ซึ่งหักพังไปแล้ว

\r\n\r\n

วิหารน้อย หันหน้าไปทางทิศตะวันออก ทางด้านตะวันตกเฉียงใต้มีเจดีย์เล็กอีกองค์หนึ่ง

\r\n\r\n

วิหารเล็ก อยู่ด้านหน้าของพระอุโบสถ มีประตูด้านละ 1 ประตู

\r\n\r\n

วิหาร อยู่ทางมุมด้านตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นวิหารขนาดกลาง หันหน้าไปทางทิศตะวันออก มีเจดีย์ใหญ่ ฐานสี่เหลี่ยมอยู่หลังวิหาร

\r\n\r\n

วิหาร หันหน้าไปทางทิศตะวันออก ด้านหลังวิหารมีเจดีย์ฐานสี่เหลี่ยมองค์หนึ่ง ซึ่งหักพังไปแล้วเช่นกัน

\r\n\r\n

วิหาร อยู่ทางด้านทิศตะวันตกของปรางค์ มีขนาดเล็กกว่าวิหารด้านตะวันออก ปัจจุบันเหลือแต่ฐาน 

\r\n\r\n

เส้นทางการท่องเที่ยวหนึ่งวันกับมรกดกโลกเลอค่าอยุธยาประเทศไทย หากท่านใดได้มาเที่ยวชมจะรับรู้ได้ว่าประเทศไทยมีมรดกโลกที่สวยงาม

\r\n\r\n

\r\n\r\n

แผนที่และตารางกิจกรรม

\r\n\r\n

8.30 -9.00 น.ไหว้อนุสาวรีย์พระเจ้าอู่ทอง

\r\n\r\n

9.00 -10.00น. เดินชมพระราชวังโบราณ

\r\n\r\n

10.00 -11.00 น.วัดพระศรีสรรเพชญ์

\r\n\r\n

11.00-12.00 น. สักการะวิหารพระมงคลบพิตร

\r\n\r\n

ช่วงเที่ยงหาก๋วยเตี๋ยวอร่อยและอาหารอร่อยเมืองกรุงเก่า

\r\n\r\n

13.00 - 14.00 น. เยี่ยมชมวัดราชบูรณะ

\r\n\r\n

14.00 - 15.00 น. วัดมหาธาตุ Unseen Thailand

\r\n\r\n

15.30 - 16.30 น. เดินเล่นบึงพระราม 

\r\n\r\n

16.30 - 17.00 น. วัดพระราม 

\r\n\r\n

\r\n\r\n

 

\r\n" 161 57465 สงขลา ภาคใต้ หาดใหญ่ – สงขลา หาดใหญ่ – สงขลา 2 วัน 1 คืน\r\nเขาตังกวน – แหลมสมิหลา – เมืองเก่าสงขลา - ถนนคนเดิน - วัดเก้าแสน - ตลาดกิมหยง "

หาดใหญ่ – สงขลา

\r\n\r\n

2 วัน 1 คืน

\r\n\r\n\r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n
 
  
\r\n\r\n\r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n
\r\n

  วันที่ 1    เขาตังกวน – แหลมสมิหลา – เมืองเก่าสงขลา - ถนนคนเดิน

\r\n
\r\n\r\n

เช้า          บริการอาหาร จากนั้นเดินทางไปสู่

\r\n\r\n

· เขาตังกวน บนยอดเขาตังกวนเป็นที่ประดิษฐานพระเจดีย์หลวงคู่เมืองสงขลา ซึ่งสร้างในสมัยอาณาจักรนครศรีธรรมราช เป็นศิลปะสมัยทวารวดี โดยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ได้พระราชทานเงินหลวง ให้เป็นทุนในการบูรณปฏิสังขรณ์ และชมบรรยากาศโดยรอบของเมืองสงขลา

\r\n\r\n

· เดินทางไปยังแหลมสมิหลา เป็นสถานที่ท่องเที่ยวไอคอนของเมืองสงขลาที่ทุกคนต้องมาแวะถ่ายภาพไว้เป็นที่ระลึก หาดสมิหลาเป็นชายหาดที่มีโขดหินขนาดย่อมยื่นลงทะเล ทรายขาวละเอียดมากที่เรียกว่า "ทรายแก้ว" ร่มรื่นด้วยป่าสน และจากหาดสมิหลายังสามารถมองเห็นทิวทัศน์อันงดงามของเกาะหนูเกาะแมว จนมีคำกล่าวว่าใครมาเยือนสงขลาแล้วไม่มาเยือนสมิหลาก็เหมือนมาไม่ถึงสงขลาอีกทั้งบริเวณหาดยังมีสัญลักษณ์ที่มีชื่อเสียง นั่นก็คือ รูปปั้นนางเงือกทอง ที่ทุกคนต้องแวะมาถ่ายภาพเก็บไว้ บรรยากาศโดยรอบของชายหาดเต็มไปด้วยความเงียบสงบ มีร้านอาหาร รีสอร์ต และร้านขายของที่ระลึกมากมาย

\r\n\r\n

เที่ยง    รับประทานอาหาร ณ ร้านอาหาร จากนั้นเดินทางต่อไปยัง

\r\n\r\n

· ย่านเมืองเก่าสงขลาเพื่อชมอาคารเก่าแก่และในย่านเมืองเก่าสงขลายังมีขนมอร่อย ทั้งไทย จีน ฝรั่งให้ได้ชิมกันอีกด้วย จากนั้นเดินทางไปยังหับ โห้ หิ้น ( โรงสีแดง ซึ่งได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกของจังหวัดสงขลา )

\r\n\r\n

เย็น     รับประทานอาหาร จากนั้นเดินทางไปยังถนนคนเดินในตัวเมืองสงขลา ท่านจะได้สัมผัสกับบรรยากาศตลาดกลางคืนที่มีของให้เลือก และได้ชมกำแพงเมืองที่เป็นส่วนหนึ่งของสงขลา จากนั้นเดินทางกลับที่พัก พักผ่อนตามอัธยาศัย

\r\n\r\n\r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n
    
  
   
 
\r\n\r\n\r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n
\r\n

 วันที่ 2    วัดเก้าแสน - ตลาดกิมหยง

\r\n
\r\n\r\n

เช้า      รับประทานอาหาร ณ ที่พัก จากนั้นเดินทางไปยัง

\r\n\r\n

- วัดเก้าแสน เพื่อสักการะหลวงปู่ทวด เหยียบน้ำทะเลจืด พระสังกัจจายน์  และวิหารพระพุทธมารดาภายในวิหารมีพระพุทธรูปปางประสูติ ประดิษฐานอยู่และชมบรรยากาศโดยรอบของวัดแห่งนี้ซึ่งตั้งอยู่บนเนินเข้าติดทะเลและท่านจะได้เห็นก้อนหินที่มีขนาดใหญ่ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของสถานที่แห่งนี้ที่มีชื่อว่าหัวนายแรง

\r\n\r\n

10.00   เดินทางไปยังอำเภอหาดใหญ่แวะตลาดกิมหยงเพื่อซื้อของฝาก จากนั้นเดินทางกลับสู่ภูมิลำเนา

\r\n\r\n

****โปรแกรมอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม****

\r\n" 162 57411 สงขลา ภาคใต้ หาดใหญ่ – ด่านนอก – สงขลา หาดใหญ่ – ด่านนอก – สงขลา 2 วัน 1 คืน\r\nแหลมสมิหลา – เขาตังกวน – สวนสาธารณะหาดใหญ่ – เมจิกอาย – ด่านนอก - ตลาดกิมหยง \r\n "

หาดใหญ่ – ด่านนอก – สงขลา

\r\n\r\n

2 วัน 1 คืน

\r\n\r\n\r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n
\r\n

วันที่ 1    แหลมสมิหลา – เขาตังกวน – สวนสาธารณะหาดใหญ่ – เมจิกอาย – ด่านนอก   

\r\n
\r\n\r\n

เช้า      รับประทานอาหาร  ณ โรงแรมที่พัก จากนั้นเดินทางสู่เมืองสงขลา

\r\n\r\n

·                    เที่ยวแหลมสมิหลา ถือว่าเป็นสถานที่ไอคอนของเมืองสงขลาที่ทุกคนต้องมาแวะถ่ายภาพไว้เป็นที่ระลึก หาดสมิหลาเป็นชายหาดที่มีโขดหินขนาดย่อมยื่นลงทะเล ทรายขาวละเอียดมากที่เรียกว่า "ทรายแก้ว" ร่มรื่นด้วยป่าสน และจากหาดสมิหลายังสามารถมองเห็นทิวทัศน์อันงดงามของเกาะหนูเกาะแมว จนมีคำกล่าวว่าใครมาเยือนสงขลาแล้วไม่มาเยือนสมิหลาก็เหมือนมาไม่ถึงสงขลาอีกทั้งบริเวณหาดยังมีสัญลักษณ์ที่มีชื่อเสียง นั่นก็คือ รูปปั้นนางเงือกทอง ที่ทุกคนต้องแวะมาถ่ายภาพเก็บไว้ บรรยากาศโดยรอบของชายหาดเต็มไปด้วยความเงียบสงบ มีร้านอาหาร รีสอร์ต และร้านขายของที่ระลึกมากมาย

\r\n\r\n

·                    จากนั้นเดินทางต่อพญานาคพ่นน้ำตั้งอยู่ที่สวนสองทะเลซึ่งเป็นแหลมขั้นระหว่างทะเลสาบน้ำจืดและทะเลอ่าวไทย พญานาคพ่นน้ำนั้นสวยในสองแบบคือกลางวันและกลางคืน ดูไปคล้ายกับสิงห์พ่นน้ำของประเทศสิงคโปร์

\r\n\r\n

เที่ยง    บริการอาหาร จากนั้นนำท่าน

\r\n\r\n

·                    ขึ้นเขาตังกวนเพื่อ ชมจุดชมวิวเมืองสงขลา และสักการะพระเจดีย์หลวง ซึ่งสร้างในสมัยอาณาจักรนครศรีธรรมราช เป็นศิลปะสมัยทวาราวดี ในปี พ.ศ.2539 รัชกาลที่ 9 ทรงโปรดเกล้าพระราชทานพระบรมสารีริกธาตุ และเครื่องสักการบูชาประดิษฐานไว้ ณ พระเจดีย์หลวง เพื่อไว้เป็นที่สักการบูชาของชาวสงขลาสืบต่อไป

\r\n\r\n

·                    จากนั้นเดินทางต่อไปยังอำเภอหาดใหญ่ แวะ สวนสาธารณะหาดใหญ่ ขึ้นเขาเพื่อไปนั่งกระเช้า Hatyai Cable Car ชมวิวแบบ 360 องศา ซึ่งจะมองเห็นไกลถึงทะเลสาบสงขลา สวนสาธารณะเทศบาลนครหาดใหญ่ ถือได้ว่าเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจที่ยอดฮิตติดอันดับต้น ๆของชาวหาดใหญ่ และนักท่องเที่ยวโดยทั่วไป ด้วยความที่สวนแห่งนี้มีเนื้อที่กว่า 914 ไร่ภายในสวนเต็มไปด้วยความร่มรื่นของพืชพรรณธรรมชาติ

\r\n\r\n

·                    จากนั้นนำท่านสามารถนมัสการพระพุทธมงคลมหาราช จากนั้นนำท่านไปไหว้ขอพรเจ้าแม่กวนอิม

\r\n\r\n

·                    ชมภาพสามมิติ ท่านจะได้สัมผัสประสบการณ์แปลกใหม่ ณ พิพิธภัณฑ์ภาพสามมิติ แมจิค อาย (Magic Eye Museum) อีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่ต้องไปลอง มีพื้นที่กว่า 2,000 ตารางเมตร เป็นอาคาร 2 ชั้น แบ่งเป็นห้องแสดงภาพวาดต่าง ๆ เช่น ห้องภาพลวงตา, ห้องใต้สมุทร, ห้องสัตว์, ห้องศิลปินเก่า, ห้องโลกน้ำแข็ง, ห้องศิลปะแนวเหนือจริง (โลกจินตนาการ), ห้องภาพที่ให้ความสนุกสนาน  และห้องภาพที่ให้ความตื่นเต้น หวาดเสียว เป็นต้น โดยการวาดบนผนังและพื้นกว่า 100 ภาพ จากจิตรกรมืออาชีพจากประเทศเกาหลีที่สร้างสรรค์งานศิลปะภาพวาด 3 มิติ  และเดินทางต่อไปยัง ด่านนอก

\r\n\r\n

เย็น     รับประทานอาหาร จากนั้นแวะเข้าชม jurassic world Dinosaur Park  และถ่ายรูปกับสวนหมีแพนด้า  จากนั้นเดินทางกลับที่พัก พักผ่อนตาม อัธยาศัย

\r\n\r\n\r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n
\r\n

วันที่ 2    ตลาดกิมหยง - เดินทางกลับ

\r\n
\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

เช้า      รับประทานอาหาร ณ โรงแรมที่พัก เลือกซื้อของฝาก ณ ตลาดกิมหยงตามอัธยาศัย เที่ยวหาดใหญ่แล้วอย่าพลาดที่จะไปช็อปปิ้งของดีของฝาก ในย่านจับจ่ายสินค้าที่ใหญ่ที่สุดในหาดใหญ่กันที่ “ตลาดกิมหยง”

\r\n\r\n

11.00 น.ทุกท่านพร้อมกัน ณ ล๊อบบี้  เดินทางกลับสู่ภูมิลำเนาโดยสวัสดิภาพ

\r\n\r\n

****โปรแกรมอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม****

\r\n" 163 57402 สงขลา ภาคใต้ หาดใหญ่ – สงขลา ท่องเที่ยวอย่างเบิกบาน หาดใหญ่ – สงขลา 3 วัน 2 คืน\r\nวัดมหัตตมังคลาราม–ตลาดกิมหยง–เมจิกอาย–Hatyai Cable Car-เจดีย์สแตนเลส \r\nแหลมสมิหลา – พญานาคพ่นน้ำ -เขาตังกวน – พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสงขลา "\r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n
\r\n

 วันที่ 1    วัดมหัตตมังคลาราม–ตลาดกิมหยง–เมจิกอาย–Hatyai Cable Car-เจดีย์สแตนเลส       

\r\n
\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

เช้า      บริการอาหาร จากนั้นนำท่านเดินทางสู่

\r\n\r\n

·       วัดมหัตตมังคลาราม หรือ วัดหาดใหญ่ใน นมัสการพระนอนขนาดใหญ่ยาว 35 เมตร สูง 15 เมตร กว้าง 10 เมตร ชื่อพระพุทธหัตถมงคล สร้างวัดขึ้น ในวันที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2490 ต่อมากระทรวงศึกษาธิการประกาศตั้งเป็นวัด วันที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2490 ให้มีนามว่า “วัดหาดใหญ่ใน”

\r\n\r\n

·       นำท่านช็อบปิ้งที่ตลาดกิมหยง อย่าพลาดที่จะไปช็อปปิ้งของดีของฝาก ในย่านจับจ่ายสินค้าที่ใหญ่ที่สุดในหาดใหญ่กันที่ “ตลาดกิมหยง”  ซึ่งเป็นตลาดที่มีขนมขบเคี้ยวหรือของฝากให้คณะทัวร์ได้เลือกซื้อมากมายรวมทั้งสินค้าราคาถูก และแวะตลาดสันติสุข ที่อยู่ใกล้ๆกันเป็นตลาดใหญ่เหมือนตลาดกิมหยงแต่จะเน้นไปทางเครื่องใช้ไฟฟ้าราคาถูก

\r\n\r\n

เที่ยง      บริการอาหาร จากนั้นเดินทางสู่

\r\n\r\n

·       เข้าชมภาพสามมิติ  ณ เมจิกอาย ตื่นตาตื่นใจกับภาพ 3 มิติที่สวยงามและหวาดเสียว

\r\n\r\n

·       เดินทางไปสถานีกระเช้า ณ Hatyai Cable Car ชมวิวแบบ 360 องศา ของเมืองหาดใหญ่  ท่านจะมองเห็นไกลถึงทะเลสาบสงขลา

\r\n\r\n

·       นำท่านนมัสการพระพุทธมงคลมหาราช และไหว้ขอพรเจ้าแม่กวนอิม

\r\n\r\n

·       เดินทางไปยัง พระมหาธาตุเจดีย์ไตรภพไตรมงคล หรือที่รู้จักกันในชื่อของ ‘วัดสแตนเลส’ และ ‘เจดีย์สแตนเลส’ ตั้งอยู่บนยอดเขาคอหงส์  เจดีย์ที่นี่นับว่าเป็นเจดีย์สแตนเลสองค์แรกของโลก สร้างขึ้นเพื่อถวายเป็นพระราชกุสลแด่รัชกาลที่9 และเพื่อเป็นศูนย์รวมใจทางพุทธศาสนา วัฒนธรรม และขนบธรรมเนียมประเพณีไทย ตัวเจดีย์สีเงินดูสวยงามตระการตายามต้องแสง ประกายเงางาม ภายในยังมีบันไดเวียนสแตนเลสนำขึ้นสู่ชั้น2 อีกด้วย

\r\n\r\n

เย็น     บริการอาหาร จากนั้นนำท่านเข้าที่พัก พักผ่อนตามอัธยาศัย หรืออิสระทางการท่องราตรี (วันพุธ-วันอาทิตย์ จะมีตลาดนัดเปิดท้ายกับตลาดนัดกรีนเวย์ ตอนกลางคืน)บรรยายกาศ สำหรับตลาดนี้จะคึกคักกันในช่วงเวลาตั้งแต่ 18.00 – 20.30 การจัดตลาดในที่โล่งทำให้การเดินชมตลาดแห่งนี้ค่อนข้างสบาย

\r\n\r\n\r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n
\r\n

วันที่ 2    แหลมสมิหลา – พญานาคพ่นน้ำ -เขาตังกวน – พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสงขลา

\r\n
\r\n\r\n

เช้า      บริการอาหาร(ติ่มซำ ชิมบะกุเตะที่ขึ้นชื่อของหาดใหญ่) จากนั้นเดินทางต่อไปเมืองสงขลา

\r\n\r\n

·       ชมแหลมสมิหลาเป็นสถานที่ที่คือไอคอนของเมืองสงขลาที่ทุกคนต้องมาแวะถ่ายภาพไว้เป็นที่ระลึก หาดสมิหลาเป็นชายหาดที่มีโขดหินขนาดย่อมยื่นลงทะเล ทรายขาวละเอียดมากที่เรียกว่า "ทรายแก้ว" ร่มรื่นด้วยป่าสน และจากหาดสมิหลายังสามารถมองเห็นทิวทัศน์อันงดงามของเกาะหนูเกาะแมว จนมีคำกล่าวว่าใครมาเยือนสงขลาแล้วไม่มาเยือนสมิหลาก็เหมือนมาไม่ถึงสงขลา อีกทั้งบริเวณหาดยังมีสัญลักษณ์ที่มีชื่อเสียง นั่นก็คือ รูปปั้นนางเงือกทอง ที่ทุกคนต้องแวะมาถ่ายภาพเก็บไว้ บรรยากาศโดยรอบของชายหาดเต็มไปด้วยความเงียบสงบ มีร้านอาหาร รีสอร์ต และร้านขายของที่ระลึกมากมาย รวมทั้งมีกิจกรรมทางน้ำเติมความสนุกให้นักท่องเที่ยว

\r\n\r\n

·       เดินทางไปชมประติมากรรมพญานาคพ่นน้ำที่สวนสองทะเล พญานาคพ่นน้ำตั้งอยู่ที่สวนสองทะเลซึ่งเป็นแหลมขั้นระหว่างทะเลสาบน้ำจืดและทะเลอ่าวไทย พญานาคพ่นน้ำนั้นสวยในสองแบบคือกลางวันและกลางคืน ดูไปคล้ายกับสิงห์พ่นน้ำของประเทศสิงคโปร์

\r\n\r\n

เที่ยง    บริการอาหาร จากนั้น

\r\n\r\n

·       นำท่านขึ้นเขาตังกวน จุดชมวิวเมืองสงขลา สักการะพระมหาธาตุเจดีย์ ซึ่งรัชกาลที่ 9 เคยเสด็จ ณ ที่แห่งนี้

\r\n\r\n

·       จากนั้นเดินทางไปพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสงขลา เป็นพิพิธภัณฑ์ตั้งอยู่ในเมืองสงขลา  ตรงข้ามกำแพงเมืองจังหวัดสงขลา เป็นโบราณสถาน ของชาติ มีลักษณะสถาปัตยกรรมแบบจีน อายุกว่า 100 ปี ภายในจัดแสดงศิลปวัตถุที่เป็นมรดกทางวัฒนธรรม อันเป็นเอกลักษณ์ ของภาคใต้และของประเทศไทย  อาคารพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สงขลา เป็นสถาปัตยกรรมแบบจีนผสมยุโรป สร้างเป็นตึกก่ออิฐ สอปูน 2 ชั้น บ้านหันหน้าไปทางทิศตะวันตก หันหน้าสู่ทะเลสาบสงขลา ลักษณะตัวบ้านยกสูงจากพื้นดินประมาณ 1 เมตร ปลูกเป็น เรือนหมู่ 4 หลัง เชื่อมติดกันด้วยระเบียงทางเดิน มีบันไดขึ้น2 อาคารพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สงขลา เดิมเป็นคฤหาสน์ของผู้ช่วยเจ้าเมืองสงขลา พระยาสุนทรานุรักษ์

\r\n\r\n

เย็น     บริการอาหาร จากนั้นเข้าที่พัก พักผ่อนตามอัธยาศัย

\r\n\r\n\r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n
\r\n

วันที่ 3    หาดใหญ่ – กลับภูมิลำเนาโดยสวัสดิภาพ

\r\n
\r\n\r\n

เช้า      บริการอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก จากนั้นเดินทางกลับภูมิลำเนาโดยสวัสดิภาพ

\r\n\r\n

****โปรแกรมอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม****

\r\n" 164 57340 ประจวบคีรีขันธ์ ภาคกลาง ไหว้พระ 7 วัด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ไม่เพียงมีแต่สถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงามเท่านั้น แต่ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นวัด ซึ่งมีจิตรกรรม และเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญอีกหลายแห่ง "

\r\n" 165 56838 อุดรธานี ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มหัศจรรย์ล้านบัว ระบือทั่วหัตถศิลป์ เส้นทางท่องเที่ยว “มหัศจรรย์ล้านบัว ระบือทั่วหัตถศิลป์” เป็นเส้นทางที่ได้รับชมความสวยงามของบัวแดง ชมการสาธิตผ้าหมี่ย้อมคราม ชมความงามสวยงามของดอกไม้ และทัศนีภาพที่ภูฝอยลม และอื่นๆอีกมากมาย (ขอบคุณภาพถ่าย จาก คุณ Chanawut Budchim)\r\n "

\r\n" 166 61573 เชียงใหม่ ภาคเหนือ เรียนรู้ชุมชนแห่งภูมิปัญญา สืบสานคุณค่ามรดกไทย สัมผัสหัวใจชุมชนพอเพียง ชมจิตรกรรมกระซิบรักบันลือโลก ต่อด้วยอุโบสถสีทอง เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง นมัสการพระธาตุประจำปีเกิดปีขาล ชมโบราณสถานใจกลางอาณาจักรสุโขทัย สักการะพระพุทธชินราช สักการะพระพุทธมหาธรรมราชาเฉลิมพระเกียรติ ปิดท้ายด้วยโบราณสถานอันทรงคุณค่า "

เรียนรู้ชุมชนแห่งภูมิปัญญา สืบสานคุณค่ามรดกไทย สัมผัสหัวใจชุมชนพอเพียง

\r\n\r\n

          เดินทางสัมผัสกลิ่นไอภาคเหนือชมจิตรกรรมกระซิบรักบันลือโลก ต่อด้วยอุโบสถสีทองที่ตกแต่งด้วยสถาปัตยกรรมอันอ่อนช้อย เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงจากชุมชนเข้มแข็งตามศาสตร์พระราชา นมัสการพระธาตุประจำปีเกิดปีขาล ชมความงดงามโบราณสถานในกลางอาณาจักรสุโขทัย สักการะพระพุทธชินราชเมืองสองแคว เดินทางสู่เมืองแห่งสายหมอกสักการะพระพุทธมหาธรรมราชาเฉลิมพระเกียรติิ พระพุทธรูปองค์จำลองขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ปิดท้ายด้วยโบราณสถานอันทรงคุณค่า

\r\n\r\n\r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n \r\n
น่าน - แพร่ - สุโขทัย - พิษณุโลก - เพชรบูรณ์
\r\n 3 วัน 2 คืน
 
\r\n\r\n

วันที่ 1 น่าน - แพร่

\r\n\r\n

09.00 น.     สักการะพระพุทธรูปจตุรทิศปางประธานในอุโบสถเพื่อความเป็นสิริมงคล  ขอพรความรักกับปู่ม่านย่าม่าน กระซิบรักบันลือโลกเลื่องชื่อ  ชมสถาปัตยกรรมล้านนาล้ำค่าอย่างพระอุโบสถจัตุรมุขแห่งแรกในประเทศไทย ณ วัดภูมินทร์

\r\n\r\n

09.40 น.     เดินทางสู่ วัดศรีพันต้น ชมความวิจิตรงดงามของพระอุโบสถสีทองระยิบระยับ ตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่กลางวัด ประดับด้วยปูนปั้นอันวิจิตรบรรจง โดยเฉพาะบันไดมกรคายนาคเจ็ดเศียรอันอ่อนช้อย แสดงให้เห็นถึงฝือช่างล้านนาอันล้ำเลิศ

\r\n\r\n

10.40 น.     ตามรอยเศรษฐกิจพอเพียงกันที่ ชุมชนบ้านบ่อสวก ชุมชนแห่งภูมิปัญญา ดูเตาเผาเครื่องถ้วยโบราณ เรียนรู้เกษตรอินทรีย์ ลงมือทำเครื่องปั้นดินเผา ทำไส้อั่ว ทอผ้าบ้านซาวหลวง และรับประทานอาหารพื้นเมือง

\r\n\r\n

15.00 น.     นมัสการพระธาตุประจำปีเกิดปีขาล ณ วัดพระธาตุช่อแฮ สักการะพระเจ้านอน ขอพรพระเจ้าทันใจ ไหว้หลวงพ่อช่อแฮ ชมศิลปกรรมล้านนาอันงดงาม

\r\n\r\n

วันที่ 2 สุโขทัย - พิษณุโลก

\r\n\r\n

09.00 น.     เข้าสู่ใจกลางเมืองที่มากด้วยสถาปัตยกรรมล้ำค่าอย่างพระเจดีย์ ณ วัดมหาธาตุ อันมีศิลปะแบบสุโขทัยแท้คือเจดีย์ทรงพุ่มข้าวบิณฑ์ ชมพระอัฏฐารส พระพุทธรูปสูง 18 ศอก ที่สะท้อนถึงภูมิปัญญาชาวสุโขทัยที่สร้างพระพุทธรูปขนาดสูงใหญ่ได้อย่างงดงาม นอกจากนี้ยังสามารถปั่นจักรยานรับลมชมนครประวัติศาสตร์ อาทิ วัดตระพังเงิน วัดศรีสวาย วัดสระศรี หรือจะเป็นวัดนอกกำแพงเมืองอย่างวัดศรีชุมที่ขึ้นชื่อเรื่องพระอจนะ(พระพุทธรูปพูดได้) วัดพระพายหลวง วัดช้างล้อม ฯลฯ ณ อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยได้อย่างรื่นรมย์

\r\n\r\n

12.00 น.     รับประทานอาหารกลางวัน

\r\n\r\n

13.00 น.     เยือนเมืองสองแคว แวะกราบพระพุทธชินราช หรือ หลวงพ่อใหญ่ พระพุทธรูปที่มีความงดงามเป็นเลิศ ณ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร

\r\n\r\n

วันที่ 3 เพชรบูรณ์

\r\n\r\n

08.00 น.     เดินทางสู่ พุทธอุทยานเพชบุระ สักการะ พระพุทธมหาธรรมราชาเฉลิมพระเกียรติ พระพุทธรูปองค์จำลองขนาดใหญ่ที่สุดในโลกคู่บ้านคู่เมืองของชาวเพชรบูรณ์ 

\r\n\r\n

11.00 น.     ศึกษาแหล่งโบราณสถานอันเก่าแก่ที่มีอายุมากกว่า 800 ปี ณ อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ ที่มีโบราณสถานอันทรงคุณค่า อาทิ ศาลเจ้าพ่อศรีเทพ ปรางค์ศรีเทพ ปรางค์ฤๅษี ปรางค์สองพี่น้อง เป็นต้น จากนั้นเดินทางไปรับประทานอาหารกลางวัน เดินทางโดยสวัสดิภาพ

\r\n" 167 61569 กรุงเทพมหานคร ภาคกลาง เที่ยวกรุงใหม่ ศึกษากรุงเก่า สถาปัตยกรรมล้ำค่า 9 สิ่งมหัศจรรย์วัดโพธิ์ น้อมระลึกถึงพระบรมวงศานุวงษ์และพระประยุรญาติในรัชกาลที่ 5 ณ สุสานหลวง ชมความเรืองรองของโลหะปราสาท ขอพรความรักกับเจ้าแม่สร้อยดอกหมาก ย้อนเวลาสู่วัดประจำพระราชวังโบราณ พระพุทธรูปทรงเครื่องล้ำค่า

สถาปัตยกรรมล้ำค่า 9 สิ่งมหัศจรรย์วัดโพธิ์ น้อมระลึกถึงพระบรมวงศานุวงษ์และพระประยุรญาติในรัชกาลที่ 5 ณ สุสานหลวง ชมความเรืองรองของโลหะปราสาท ขอพรความรักกับเจ้าแม่สร้อยดอกหมาก ย้อนเวลาสู่วัดประจำพระราชวังโบราณ พระพุทธรูปทรงเครื่องล้ำค่า ตามรอยศาสตร์พระราชาที่บ้านของพ่อ

\r\n 168 61570 ราชบุรี ภาคกลาง เยือนชุมชนคนอาร์ต เที่ยวตลาดเมืองสายน้ำสามเวลา ชมพระอุโบสถทองคำร้อยล้าน สักการะพระศรีอารย์ ร่วมอนุรักษ์ละครหนังใหญ่ ดู Unseen Thailand ที่โบสถ์ปรกโพธิ์ เรียนรู้ประวัติศาสตร์สมัยรัชกาลที่ 2 เที่ยวชิม ชม ช็อป ณ ตลาดน้ำอัมพวาเมืองสายน้ำสามเวลา

ชมพระอุโบสถทองคำร้อยล้าน สักการะพระศรีอารย์ ร่วมอนุรักษ์ละครหนังใหญ่ ดู Unseen Thailand ที่โบสถ์ปรกโพธิ์ เรียนรู้ประวัติศาสตร์สมัยรัชกาลที่ 2 เที่ยวชิม ชม ช็อป ณ ตลาดน้ำอัมพวาเมืองสายน้ำสามเวลา

\r\n 169 61571 นครปฐม ภาคกลาง ชื่นชมความ'ยิ่งใหญ่' ลึกซึ้งใน “ศาสตร์พระราชา” นมัสการหลวงพ่อวัดไร่ขิง สักการะองค์พระปฐมเจดีย์คู่บ้านคู่เมือง ขอพรพระร่วงโรจนฤทธิ์ กราบไหว้หลวงพ่อโต เดินชมจิตรกรรมขุนช้างขุนแผน เรียนรู้วิถีชีวิตชาวนาตามรอยพระบาทในหลวงรัชกาลที่ 9 ขอพรหลวงพ่อใหญ่ พระพุทธรูปที่ใหญ่ที่สุดในประเทศคู่เมืองอ่างทอง "

ชื่นชมความ'ยิ่งใหญ่' ลึกซึ้งใน “ศาสตร์พระราชา”

\r\n\r\n

09.00 น.     เริ่มต้นการเดินทางยามเช้าด้วยการเดินทางไป นมัสการหลวงพ่อวัดไร่ขิง  พระพุทธรูปปางมารวิชัย บริเวณริมแม่น้ำหน้าโบสถ์เป็นเขตอภัยทาน ร่มรื่น มีปลาสวายตัวโตนับพันอาศัยอยู่ นักท่องเที่ยวสามารถซื้อขนมปังเลี้ยงปลาได้ และยังมีก๋วยเตี๋ยวเรือ รสเลิศขายทุกวัน นอกจากนี้ยังมีพิพิธภัณฑ์ของเก่าให้ได้ชม และในทุกปีทางวัดไร่ขิงจะจัดงานนมัสการหลวงพ่อวัดไร่ขิงขึ้น มีการออกร้านและมหรสพมากมาย

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

10.00 น.     สักการะองค์พระปฐมเจดีย์คู่บ้านคู่เมือง ขอพรพระร่วงโรจนฤทธิ์  วัดพระปฐมเจดีย์ราชวรมหาวิหาร หรือที่ชาวบ้านมักเรียกกันว่า วัดใหญ่ เป็นศูนย์รวมจิตใจชาวนครปฐมที่มีคุณค่าทั้งด้านประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรม ประติมากรรมที่งดงาม

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

12.00 น.     แวะรับประทานอาหารกลางวัน

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

13.30 น.     เข้าสู่เมืองสุพรรณ ที่ถ้าไม่มาแวะมา กราบไหว้หลวงพ่อโต วัดป่าเลไลยก์ ก็เหมือนมาไม่ถึงเมืองสุพรรณ เป็นวัดสำคัญคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดสุพรรณ เป็นวัดที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน สามารถเดินชมจิตรกรรมขุนช้างขุนแผน ซึ่งในช่วงวันหยุดจะมีผู้คนมากมายมากราบไหว้ขอพร ถ้าหากมีโอกาสมาเมืองสุพรรณ สถานที่แรกที่ไม่ควรพลาด ต้องแวะชมความงดงามขอหลวงพ่อโต และกราบไหว้เพื่อเป็นสิริมงคล

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

14.30 น.     ออกเดินทางสู่ ศูนย์เรียนรู้วิถีชีวิตและจิตวิญญาณชาวนาไทย-นาเฮียใช้  เพื่อเรียนรู้วิถีชีวิตชาวนาตามรอยพระบาทในหลวงรัชกาลที่ 9 ส่งเสริมคุณค่าของอาชีพชาวนาที่มีบุญคุณต่อผืนแผ่นดินไทย

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

17.00 น.     ชื่นชมความยิ่งใหญ่ในจังหวัดอ่างทอง ณ วัดม่วง ที่มีทั้งพระอุโบสถล้อมรอบด้วยกลีบบัวที่ใหญ่ที่สุด วิหารแแก้ว ดินแดนสวรรค์-นรก และพลาดไม่ได้ที่จะกราบสักการะ ขอพรหลวงพ่อใหญ่ พระพุทธรูปที่ใหญ่ที่สุดในประเทศคู่เมืองอ่างทอง อันมีพุทธลักษณะที่งดงามเป็นอย่างมาก ยิ่งถ้าขับรถไปช่วงเย็นๆ อากาศกำลังร่มรื่น มองจากไกลๆ แสงสีทองอร่ามจากองค์พระสะท้อนลงมาตัดกับทุ่งนาสีเขียว ยิ่งทำให้น่าเลื่อมใสศรัทธา

\r\n" 170 61572 ชลบุรี ภาคตะวันออก ท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ เที่ยวได้ทุกวันที่ดินแดนตะวันออกไทย ข้ามเรือมาเกาะล้านเล่นน้ำทะเลสีคราม สักการะพระนอนตะแคงซ้าย ศึกษาเส้นทางธรรมชาติป่าชายเลน เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงกับปราชญ์แห่งเกษตรอินทรีย์ น้อมระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เรียนรู้ประวัติศาสตร์ความเป็นมาที่สำคัญของยุทธนาวีเกาะช้า "

"ท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ เที่ยวได้ทุกวันที่ดินแดนตะวันออกไทย"

\r\n\r\n

วันที่ 1 

\r\n\r\n

08.00น.     เดินทางสู่ท่าเรือพัทยาใต้ เพื่อนั่งเรือข้ามไปยังเกาะที่มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาตินิยมเดินทางไปท่องเที่ยวกันมากเป็นอีกเกาะหนึ่งของจังหวัดชลบุรี นั่นคือ เกาะล้าน เกาะที่มีนักท่องเที่ยวและกิจกรรมให้ร่วมสนุกกันมากมาย ไม่ว่าจะเป็นชายหาดอันสวยงาม จุดชมวิวที่สามารถมองเห็นบริเวณรอบเกาะได้ และการที่เดินทางไปท่องเที่ยวยังเกาะล้านนี้ กิจกรรมที่จะพลาดไม่ได้นั่นคือ การขี่รถจักรยานยนต์ชมทิวทัศน์รอบๆเกาะ นอกจากนี้ยังมีโรงแรมและที่พักอีกมากมายที่จะคอยอำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวที่เดินทางไปท่องเที่ยวพร้อมกับบริการที่ท่านจะประทับใจอย่างแน่นอน

\r\n\r\n

08.50น.     เดินทางถึงเกาะล้าน ท่านสามารถเพลิดเพลินกับกิจกรรมต่างๆบนเกาะและสามารถพักผ่อนหย่อนใจได้ตามอัธยาศัย 

\r\n\r\n

วันที่ 2 

\r\n\r\n

10.00น.     เดินทางออกจากเกาะล้าน นั่งเรือกินลมชมวิว ข้ามมายังฝั่งที่ท่าเรือพัทยาใต้ หลังจากอิ่มเอมกับบรรยากาศของเกาะล้านอันสวยงาม และพักผ่อนหย่อนใจกันไปแล้ว เริ่มออกเดินทางไปยังจังหวัดต่อไปเพื่อท่องเที่ยวและหาประสบการณ์ใหม่ๆ เริ่มต้นกันที่จังหวัดระยอง

\r\n\r\n

11.30น.     เดินทางถึงวัดป่าประดู่ พระอารามหลวงแห่งแรกของจังหวัดระยอง เป็นวัดเก่าแก่อีก วัดหนึ่งในจังหวัดระยอง ทำบุญเพื่อความเป็นสิริมงคล และชมพระพุทธรูปเก่าแก่ที่มีความแตกต่างจากพระพุทธรูปวัดอื่นๆคือ เป็นพระพุทธรูปไสยาสน์ตะแคงซ้าย และลอดใต้โบสถ์เก่าแก่เพื่อสะเดาะเคราะห์เเละความสิริมงคลแก่ชีวิต

\r\n\r\n

รับประทานอาหารกลางวัน

\r\n\r\n

14.00น.     หลังจากทำบุญกันอิ่มอกอิ่มใจแล้ว เดินทางมาถึงจังหวัดจันทบุรี เริ่มการท่องเที่ยวเชิงเกษตรกันที่ศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง สวนลุงฉลวย เป็นหนึ่งในศูนย์เรียนรู้ต้นแบบเกี่ยวกับการทำสวนไม้ผลและเกษตรผสมผสานอย่างปลอดภัย ศึกษาการทำเกษตรแบบผสมผสาน การทำปุ๋ยหมักชีวิภาพเพื่อนำไปใช้ในชุมชน เรียนรู้การอยู่อย่างพอเพียงโดยการพึ่งตนเอง และสนุกสนานเพลิดเพลินไปกับกิจกรรมที่ศูนย์ได้จัดไว้ให้

\r\n\r\n

วันที่ 3

\r\n\r\n

09.30น.     ต้อนรับสู่เช้าวันใหม่ เริ่มการเดินทางที่แรกของวันด้วย การท่องเที่ยวตามรอยศาสตร์พระราชา ณ  ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จากพื้นที่ที่โดนบุกรุกทำนากุ้งถูกพัฒนาเป็นพื้นที่ป่าชายเลนที่มีความอุดมสมบูรณ์ ด้วยพระปรีชาสามารถของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบนอันเนื่องมาจากพระราชดำริได้รับความสนใจและความนิยมจากนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมากที่ได้เข้ามาเรียนรู้ถึงการอนุรักษ์ป่าชายเลย เดินชมความอุดมสมบูรณ์ของอ่าวคุ้งกระเบนผ่านเส้นทางศึกษาธรรมชาติ และจุดชมวิวที่สามารถเห็นวิวโดยรอบของอ่าวคุ้งกระเบนได้ 

\r\n\r\n

รับประทานอาหารกลางวัน

\r\n\r\n

13.00น.     เดินทางสู่ดินแดนสุดทางบูรพา จังหวัดตราด จังหวัดที่มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาตินิยมเดินทางไปท่องเที่ยวยังเกาะต่างๆภายในจังหวัดตราดกันมากมาย แต่นอกจากเกาะและชายหาดแล้ว มีสถานที่หนึ่งที่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวอันเก่าแก่และมีประวัติศาสตร์อันยาวนาน นั่นคือ วัดโยธานิมิตร วัดหลวงเพียงแห่งเดียวในจังหวัดตราด มีประวัติศาสตร์ยาวนานมาตั้งแต่สมัยสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช โดยในแต่ละปีจะมีการจัดงาน วันระลึกถึงพระเจ้าตากสินมหาราช และมีการเทศน์มหาชาติซึ่งเป็นอีกกิจกรรมหนึ่งที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวที่สนใจให้เดินทางมาท่องเที่ยวจังหวัดตราดได้เป็นอย่างมาก

\r\n\r\n

14.10น.     ไม่ใกล้ไม่ไกลจากวัดโยธานิมิตรมากนัก มีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจและเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ถ่ายทอดเรื่องราวและวัฒนธรรม ชีวิตความเป็นอยู่ของชาวจังหวัดตราดได้เป็นอย่างดี หากท่านใดสนใจ สามารถเดินทางมาได้ยังพิพิธภัณฑสถานเมืองตราด ภายในพิพิธภัณฑ์จัดแสดงเรื่องราวของจังหวัดตราดตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์มาจนถึงสมันกรุงรัตนโกสินทร์ ผ่านนิทรรศการที่ว่าด้วยเรื่องของภูมิศาสตร์ ภูมิอากาศ ทรัพยากรธรรมชาติ วัฒนธรรมและกลุ่มชาติพันธุ์ ทำให้ผู้ที่เข้าชมรู้สึกเข้าถึงจังหวัดตราดได้เป็นอย่างดี 

\r\n\r\n

นอกจากนี้ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆอีกมากมายในภาคตะวันออกที่รอให้ทุกๆท่านเข้าไปสัมผัสถึงเรื่องราวอันน่าสนใจ และความสวยงามของสถานที่ท่องเที่ยว รวมไปถึงประสบการณ์ใหม่ๆที่ท่านจะได้การเดินทางท่องเที่ยว ร่วมเดินทางท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ในดินแดนตะวันออกแล้วท่านจะพบกับความประทับที่ท่านไม่รู้ลืม

\r\n" 171 61574 ตาก ภาคเหนือ มุ่งสู่ล้านนา ตระการตาสถาปัตย์ นมัสการพระบรมธาตุประจำปีเกิดปีมะเมียและปีระกา สักการะรอยพระพุทธบาทสี่รอย ขึ้นดอยนมัสการพระบรมธาตุประจำปีเกิดปีมะแม ทำกิจกรรม เรียนรู้วิถีชีวิตพอเพียงบ้างปงห้วยลาน เดินทางสู่เมืองรถม้า ชมต้นกำเนิดชามตราไก่ชื่อดัง ชมเสน่ห์สถาปัตยกรรมล้านนาอันวิจิตรงดงา

นมัสการพระบรมธาตุประจำปีเกิดปีมะเมียและปีระกา สักการะรอยพระพุทธบาทสี่รอย ขึ้นดอยนมัสการพระบรมธาตุประจำปีเกิดปีมะแม ทำกิจกรรม เรียนรู้วิถีชีวิตพอเพียงบ้างปงห้วยลาน เดินทางสู่เมืองรถม้า ชมต้นกำเนิดชามตราไก่ชื่อดัง ชมเสน่ห์สถาปัตยกรรมล้านนาอันวิจิตรงดงามจนเป็นหนึ่งใน Unseen Thailand

\r\n 172 61575 นครราชสีมา ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เที่ยวดินแดนปราสาทขอม ตามรอยอารยธรรมโบราณถิ่นอีสาน เรียนรู้การทำเกษตรไร้สารพิษตามแนวพระราชดำริ ชมทับหลังอันล้ำค่่า ตามรอยทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์ ศึกษาประวัติศาสตร์ผ่านสถาปัตยกรรมขอม ณ ดินแดงแห่งปางช้าง รับแสงแรกสาดส่องสู่ภาพแกะสลักนูนต่ำใต้หน้าผาอายุพันกว่าปี สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิืแห่งปราสาทโดนตวล "

เที่ยวดินแดนปราสาทขอม  ตามรอยอารยธรรมโบราณถิ่นอีสาน

\r\n\r\n

วันที่ 1

\r\n\r\n

09.00 น.    เรียนรู้การทำเกษตรไร้สารพิษตามแนวพระราชดำริ "ปลูกป่าสามอย่างประโยชน์สี่อย่าง" กันที่ ศูนย์กสิกรรมไร้สารพิษอันเนื่องมาจากพระราชดำริ แวะมาชมพื้นที่การเกษตรในแหล่งท่องเที่ยว ท่ามกลางธรรมชาติบริสุทธิ์แบบนี้ ถือเป็นการพักผ่อนที่ดีอีกรูปแบบหนึ่ง ที่ช่วยชาร์ตพลังความสดชื่นคืนกลับสู่ ร่างกายได้ดีไม่แพ้สิ่งใด

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

12.00 น.     แวะรับประทานอาหารระหว่างการเดินทาง

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

13.30 น.     เยือนดินแดนปราสาทขอม ชมทับหลังอันล้ำค่่า ณ ปราสาทเมืองต่ำ ที่มีการวางผังที่แฝงความหมายตามคติการสร้างศาสนสถานขอมที่เกี่ยวกับความเชื่อในเรื่องแกนกลางของจักรวาล มีทับหลังที่มีลวดลายสวยงามมากมายที่ควรค่าแก่การรักษา

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

14.20 น.     ตามรอยทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์ โบราณวัตถุที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของไทยที่เชื่อว่าถูกโจรกรรมไปในอดีต และถูกนำไปจัดแสดงอยู่ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา แต่ในที่สุดชาวไทยก็ได้ทับหลังชิ้นนี้คืนมาทันวันพิธีเปิด อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง พอดี นอกจากนี้ที่นี่ยังแสดงถึงภูมิปัญญาของคนโบราณนั้นน่าทึ่ง ที่นอกจากสถาปัตยกรรมของปราสาทพนมรุ้งอันยิ่งใหญ่และงดงามแล้ว ใครเลยจะรู้ว่า มีวันเวลาที่เขาคำนวณได้อย่างน่าพิศวง ตรงที่ในฤดูกาลต่างกัน เมื่อพระอาทิตย์ส่องแสงตรง 15 ช่องประตู ที่เรียงกันได้อย่างน่าเหลือเชื่อ โดยจะเกิดขึ้นปีละ 4 ครั้ง

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

16.00 น.     ดินแดงแห่งปางช้าง ยินดีต้อนรับสู่การศึกษาประวัติศาสตร์ผ่านสถาปัตยกรรมขอม ณ ปราสาทบ้านพลวง สร้างตามแบบศิลปะแบบบาปวนสร้างด้วยหินทรายสีขาวบนฐานศิลาแลง ซึ่งเราสามารถศึกษาและกำหนดอายุได้จากลวดลายและลักษณะของทับหลังที่มีส่วนท่อนพวงมาลัยมีอุบะมาแบ่งเลี้ยว และลวดลายที่ประดับตกแต่งตามส่วนต่างๆของปราสาท

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

วันที่ 2

\r\n\r\n

06.00 น.     ต้อนรับการเดินทางของวันที่สอง ด้วยการพาไปชมศิลปกรรมเก่าแก่อีกที่หนึ่ง ณ ผามออีแดง ตั้งอยู่ภายในอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร เป็นจุดชมวิวแสงแรกของวันที่นักท่องเที่ยวให้ความสนใจเป็นอย่างมาก ในฤดูหนาวจะมีนักท่องเที่ยวมาชมทะเลหมอกกันอย่างล้นหลาม และอีกหนึ่งจุดสำคัญคือภาพแกะสลักนูนต่ำอยู่ใต้หน้าผาซึ่งมีอายุประมาณ 1,500 ปีถือว่าเป็น Unseen Thailand อีกด้วย

\r\n\r\n


\r\n09.00 น.     ลงจากเขาพระวิหาร ถัดมาไม่ไกลเป็นที่ตั้งของ ปราสาทโดนตวล ปราสาทแห่งนี้ถูกค้นพบในบริเวณที่เป็นป่า ตั้งเด่นอยู่เพียงองค์เดียว แต่เป็นสถานที่ที่นักท่องเที่ยวขึ้นมาเยี่ยมชมเป็นจำนวนมาก เพราะด้วยปราสาทที่ตั้งอยู่เพียงองค์เดียวเป็นที่สะดุดตา และหากมาตรงกับช่วงที่มีพิธีบวงสรวงท่านจะได้พบกับการรำถวายหน้าปราสาทเพื่อความเป็นสิริมงคล ซึ่งมีความสวยงามเป็นอย่างมาก

\r\n" 173 61576 ชัยภูมิ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เที่ยวเมืองธรรมชาติ นมัสการพระธาตุขามแก่น สัมผัสดินแดนนครตักศิลา เล่นน้ำตกสัมผัสธรรมชาติ ชมโบราณสถานที่มีความสมบูรณ์ที่สุดในจังหวัดชัยภูมิ นมัสการพระธาตุขามแก่น เข้าชมเจดีย์กลางน้ำ สักการะพระพุทธมงคลและพระพุทธมิ่งเมือง พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของชาวกันทรวิชัย

เล่นน้ำตกสัมผัสธรรมชาติ ชมโบราณสถานที่มีความสมบูรณ์ที่สุดในจังหวัดชัยภูมิ นมัสการพระธาตุขามแก่น เข้าชมเจดีย์กลางน้ำ สักการะพระพุทธมงคลและพระพุทธมิ่งเมือง พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของชาวกันทรวิชัย

\r\n 174 61577 สกลนคร ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ นมัสการพระธาตุคู่เมือง ชมความรุ่งเรืองพระศาสนา เรียนรู้คุณค่าศิลปวัฒนธรรมไทย นมัสการพระธาตุที่ประดิษฐานรอยพระบาทพระพุทธเจ้าถึง 4 พระองค์คู่เมืองสกลนคร ร่วมกันเป็นลูกพระธาตุด้วยการไปสักการะพระธาตุประจำปีเกิดปีวอก และยังเป็น 1ใน8 พระธาตุประจำวันเกิดประจำวันอาทิตย์ มุ่งสู่สุดเขตแดนสยามริมฝั่งแม่น้ำโขง เข้านมัสการพระธาตุภูมโนรมย์

นมัสการพระธาตุที่ประดิษฐานรอยพระบาทพระพุทธเจ้าถึง 4 พระองค์คู่เมืองสกลนคร ร่วมกันเป็นลูกพระธาตุด้วยการไปสักการะพระธาตุประจำปีเกิดปีวอก และยังเป็น 1ใน 8 พระธาตุประจำวันเกิดประจำวันอาทิตย์ มุ่งสู่สุดเขตแดนสยามริมฝั่งแม่น้ำโขง เข้านมัสการพระธาตุภูมโนรมย์ ณ มุกดาหาร

\r\n 175 61578 อุดรธานี ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สัมผัสความสงบของหัวใจ ลึกซึ้งในพระธรรมคำสอน นอนสบายๆชมทะเลภูเขา ปฏิบัติธรรมยามเช้า เข้าถึงหลักธรรมคำสอนพระพุทธศาสนา เดินชมโบราณสถานอันทรงคุณค่า สักการะหลวงพ่อพระใส ชมเจดีย์พิพิธภัณฑ์พระราชนิโรธรังสีฯ สัมผัสกับบรรยากาศหนาวเย็นบนยอดภูเรือ ตระการตาด้วยพระอุโบสถไม้สักทั้งหลังแกะสลักด้วยลวดลายอันวิตรบรรจง นมัสการพระธา

ปฏิบัติธรรมยามเช้า เข้าถึงหลักธรรมคำสอนพระพุทธศาสนา เดินชมโบราณสถานอันทรงคุณค่า สักการะหลวงพ่อพระใส ชมเจดีย์พิพิธภัณฑ์พระราชนิโรธรังสีฯ สัมผัสกับบรรยากาศหนาวเย็นบนยอดภูเรือ ตระการตาด้วยพระอุโบสถไม้สักทั้งหลังแกะสลักด้วยลวดลายอันวิตรบรรจง นมัสการพระธาตุศรีสองรัก เข้าชมพระอุโบสถที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย

\r\n 176 61579 นครศรีธรรมราช ภาคใต้ แหล่งธรรมะลือนาม งดงามแดนใต้ เที่ยวเมืองร้อยเกาะ สักการะพระบรมธาตุไชย า พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านไชยา สัมผัสความงดงามของผ้าไหมแห่งภาคไต้ พักจิตใจให้ร่มเย็นเรียนรู้หลักธรรมคำสอนจากท่านพุทธทาสภิกขุ นอนโฮมสเตย์กลางหุบเขาหลวงทำกิจกรรมสร้างสรรค์จากวัตถุดิบธรรมชาติ ไหว้ศาลหลักเมืองนครศรีธรรม

เที่ยวเมืองร้อยเกาะ สักการะพระบรมธาตุไชยา ชมพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านไชยา สัมผัสความงดงามของผ้าไหมแห่งภาคไต้ พักจิตใจให้ร่มเย็น เรียนรู้หลักธรรมคำสอนจากท่านพุทธทาสภิกขุ นอนโฮมสเตย์กลางหุบเขาหลวง ทำกิจกรรมสร้างสรรค์จากวัตถุดิบธรรมชาติ ไหว้ศาลหลักเมืองนครศรีธรรมราช สักการะพระบรมธาตุที่ใหญ่ที่สุดในภาคใต้ ตามรอย 1 ใน 6 บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ในพิธีพุทธาภิเษก

\r\n 177 61580 ชุมพร ภาคใต้ สัมผัสน้ำแร่ แช่น้ำทะเล ไหว้เสด็จในกรมฯเดินเล่นหาดทรายสีขาวนวล สักการะหนึ่งในสามพระบรมธาตุของภาคใต้ นอนโฮมสเตย์ริมทะเลพร้อมกิจกรรมตกหมึกสุดประทับใจ ชมการทำเกษตรชุมชน ตามรอยศาสตร์พระราช แดนทางสู่เมืองคอคอดกระ แช่น้ำแร่บริสุทธิ์ผ่อนคลายอิริยาบถ ชมที่ประทับแรมของกษัตริย์สามพระ

ไหว้เสด็จในกรมฯ เดินเล่นหาดทรายสีขาวนวล สักการะหนึ่งในสามพระบรมธาตุของภาคใต้ นอนโฮมสเตย์ริมทะเลพร้อมกิจกรรมตกหมึกสุดประทับใจ ชมการทำเกษตรชุมชน ตามรอยศาสตร์พระราชา เดินทางสู่เมืองคอคอดกระ แช่น้ำแร่บริสุทธิ์ผ่อนคลายอิริยาบถ ชมที่ประทับแรมของกษัตริย์สามพระองค์

\r\n 178 61827 ชัยภูมิ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เที่ยวหนึ่งวัน ณ เมืองผู้กล้า เข้าวัดเข้าวา ชมธรรมชาติ เที่ยวหนึ่งวัน ณ เมืองผู้กล้า เข้าวัดเข้าวา ชมธรรมชาติ นำพาทุกท่านท่องเที่ยวไปยังจังหวัดชัยภูมิ ดินแดนที่มีความสวยงามไม่แพ้จังหวัดใดในประเทศไทย ร่วมเดินทางไปสัมผัสสถานที่ท่องเที่ยวอันสวยงาม อากาศอันบริสุทธิ์ และประการณ์ที่คุณจะประทับใจไม่รู้ลืม "

"เที่ยวหนึ่งวัน ณ เมืองผู้กล้า เข้าวัดเข้าวา ชมธรรมชาติ"

\r\n\r\n

08.00 น.     เริ่มเดินทางกันด้วยการไปสักการะพระธาตุชัยภูมิ ณ วัดอรุณธรรมสถาน ตั้งอยู่บริเวณบ้านภูสองชั้น ต.เก่าย่าดี อ.แก้งคร้อ จ.ชัยภูมิ เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมของพุทธศาสนิกชน และผู้ที่สนใจในการปฏิบัติธรรม เนื่องจากความเหมาะสมของสถานที่ที่เงียบสงบ ล้อมรอบไปด้วยธรรมชาติและอากาศอันบริสุทธิ์ รวมไปถึงสถาปัตยกรรมที่สวยงาม และ ศาสนสถานที่สำคัญคือ พระมหาธาตุรัชมงคลเจดีย์สิริชัยภูมิ หรือพระธาตุชัยภูมิ ตั้งเด่นสง่าอยู่ภายในวัด โดยสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ เจ้าอาวาสวัดปากน้ำภาษีเจริญ กรรมการมหาเถรสมาคม เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ ประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์ เมื่อวิสาขมาส พุทธศักราช 2552 

\r\n\r\n

10.15 น.     สำหรับท่านใดที่ชอบการสวมใส่เสื้อผ้าพื้นเมือง หรือหาผ้าดีๆซักผืน นำไปตัดเป็นชุดสวยๆ สามารถมาตามหาได้ที่ กลุ่มทอผ้าบ้านเขว้า โดยคนในชุมชนได้รับการถ่ายถอดความรู้ด้านการทอผ้าไหมมัดหมี่ มาจากรุ่นสู่รุ่น และพัฒนามาเป็นสินค้า O-TOP ของชาวบ้านเขว้า โดยในชุมชนยังมีกิจกรรมให้นักท่องเที่ยวได้ทำร่วมกับคนในชุมชนอีกด้วย เช่น การสาธิตการผลิตผลิตภัณฑ์ เช่น การทอผ้า  การเพนท์ผ้า  การหยอดทอง  เป็นต้น 

\r\n\r\n

                                         

\r\n\r\n

รับประทานอาหารกลางวัน 

\r\n\r\n

13.00 น.     เดินทางสู่สถานที่ท่องเที่ยวเชิงศาสนา ที่เมื่อเดินทางไปท่องเที่ยวแล้วอิ่มทั่งบุญ อิ่มทั้งบรรยากาศ สถานที่แห่งนั่นคือ วัดชัยภูมิพิทักษ์ สักการะพระพุทธชัยภูมิพิทักษ์ พระพุทธรูปประจำของวัด และพระธาตุผาเกิ้ง ซึ่งเป็นศาสนสถานประจำของวัดโดยมีลักษณะเป็นเจดีย์ทรงน้ำเต้ากลมเป็นศิลปะที่ผสมผสานระหว่างพระธาตุพนม กับพระปฐมเจดีย์ นอกจากนี้ยังมีจุดเด่นและสุดที่น่าสนใจของวัดอีกแห่งหนึ่งนั่นคือ ผาเกิ้ง ซึ่งเป็นจุดชมวิวที่อยู่ภายในวัดชัยภูมิพิทักษ์ มีนักท่องเที่ยวจำนวนไม่น้อยที่นิยมมายังจุดชมวิวผาเกิ้งแห่งนี้ โดยคำว่าผาเกิ้ง เป็นภาษาอีสานซึ่งหมายถึงพระจันทร์ ดังนั้นผาเกิ้งจึงเป็นชื่อผาที่มีลักษณะเป็นผาครึ่งวงกลมยื่นออกไปคล้ายพระจันทร์เสี้ยว

\r\n\r\n

                                            

\r\n\r\n

14.30 น.     ห่างไปไม่ไกลจากวัดชัยภูมิพิทักษ์เป็นอุทยานแห่งชาติภูแลนคา อุทยานแห่งชาติที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยวเป็นจำนวนมากอีกแห่งหนึ่ง โดยสถานที่ท่องเที่ยวภายในอุทยานแห่งชาติภูแลนคาที่เป็นสถานที่ที่นักท่องเที่ยวมาท่องเที่ยวกันเป็นจำนวนมาก นั่นคือ มอหินขาว หรือ ที่ใครหลายๆคนคงทราบกันดีว่าเป็น สโตนเฮนจ์เมืองไทย โดยจะมีลักษณะเป็นแท่งหินสีขาวตั้งเด่นเป็นสง่า โดยมีเรื่องเล่าเกี่ยวกับที่มาของชื่อว่าในทุกคืนวันพระ15 ค่ำและ8 ค่ำจะมีแสงสีขาวส่องขึ้นมา ทำให้คนเฒ่าคนแก่สมัยนั้นเรียกที่นี่ว่า มอหินขาว โดยมอหินขาวแห่งนี้เคยได้รับการคัดเลือกให้เป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ของท่านมุ้ยเรื่องตำนานพระนเรศวรมหาราชมาแล้ว เรียกได้ว่าเป็นอีกสถานที่ที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาด

\r\n\r\n

\r\n\r\n

                 หลังจากท่องเที่ยวอย่างสนุกสนานและเพลินกันมาทังวัน งานเลี้ยงย่อมมีวีนเลิกลาแต่ความทรงจำและความประทับใจจะยังคงอยู่ในใจ หากท่านใดที่อยากมาท่องเที่ยวจังหวัดชัยภูมิแต่ยังไม่มีจุดหมายปลายทาง ลองมาท่องเที่ยวตามเส้นทางของเรา อาจจะไม่ได้เป็นเส้นทางที่โด่งดัง แต่สามารถทำให้ท่านประทับใจได้อย่างแน่นอน

\r\n\r\n

 

\r\n" 179 61769 อุตรดิตถ์ ภาคเหนือ เที่ยวอุตรดิตถ์ พิชิตเมืองลับแล ถ้าพูดถึงสถานที่ท่องเที่ยวของทางภาคเหนือ คงหนีไม่พ้นเชียงใหม่ แพร่ น่าน ดินแดนล้านนาที่มากด้วยแหล่งท่องเที่ยวมากมาย นักท่องเที่ยวคึกคัก แต่ใครว่าอุตรดิตถ์เป็นแค่ทางผ่าน ต้องลองแวะเที่ยวกันหน่อย แล้วคุณจะหลงรัก "

"เที่ยวอุตรดิตถ์ พิชิตเมืองลับแล"

\r\n\r\n

วันแรก

\r\n\r\n

09.00 น.     เริ่มต้นการเดินทางด้วยการไปสูดอากาศอันสดชื่่น เล่นน้ำตกให้ชื่นใจกันที่ น้ำตกแม่พูล เป็นน้ำตกที่ทางจังหวัดสร้างขึ้นโดยการตกแต่งลำธาร โดยการเทปูน มีความสูงหลายชั้น มีลักษณะเป็นฝายน้ำล้น บรรยากาศร่มรื่น มีน้ำตลอดทั้งปี บริเวณใกล้ๆ น้ำตกเป็นสวนลางสาด บริเวณน้ำตกมีร้านจำหน่ายของที่ระลึก ร้านอาหารและที่จอดรถไว้บริการ

\r\n\r\n

\r\n\r\n

10.30 น.     หลังจากเล่นน้ำตกให้ชุ่มช่ำหัวใจกันแล้ว มุ่งหน้าเข้าสู่ตัวอำเภอลับแล ระหว่างทางยังสามารถแวะถ่ายรูป ชมธรรมชาติกันที่ทุ่งทานตะวันเมืองลับแล

\r\n\r\n

11.00 น.     เดินทางมาถึง เมืองลับแล เมืองแห่งจักรยาน เมืองที่ห้ามพูดโกหก ที่มีตำนานเล่าขานมาอย่างลือเลื่อง แต่ที่นี่ไม่ได้มีแค่ตำนานที่น่าสนใจ ยังมีสิ่งที่น่าสนใจมากมาย เริ่มตั้งแต่ ศูนย์บริการนักท่องเที่ยววิถีเมืองลับแล ตั้งอยู่ใกล้กับซุ้มประตูเมืองลับแล คอยให้บริการนักท่องเที่ยวให้ข้อมูล คำแนะนำเกี่ยวกับการท่องเที่ยว ที่นี่ยังมีจักรยานให้ยืมฟรีสำหรับนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะไว้ปั่นสัมผัสวิถีชีวิตชาวลับแลกันอย่างใกล้ชิด ปั่นผ่านซุ้มประตูไปยัง พิพิธภัณฑ์เมืองลับแล เรียนรู้วิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวลับแล จากนนั้นแวะสักการะนักปกครองตัวอย่างของกระทรวงมหาดไทยที่ อนุสาวรีย์พระศรีพนมมาศ จากนั้นแวะเช็คอินกันตรงหลักกิโลเมืองลับแลกัน ระหว่างทางสัมผัสได้ถึงความเป็นกันของชาวลับแลที่ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น เลี้ยวขวาไปตามถนนข้าวแคบไปยัง บ้านร้อยปีคุณมงคล  เรือนไม้ที่อยู่คู่เมืองลับแลมาเป็นเวลากว่า 100 ปี ปัจจุบันเปิดเป็นโฮมสเตย์บ้างเป็นบางโอกาส และสามารถเข้าชมได้ จากนั้นปั่นกลับเข้ามาในตัวเมืองเพื่อตามล่าหาของอร่อยขึ้นชื่อที่เขาว่ากันว่ามาลับแลแล้วห้ามพลาดเพราะกองทัพต้องเดินด้วยท้อง เลี้ยวซ้ายเข้าถนนอินใจมี และเลี้ยวซ้ายอีกทีเข้าถนนราษฎร์อุทิศ หรือ ถนนคนกิน ตลอดสองข้างทางมีอาหารขึ้นชื่อมากมายรอให้ได้ไปสัมผัสอย่าง ร้านเจ๊นีย์ของทอดลับแลรสเด็ด ร้านดังเจ้าอร่อยของลับแล เปิดมานานกว่า 30 ปี ร้านหมี่พันป้าหว่าง หมี่พันหรือข้าวแคบ เป็นข้าวเกรียบพื้นเมืองของคนลับแล ร้านข้าวพันอินดี้กับป้าตอข้าวพันผัก ร้านก๋วยเตี๋ยวแฝดที่นาทะเล ร้านก๋วยเตี๋ยวรักไอติม หรือจะเป็น หลงลับแล-หลินลับแล ทุเรียนพันธุ์ที่โด่งดังที่สุดในเมืองลับแลด้วยรสชาติอันหวานมัน หอม อร่อย และที่สำคัญกลิ่นไม่แรงเป็นเอกลักษณ์เด่นเฉพาะ

\r\n\r\n

\r\n\r\n

     เมื่อปั่นจักรยานสัมผัสวิถีชีวิตชาวลับแลกันอย่างใกล้ชิดแล้ว แวะพักผ่อนกันก่อนเพื่อเตรียมร่างกายให้พร้อมก่อนออกเดินทางกันวันที่สอง

\r\n\r\n

วันที่สอง

\r\n\r\n

06.00 น.     ตื่นแต่เช้ามาใส่บาตรพระ เพื่อความเป็นสิริมงคลตลอดการเดินทาง เดินช้อปกันที่ตลาดเช้าเมืองลับแล ใกล้ชิดกับชาวลับแลมากยิ่งขึ้น จากนั้นเดินทางไปสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง

\r\n\r\n

08.00 น.     เดินทางมาถึง วัดพระแท่นศิลาอาสน์ ที่มีพระแท่นศิลาอาสน์เป็นศิลาแลงรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ฐานของพระแท่นโดยรอบประดับด้วยลายกลีบบัว มีตำนานเล่าว่าพระพุทธเจ้าเมื่อครั้งเป็นพระโพธิสัตว์เคยเสด็จมาจำศีลบำเพ็ญพุทธบารมี ณ ที่แห่งนี้ ต่อมาจึงมีการสร้างพระแท่นศิลาอาสน์ขึ้น บริเวณใกล้กันยังมี วัดพระยืนพุทธบาทยุคล เป็นวัดเก่าแก่คู่กันมากับวัดพระแท่นศิลาอาสน์ ซึ่งอยู่บนเนินเขาลูกเดียวกันแต่คนละยอด มีมณฑปครอบรอยพระพุทธบาทคู่ที่ประดิษฐานบนฐานดอกบัว สองวัดนี้เป็นวัดที่มีประชาชนศรัทธาเดินทางมาสักการะกันเป็นอย่างมาก จากนั้นเดินทางไปยัง วัดพระบรมธาตุทุ่งยั้ง เป็นวัดเก่าแก่มีตำนานเกี่ยวพันกับอีก 2 วัดที่กล่าวมาอีกด้วยที่พระบรมธาตุทุ่งยั้ง บรรจุพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้าอีกด้วย

\r\n\r\n

  

\r\n\r\n

จากนั้นเดินทางไปกันต่อไปชมงานหัตถกรรมขึ้นชื่อของจังหวัดอุตรดิตถ์ ระหว่างยังแวะชม ไร่องุ่นคานาอัน เป็นไร่องุ่นแห่งแรกของจังหวัดอุตรดิตถ์ ซึ่งพอเดินเข้ามาถึงด้านใน ก็ให้ความรู้สึกราวกับอยู่เมืองนอกเลยแหละ เพราะออกแบบสถาปัตยกรรมเป็นตัวอาคารแบบทัสคานี ของประเทศอิตาลี เน้นความโค้งมน โดยใช้สีส้มสลับเหลืองแลดูโดดเด่น ที่นี่มีหอคอยขนาดย่อม พร้อมบันไดวนไว้ให้ขึ้นมาชมวิวแบบ 360 องศา ด้านข้างเป็นไร่องุ่นสีเขียวครึ้มรอเก็บเกี่ยวผลผลิต ใกล้กันมีบ่อน้ำขนาดใหญ่ให้ความชุ่มชื่น รวมไปถึงร้านขายอาหาร-เครื่องดื่ม และร้านขายของที่ระลึก ที่พร้อมให้ความสุขกับนักท่องเที่ยวทุกคนที่มาเยี่อมเยือน

\r\n\r\n

  

\r\n\r\n

11.00 น.     เดินทางมาถึงบ่อเหล็กน้ำพี้ แหล่งสินแร่เหล็กตามธรรมชาติ มีอยู่ด้วยกันหลายบ่อ แต่บ่อที่สำคัญและสงวนใช้สำหรับพระมหากษัตริย์ มีอยู่ 2 บ่อ คือ บ่อพระแสง ไว้สำหรับทำพระแสงดาบถวายสำหรับพระมหากษัตริย์เท่านั้น และ บ่อพระขรรค์ ไว้ถลุงทำพระขรรค์ถวายพระมหากษัตริย์เท่านั้น ใช้ในการศึกสงครามมาตั้งแต่สมัยโบราณ มีความเชื่อมาแต่โบราณว่าเหล็กจากแหล่งแร่เหล็กน้ำพี้มีความแข็งแกร่ง ความศักดิ์สิทธิ์และอาถรรพ์ในตัว โดยจัดให้เหล็กน้ำพี้อยู่ในโลหะธาตุตระกูลเดียวกับ เหล็กไหล ปัจจุบันได้จัดตั้งเป็น พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านบ่อเหล็กน้ำพี้ ได้มีการจัดแสดงเครื่องมือเครื่องใช้โบราณและจัดแสดงหุ่นการถลุงเหล็กแบบโบราณ บริเวณใกล้เคียงยังมีศาลเจ้าพ่อบ่อเหล็กน้ำพี้ มีเรื่องเล่าเป็นตำนานของชาวน้ำพี้สืบมาว่าบ่อเหล็กน้ำพี้ มีปู่ธรรมราชที่เป็นเจ้าพ่อบ่อพระแสงสถิตย์อยู่ในศาลนี้เพื่อคอยปกปักษ์รักษาบ่อเหล็กสำคัญ คือ บ่อพระแสงและบ่อพระขรรค์ เป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของชาวน้ำพี้และเป็นศูนย์รวมสักการะสำหรับผู้ศรัทธา

\r\n\r\n

\r\n\r\n

     แวะรับประทานอาหารกลางวัน

\r\n\r\n

13.00 น.     เดินทางไปยัง อุทยานแห่งชาติต้นสักใหญ่ หรือ อุทยานแห่งชาติคลองตรอน  มีพื้นที่ป่าที่สมบูรณ์ นอกจากจะเป็นคลองขนาดใหญ่ยังมีลำห้วยต่างๆ เกิดขึ้นยังมีจุดเด่นทางธรรมชาติที่สำคัญ และสวยงาม คือน้ำตกห้วยเนียม น้ำตกกกมอนแก้ว ถ้ำจันทร์ ถ้ำเจดีย์ ถ้ำเสือดาว ถ้ำผาตั้ง เขาภูเมี่ยง และหน้าผาที่สวยงามเป็นที่รู้จักของประชาชนทั่วไป สะดวกสบายในการไปพักผ่อนหย่อนใจ ไฮไลต์นั้นอยู่ที่ ต้นสักใหญ่ ซึ่งได้รับการค้นพบเมื่อประมาณปี พ.ศ. 2470 สักใหญ่ต้นนี้มีอายุประมาณ 1,500 ปี ความยาวรอบต้น 1,007 เซนติเมตร  แม้ส่วนยอดถูกพายุพัดหักโค่นลงมา แต่ลำต้นส่วนใหญ่ยังคงอยู่ในสภาพเดิม โดยได้รับการดูแลรักษา ให้มีความแข็งแรงสมบูรณ์ นอกจากนี้สำหรับนักนิยมไพร ภายในวนอุทยานต้นสักใหญ่ ยังมีเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ ระยะทาง 2 กิโลเมตรให้คุณได้เดินศึกษาธรรมชาติกันเต็มอิ่ม หลังจากนั้นเดินทางเข้าที่พักเพื่อพักผ่อนตามอัธยาศัย จากนั้นเดินทางกลับบ้านโดยสวัสดิภาพ

\r\n\r\n

  

\r\n\r\n

    นอกจากนี้แล้ว จังหวัดอุตรดิตถ์ยังมีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกมากมายที่รอให้ทุกท่านได้มาสัมผัสกัน แล้วคุณจะตกหลุมรักเมืองแห่งนี้อย่างไม่รู้ตัว

\r\n\r\n

(สามารถเปลี่ยนแปลงโปรแกรมได้ตามความเหมาะสม)

\r\n" 180 61831 อุทัยธานี ภาคเหนือ ไปอุทัยฯ ยังไงก็สุขใจ ชมวัดเรือนไทยตั้งเด่นเป็นสง่า ขนาบด้วยภูเขา และสระน้ำด้านหน้า สัมผัสอุ่นไอร้อนจากน้ำพุร้อนธรรมชาติ สุดยอด Unseen Thailand ตามหากิ้งกือมังกรสีชมพู สัตว์หายากของโลกที่ในประเทศไทยสามารถพบเห็นได้ที่ที่เดียวเท่านั้น เรียนรู้การทอผ้าไหมลายโบราณบ้านโคกหม้อ "

"ไปอุทัยฯ ยังไงก็สุขใจ"

\r\n\r\n

09.00 น.     ตื่นแต่เช้า เข้าวัดไหว้พระเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต ไปกันที่ วัดถ้ำเขาวง เดินชมภูมิทัศน์อันสวยงามที่มีฉากหลังเป็นภูเขาหินปูนสูงตระหง่านของวัดแห่งนี้ เมื่อมองไปเห็นอาคารวัดสูง 4 ชั้นที่ไล่ระดับกันไปตามเนินเขา เริ่มจากชั้นใต้ถุนที่ใช้เป็นลานอเนกประสงค์ ร้านขายของ ถัดขึ้นไปเป็นชั้นที่ 2 เป็นวิหาร ชั้นที่ 3 เป็นกุฏิ ส่วนโบสถ์ที่น่าจะเป็นไฮไลต์งดงามที่สุดอยู่บนชั้นที่ 4 โบสถ์หลังนี้สร้างด้วยไม้สัก และไม้มะค่า ขณะเดียวกันบริเวณสวนสวยด้านหน้าวัด อลังการไปด้วยสวนหิน ไม้ดัด และไม้ประดับ นอกจากนี้ยังมีทางเดินไปชมถ้ำหลายแห่งที่อยู่ด้านหลังวัดที่เหมาะสำหรับเป็นสถานที่นั่งวิปัสสนาของพระภิกษุสงฆ์ บางถ้ำมากมายไปด้วยฝูงค้างคาว บางถ้ำมีหินงอกหินย้อยสวยงามให้คุณได้เดินชมกันอย่างเพลิดเพลิน

\r\n\r\n

\r\n\r\n

10.30 น.       เดินทางไปยัง น้ำพุร้อนบ้านสมอทอง สัมผัสอุ่นไอร้อนจากน้ำพุร้อนธรรมชาติขนาดเล็กที่ผุดขึ้นมาจากผิวดิน โดยอุณหภูมิความร้อนของน้ำนั้น สามารถต้มไข่จนสุกได้ภายใน 5 นาที เป็นจุดชมทัศนียภาพในยามพระอาทิตย์ตกดินที่สวยงามอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดอุทัยธานี

\r\n\r\n

\r\n\r\n

แวะรับประทานอาหารกลางวัน ลิ้มรสอาหารท้องถิ่นขึ้นชื่อ

\r\n\r\n

13.30 น.     ตามหากิ้งกือมังกรสีชมพู สัตว์หายากของโลกที่ในประเทศไทยสามารถพบเห็นได้ณ หุบป่าตาด ที่นี่ที่เดียวเท่านั้น สถานที่ที่เต็มไปด้วยความพิศวงทางธรรมชาติจนได้รับยกย่องให้เป็นหนึ่งในอันซีนไทยแลนด์ที่นักท่องเที่ยวทุกคนต้องไปเยือน โดยหุบป่าตาดแห่งนี้มีลักษณะเป็นโถงถ้ำขนาดใหญ่ที่ภายในคือผืนป่าอันน่าพิศวง และเต็มไปด้วยความน่าทึ่งมากมาย ถ้าอยากจะพบไฮไลต์ของที่นี่ ให้เลือกมาเที่ยวในช่วงหน้าฝน จะมีโอกาสพบเห็นกิ้งกือมังกรสีชมพู ได้มากหน่อย แต่อย่าเผลอหลงไหลไปกับความน่ารักของเจ้าสัตว์ตัวนี้แล้วไปสัมผัสเข้าล่ะ เพราะความสวยงามของมันแฝงไว้ด้วยพิษประเภทไซยาไนด์เพื่อใช้ป้องกันตัวจากศัตรูธรรมชาตินั่นเอง ป่าดงดิบแห่งนี้บรรยากาศโดยรอบมีความร่มรื่น เย็นสบาย เส้นทางเดินเคล้าไปกับเสียงเจื้อยแจ้วของนกหลากชนิดเพลิดเพลินเป็นอย่างยิ่ง ตลอดทางเดินศึกษาธรรมชาติแห่งนี้มีระยะทางราว 700 เมตร

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

15.00 น.     เรียนรู้การทอผ้าไหมลายโบราณอันเลอค่ากันที่ กลุ่มทอผ้าแม่บ้านโคกหม้อ ชมสาธิตการทอผ้า ซึ่งผ้าทอนี้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมของชาวลาวครั่งที่สืบทอดต่อกันมา 200 กว่าปี ผ้าที่ทอจะเป็นผ้ามัดหมี่ต่อตีนจก ผ้ายกดอกลายเชิงแบบเก่า ลวดลายบนผ้าเป็นแบบโบราณ เช่น ลายด่านเมืองลาว ลายนาค ลายด่านใหญ่ เป็นต้น อย่าลืมช่วยกันกระจายรายได้สู่ชุมชนด้วยการเลือกซื้อสินค้า OTOP กลับไปฝากคนที่รักกันด้วยนะคะ

\r\n\r\n

 

\r\n" 181 61832 ปัตตานี ภาคใต้ ท่องเที่ยวดินแดนสองวัฒนธรรม สัมผัสสองวิถีชีวิต ชายแดนภาคใต้เป็นจังหวัดที่สะท้อนถึงชีวิตความเป็นอยู่ของชาวไทยสองเชื้อสายได้เป็นอย่างดี นั่นคือ ชาวไทยพุทธและชาวไทยมุสลิมซึ่งเป็นสองศาสนาที่มีวิถีชีวิตรวมกันมาอย่างยาวนาน แสดงให้เห็นถึงการเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่และการพึ่งพาซึ่งกันและกัน "

"ท่องเที่ยวดินแดนสองวัฒนธรรม สัมผัสสองวิถีชีวิต"

\r\n\r\n

     การออกท่องเที่ยวไปยังสถานที่ต่างๆเพื่อหาแรงบันดาลใจใหม่ๆในการคิดค้นอะไรใหม่ๆ เช่นเดียวกับการออกเดินทางท่องเที่ยวเพื่อไปสัมผัสวิถีชีวิต ทำให้เราเข้าใจและเข้าใจวิถีชีวิตของสถานที่นั้นๆได้เป็นอย่างดี จังหวัดปัตตานีเป็นอีกหนึ่งจังหวัดที่เหมาะสำหรับการท่องเที่ยววิถีชีวิตของชาวไทยสองเชื้อสาย ทั้งชาวไทยเชื้อสายพุทธและชาวไทยเชื่อสายมุสลิม ซึ่งเป็นสองวัฒนธรรมที่อาศัยและพึ่งพากันมาเนินนาน 

\r\n\r\n

ออกเดินทางวันที่หนึ่ง

\r\n\r\n

09.00 น. เริ่มต้นการเดินทางด้วยการไปท่องเที่ยวศาสนสถาน ที่ซึ่งเป็นสถานที่ประกอบพิธีกรรมอันศักดิ์สิทธิ์ เริ่มต้นกันที่วัฒนธรรมของชาวไทยเชื้อสายพุทธ ณ วัดราชบูรณะ หรือวัดช้างให้ ตั้งอยู่ที่ตำบลควนโนรี อำเภอโคกโพธ์ิ เป็นวัดเก่าแก่สร้างมาแล้วกว่า 300 ปี ซึ่งตามตำนานเชื่อว่าสร้างขึ้นโดยพระยาแก้มดำ เจ้าเมืองไทรบุรี โดยการเสี่ยงทายช้างและเป็นที่จำพรรษาของพระภิกษุรูปหนึ่งที่ชาวบ้านเรียกว่า ท่านลังกาหรือสมเด็จพะโคะ หรือที่หลายๆคนรู้จักท่านในนาม หลวงพ่อทวดเหยียบน้ำทะเลจืด ซึ่งที่วัดช้างให้ก็ได้มีการสร้างสถูปบรรจุอัฐิของท่านไว้อีกด้วย

\r\n\r\n

\r\n\r\n

11.40 น. หลังจากได้สัมผัสวัฒนธรรมของชาวไทยเชื้อสายพุทธกันไปแล้ว มาสัมผัสวัฒนธรรมของชาวไทยเชื้อสายมุสลิมกันบ้าง สถานที่ที่เปรียบเสมือนวัดของชาวพุทธ นั่นคือมัสยิด หรือสุเหร่า สถานที่ที่ใช้ในการประกอบพิธีกรรมทางศาสนา ซึ่งแต่ละมัสยิดจะมีการตกแต่งที่สวยงามแตกต่างกันออกไป โดยมัสยิดกลางจังหวัดปัตตานีเป็นอีกหนึ่งมัสยิดที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทยและได้ชื่อว่าเป็นทัชมาฮาลเมืองไทย

\r\n\r\n

\r\n\r\n

     ท่านสามารถเลือกที่พักที่จะค้างแรมได้ในตัวเมืองจังหวัดปัตตานี ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากมัสยิดกลางจังหวัดปัตตานี ในช่วงเช้า จะมีร้านค้าและตลาดมากมายเปิดมาบริการ และในช่วงเย็นจะมีร้านอาหาร และนั่งเล่นมากมายเปิดบริการ ไม่ว่าจะเป็นร้านโรตี ร้านชาชัก และร้านอาหารพื้นเมืองหากหลาย ซึ่งสามารถสร้างสีสีนให้แก่ผู้คนในพื้นที่และผู้คนที่เดินทางไปท่องเที่ยวได้เป็นอย่างมาก

\r\n\r\n

ออกเดินทางวันที่สอง

\r\n\r\n

09.30 น. ท่านใดที่มาท่องเที่ยวจังหวัดปัตตานีแล้วอยากหากิจกรรมสนุกๆทำ ชุมชนท่องเที่ยวบางปู เป็นอีกหนึ่ึงสถานที่ที่มีกิจกรรมให้นักท่องเที่ยวได้ทำกันมากมาย และเป็นสถานที่ที่สามารถจะเรียนรู้วิถีชีวิตของชาวบ้านที่อาศัยอยู่ริมทะเลได้เป็นอย่างดี โดยชุมชนท่องเที่ยวบางปูเป็นชุมชนที่มีจุดเด่นในเรื่องของการท่องเที่ยวทางธรรมชาติ และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ และมีกิจกรรมมากมาย เช่น การล่องเรือชมป่าชายเลน อุโมงค์โกงกาง การตกปลาในอ่าวปัตตานี โดยเป็นที่สนใจของนักท่องเที่ยวที่เข้ามาเที่ยวเป็นอย่างมาก 

\r\n\r\n

\r\n\r\n

13.30 น. ในเมื่อเดินทางมาท่องเที่ยวภาคใต้แล้ว หลายคนคงนึกถึงทะเลและชายหาด จังหวัดปัตตานีก็มีชายหาดที่สวยงามและน่าสนใจเช่นเดียวกัน นั่นคือ ชุมชนท่องเที่ยวน้ำบ่อ เป็นชุมชนท่องเที่ยวที่มีแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ คือ หาดแฆแฆ เป็นชายหาดที่มีเม็ดทรายเป็นสีทองยามพระอาทิตย์ตกจะเห็นเม็ดทรายเป็นสีทองไปทั้งหาด และความตื่นตาตื่นใจอีกหลายอย่างเป็นที่ดึงดูดใจของนักท่องเที่ยวที่ผ่านไปมาและอดไม่ได้ที่จะต้องถ่ายภาพเป็นที่ระลึก

\r\n\r\n

\r\n\r\n

     ท่านใดที่ไม่เคยเดินทางมาท่องเที่ยวจังหวัดปัตตานี หากมีโอกาสได้มาท่องเที่ยวซักครั้งหนึ่งรับรองได้เลยว่าท่านจะติดใจในความสวยงามของสถานที่ท่องเที่ยว และน้ำใจรวมไปถึงมิตรภาพของคนสองวัฒนธรรม 

\r\n" 182 61833 นครนายก ภาคกลาง เยือนเมืองในฝันที่ใกล้กรุง มุ่งหน้าสู่ดินแดนธรรมชาติ จังหวัดนครนายก เมืองในฝันที่ใกล้กรุงที่ที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยธรรมชาติอย่างอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ แวะฝึกอบรมจิตใจให้สงบสุขที่โบสถ์คริสต์วัดพระไถ่เสาวภา ชมสินค้าหัตถกรรมเลื่องชื่อกันที่ศูนย์หัตถกรรมผลิตภัณฑ์ไม้มะม่วง "

เยือนเมืองในฝันที่ใกล้กรุง มุ่งหน้าสู่ดินแดนธรรมชาติ

\r\n\r\n

     เป็นที่ทราบกันดีว่าจังหวัดนครนายก เป็นที่ตั้งส่วนหนึ่งของดินแดนธรรมชาติที่สมบูรณ์เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติที่ดีสุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย นั่นก็คือ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ที่มีพื้นที่ครอบคลุมกว่า 4 จังหวัด อย่างจังหวัดสระบุรี จังหวัดปราจีนบุรี จังหวัดนครราชสีมา และจังหวัดนครนายก ที่นักท่องเที่ยวนิยมเดินทางมาท่องเที่ยวกันเป็นจำนวนมาก แต่ในวันนี้ก่อนที่เราจะมุ่งหน้าสู่มรดกโลกทางธรรมชาติกัน ระหว่างทางนั้นยังมีสิ่งที่น่าสนใจรอให้ทุกท่านได้มาสัมผัสกัน 

\r\n\r\n

09.00 น.     เริ่มต้นการเดินทางแวะฝึกอบรมจิตใจให้สงบสุขกันที่ โบสถ์คริสต์วัดพระไถ่เสาวภา เป็นที่ตั้งโครงการลานธรรม ลานวิถีไทย สถานที่อบรมจิตใจของเยาวชน และประชาชน มีการจัดพิธีมิสซาบูชาขอบคุณพระอาทิตย์ พิธีมิสซาทางศาสนาเป็นประจำทุกเดือน

\r\n\r\n

\r\n\r\n

10.00 น.     เรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นเป็นสิ่งที่ชาวบ้านคิดขึ้นได้เองสู่ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพเลื่องชื่อ ณ ศูนย์หัตถกรรมผลิตภัณฑ์ไม้มะม่วง นำมาใช้ในการแก้ปัญหาต่างๆ เป็นเทคนิควิธีและองค์ความรู้ของชาวบ้าน ซึ่งแต่ละสถานที่ย่อมมีจุดเด่นและมีเอกลักษณ์ที่แตกต่างกัน กลุ่มผลิตภัณฑ์เฟอร์นิเจอร์ไม้มะม่วง หมู่ 2 บ้านบางปลากด ตำบลบางปลากด หรือเรียกอีกชื่อนึงว่า บริษัท ครีเอชั่น เวิลด์ วาย วู้ดส์ จำกัดเป็นแหล่งที่ผลิตเฟอร์นิเจอร์ไม้มะม่วงแบบครบวงจร ตั้งแต่ที่เป็นท่อนไม้มาจนถึง แจกัน เชิงเทียน โคมไฟ จาน ชาม จิปาถะ และเป็นหนึ่งในแหล่งผลิตที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทยอีกทั้งยังส่งขายไปต่างประเทศ โดยมีตลาดใหญ่อยู่แถบตะวันออกกลาง และยุโรปในบางประเทศ

\r\n\r\n

\r\n\r\n

14.00 น.     หลังจากรับประทานอาหารกลางวันกันแล้ว ออกเดินทางมุ่งหน้าสู่ดินแดนธรรมชาติ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เป็นอุทยานแห่งชาติแห่งแรกของประเทศไทยได้รับสมญานามว่าเป็นอุทยานมรดกของกลุ่มประเทศอาเซียน เป็นป่าผืนใหญ่ตั้งอยู่ในเทือกเขาพนมดงรัก ประกอบด้วยเทือกเขาสลับซับซ้อน เป็นแหล่งกำเนิดของต้นน้ำลำธารที่สำคัญหลายสาย เช่น แม่น้ำนครนายก และแม่น้ำมูล และเป็นแหล่งพันธุ์ไม้และสัตว์ป่าที่อุดมสมบูรณ์ และได้รับการประกาศให้เป็น “มรดกโลกทางธรรมชาติ”จากองค์การยูเนสโกภายใต้ชื่อกลุ่ม “ดงพญาเย็น-เขาใหญ่” ครอบคลุมพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ทับลาน ปางสีดา ตาพระยา และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดงใหญ่

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

                 นอกจากจะได้สัมผัสธรรมชาติอย่างใกล้ชิดแล้วที่นี่มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย และยังมีร้านอาหาร ร้ากาแฟ ที่พักมากมายให้บริการตลอดเส้นทาง เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่เข้ามาท่องเที่ยวกันอย่างล้นหลาม ไม่ว่าจะเป็น Primo Piazza, The Bloom by TVPool, PB Valley Khaoyai, Winery Khaoyai, Panorama Farm, Palio Khaoyai, ศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่, จุดชมทิวทัศน์ กม.30, น้ำตกเหวนรก, น้ำตกเหวสุวัต, เส้นทางศึกษาธรรมชาติ ฯลฯ

\r\n\r\n

                ถ้าอยากรู้ว่าที่นี่มีสิ่งที่น่าสนใจอะไรอีกบ้าง แนะนำให้ท่านต้องมาสัมผัสและค้นหาด้วยตัวเอง แล้วท่านจะหลวงลืมวันเวลา เดินทางท่องเที่ยในดินแดนธรรมชาตินี้ได้อย่างไม่น่าเบื่อตลอดทั้งวัน หรือจะพักค้างคืนแล้วเที่ยวต่อก็ยังได้

\r\n" 183 57123 ชุมพร ภาคใต้ ทริปเส้นทางปากน้ำชุมพร ทริปเส้นทางท่องเที่ยว 1 วัน กับ6 สถานที่ท่องเที่ยว เส้นทางปากน้ำชุมพร

06.00น เริ่มตั้งแต่เขามัทรี ชมพระอาทิตย์ขึ้น ดื่มรังนก จิบกาแฟ  จุดชมวิวเขามัทรี อยู่บนเส้นทาง ชุมพร - ปากน้ำ – หาดทราย ที่นี่เป็นแหล่งแหล่งท่องเที่ยวจุดชมวิวทิวทัศน์ ที่น่าสนใจอีกแห่งหนึ่ง ของชุมพร สามารถชมวิวทิวทัศน์ ได้ 360 องศา  สามารถมองเห็นชุมชนปากน้ำชุมพรและชายหาดของทะเลชุมพร

\r\n\r\n

08.00น ออกจากจุดชมวิวเขามัทรี มุ่งหน้าศาลกรมหลวงชุมพร ไหว้เสร็จเตี่ย กรมหลวงชุมพร ดูวิว และเดินชมสถานที่ต่างๆ บริเวรศาลกรมหลวง พร้อมชมเรือรบ ในสมัยนั้น

\r\n\r\n

10.00น ออกเดินทางออกจากศาลกรมหลวง ประมาณ1 กม นั่งทานอาหารบริเวรริมชายหาด มีร้านค้าหลายร้าน อาหารทะเลสดๆ ใช้เวลานั่งทาน และพักผ่อนริมทะเลประมาณ 1ชั่วโมง

\r\n\r\n

11.00น เดินทางขึ้นเขาเจ้าเมือง ชิววิวทิวทัศน์มุมสูง พร้อมไหว้พระบนเขา สามารถเดินลงไปด้านหลังภูเขาเพื่อไปชมหาดด้านล่างที่สวยงาม ใช้เวลาเที่ยวจุดนี้ประมาณ 2 ชั่วโมง เพื่อความสนุกสนาน

\r\n\r\n

13.00 น ออกเดินทางจากเขาเจ้าเมืองมุ่งหน้าสู่วัดถ้ำโพงพาง เป็นวัดที่มีความสวยงาม หน้าติดทะเล หลังติดภูเขา มีถ้ำ และไหว้ร่างของเกจิดังเมืองชุมพร อาจารย์บุญมา 

\r\n\r\n

14.30น. ออกเดินทางไปยังอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร เดินสำรวจเส้นทางธรรมชาติ บรรยากาศสบาย และมีาถานที่สวยงามมากมาย ภายในพื้นที่ มีจุดชมวิว และถ่ายรูปที่สวยมากครับ

\r\n\r\n

ปรับเปลี่ยนเวลาได้ตามเหมาะสม พักรับประทานอาหารเที่ยงได้ที่ชายหาดทรายรีได้ครับ

\r\n\r\n

 

\r\n 184 69719 อุดรธานี ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เลอล้ำทะเลบัวแดง งามแฮง ระบือทั่วหัตถศิลป์ เลอล้ำทะเลบัวแดง งามแฮง ระบือทั่วหัตถศิลป์\r\n\r\nเส้นทางท่องเที่ยว “เลอล้ำทะเลบัวแดง งามแฮง ระบือทั่วหัตถศิลป์” (สามารถท่องเที่ยวได้ในช่วงเดือน พฤศจิกายน – กุมภาพันธ์) เป็นเส้นทางที่ได้รับชมความสวยงามของบัวแดง ชมการสาธิตผ้าหมี่ย้อมคราม ชมความงามสวยงามของด "

\r\n\r\n

เลอล้ำทะเลบัวแดง งามแฮง ระบือทั่วหัตถศิลป์

\r\n\r\n

เส้นทางท่องเที่ยว “เลอล้ำทะเลบัวแดง งามแฮง ระบือทั่วหัตถศิลป์” (สามารถท่องเที่ยวได้ในช่วงเดือน พฤศจิกายน – กุมภาพันธ์) เป็นเส้นทางที่ได้รับชมความสวยงามของบัวแดง ชมการสาธิตผ้าหมี่ย้อมคราม ชมความงามสวยงามของดอกไม้ และทัศนีภาพที่ภูฝอยลม และอื่นๆอีกมากมาย

\r\n" 185 71484 ชุมพร ภาคใต้ นอนละแม แช่น้ำร้อน อิ่มท้องหลาดใต้เคี่ยม ทริปนี้เป็นการนำเสนอการเที่ยว แบบ 1 วัน 1 คืน เป็นการเที่ยวแบบคุ้มเวลา ในอำเภอละแม

ทริปนี้จะเป็นทริป 1 วัน 1 คืน โดยมานอนที่ละแม ก่อนที่จะลงมือเที่ยว ในวันอาทิตย์ ไม่ว่าจะมาจากที่ใหน หรือ เที่ยวที่ใหนมา สุดท้าย ต้องมาจบที่นี่

\r\n\r\n

1. เริ่มตั้งแต่การนอน การเข้าพักในคืนวันเสาร์ ซึ่งก่อนหน้านี้เราอาจจะไปเที่ยวมาจากที่อื่น สุดท้าย ก็มาจบที่นี่ อำเภอละแม โดยการเข้าพัก โรงแรม หรือ รีสอร์ท ในพื้นที่ หาดละแม สัมผัสบรรยากาศ ไอทะเล และเล่นน้ำ ทะเล ที่หาดละแม ช่วงเย็น และเข้านอน ในคืนวันเสาร์

\r\n\r\n

2. 07.00 น ตื่นเช้ามา เตรียมตัวไป บ่อน้ำร้อนถ้ำเขาพูล ซึ่งอยู่ไม่ไกลมากมายนัก จากที่พัก นอนแช่น้ำร้อน ในตอนเช้า ใช้เวลาในจุดนี้สัก 2 ชั่วโมง 

\r\n\r\n

3. หลังจากออกจากบ่อน้ำร้อน กลับที่พัก เช็กout ออกจากที่พัก ซึ่งก็น่าจะไม่เกิน 11 โมง จากนั้น มุ่งหน้าสู่
\r\nหลาดใต้เคี่ยว เพื่อทานอาหาร  

\r\n\r\n

ไม่เชื่อลองทำตามที่ผมบอก แล้วจะติดใจครับ ทั้งสถานที่ท่องเที่ยว และอาหาร เส้นทางเที่ยวอาจจะปรับเปลี่ยนได้ เพราะบริเวรไกล้เคียง มีทั้งวัดที่สวยงาม และสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆอีกมากมาย 

\r\n 186 82660 พระนครศรีอยุธยา ภาคกลาง เส้นทางท่องเที่ยวตามรอยออเจ้า การะเกด ออเจ้าตามข้ามากงนี้ !\r\nข้าจักพาออเจ้าทั้งหลายย้อนเวลาสัมผัสอดีต ณ แผ่นดินทองในสมัยกรุงศรีอยุธยาและตามรอยบุคคลสำคัญในละครเรื่องบุพเพสันนิวาส อีกทั้งยังมีอีกหลายที่ที่น่าสนใจ พวกเจ้าพร้อมรึยัง? ถ้าพร้อมแล้วเตรียมร่มและกล้องให้พร้อมแล้วตามแม่นายไปกันเลย "

ออเจ้าตามข้ามากงนี้ !

\r\n\r\n

ข้าจักพาออเจ้าทั้งหลายย้อนเวลาสัมผัสอดีต ณ แผ่นดินทองในสมัยกรุงศรีอยุธยาและตามรอยบุคคลสำคัญในละครเรื่องบุพเพสันนิวาส อีกทั้งยังมีอีกหลายที่ที่น่าสนใจ พวกเจ้าพร้อมรึยัง?  

\r\n\r\n

ถ้าพร้อมแล้วเตรียมร่มและกล้องให้พร้อมแล้วตามแม่นายไปกันเลยย !!! ก่อนอื่นเราต้องมาย้อนเวลาไปหาแม่นายการะเกดกันที่วัดไชยวัฒนาราม

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

1. วัดไชยวัฒนาราม

\r\n\r\n

         วัดไชยวัฒนาราม สร้างขึ้นสมัยพระเจ้าปราสาททองเพื่ออุทิศถวายแด่พระมารดาเพราะบริเวณแห่งนี้เคยเป็นที่อยู่ของพระมารดาของพระองค์  และบริเวณแห่งนี้เคยใช้เป็นที่จัดพิธีถวายพระเพลิงศพในพระมหากษัตริย์เกือบทุกพระองค์ในสมัยอยุธยา ในส่วนของสถาปัตยกรรมวัดไชยวัฒนารามได้รับอิทธิพลบางส่วนมาจากศิลปะขอมโดยมีการจำลองมาจากปราสาทนครวัดคือ มีปรางค์ประธานอยู่ตรงกลางล้อมรอบด้วยปรางค์บริวารอยู่ทั้ง 4 มุมและปรางค์ทั้งหมดอยู่บนฐานเดียวกัน อีกหนึ่งจุดที่น่าสนใจในวัดไชยวัฒนารามก็คือ บริเวณระเบียงคด ที่มีพระพุทธรูปปางมารวิชัยจำนวนมากถึง 120 องค์ ซึ่งแสดงให้เห็นว่า บริเวณนี้คือสถานที่ศักดิ์สิทธิ์นั่นเองเจ้าค่ะ เมื่อชมความงามของวัดไชยเสร็จแล้วเราจักพาออเจ้าไปยังวัดสำคัญของอยุธยากันที่วัดพระศรีสรรเพชญ์

\r\n\r\n

\r\n\r\n

\r\n\r\n

\r\n\r\n

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

2. วัดพระศรีสรรเพชญ์

\r\n\r\n

         วัดพระศรีสรรเพชญ์ เป็นวัดประจำพระราชวัง เพื่อประกอบพิธีกรรมทางศาสนาในสมัยอยุธยา ซึ่งปัจจุบันนี้ไม่มีพระสงฆ์จำพรรษาเช่นเดียวกับวัดมหาธาตุ จังหวัดสุโขทัยและวัดพระศรีรัตนศาสดา จังหวัดกรุงเทพมหานครแต่เดิมบริเวณแห่งนี้เป็นที่ประทับของสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 ต่อมาในสมัยของพระบรมไตรโลกนาถได้ย้ายพระราชวังไปทางทิศเหนือและอุทิศที่ดินแห่งนี้สร้างเป็นวัดภายในพระราชวัง สิ่งที่น่าสนใจภายในวัดพระศรีสรรเพชญ์ คือ เจดีย์ทรงลังกา 3 องค์ที่เรียงรายกันอย่างสวยงาม ภายในเป็นที่บรรจุอัฐิของพระมหากษัตริย์ เจดีย์องค์แรกทางด้านทิศตะวันออกบรรจุอัฐิของสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ เจดีย์องค์กลางบรรจุอัฐิของสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 3 เจดีย์ด้านทิศตะวันตกบรรจุอัฐิของสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2 วัดต่อมาที่ข้าจักพาออเจ้าไปนั่นก็คือวัดมหาธาตุ

\r\n\r\n

\r\n\r\n

\r\n\r\n

\r\n\r\n

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

3. วัดมหาธาตุ

\r\n\r\n

         วัดมหาธาตุ วัดแห่งนี้สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยสมเด็จพระราชาธิราชที่ 1 ต่อมาพระราเมศวรโปรดเกล้าให้อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุมาบรรจุไว้ จึงเป็นที่มาของวัดมหาธาตุ ซึ่งหมายถึงวัดที่มีพระบรมสารีริกธาตุบรรจุอยู่ สถาปัตยกรรมของวัดนี้ได้รับอิทธิพลศิลปะขอมมาบางส่วน จุดที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่นิยมมาถ่ายรูป ก็คือ เศียรพระพุทธที่ถูกห่มคลุมด้วยต้นไม้เป็นเวลายาวนาน และอีกหนึ่งสำคัญนั่นก็คือพระปรางค์ขนาดใหญ่ที่ปัจจุบันได้พังทลายลงมา เจดีย์ฐาน 8 เหลี่ยมที่มีความแปลกตาและมีแห่งเดียวในอยุธยาเท่านั้น สถานที่ต่อไปข้าจักพาออเจ้าไปชื่นชมความสวยงามของเจดีย์ขนาดใหญ่ในอยุธยา ณ วัดใหญ่ชัยมงคล

\r\n\r\n

\r\n\r\n

\r\n\r\n

\r\n\r\n

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

4. วัดใหญ่ชัยมงคล

\r\n\r\n

         วัดใหญ่ชัยมงคล แต่เดิมวัดนี้ชื่อว่า วัดป่าแก้ว วัดแห่งนี้ถูกสันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 โดยโปรดให้สร้างขึ้นเพื่อเป็นสำนักของสงฆ์ไว้เพื่อบวชเรียน วัดแห่งนี้มีความสำคัญขึ้นในสมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราชในตอนที่พระองค์ได้ทำยุทธหัตถีกับพระมหาอุปราช ทรงสร้างพระเจดีย์เพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งชัยชนะ โดยชื่อว่า พระเจดีย์ชัยมงคล หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า เจดีย์ใหญ่ นานวันเข้าจึงเป็นที่มาของชื่อ วัดใหญ่ไชยมงคล สิ่งที่น่าสนใจอีกหนึ่งจุดนั่นก็คือ วิหารพระพุทธไสยาสน์ สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ปฏิบัติพระกรรมฐาน และยังมีศาลพระนเรศวรไว้เป็นที่สักการะให้แก่ชาวบ้านและนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวชมในวัดแห่งนี้ สถานที่ต่อไปออเจ้าจะได้พบกับสถาปัตยกรรมที่ผสมผสานระหว่างไทยกับยุโรป นั่นก็คือ วัดนิเวศธรรมประวัติ

\r\n\r\n

\r\n\r\n

\r\n\r\n

\r\n\r\n

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

5.ปางช้างอยุธยา แล เพนียด

\r\n\r\n

         ปางช้างอยุธยา แล เพนียด ในอดีตเป็นสถานที่สำหรับการจับช้างต่อหน้าพระที่นั่ง เนื่องจากในสมัยกรุงศรีอยุธยา ช้างถือว่ามีความสำคัญเป็นอย่างมากเพราะเป็นพาหนะสำหรับพระมหากษัตริย์และราชวงศ์ พิธีคล้องช้างในสมัยก่อนจะนำช้างป่ามาอยู่รวมกันโดยการต้อนให้อยู่ในคอก จากนั้นจึงเลือกช้างที่มีลักษณะตรงตามตำราคชศาสตร์แล้วคล้องด้วยเชือก หากตัวใดไม่ถูกเลือกก็จะปล่อยกลับไป โดยพิธีนี้ในสมัยกรุงศรีอยุธยาจะมีพระมหากษัตริย์เสด็จมาทอดพระเนตรอยู่ด้วยเสมอ ในปัจจุบันปางช้างแห่งนี้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีการจัดแสดงความสามารถของช้าง อีกทั้งนักท่องเที่ยวยังสามารถทำกิจกรรมขี่ช้างเพื่อชมเมืองอยุธยาได้อีกด้วย

\r\n\r\n

\r\n\r\n

\r\n\r\n

\r\n\r\n

\r\n\r\n

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

6. วัดนิเวศธรรมประวัติ

\r\n\r\n

         วัดนิเวศธรรมประวัติ เป็นวัดอารามหลวงชั้นเอก มีสถาปัตยกรรมที่แตกต่างจากสถาปัตยกรรมไทยทั่วไป เนื่องจากมีการผสมผสานของศิลปตะวันตกแบบโกธิค ( Gothic ) สร้างขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เพื่อเป็นที่บำเพ็ญพระราชกุศลเมื่อเสด็จฯแปรพระราชฐาน จุดที่น่าสนใจ ได้แก่ บริเวณผนังอุโบสถมีพระบรมฉายาลักษณ์รัชกาลที่ 5 ที่ประดับตกแต่งด้วยกระจกสีที่สวยงาม และภายในอุโบสถมีพระประธานชื่อว่า “พระพุทธนฤมลธรรโมภาส”และฐานชุกชีจะทำเหมือนที่ตั้งไม้กางเขนในโบสถ์คริสต์และออเจ้าทั้งหลายมาเที่ยวที่นี่ก็จะได้รูปสวยๆไปอวดเพื่อนๆแน่นอน ที่ต่อไปข้าจักพาออเจ้าไปหาคุณพี่หมื่นและหลวงสรศักดิ์ ณ ปางช้างอยุธยา แล เพนียด

\r\n\r\n

\r\n\r\n

\r\n\r\n

\r\n\r\n

\r\n\r\n

\r\n\r\n

\r\n\r\n

         

\r\n\r\n

        เป็นอย่างไรกันบ้างออเจ้า กับการท่องเที่ยวตามรอยแม่นายการะเกดและคุณพี่หมื่น อย่างไรก็ตามหากออเจ้าทั้งหลายไปเที่ยวยังวัดหรือโบราณสถาน อย่าลืมปฏิบัติตามกฏระเบียบของสถานที่นั้นๆและปฏิบัติตามเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัดด้วยหนา อย่าไปปีนป่ายโบราณสถานและขีดเขียนที่ต่างๆ หรือหยิบจับอะไรติดไม้ติดมือกลับมาด้วย ไม่เช่นนั้นระวังแม่นายการะเกดจะตามไปทวงคืนนะเจ้าคะ เพลานี้ก็พลบค่ำมากแล้ว ออเจ้าทั้งหลายเดินทางกลับโดยสวัสดิภาพนะเจ้าคะ ข้าขอกลับเรือนไปหาพี่หมื่นก่อนหนา ขอบน้ำใจเจ้าค่ะ

\r\n\r\n

 

\r\n" 187 93375 ชัยภูมิ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สัมผัสมนต์เสน่ห์ทุ่งดอกกระเจียว เก็บเกี่ยวประสบการณ์เที่ยวชมธรรมชาติที่ชัยภูมิ เมื่อถึงหน้าฝนทีไร ดอกกระเจียวก็บานเต็มทุ่งทุกที วันนี้เราจะพาทุกๆมาเที่ยวชมความสวยงามของทุ่งดอกกระเจียว ที่จังหวัดชัยภูมิกันค่ะ เรามาดูซิว่า 1 วันนั้นเราจะไปเที่ยวที่ไหนกันและนอนพักที่ไหนกันได้บ้าง ตามมาชมได้เลยค่ะ "

1. จุดที่ 1 กองทัพต้องเดินด้วยท้องนะคะ เรามาหาร้านอร่อยๆรับประทานอาหารกันก่อนเข้าอุทยานฯ เพื่อชมดอกกระเจียวกันค่ะ 

\r\n\r\n

\r\n\r\n

เรามาแวะทานอาหารที่ครัวจิตบำรุงนะคะ อยู่ไม่ไกลจากอุทยาน ฯ เลยค่ะ อาหารอร่อย บริการดี สะอาด และมีที่จอดรถสะดวกสบายมากค่ะ  สนใจสอบถามรายละเอียดได้ที่เบอร์ โทร 061 684 3549 ค่ะ

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

2. จุดที่2 ท่ี่เราจะมานั้นคือ “อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม” ค่ะ มาชม Hilight ของจังหวัดชัยภูมิช่วงหน้าฝนนี้ดอกกระเจียวบานเต็มทุ่งแล้วค่ะ  ที่นี่จะเสียค่าเข้าอุทยานคนละ 40 บาท และเสียค่ารถบริการรับ-ส่งตามจุดท่องเที่ยว คนละ 20 บาท  ทุ่งดอกกระเจียวที่นี้นั่นเป็นทุ่งดอกกระเจียวที่ใหญ่และงดงามที่สุดในประเทศไทยค่ะ
\r\n
\r\n

\r\n\r\n

การเดินทางไปยัง ลานหินงาม :- ทุ่งดอกกระเจียว :- จุดชมวิวสุดแผ่นดิน :-

\r\n\r\n\r\n\r\n

 หมายเหตุ ในช่วงเทศกาลท่องเที่ยวดอกกระเจียวบาน ช่วงเดือนมิถุนายน ถึง เดือนสิงหาคม ของทุกปี ทางอุทยานแห่งชาติป่าหินงาม ไม่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวนารถยนต์ ส่วนบุคคลขึ้นไปยังแหล่งท่องเที่ยวภายในอุทยานแห่งชาติป่าหินงาม เนื่องจากในช่วงเทศกาลท่องเที่ยว ดังกล่าว มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยวเป็นจานวนมากและถนนแคบ หากอนุญาตให้นารถยนต์ ส่วนบุคคลขึ้นไป เกรงว่าจะเกิดอุบัติเหตุและไม่ปลอดภัยแก่นักท่องเที่ยว ดังนั้นทางอุทยานแห่งชาติ ป่าหินงาม จึงได้จัดรถบริการนาเที่ยวไว้บริการนักท่องเที่ยว หากนักท่องเที่ยวท่านใดไม่ประสงค์ที่จะ ขึ้นรถบริการนาเที่ยว ก็สามารถเดินเท้าขึ้นไปท่องเที่ยวได้ตามปกติ ซึ่งอุทยานแห่งชาติป่าหินงามได้จัด เส้นทางเดินเท้าไว้บริการสาหรับนักท่องเที่ยวที่ชอบเดินศึกษาธรรมชาติ จานวน 2 เส้นทาง

\r\n\r\n


\r\n3. จุดที่ 3 เราจะขึ้นไปอีกนิดนึงค่ะ ไปชมผาสุดแผ่นดิน   จุดชมวิวผาสุดแผ่นดิน เป็นฃนหน้าผาสูงชันและเป็นจุดที่สูงสุดของเทือกเขาพังเหย ซึ่งอยู่ในเขตของอุทยานแห่งชาติป่าหินงาม ( 846 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ) ซึ่งเกิดจากการยกตัวของพื้นที่เป็นที่ราบสูงภาคอีสานจึงเป็นรอยต่อระหว่างภาคกลางกับภาคอีสาน ทำให้เรียกบริเวณนี้ว่า "สุดแผ่นดิน" ณ จุดนี้จะเห็นทิวทัศน์ของสันเขาพังเหยและเขตพื้นที่ป่าของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าซับลังกา จุดชมวิวนี้อยู่ทางด้านทิศเหนือของที่ทำการอุทยานแห่งชาติ ระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร มีทางรถยนต์เข้าถึงค่ะ 

\r\n\r\n

\r\n\r\n

การเดินทางนั้น จากทุ่งดอกกระเจียวขับขึ้นเขาไปอีกจนสุดเส้นทาง ประมาณ 500 เมตร จะถึงลานจอดรถซึ่งอยู่ทางด้านขวามือของท่าน ลงรถเดินขึ้นไปยังจุดชมวิวสุดแผ่นดิน ประมาณ 100 เมตรค่ะ

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

จุดที่ 4 ที่เราจะไปนั้นเราจะไปที่ น้ำตกเทพพนา ค่ะ เป็นน้ำตกที่ตั้งอยู่ระหว่างเส้นทางจากบ้านวะตะแบก ไปอุทยานแห่งชาติป่าหินงาม โดยจะมีทางแยกขวาไปน้ำตกเทพพนา 7 กิโลเมตร อยู่ใกล้กับน้ำตกเทพพนาแต่น้ำตกเทพประทานจะมีทางแยกขวาไปอีก 1 กิโลเมตร น้ำตกทั้งสองแห่งจะมีน้ำมากในช่วงฤดูฝนในประมาณเดือนพฤษภาคม - เดือนตุลาคม และน้ำจะแห้งในช่วงฤดูแล้ง ตัวน้ำตกจะมีความสูงประมาณ 2 - 3 เมตร เป็นน้ำตกที่ไม่มีความเชี่ยวมากนัก ซึ่งเราสามารถลงเล่นน้ำตกได้ค่ะ 

\r\n\r\n

\r\n\r\n

เที่ยวชมทุ่งดอกกระเจียว และเล่นน้ำในน้ำตกกันอย่างเต็มที่แล้ว เราก็ไปเข้าที่พักกันค่ะ

\r\n\r\n

4. ที่พักที่ใกล้กับอุทยานแห่งชาติป่าหินงามที่เราขอแนะนำก็คือ ป่าดินหินงาม รีสอร์ท ค่ะ   เข้าชมข้อมูลของป่าดินหินงาม รีสอร์ทอย่างละเอียดได้ที่่นี่นะคะ https://www.facebook.com/banpadinhinngam/

\r\n\r\n

   

\r\n\r\n

ท่านสามารถจองที่พักได้ที่เบอร์  087 021 7000  ได้เลยค่ะ

\r\n\r\n

ทริป 1 วันมาเที่ยวชมดอกกระเจียวที่จังหวัดชัยภูมิ ก็หมดแต่เพียงเท่านี้ค่ะ ขอให้นักท่องเที่ยวทุกๆท่านมีความสุขในการเดินทางท่องเที่ยวนะคะ 

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

 

\r\n" 188 87029 ลพบุรี ภาคกลาง เส้นทางตามรอยละครบุพเพสันนิวาส เส้นทางท่องเที่ยวตามรอยละครบุพเพสันนิวาส ณ เมืองลพบุรี \r\n1. พระนารายณ์ราชนิเวศน์ \r\n2. บ้านหลวงรับราชทูต (บ้านวิชาเยนทร์) \r\n3. วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ \r\n4. พระที่นั่งไกรสรสีหราช (พระที่นั่งเย็น) \r\n5. พระปรางค์สามยอด และศาลพระกาฬ 

เส้นทางท่องเที่ยวตามรอยละคร 
\r\n1. พระนารายณ์ราชนิเวศน์  สถานที่ประทับของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช
\r\n      - พระที่นั่งดุสิตสวรรค์ธัญญมหาปราสาท  ที่เสด็จออกรับคณะฑูตต่างประเทศ
\r\n      - พระที่นั่งพิมานมงกุฎ  ที่ประทับส่วนพระองค์
\r\n      - พระที่นั่งสุทธาสวรรย์   เสด็จสวรรคต ณ พระที่นั่งแห่งนี้ 
\r\n2. บ้านหลวงรับราชทูต (บ้านวิชาเยนทร์)  บ้านเจ้าวิชาเยนทร์  คู่สมรสท้าวทองกีบม้า
\r\n3. วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ   ซึ่งแต่ละแห่งเป็นโบราณสถานที่สำคัญในสมัยสมเด็จพระนารายณ์
\r\n4. พระที่นั่งไกรสรสีหราช (พระที่นั่งเย็น)  สถานที่ประทับดูดาว
\r\nทั้งสิ้น  นอกจากนี้ยังนิยมเข้าชมแหล่งท่องเที่ยวใกล้เคียงอาทิ พระปรางค์สามยอด และศาลพระกาฬ   โดยนักท่องเที่ยวแต่งกายชุดไทย หรือหาร้านเช่าชุดภายในตัวเมืองลพบุรี ถ่ายภาพตามรอยละครตามแหล่งโบราณสถาน

\r\n 189 78884 พระนครศรีอยุธยา ภาคกลาง สถานที่ท่องเที่ยวที่เชื่อมโยงละคร บุพเพสันนิวาส เป็นอีกช่วงหนึ่งที่กำลังฮือฮาของละครบุพเพสันนิวาส ที่ทำให้กระแสของการท่องเที่ยวไทยคึกครื้นมากขึ้น \r\nนักท่องเที่ยวชาวไทย-ต่างชาติ เข้ามาเยี่ยมชมสถานที่ต่างๆ เพื่อตามรอยละครบุพเพสันนิวาสและศึกษาประวิติความเป็นมาของแต่ละสถานที่มากยิ่งขึ้น "

วัดไชยวัฒนาราม

\r\n\r\n

\r\n\r\n

\r\n\r\n

         วัดไชยวัฒนารามเป็นวัดสำคัญที่เป็นจุดเริ่มต้นของเกศสุรางค์ที่ต้องประสบกับเหตุการณ์ต่างๆ ตั้งแต่การเจอ       วิญญาณของการะเกดเป็นครั้งแรก จนข้ามภพไปอยู่ในร่างแม่การะเกดในยุคอดีต และยังปรากฏในหลายๆ ฉากของละคร

\r\n\r\n\r\n\r\n

วัดพุทไธศวรรย์

\r\n\r\n

\r\n\r\n

\r\n\r\n

เป็นฉากที่เกศสุรางค์ในร่างการะเกดได้หลุดผ่านประตูที่ตรึงไว้ด้วยอาคมไปได้ และพระอาจารย์ได้บอกว่า เพราะแม่หญิงคนนี้ ไม่ใช่คนที่นี่จึงผ่านมนตราแห่งอาคมได้

\r\n\r\n\r\n\r\n

ป้อมเพชร

\r\n\r\n

\r\n\r\n

\r\n\r\n

เป็นฉากที่หมื่นสุนทรเทวาพาเกศสุรางค์ไปป่าผ้าเหลือง แล้วต้องนั่งเรือผ่านป้อมเพชรแห่งนี้

\r\n\r\n\r\n\r\n

วัดพระคริสตประจักษ์

\r\n\r\n

\r\n\r\n

\r\n\r\n

โบสถ์คาทอลิกแห่งนี้ เป็นหนึ่งในฉากละครที่จัดพิธีแต่งงานของคอนสแตนติน  ฟลอคอน   หรือหลวงสุรสาครกับแม่มะลิ หรือท้าวตองกีมาร์

\r\n\r\n\r\n\r\n

วัดเชิงท่า

\r\n\r\n

\r\n\r\n

\r\n\r\n

เป็นฉากที่แม่หญิงการะเกดมาทำบุญกรวดน้

\r\n\r\n\r\n\r\n

วังช้าง แลเพนียด

\r\n\r\n

\r\n\r\n

\r\n\r\n

เป็นฉากฝึกการต่อสู้พระเจ้าเสือ

\r\n\r\n\r\n\r\n

แผนที่และตารางกิจกรรม

\r\n\r\n

8.00-9.00น. เยี่ยมชมวัดพระศรีสรรเพชญ์และพระราชวังโบราณ

\r\n\r\n

9.00-10.00น. เที่ยวชมนั่งช้าง ณ วังช้าง แลเพนียด

\r\n\r\n

10.00-11.00 น. เยี่ยมชมวัดเชิงท่า

\r\n\r\n

11.00-12.00 น. เดินชมวัดราชบูรณะ

\r\n\r\n

ช่วงเที่ยงหาก๋วยเตี๋ยวอร่อยและอาหารอร่อยเมืองกรุงเก่า

\r\n\r\n

13.00 - 14.00 น. เยี่ยมชมป้อมเพชร

\r\n\r\n

14.00 - 15.00 น. วัดไชยวัฒนาราม

\r\n\r\n

15.30 - 16.30 น. ชมวัดพุทไธศวรรย์

\r\n\r\n

16.30 - 17.00 น. วัดพระคริสตประจักษ์ เกาะใหญ่ ที่บางไทร

\r\n" 190 70848 เชียงใหม่ ภาคเหนือ สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่

สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ เป็นสถานที่ ที่ให้ทั้งความสวยงาม ร่มรื่น สมกับเป็นสวนแห่ง การเรียนรู้คู่ความเพลิดเพลิน ที่สร้างความประทับใจให้แก่ผู้มาเยือนอยู่เสมอมา สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ แห่งนี้เป็นสวนพฤกษศาสตร์สากลที่สมบูรณ์แบบแห่งแรกของประเทศไทย ซึ่งนอกจากจะทำหน้าที่ในการรวบรวมอนุรักษ์พรรณไม้นานาชนิด โดยเฉพาะไม้ประจำถิ่น และไม้หายากในประเทศไทยแล้วยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงนิเวศที่สวยงามเหมาะแก่การพักผ่อนหย่อนใจสำหรับสมาชิกทุกวัยในครอบครัว มีพื้นที่ 6,500 ไร่ ตั้งอยู่บริเวณชายเขตอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย ซึ่งมีสภาพภูมิอากาศเหมาะสมแก่การเจริญเติบโตของพรรณไม้นานาชนิด มีเส้นทางเดินชมธรรมชาติ  ที่พร้อมให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสความงดงามของพรรณไม้ ในบรรยากาศของป่าธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ อยู่ห่างจากตัวเมืองเชียงใหม่เพียง 27 กิโลเมตร เปิดให้เข้าชมทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการ ตั้งแต่เวลา 08.30 – 16.30 น. สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ หมายเลขโทรศัพท์ 053-841234 และ Facebook : สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์

\r\n\r\n

อัตราค่าเข้าชม

\r\n\r\n

คนไทย

\r\n\r\n

ผู้ใหญ่               คนละ 40 บาท

\r\n\r\n

เด็ก                   คนละ 20 บาท

\r\n\r\n

ชาวต่างชาติ

\r\n\r\n

ผู้ใหญ่               คนละ 100 บาท

\r\n\r\n

เด็ก                   คนละ   50 บาท

\r\n\r\n

รถจักรยานยนต์   คันละ 30 บาท

\r\n\r\n

รถยนต์สี่ล้อ       คันละ 100 บาท (รวมคนขับ)

\r\n\r\n

**ไม่เสียค่าเข้าชม 

\r\n\r\n

สำหรับผู้สูงอายุ อายุเกิน 60 ปีขึ้นไป, เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี, พระภิกษุ สามเณร และผู้พิการ 

\r\n\r\n

ค่ารถบริการนำชมสวน (รถราง)

\r\n\r\n

ผู้ใหญ่  คนละ 30 บาท

\r\n\r\n

เด็ก       คนละ 10 บาท

\r\n 191 101265 พิจิตร ภาคเหนือ เชื่อมโยงพื้นที่อุทยานเมืองเก่าพิจิตรและแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ การท่องเที่ยวภายในระยะเวลาไม่เกิน 1 วัน

อุทยานเมืองเก่าพิจิตร ไป เกาะศรีมาลา - ถ้ำชาละวัน -วัดมหาธาตุ  - วัดนครชุม  - วัดโรงช้าง -โรงเรียนพิจิตรพิทยาคม - บึงสีไฟ - สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ฯพิจิตร - สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ- อาคารแสดงพันธ์ุปลาเฉลิมพระเกีรติ

\r\n 192 94201 ภูเก็ต ภาคใต้ เส้นทางชุมชุนท่องเที่ยว """เหวน ภูเก็ต 7 ชุมชนท่องเที่ยว"" เป็นประสบการณ์ท่องเที่ยวที่มีครบทุกรสมีหมดทุกแนว เป็นการสัมผัสภูเก็ตอีกแง่มุมที่ลึกซึ้งขึ้น ทำให้เราได้รู้ว่าภูเก็ตนั้นยังมีอะไรอีกเยอะ..\r\n\r\nซึ่งเราสามารถใช้เวลาอย่างน้อยครึ่งวันหรือหนึ่งวันเต็มๆในแต่ละชุมชนทั่วภูเก็ต..\r\n" "

วามเป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีนักท่องเที่ยวมาเยือนจากทั่วโลก ผู้คนมักจะมองภูเก็ตเป็นเมืองนานาชาติ มีความทันสมัย หรูหรา แต่อีกด้านหนึ่งภูเก็ตก็คือเมืองเล็กๆ ที่มีผู้คนอาศัยอย่างสุขสงบมาแต่อดีต มีรากเหง้า มีวัฒนธรรม มีวิถีชีวิตของผู้คน ซึ่งขับเคลื่อนไปทุกเมื่อเชื่อวัน เป็นอีกแง่งามของภูเก็ต ที่เปิดโอกาสให้ทุกคนได้เข้ามาสัมผัส และเรียนรู้ผ่านกิจกรรมท่องเที่ยวชุมชน ซึ่งแต่ละชุมชนท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ตต่างก็มีจุดเด่น อัตลักษณ์ เฉพาะตัวที่แตกต่างกัน และชุมชนท่องเที่ยวพร้อมต้อนรับผู้มาเยือนด้วยมิตรไมตรี

\r\n\r\n

ภูเก็ต เป็นจังหวัดที่มีเอกลักษณ์และมีวัฒนธรรมอันโดดเด่น มีแหล่งท่องเที่ยวสำคัญระดับโลก รวมทั้งความหลากหลายทางวัฒนธรรม ซึ่งสิ่งที่กล่าวนี้เป็นทรัพยากรการท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดภูเก็ต  ปัจจุบันการท่องเที่ยวโดยชุมชน (Community Based Tourism: CBT) เป็นการบริหารจัดการและดำเนินการท่องเที่ยวโดยชุมชน  เป็นการท่องเที่ยวประเภทหนึ่งที่นักท่องเที่ยวให้ความสนใจเพิ่มมากขึ้น ซึ่งการท่องเที่ยวชุมชนมีความเป็นเอกลักษณ์ และมีความน่าสนใจในการสะท้อนให้เห็นถึงวิถีชีวิต ศิลปวัฒนธรรม ประเพณีของชุมชน การท่องเที่ยวโดยชุมชน เป็นหนึ่งในการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน และการประชาสัมพันธ์ คือสิ่งสำคัญที่เป็นสื่อกลางในการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารไปสู่สาธารณะชนให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศเทศรับทราบข้อมูลกิจกรรมด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดอย่างต่อเนื่อง ทันต่อสถานการณ์ และเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในภาพรวมชุมชนจังหวัดภูเก็ต ดังนั้น เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยชุมชน สำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดภูเก็ต ได้เห็นถึงความสำคัญของการท่องเที่ยวโดยชุมชนในจังหวัดภูเก็ต  ซึ่งเป็นอีกหนึ่งพื้นที่ที่ควรจะส่งเสริมให้เกิดการท่องเที่ยวโดยชุมชน การเข้าถึงแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ จำเป็นต้องอาศัยแผนที่และสื่อในการดึงดูดความสนใจ โดยแสดงผลตำแหน่งที่ตั้งแหล่งท่องเที่ยวในระบบแผนที่ ร่วมกับการจัดทำเว็บไซต์ แอพพลิเคชั่นเพื่อแสดงผลแผนที่แหล่งท่องเที่ยวผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ต เพื่อให้นักท่องเที่ยวสามารถเข้าถึงแหล่งท่องเที่ยวได้ง่ายขึ้น และสร้างช่องทางการกระจายรายได้สู่ชุมชนอย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น

\r\n\r\n

ข้อมูลเพิ่มเติม : 7 เส้นทางหลัก ชุมชนท่องเที่ยว ภูเก็ต

\r\n\r\n
\r\n

ชุมชนท่าฉัตรไชย "ตำนานรักสารสิน ถิ่นมอเกล็น แดนวัฒนธรรม"

\r\n\r\n


\r\nบ้านท่าฉัตรไชย เดิม เรียกบ้านแหลมหลา ในสมัยรัชกาลที่ ๗ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้า เจ้าอยู่หัว เสด็จประพาสจังหวัดภูเก็ต บริเวณแหลมหลา ได้สร้างศาลาส าหรับประทับรับเสด็จ บน หลังคาที่ฉัตร เป็นเครื่องหมายของพระมหากษัตริย์ไทย ศาลาดังกล่าวอยู่บริเวณริมทะเล ซึ่งเรียกว่า ท่า จึงเป็นที่มาของ”ท่าฉัตรไชย” ต่อมาชาวบ้านมักจะเรียก ท่าฉัตรไชยมากกว่า แหลมหลา จึง เรียกชื่อเป็นทางราชการว่า “บ้านท่าฉัตรไชย” หมู่ที่ ๕ ต าบลไม้ขาว อ าเภอถลาง จังหวัดภูเก็ตจนถึง ปัจจุบันนี้ 
\r\n******สนใจกิจกรรมท่องเที่ยวชุมชนท่าฉัตรไชย ติดต่อ ผู้ใหญ่บ้านสมพร แทนสกุล โทร 087-284-9676******

\r\n\r\n
\r\n

ชุมชนบ้านแขนน "สืบสานวัฒนธรรม กิจกรรมโนราบิก เรียนรู้วิถีชีวิตพื้นถิ่นถลาง"

\r\n\r\n

\r\n\r\n

พื้นที่บางส่วนติดกับอุทยานแห่งชาติเขาพระแทว เป็นหมู่บ้านเก่าแก่ตั้งแต่สมัยอยุธยา เพราะมีหลักฐานทางโบราณสถาน คือ หลักสถูปโบราณ ๓ องค์ มีวัดร้าง ๑ แห่ง และประวัติศาสตร์เกี่ยวกับวีรสตรีไทยท้าวเทพกระษัตรี – ท้าวศรีสุนทร  ตอนสู้รบกับพม่าเพื่อรักษาเมืองถลาง  เดิมบ้านแขนนมีพื้นที่กว้างขวางมีอาณาเขตตั้งแต่ หมู่ที่ ๑ บ้านบ่อกรวด ไปจรดเทือกเขาพระแทว แต่ต่อมามีการแยกพื้นที่ออกเป็น ๒ ส่วน คือ หมู่ที่ ๒ บ้านแขนน และหมู่ที่ ๑๑ บ้านควน  

\r\n\r\n

******สนใจกิจกรรมท่องเที่ยวชุมชนท่าฉัตรไชย ติดต่อ ว่าที่ ร.ไตรบัญญัติ จริยะเลอพงษ์ โทร 086-6821371******

\r\n\r\n
\r\n

ชุมชนบ้านบางโรง ป่าคลอก "ไข่มุกนาคา ภูผาน้ำตก ยกย่องเกษตร ของเขตชนบท สะกดว่าพอเพียง ร้อยเรียง ตามรอยพ่อ"

\r\n\r\n

ตำบลป่าคลอก เมื่อประมาณ 200 ปีที่ผ่านมามีสภาพเป็นป่าทึบ ต้นไม้สูงใหญ่ สัตว์ป่านานาชนิดชุกชุม ต่อมาพม่าต้องการเมืองขึ้นจึงได้ยกพล 9 ทัพ เข้ามาตีเมืองต่าง ๆ และพม่าได้ยกพลมาตีเมืองถลางส่วนหนึ่งยกทัพมาแถบบริเวณชายทะเล ได้เกิดการปะทะกันฆ่าผู้คนล้มตายเกลื่อนกลาด พม่าได้จับเด็กแล้วใช้ไฟคลิกเผา ต่อมาคุณหญิงจัน-คุณหยิงมุกได้รวบรวมคนมาต่อสู้กับพม่า จนพม่าขาดเสบียงยกทัพกลับไปจึงเรียกว่า "ป่าคลอก" จนถึงปัจจุบัน

\r\n\r\n

******สนใจกิจกรรมท่องเที่ยวชุมชนท่าฉัตรไชย ติดต่อ นายประเสริฐ ฤิทธิ์รักษา โทร 084-3099131******

\r\n\r\n
\r\n

ชุมชนกมลา "อ้อมกอดภูเขา อิงแอบทะเล วิถีวัฒนธรรมหลาย กิจกรรมอาชาบำบัด"

\r\n\r\n

ตำบลกมลา เป็นตำบลในอำเภอกะทู้ จังหวัดภูเก็ตเป็นชื่อเดียวกับ กราบาลา หรืออ่าวลึกชื่อกำมะรา นี้ได้ใช้มาจนกระทั่ง ทำเนียบท้องที่ของกระทรวงมหาดไทย พ.ศ.2486 หลังจากนั้นจึงมีผู้เกิดความคิดขึ้นมาว่า กำมะรา แปลไม่ได้ จึงได้เปลี่ยนให้เป็น กมลาเป็นภาษาไทยผศมอินเดียที่แปลว่า ดอกบัว

\r\n\r\n

******สนใจกิจกรรมท่องเที่ยวชุมชนท่าฉัตรไชย ติดต่อ คุณมัสสุรี อังศิริกุล โทร 084-7707149******

\r\n\r\n
\r\n

ชุมชนบ้านเกาะโหลน ราไวย์  "อาหารสด ทะเลใส ราไวย์ ราโว้ย โวยวาย เกาะโหลน"

\r\n\r\n

ในอดีตเมื่อ 100 กว่าปีก่อน ได้มีชาวบ้านจาก จังหวัดสตูล ชื่อ โต๊ะนางู้ เดินทางมาตั้งบ้านเรือนอยู่บนเกาะ โหลน ซึ่งมีสภาพเป็นป่า ต่อมาคนภายนอกเห็นวา่ มีคนอยู่ก็พามากันสร้างบ้านเรือน บ้านเกาะโหลนจัดตั้งเป็นทางการเมื่อปี พ.ศ 2480 มีผู้ใหญ่บ้านคนแรกชื่อนายดล สองเมือง มีประชากร 33 ครัวเรือน และที่เรียกวา่ บ้านเกาะ โหลน ผู้นำชุมชนเล่าว่าพอถึงฤดูทำนาชาวบ้านใกล้เคียงกลัวว่าควายที่เลี้ยงไวจ้ะกินข้าวในนา ก็พาควายที่เลี้ยงไว้กรรเชียงเรือ จูงควายว่ายน้ามาปล่อยไว้ที่เกาะโหลน พอหมดฤดูทำนาเจ้าของควายก็จะมาพาควายกลับแต่มีควายที่หลุดเชือก เป็นควาย เถื่อนอยู่ที่เกาะโหลน ควายเถื่อนพวกนี้กินต้นไม้บนเกาะทำให้โลนเตียน จึงได้เรียกว่า“บ้านเกาะโหลน”

\r\n\r\n

******สนใจกิจกรรมท่องเที่ยวชุมชนท่าฉัตรไชย ติดต่อ คุณทรงสิทธิ์ บุญผล โทร 085-4290021******

\r\n\r\n
\r\n

ชุมชนย่านเมืองเก่าภูเก็ต "ยลเมืองเก่า เล่าความหลัง สัมผัสวิถี เสน่ห์เมืองทุ่งคา"

\r\n\r\n

\r\n\r\n

ภูเก็ต ดินแดนแห่งไข่มุกอันดามันอุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพยากรทั้งทางบกและทางทะเล สวรรค์ ของนักท่องเที่ยวที่ต้องมาเยือนซักครั้งในชีวิต นอกจากภูเก็ตจะเป็นที่ต้องตาต้องใจของ นักท่องเที่ยว ยังมีชุมชนย่านเมืองเก่าที่หล่อหลอมวัฒนธรรมหลากหลายรูปมารวมกัน จนเป็นชุมชนย่านเมืองเก่า ผ่านเข้าไปในย่านเมืองเก่าภูเก็ตจะสะดุดตากับตึกแถวแบบโบราณเรียงรายสองฝั่งถนน ที่เป็น ร่องรอยประวัติศาสตร์อันรุ่งเรืองสมัยรัชกาลที่ 5 ยุคสมัยการทำาเหมืองแร่เฟื่องฟู ให้ได้สัมผัส เสน่ห์สถาปัตยกรรมชิโน-โปรตุกีส และชมความงดงามแบบคลาสสิค ชาวบ้านย่านเมืองเก่า จึงริเริ่มเก็บรวบรวมข้อมูลหลักฐานทางประวัติศาสตร์ของอาคารชิโนโปรตุกีสพร้อมทั้งอนุรักษ์ และพัฒนาเมืองเก่าให้ลูกหลานได้เห็นคุณค่าสืบต่อไป  ย่านเมืองเก่าเป็นแหล่งรวมสถาปัตยกรรมแบบชิโนโปรตุกีส ที่ยังคงรักษาไว้จนถึงปัจจุบัน มีรูปแบบวัฒนธรรมเฉพาะที่เรียกว่า “เพอรานากัน” มีพิพิธภัณฑ์ภูเก็ตไทยหัว เป็นแหล่งรวบรวมเรื่องราวของย่านเมืองเก่าและวิถีชีวิตวัฒนธรรมชาวจีนโพ้นทะเลที่อพยพ มาทำาเหมือง เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีให้เลือกหลากหลายอารมณ์ชวนต้องมนต์เสน่ห์ของเมืองเก่า ภูเก็ต

\r\n\r\n

******สนใจกิจกรรมท่องเที่ยวชุมชนท่าฉัตรไชย ติดต่อ คุณสมยศ ปาทาน โทร 084-3053960******

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

 

\r\n" 193 99424 สระบุรี ภาคกลาง วันเดียว เที่ยว 3 น้ำตก น้ำตกใสๆ ใกล้กรุง ขับรถประมาณ 2 ชม.ก็ถึงแล้วววว แต่ละน้ำตกจะอยู่ไม่ไกลกันค่ะ ขับรถระยะไม่เกิน 5 กม. เรียกว่าใครใกล้ตรงไหน ชอบมุมไหนก็แวะมุมนั้นกันเน๊อะ ^^\r\n

 

\r\n\r\n

...น้ำตกดงพญาเย็น เป็นน้ำตกขนาดไม่ใหญ่มาก มีจุดเด่นคือมีแคร่ไม้ไผ่ริมน้ำตก ไว้นั่งเล่น หรือนอนเล่น หรือจะสั่งอาหารมานั่งทานได้ แต่ต้องช่วยกันรักษาความสะอาดด้วยนะคะ วันหยุดคนค่อนข้างเยอะมากก และที่จอดรถไม่เยอะ หากอยากหลีกเลี่ยง แนะนำวันธรรมดาเลยจ้า

\r\n\r\n

...น้ำตกเจ็ดสาวน้อย อยู่ในความดูแลของอุทยานแห่งชาติ มีทั้งหมด 7 ชั้น ชั้นแรกเดินไม่ไกลจากที่จอดรถ เป็นแอ่งกว้างๆ เล่นน้ำได้สบาย มีห่วงยางให้เช่าด้วยค่ะ ค่าเข้าอุทยานคนละ 20 บาท ค่ารถยนต์คันละ 30 บาท

\r\n\r\n

...น้ำตก ตา-ยาย เป็นน้ำตกขนาดเล็ก ติดกับที่ดินของตาแสวง และยายสงวน น้ำตกที่นี่จะเป็นแอ่งเล็ก และใหญ่ เล่นน้ำได้สบายค่ะ น้ำไม่เชี่ยวมาก ห่างจากน้ำตกเจ็ดสาวน้อย ประมาณ 3-4 กม. มีอาหารและที่นั่งริมน้ำตกด้วยค่ะ

\r\n\r\n

ในภาพแอดมินถ่ายมาวันธรรมดานะคะ สังเกตคนจะน้อย และน้ำใสมากกก... ^^

\r\n\r\n

การเดินทาง จากถนนมิตรภาพ ตัดเข้าถนน 2224 ทางไปหนองย่างเสือ - มวกเหล็ก จะมีป้ายบอกตลอดทางค่ะ หรือปักหมุด Google Map ไม่หลงแน่นอนค่ะ

\r\n\r\n

https://www.facebook.com/natenapa.nate/?hc_ref=ARQhcuoeI0JpKLi9EgoB4-jwTxm62zqcx0sLeo_xjaYiFcv1l7bsJS-jr2iQ-qXMbcY

\r\n 194 102719 สระบุรี ภาคกลาง **เที่ยวอำเภอแก่งคอย ชื่นชมวัฒนธรรม สร้างกุศลผลบุญ ธรรมชาตินำความสุขใจ** เส้นทางท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ จำนวน 5 เส้นทาง ในจังหวัดสระบุรี\r\nเส้นทางที่ 2 โรงพยาบาลแก่งคอย แม่น้ำป่าสัก ผาเสด็จ \r\n**เที่ยวอำเภอแก่งคอย ชื่นชมวัฒนธรรม สร้างกุศลผลบุญ ธรรมชาตินำความสุขใจ**\r\n

-วัดถ้ำป่าบ่อปลา ธรรมชาติสร้างสรรค์ ความมหัศจรรย์ เกิดเป็นความสวยงาม

\r\n\r\n

-วัดพระพุทธบาทน้อย แหล่งรวมความศรัทธา เชื่อมใจวิถีชาวพุทธ

\r\n\r\n

-สวนหินล้านปี ครัวอัจฉรา ธรรมชาติสร้างความงาม เป็นคุณค่าทางโบราณคดี

\r\n\r\n

-ผาเสด๊จ จารึกแห่งประวัติศาสตร์ ความภูมิใจของชาวสระบุรี

\r\n\r\n

-โรงพยาบาลแก่งคอย ภูมิปัญญาไทย ดูแลสุขภาพ ปลอดภัย

\r\n\r\n

-วัดป่าสว่างบุญ พระมหาเจดีย์ 500 ยอด พระมหารัตนโลหะเจดีย์ ศรีศาสน์โพธิสัตว์สว่วงบุญ

\r\n\r\n

-อุทยานแห่งชาติโกรกอีดก เดินป่า ดูนก พบรักเสียงแห่งพงไพร

\r\n 195 102722 สระบุรี ภาคกลาง **เที่ยวมวกเหล็กแหล่งโอโซน ท่องเที่ยวผจญภัยใกล้ชิดธรรมชาติ** เส้นทางท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ จำนวน 5 เส้นทาง ในจังหวัดสระบุรี\r\nเส้นทางที่ 3 โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลหลังเขา ฟาร์มวัว เส้นทางเดินป่า อำเภอมวกเหล็ก \r\n**เที่ยวมวกเหล็กแหล่งโอโซน ท่องเที่ยวผจญภัยใกล้ชิดธรรมชาติ**\r\n

-รถไฟลอยน้ำ ชมเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์

\r\n\r\n

- หัตถกรรมทรงคุณค่า งานจักสานใบลาน บ้านท่าฤทธิ์ จักสานใบลาน

\r\n\r\n

- เกษตรปลอดภัย ใส่ใจผู้บริโภค ไร่ครูสรรเสริญ

\r\n\r\n

- เติมสีสันให้หัวใจ มองออกไปในทุ่งดอกไม้ตะการตา บิ๊กเต้สวนเบญมา

\r\n\r\n

- ผลไม้ทรงคุณค่า ผลิตภัณฑ์คงคุณภาพ ฟาร์มสายทองมัลเบอรรี่-

\r\n\r\n

- ดูแลสุขภาพด้วยสมุนไพร ภูมิปัญญาไทยล้ำเลิศ สถานีอนามัยหลังเขา

\r\n\r\n

- แหล่งน้ำ แหล่งความสนุกสนาน น้ำตกเจ๊ดสาวน้อย

\r\n\r\n

- เปิดประสบการณ์ เที่ยวแบบผจญภัย สนุก มากความรู้แน่น องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย

\r\n 196 102706 สระบุรี ภาคกลาง **** เที่ยวอำเภอเสาไห้ ชื่นหัวใจ แหล่งธรรมมะ รักษ์สุขภาพ**** เส้นทางท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ จำนวน 5 เส้นทาง ใหม่ล่าสุดในจังหวัดสระบุรี\r\nเส้นทางที่ 1 โรงพยาบาลเสาไห้เฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา ตลาดน้ำต้นตาล ตลาดน้ำลาวเวียง, \r\n**** เที่ยวอำเภอเสาไห้ ชื่นหัวใจ แหล่งธรรมมะ รักษ์สุขภาพ**** \r\n

-สิ่งศักดิ์คู่บ้านคู่เมืองวัดศาลาแดง

\r\n\r\n

-ส่งเสริมสุขภาพแพทย์แผนไทย ปรับสมดุลร่างกาย โรงพยาบาลเสาไห้เฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา

\r\n\r\n

-เมนูสุขภาพ ดูแลจากภายในสู่ภายนอก ร้านสมเกียตริ ผักสลัด

\r\n\r\n

-มหัศจรรย์ธรรมชาติถิ่นที่อยู่ ค้างคาวแม่ไก่ บ้านหนองสีดา

\r\n\r\n

-สุขภาพต้องใส่ใจ กินดีอยู่ดี คลีนฟราม

\r\n\r\n

-ภูมิปัญญาสร้างมูลค่า คุณค่าแห่งงานสร้างสรรค์และงานออกแบบ ฟอนิเจอร์ลังไม้โอท็อป

\r\n\r\n

-ดื่มดำที่สุดแห่งรถชาติกาแฟไทย ห้ามพลาดสำหรับคนรักกาแฟ บ้านไร่กาแฟตลาดโรงคั่ว

\r\n\r\n

-ชุมชนไทยยวน อู้คำเมืองใส่ผ้าซิ่น ชิมอาหารโบราณ ตลาดต้นตาล

\r\n 197 102835 สระบุรี ภาคกลาง *** เที่ยวอำเภอหนองแค สนุกครบรสชาติ อนุรักษ์ธรรมชาติ ผจญภัย สัมผัสวิถีชุมชน แหล่งวัฒนธรรม*** เส้นทางท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ จำนวน 5 เส้นทาง ในจังหวัดสระบุรี\r\nเส้นทางที่ 5 หลวงพ่อสำเร็จศักดิ์สิทธิ์ ตำบลคชสิทธิ์ อำเภอหนองแค และฟาร์มเห็ดเศรษฐกิจ\r\n*** เที่ยวอำเภอหนองแค สนุกครบรสชาติ อนุรักษ์ธรรมชาติ ผจญภัย สัมผัสวิถีชุมชน แหล่งวัฒนธรรม*** \r\n

-มหัสจรรย์พระพุทธฉาย รอยพระพุทธบาท เบื้องขวา วัดพระพุทธฉาย

\r\n\r\n

-น้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ชี้ทาง ดำเนินชีวิต ท่องเที่ยวในค่ายทหาร

\r\n\r\n

-ต้นแบบฟาร์มสุขภาพ ดูแลร่างกายจากภายในสู่ภายนอก ฟาร์มเห็ดลุงหยุด

\r\n\r\n

-สืบสานวัฒนธรรม ประเพณีรับรู้ตัวตนคน สระบุรี ศูนย์วัฒนธรรมพื้นถิ่น ศูนย์เรียนรู้บ้านคัน ลำ ต.หนองหมู

\r\n\r\n

-กราบไหว้ข้อทำสิ่งใด ศักสิทธิ์และสำเร็จดั่งใจหวัง หลวงพ่อสำเร็จศักดิ์สิทธิ์

\r\n 198 102723 สระบุรี ภาคกลาง *** เที่ยวอำเภอเฉลิมพระเกียรติ เส้นทางองค์ความรู้ ภูมิปัญญาวัฒนธรรม ผลิตถัณฑ์คุณภาพจากภูมิปัญญา*** เส้นทางท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ จำนวน 5 เส้นทาง ในจังหวัดสระบุรี\r\nเส้นทางที่ 4 อำเภอเฉลิมพระเกียรติ อำเภอพระพุทธบาท อำเภอหนองโดน \r\n*** เที่ยวอำเภอเฉลิมพระเกียรติ เส้นทางองค์ความรู้ ภูมิปัญญาวัฒนธรรม ผลิตถัณฑ์คุณภาพจากภูมิปัญญา***

-พระอารามหลวงชั้นเอก “รอยพระพุทธบาท” ปูชนียสถานสำคัญเลื่องชื่อ วัดพระพุทธบาท

\r\n\r\n

-ป่าไม้มีคุณค่า ต้องรักษาและอนุรักษ์ไว้ตราบนานเท่านาน สวนพฤกษศาสตร์ พุแค

\r\n\r\n

-ศูนย์กลางองค์ความรู้ ภูมิปัญญาพื้นบ้าน และงานสมุนไพร ศูนย์โอทอปพุแค

\r\n\r\n

-ดูแลกันด้วยหัวใจ แพทย์แผนไทยในชุมชน โรงพยาบาลหนองโดน

\r\n\r\n

-อาหารสมุนไพร ถูกใจคนรักสุขภาพ ร้านอาหารอากาศดี

\r\n 199 49991 มุกดาหาร ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เที่ยวสนุกมุกดาหาร 2 วัน 1 คืน """เมืองการค้า การเกษตร การท่องเที่ยวชายโขง เชื่อมโยงอาเซียน""" "

เที่ยวสนุกมุกดาหาร (2 วัน 1 คืน)

\r\n\r\n\r\n\r\n

เวลา 08:00 น. เดินทางถึงมุกดาหารเยี่ยมชมหอแก้วมุกดาหาร

\r\n\r\n

เวลา 10:00 น. เดินทางไปจุดชมวิวสะพานมิตรภาพไทยลาวแห่งที่ 2 พร้อมไหว้ศาลพญานาค (สะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 2)

\r\n\r\n

                     หนึ่งในเรื่องราวเขาเล่าว่า "ถ้ำพญานาค...มุกดาหาร"

\r\n\r\n

เวลา 11:00 น. เดินทางไปอำเภอหว้านใหญ่ จังหวัดมุกดาหาร

\r\n\r\n

เวลา 12:00 น. รับประทานอาหารกลางวันนะเก่งกะเบา อำเภอหว้านใหญ่ จังหวัดมุกดาหาร หมูหันเก่งกะเบา

\r\n\r\n

เวลา 13:00 น. ชมวัดสองคอน (โบสถ์คริสต์)

\r\n\r\n

เวลา 14:00 น. เดินทางไปวัดมโนภิรมย์ชมโบสถ์เก่าสถาปัตยกรรมล้านช้าง

\r\n\r\n

เวลา 15:00 น. เดินทางไปอุทยานแห่งชาติภูผาเทิบ

\r\n\r\n

เวลา 16:00 น. ถึงอุทยานแห่งชาติภูผาเทิบชมอัศจรรย์หินธรรมชาติ  Unseen มุกดาหาร

\r\n\r\n

เวลา 17:00 น. เช็กอินเข้าที่พัก

\r\n\r\n

เวลา 18:00 น. รับประทานอาหารเย็น

\r\n\r\n

19:00 น. เดินถนนตลาดราตรีชมวิถีเมืองมุก เข้าที่พักพักผ่อน อัธยาศัย

\r\n\r\n\r\n\r\n

เวลา 06:10 น. ตักบาตร ณ ชายโขงงามหน้าวัดศรีบุญเรือง

\r\n\r\n

เวลา 07:00 น. รับประทานอาหารเช้าแบบเวียดนามที่ห้าแยกเวียดนาม

\r\n\r\n

เวลา 08:30 น. เช็กเอาท์ออกเดินทางไปภูมโนรมย์ ไหว้พระใหญ่รอยพระพุทธบาท/ถ่ายภาพ 3 มิติ/สุดแดนสยามที่มุกดาหาร

\r\n\r\n

เวลา 10:00 น. นมัสการพระเจ้าองค์หลวงวัดศรีมงคลใต้ สักการะศาลเจ้าแม่สองนางพี่น้อง Shopping ตลาดอินโดจีน

\r\n\r\n

เวลา 12:00 น. รับประทานอาหารกลางวันริมฝั่งโขงมุกดาหาร

\r\n\r\n

เวลา 13:00 น. ออกเดินทางไปวัดป่าวิเวกพัฒนาราม อำเภอคำชะอี

\r\n\r\n

เวลา 13:45 น. ถึงวัดป่าวิเวกวัฒนาราม อำเภอคำชะอี นมัสการรูปเหมือนหลวงปู่จาม มหาปุญโญ และเจดีย์ปูทองกิตติ

\r\n\r\n

เวลา 15:00 น. ออกเดินทางไปน้ำตกตาดโตน อำเภอหนองสูง

\r\n\r\n

เวลา 15:30 น. ถึงน้ำตกตาดโตน อำเภอหนองสูง ชมน้ำตกและเลือกซื้อของฝากพื้นเมือง

\r\n\r\n

เวลา 16:30 น. เดินทางกลับภูมิลำเนา

\r\n" 200 107406 กำแพงเพชร ภาคเหนือ แหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของชุมชนชาวกระเหรี่ยงบ้านวุ้งกะสัง ปักหมุดหยุดเวลา 2วัน 1 คืน

พร้อมกันที่นัดพบ

\r\n\r\n

สักการะศาลหลักเมืองจังหวัดกำแพงเพชร

\r\n\r\n

ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวบ้านวุ้งกะสัง

\r\n\r\n

ศูนย์วัฒนธรรมกะเหรี่ยงบ้านวุ้งกะสังรับการผูกมือจากปราชญ์ชาวบ้านกิจกรรมท่องเที่ยว นั่งรถชุมชน(อีต๊อก)

\r\n\r\n

ฐานการเรียนรู้ที่ 1 ภาษาปกาเกอะญอ

\r\n\r\n

ฐานการเรียนรู้ที่ 3 การทอผ้าชาวบ้านวุ้งกะสัง

\r\n\r\n

ฐานเรียนรู้ทางธรรมชาติ “น้ำตกวุ้งกะสัง”

\r\n\r\n

เชิญร่วมชมการแสดงของชนเผ่าปกาเกอะญอ

\r\n\r\n

ชมการแสดงดนตรีเตหน่า

\r\n\r\n

ชมการแสดง ชุดที่ 1 ระบำกะทอ

\r\n\r\n

ชมการแสดง ชุดที่ 2 ระบำเกลียวเชือก

\r\n\r\n

พิธีจุดเทียนแห่งประทีปนำแสงสว่างสู่ความรุ่งเรือง

\r\n\r\n

เข้าที่พักผ่อนตามอัธยาศัย         

\r\n\r\n

 สัมผัสบรรยากาศที่สดชื่นในยามเช้า

\r\n\r\n

กิจกรรมท่องเที่ยว นั่งรถชุมชน(อีต๊อก)

\r\n\r\n

ฐานการเรียนรู้ที่ 2 การดำเนินชีวิตเศรษฐกิจ  พอเพียง

\r\n\r\n

ฐานการเรียนรู้ที่ 4 ขี้ไต้และงานจักรสาน

\r\n\r\n

ฐานการเรียนรู้ทางธรรมชาติ

\r\n\r\n

ถ้ำลอด ถ้ำชัยมงคล

\r\n\r\n

เดินทางกลับโดยสวัสดิภาพ

\r\n 201 88815 กำแพงเพชร ภาคเหนือ ท่องเที่ยวกำแพงเพชร 2 คืน 3 วัน กำแพงเพชร หรือเมืองชากังราวในอดีต เป็นอีกหนึ่งเมืองแห่งมรดกโลกที่น่าสนใจ มีสถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ ทางธรรมชาติ และแนววิถีไทยที่น่าสนใจที่งดงามหลายแห่ง ที่จะทำให้กำแพงเพชรไม่ใช่เป็นเมืองที่หลายคนมองผ่าน "

 วันที่ 1

\r\n\r\n

จุดที่ 1 “วัดปราสาท” ชมวิหารประดิษฐานพระพุทธรูป "หลวงพ่อโต" ศิลปะสกุลช่างกำแพงเพชรอายุประมาณ 650 ปี พระพุทธลีลา พระพุทธรูปสมัยสุโขทัยอายุเก่าแก่กว่า 700 ปี และชมประวัติศาสตร์ชาติพ่อขุนศรีอินทราทิตย์ 

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

จุดที่ 2 เดินทางไปพักผ่อนตามเส้นทางท่องเที่ยวทางธรรมชาติ แก่งเกาะใหญ่  ตำบลปางมะค่า อำเภอขาณุวรลักษบุรีโดยมีลักษณะเป็นหินขนาดใหญ่มากมายกลางกลางลำน้ำแม่วงก์ซึ้งมีน้ำไหลตลอดปี แก่งหินดังกล่าวมีลักษณะเป็นทั้งแอ่งน้ำ หาดทราย ลานหิน โขดหินขนาดต่างๆ จำนวนมากมาย บางช่วงลดหลั่นกันเป็นเป็นน้ำตกน้อยใหญ่มีพันธุ์ไม้ต่างๆ ขึ้นกลางหิน ป่าโปร่ง ส่วน แก่งลานนกยูง เป็นป่าสมบรูณ์ นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวแก่งเกาะใหญ่ และแก่งลานนกยูงจะนิยมลงเล่นน้ำในลำน้ำแม่วงก์ เพราะน้ำใสสะอาดในฤดูฝนกระแสน้ำจะแรงมาก นักท่องเทียวบางส่วนนิยมนั่งพักผ่อนหย่อนใจ นั่งรับประทานอาหารบนโขดหินหรือลานหิน ริมฝั่งลำน้ำ รวมทั้งกลางลำน้ำแม่วงก์ เนื่องจากมีลานหินใหญ่จำนวนมาก

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

จุดที่ 3 น้ำตกคลองลาน  อุทยานแห่งชาติคลองลาน น้ำตกคลองลาน เกิดจากเทือกเขาขุนคลองลาน ซึ่งมียอดสูง 1,439 เมตรจากระดับน้ำทะเล เหนือหน้าผาน้ำตกเป็นที่ราบกว้าง ในฤดูฝนสายน้ำจะไหลจากลำห้วยต่างๆ ประมาณ 5 สาย ลงสู่แอ่งน้ำกลางหุบเขา เกิดเป็นวังน้ำลึกและลำน้ำยาวประมาณ 3 กิโลเมตร แล้วไหลผ่านหน้าผาลงมาเป็นน้ำตกคลองลาน สูง 100 เมตร กว้างประมาณ 40 เมตร บริเวณใต้น้ำตกเป็นแอ่งน้ำขนาดใหญ่ซึ่งสามารถลงเล่นน้ำได้ อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติ 500 เมตร จากนั้น เยี่ยม จุดชมวิวเขาหัวช้างเป็นจุดชมทิวทัศน์ ที่อยู่ไม่ไกลจากที่ทำการมากนัก มีความสูงประมาณ 500-600 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ใช้เวลาเดินเท้าขึ้นไปประมาณ 1 ชม. สามารถมองเห็นน้ำตกคลองลาน ชมพระอาทิตย์ตกยามเย็น และพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้า เพื่อความเหมาะสม ควรค้างแรมบนสันเขาหัวช้างใน ช่วงปลายฝนต้นหนาว ระหว่างเดือนกันยายน-กุมภาพันธ์ 

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

 ต่อจากนั้น เดินทางตามเส้นทางถนนสายตะวันตก ชมความสวยงามของธรรมชาติเยี่ยมชมศูนย์วัฒนธรรมชาวเขา อำเภอคลองลาน ที่รวบรวมข้อมูลทางด้านศิลปวัฒนธรรมของชาวเขาในเขตพื้นที่จังหวัดกำแพงเพชร และชมความงาม ได้รับรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย (Thailand Tourism Awards) เป็นรางวัล (กินรี) “ดีเด่น” ประเภทแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ จากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ประจำปี  2553 และรางวัล “ยอดเยี่ยม”  ปี 2556    

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

วันที่ 2                                                                                                   

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

จุดที่ 1 ออกเดินทางไปชมความงาม น้ำตกคลองวังเจ้า อุทยานแห่งชาติคลองวังเจ้า เที่ยวเก๋ๆ1อุทยาน2จังหวัดซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่สองจังหวัดระหว่างจังหวัดกำแพงเพชรและจังหวัดตากซึ่งมีสายน้ำไหลผ่านคั่นกลางที่เชื่อมด้วยสะพานระหว่างสองจังหวัด

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

จุดที่ 2 เยี่ยมชมอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร ได้รับการประกาศให้เป็น“มรดกโลก”ร่วมกับอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยและอุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย จากองค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ(UNESCO)เมื่อวันที่12ธันวาคม พ.ศ.2534 - เก็บภาพและบรรยากาศสวยๆ ณ วัดพระแก้ว กล่าวว่า ในสมัยอยุธยาวัดนี้เป็นที่ประดิษฐานพระแก้วมรกต 

\r\n\r\n

จุดที่ 3 แวะพักผ่อนบ่อน้ำพุร้อนพระร่วง ตำบลลานดอกไม้  แหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพของจังหวัดกำแพงเพชรแวะแช่น้ำร้อนผ่อนคลายอิริยาบถ

\r\n\r\n

จุดที่ 4 สักการะขอพรพระศรีรัตมหาธาตุ ณ วัดพระบรมธาตุพระอารามหลวง  ตำนานที่มาของงานประเพณี "นบพระเล่นเพลง" ในวันมาฆบูชาของจังหวัดกำแพงเพชร พระบรมธาตุนครชุม  มหาเจดีย์ทรงสูงใหญ่ สวยงามไปด้วยสถาปัตยกรรมและสีทองอร่ามทั้งองค์ เสมือนดั่ง เจดีย์ชเวดากองในเมืองพม่า เป็นพระบรมเจดีย์ ที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ จำนวน 9 องค์ เป็นพระบรมธาตุเจดีย์อยู่คู่เมืองกำแพงเพชร มาตั้งแต่สมัยเป็นเมืองนครชุม ยาวนานกว่า 600 ปี และยังคงยั่งยืนสืบต่อกันมาเป็นองค์มหาเจดีย์แห่งศรัทธาจวบจนปัจจุบัน ประชาชนชาวจังหวัดกำแพงเพชรมีความศรัทธาต่อองค์พระธาตุและมีความเชื่อดังจารึกที่ว่า“ผิผู้ใดได้ไหวนบกระทำบูชาพระศรีรัตนมหาธาตุนี้ว่าไซร์มีผลอนิสงฆ์พร่ำเสมอดังได้นบพระผู้เป็นเจ้า”

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

จุดที่ 5 เที่ยวชมตลาดย้อนยุคนครชุม บรรยากาศตลาดแบบย้อนยุคภายในตลาดจะมีพ่อค้า แม่ค้าแต่งกายด้วย ชุดไทยนำอาหารที่เป็นเอกลักษณ์ของชาวนครชุม (เปิดทุกวันศุกร์ เสาร์  อาทิตย์ แรกของเดือน)   

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

วันที่ 3                                                                                                 

\r\n\r\n

จุดที่ 1 สักการะศาลหลักเมืองจังหวัดกำแพงเพชร เพื่อเสริมสิริมงคล ในเรื่องความมั่นคงของชีวิตด้วยเชื่อกันว่าศาลหลักเมืองกำแพงเพชรนั้นเป็นสิ่งที่พ้องกับความมั่นคงไม่หวั่นไหวเสริมจิตใจให้เข้มแข็ง

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

จุดที่ 2 เยี่ยมชมอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชรได้รับการประกาศให้เป็น“มรดกโลก” ร่วมกับอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยและอุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย จากองค์การศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ(UNESCO) เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม พ.ศ.2534 - เก็บภาพและบรรยากาศสวยๆ ณ วัดพระแก้ว กล่าวว่า ในสมัยอยุธยาวัดนี้เป็นที่ประดิษฐานพระแก้วมรกต

\r\n\r\n

จุดที่ 3 เข้าชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติกำแพงเพชร แหล่งรวบรวมเรื่องราวประวัติที่      เล่าขานความเป็นมาของกำแพงเพชรโดยจัดแสดงผ่านโบราณวัตถุและศิลปวัตถุสมัยต่างๆได้อย่างน่าทึ่ง 

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

พลาดไม่ได้กับการเยี่ยมชมพิพิธภัณฑสถานกำแพงเพชรเฉลิมพระเกียรติ  สร้างขึ้นเพื่อ เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 เนื่องในพระราชพิธีกาญจนาภิเษกฉลองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี ซึ่งมีจุดบริการแต่งกายย้อนยุคเพื่อให้ท่านถ่ายภาพให้เข้ากับบรรยากาศเรือนไทยสร้างด้วยไม้สักทอง เป็นเรือนไทยหมู่แบบเรือนไทยภาคกลาง

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

     เดินทางกลับโดยสวัสดิภาพ 

\r\n\r\n

 

\r\n" 202 113381 กำแพงเพชร ภาคเหนือ เล่าเรื่องชมเมืองกำแพงเพชร เทศบาลเมืองกำแพงเพชร ได้จัดให้บริการส่งเสริมการท่องเที่ยว เส้นทางทางเล่าเรื่องชมเมืองกำแพงเพชร ทุกวัน รอบบ่าย เวลา 16.00 น.

เทศบาลเมืองกำแพงเพชร ได้จัดให้บริการส่งเสริมการท่องเที่ยว เส้นทางทางเล่าเรื่องชมเมืองกำแพงเพชร ทุกวัน รอบบ่าย เวลา 16.00 น. ชมวิธีชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องในเขตเมืองกำแพงเพชรบนถนนราชดำเนิน ชมบ้านเรือนโบราณที่ยังมรีการอนุรักษ์  หากท่านใดสนใจสามารถติดต่อสอบถาม ได้ที่ เบอร์โทรศัพท์ 055 -718200 ต่อ  332  

\r\n 203 113341 กำแพงเพชร ภาคเหนือ เส้นทางบุญไหว้สิ่งศักดิฺ์สิทธิ์ในเมืองกำแพงเพชร เทศบาลเมืองกำแพงเพชร ได้จัดทำเส้นทางส่งเสริมการท่องเที่ยวในเขตเทศบาลเมืองกำแพงเพชร เพื่อให้บริการนักท่องเที่ยวหรือผู้ที่สนใจเยี่ยมชมแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของเมืองกำแพงเพชร โดยจัดให้บริการรรถรางนำเที่ยว รอบเช้า เวลา 09.00 น. และ รอบบ่าย เวลา 16.00 น. "

เส้นทางบุญไหว้สิ่งศักดิฺ์สิทธิ์ในเมืองกำแพงเพชร  โดยกิจกรรมนี้จะเริ่มต้นในเวลา 09.00 น. จุดจอดรถรางรับส่งนักท่องเที่ยว ณ ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว (ลานโพธิ์) พานักท่องเที่ยวนั่งรถรางสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ณ ศาลหลักเมืองกำแพงเพชร , ศาลพระอิศวร, หลวงพ่อโม้ วัดเทพโมฬี, พระพุทธวชิรปราการ วัดคูยาง, รอยพระพุทธบาท วัดเสด็จ, หลวงพ่อเพชร วัดบาง

\r\n\r\n

         

\r\n" 204 123867 กาญจนบุรี ภาคกลาง ขึ้นเขากับเราไหม หนีความวุ่นวาย ไปขึ้นเขา นอนดูดาว ชมทะเลหมอก ชุ่มชํ่าปอดกับอากาศเย็นสบาย เส้นทางกาญจนบุรี-ทองผาภูมิ "

ขึ้นเขากับเราไหม

\r\n\r\n

วันที่ 1 กินลมชมดาว ณ เขาช้างเผือก

\r\n\r\n

เริ่มออกเดินทางจากตัวเมืองกาญจนบุรี มุ่งสู่อำเภอทองผาภูมิ จุดหมายปลายทางของเรา เวลา 07.00 น. มาตามถนนหมายเลข 323 ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมงครึ่ง ก็จะถึงตัวอำเภอทองผาภูมิ 

\r\n\r\n

     

\r\n\r\n

\r\n\r\n

\r\n\r\n

เดินทางกันต่อไปยังอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ ที่ตั้งของเขาช้างเผือกจุดหมายแรกของเราในวันนี้กัน โดยใช้เส้นทางหมายเลข 3272 เดินทางประมาณ 1 ชั่วโมงกว่าๆ จะถึงอุทยานฯ ราคาค่าเข้าคนรวมรถ ประมาณ 100 บาท *ที่อุทยานมีเต้นท์ให้เช่า แนะนำให้ติดต่อเจ้าหน้าที่ล่วงหน้าก่อนเดินทาง และเตรียมถุงมือสำหรับปีนเขามาด้วย เพื่อความสะดวกในการขึ้นเขาช้างเผือก พักรับประทานอาหารและเตรียมตัวขึ้นเขาช้างเผือก 

\r\n\r\n

         

\r\n\r\n

ระหว่างทางขึ้นเขาช้างเผือกจะพบกับทัศนีย์ภาพที่สวยงามของธรรมชาติ เจ้าหน้าที่จะพาเราขึ้นเขาเพื่อป้องกันอันตรายต่างๆสำหรับคนไม่ชำนาญพื้นที่ ถึงจุดกางเต็นท์ ใช้เวลาเดินทางทั้งหมด ประมาณ 6 ชั่วโมง 

\r\n\r\n

                                                                                                                                                   

\r\n\r\n

ระหว่างรอดูดาวก็พักผ่อนตามอัธยาศัยกันได้เลย

\r\n\r\n

วันที่ 2 อีต่อง ชุมชนคนของเขา

\r\n\r\n

  

\r\n\r\n

หลังจากตื่นมาชมทะเลหมองกับบรรยากาศสดื่นยามเช้ากันแล้ว 08.00 น. เราจะเดินทางลงจากเขากันค่ะ เพื่อเดินทางสู่หมู่บ้านอีต่องจุดหมายของวันนี้ 

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

ระหว่างทางแวะเล่นนํ้าและรับประทานอาหารกลางวันกันที่นํ้าตกจ๊อกกระดิ่นนํ้าตกเล็กๆที่มีความสวยงามอีกที่หนึ่งของทองผาภูมิ นํ้าใส สะอาด

\r\n\r\n

  

\r\n\r\n

หลังจากเล่นนํ้าคลายร้อนจนฉํ่าปอดก็ไปนมัสการพระธาตุวัดเหมืองปิล็อก สถานที่สำคัญอีกที่หนึ่งของทองผาภูมิ ชมศิลปะร่วมของไทย-พม่า ก่อนจะแวะไปถ่ายรูปสวยๆที่เหมืองปิล็อก ก่อนเดินทางสู่หมู่บ้านอีต่อง

\r\n\r\n

\r\n\r\n

หลังจากเช็คอินที่พัก เก็บสัมภาระเรียบร้อย แนะนำให้ออกมาเดินเล่นสบายๆในหมู่บ้านกัน มีร้านค้า ร้านอาหารมากมาย ใครที่อยากนั่งจิบกาแฟชมบรรยากาศชิวๆ ก็มีร้านกาแฟ ร้านคาเฟ่น่ารักๆ มุมดีๆให้เลิกเข้าไปสัมผัส ชมวิถีชีวิตที่ไม่ต้องเร่งรีบ มนต์สเน่ห์แห่งขุนเขาและผู้คนน่ารักมีอัธยาศัยดี

\r\n\r\n

        

\r\n\r\n

วันที่ 3 ไปแล้วอีต่อง

\r\n\r\n

วันสุดท้ายของทริปนี้แล้ว ก่อนกลับตื่นเช้ามาใส่บาตร ทำบุญ เป็นศิริมงคลของตัวเราและรับประทานอาหาร ก่อนจะออกเดินทางไปยังเนินช้างศึก ถ่ายรูปสวยๆบรรยากาศดีๆ

\r\n\r\n

    

\r\n\r\n

ระหว่างทางกลับแวะนํ้าพุร้อนหินดาด แช่ตัวในนํ้าอุ่นๆผ่อนคลายกล้ามเนื้อที่เมื่อยล้าจากการเดินทาง เดินซื้อของ ชมสินค้าในตลาดที่เปิดขายบริเวณนํ้าพุร้อนหินดาด

\r\n\r\n

    

\r\n\r\n

แวะซื้อของที่ระลึกกันที่นํ้าตกไทรโยคน้อย ของกินอร่อย ของฝากขึ้นชื่อ ราคาประหยัดกัน

\r\n\r\n

   

\r\n" 205 96344 ชัยภูมิ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ บ้านบุ่งสิบสี่ บ้านบุ่งสิบสี่ล่องเรือแจว ดูสวนสองฝากฝั่ง เดินชมสวนส้มโอ ดูวิถีคนพรหม "

จุดที่ 1 

\r\n\r\n

ผู้นำแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรลำน้ำพรมพร้อมคณะต้อนรับที่ศูนย์เรียนรู้ เสริฟ์ด้วยน้ำส้มโอปั่น 

\r\n\r\n

\r\n\r\n

จุดที่2 รับฟังบรรยายความเป็นมาของแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรบ้านบุ้งสิบสี่

\r\n\r\n

\r\n\r\n

จุดที่ 3 นั่งรถอีแต๋นชมวิถีของชุมชน

\r\n\r\n

\r\n\r\n

จุดที่ 4 นั่งเรือชมสวนส้มโอสองฝากฝั่ง

\r\n\r\n

\r\n\r\n

\r\n\r\n

จุดที่ 5 ชมสวนส้มโอดูการทำสวนเก็บส้มโอและชื้อของฝาก

\r\n\r\n

\r\n\r\n

\r\n\r\n

\r\n\r\n

จุดที่ 7 เข้าพักโฮมสเตย์ พร้อมเข้าร่วมพิธีบายศรีสู่ขวัญและรับประทานอาหารพร้ัอมกับเจ้าบ้านและชมการแสดงของช้าวบ้าน

\r\n\r\n

\r\n\r\n

\r\n\r\n

 

\r\n" 206 128842 ฉะเชิงเทรา ภาคตะวันออก เส้นทางไหว้ 3 พระพิฆเนศ สิ่งศักดิ์สิทธิ์เมืองฉะเชิงเทรา เปิดประสบการณ์ใหม่ สักการะ 3 พระพิฆเนศ สิ่งศักดิ์สิทธิ์เมืองฉะเชิงเทรา ใน 1 วัน\r\n- พระพิฆเนศ ปางนอนเสวยสุข วัดสมานรัตนาราม\r\n- พระพิฆเนศ ปางนั่งประธานพร วัดโพรงอากาศ\r\n- พระพิฆเนศ ปางยืน อุทยานพระพิฆเนศคลองเขื่อน "

เริ่มต้นที่ จุดแรก 1. "พระพิฆเนศ ปางนอนเสวยสุข"  ตั้งอยู่ที่ วัดสมานรัตนาราม  ตำบลบางแก้ว อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา ซึ่งลักษณะที่ตั้งของวัด จะเป็นเหมือนเกาะที่มีแม่น้ำบางปะกงล้อมรอบ  ทางฮวงจุ้ย เรียกว่า ถุงเงินถุงทอง จัดว่าเป็นทำเลที่ดี   ภายในวัดประดิษฐานองค์พระพิฆเนศปางนอนเสวยสุขที่ใหญ่ที่สุดในโลก  ได้แบบจากการอธิษฐานและนิมิต  เนื้อปูนปั้นองค์สีชมพู ขนาดฐานความยาว 24 เมตร มีความสูง 16 เมตร ลักษณะนั่งกึ่งนอนตะแคงบนฐาน พระหัตถ์ซ้ายถืองาที่หัก พระหัตถ์ขวาถือดอกบัว ภายในใต้ฐานเป็นพิพิธภัณฑ์และแหล่งรวมวัตถุมงคล โดยรอบฐานประดิษฐานพระพิฆเนศทั้งหมด 32 ปาง ด้านหน้ามีบริวาร 5 ตน คือหนูหูทิพย์และหนูตาทิพย์ และหนูราชาโชค 3 ตน เป็นบริวารคอยรับใช้องค์พระพิฆเนศ  ตามความเชื่อผู้ที่ได้มาสักการะองค์พระพิฆเนศปางนอนเสวยสุข จะได้พบกับความสุขสบาย บริบูรณ์มั่งคั่งพร้อมทุกด้าน รื่นรมย์ ประสบความสำเร็จ สมความปรารถนาทุกประการ อิ่มหนำสำราญมีโชคลาภ อีกทั้งยังสามารถมาแก้ดวงและแก้ปีชง เสริมดวงชะตา ที่วัดสมานรัตนาราม ได้ตลอดทุกวัน

\r\n\r\n

ต่อมาจุดที่ 2  เราเดินทางมายังวัดโพรงอากาศ มาสักการะ"พระพิฆเนศ ปางนั่งประธานพร" ซึ่งตั้งอยู่ที่ วัดโพรงอากาศ ตำบลโพรงอากาศ อำเภอบางน้ำเปรี้ยว  ที่วัดโพรงอากาศแห่งนี้ มีหลวงพ่อสมชาย เป็นเจ้าอาวาส และเป็นที่เคารพแก่ชาวบ้านแถวนี้เป็นอย่างยิ่ง เมื่อในอดีตสมัยที่หลวงพ่อสมชายได้ธุดงค์ผ่านมา ชาวบ้านเกิดความศรัทธา จึงได้รวมกันถวายที่ดินเพื่อสร้างวัด ซึ่งปัจจุบันคือวัดโพรงอากาศแห่งนี้นั่นเอง ส่วนความเป็นมาขององค์พระพิฆเนศปางนั่งประธานพร ในการสร้างองค์พระพิฆเนศนี้ ทางวัดใช้เวลาก่อสร้างถึง 3 ปี กว่าจะเสร็จสมบูรณ์ (ปี พ.ศ. 2556- 2558) เริ่มเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อเดือน กุมภาพันธุ์ 2558 องค์พระพิฆเนศปางนั่งประธานพรนี้ อยู่ในท่านั่งบนตั่ง มีความสูง 49 เมตร ไม่รวมฐาน และกว้าง 19 เมตร ผิวเนื้อเป็นสีชมพู มีหัตถ์ทั้งหมด 4 กร และมีงูใหญ่สีดำอยู่ข้างเอว และบนศีรษะสวมพระมาลา (หมวก) ถ้าสังเกตให้ดี บนด้านหน้าหมวกนั้นมีพระพุทธรูปประดิษฐานอยู่ ซึ่งคือองค์หลวงพ่อโสธรจำลอง ขนาดหน้าตักกว้าง 60 นิ้ว

\r\n\r\n

จบทริปนี้มากราบสักการะ"พระพิฆเนศปางยืน องค์สำริด สำเร็จ สมปรารถนา" ซึ่งตั้งอยู่ที่ อุทยานพระพิฆเนศคลองเขื่อน  ตำบลบางตลาด  อำเภอคลองเขื่อน  สำหรับวัตถุประสงค์ในการสร้าง เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดฉะเชิงเทรา และของประเทศไทย อีกทั้งยังส่งเสริมการพัฒนาอาชีพ การขายพืชผล ก่อให้เกิดการสร้างงานในท้องถิ่น และเป็นอนุสรณ์สถานที่ทรงคุณค่าชั่วลูกชั่วหลานสืบไป นับได้ว่าเป็นองค์พระพิฆเนศที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีขนาดสูงถึง 39 เมตร เนื้อองค์ทำจากสำริด (ประกอบด้วย ซิลิคอน, แมงกานีส, นิเกิล, เหล็ก, ดีบุก, ตะกั่ว, สังกะสี, ทองแดง) พระหัตถ์ทั้ง 4 นั้นถือ ดอกบัว, มะม่วง, กล้วย, อ้อย และขนุน และที่พระบาทมีหนูกอดลูกมะพร้าว ซึ่งมีความหมาย คือ ความอุดมสมบูรณ์ของแผ่นดิน 

\r\n\r\n

วันหยุดเสาร์ อาทิตย์นี้มาเสริมศิริมงคล มาพักผ่อนที่ฉะเชิงเทรากันนะคะ และคุณจะรักฉะเชิงเทรา เมืองที่มีเสน่ห์แห่งนี้ค่ะ 

\r\n" 207 144803 ฉะเชิงเทรา ภาคตะวันออก ล่องเรือตามเส้นทางแม่น้ำบางปะกงสายน้ำแห่งชีวิต จังหวัดฉะเชิงเทรามีโปรแกรมให้นักท่องเที่ยวสามารถล่องเรือได้หลายจุด ได้แก่ จุดล่องเรือชมทัศนียภาพสองฝั่งแม่น้ำบางปะกง ชมวิถีชีวิตของชาวเมืองแปดริ้วแวะขึ้นท่าเรือที่ตลาดบ้านใหม่่ เพื่อเดินทางไปยังวัดสมานรัตนาราม 208 144808 ฉะเชิงเทรา ภาคตะวันออก ตลาดวัฒนธรรมจตุรทิศ จังหวัดฉะเชิงเทรา จังหวัดฉะเชิงเทราเป็นจังหวัดที่มีแม่น้ำบางปะกงไหลผ่านจึงเป็นศูนย์รวมของการค้าขายและการคมนาคม \r\n ตั้งแต่สมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น ซึ่งปัจจุบันยังคงมีร่องรอยความเจริญรุ่งเรืองในอตีด จนถึงปัจจุบันชุมชนเหล่านี้ได้กลายมาเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ

เชิญสัมผัสวิถีชีวิตชุมชนตลาดโบราณและตลาดน้ำ ซึ่งแต่ละสถานที่จะมีเอกลักษณ์ที่แตกต่างกันไป นับเป็นมนต์เสน่ห์อย่างหนึ่งของการท่องเที่ยวโดยแท้จริง  ได้แก่ 

\r\n\r\n

ตลาดบ้านใหม่  สัมผัสชีวิตความเป็นอยู่ที่เรียบง่าย  พร้อมช้อปชิมอาหารอร่อยๆ

\r\n\r\n

ตลาดโบราณนครเนื่องเขต เดิมชื่อ "ตลาดสี่แยกท่าไข่" มีคลองคั่นกลางระหว่างสองฝั่งตลาด มีอาหารการกินมากมาย

\r\n\r\n

ตลาดคลองสวน 100 ปี ฉะเชิงเทรา ตลาดเก่าแก่สมัยรัชกาลที่ 5 สัมผัสบรรยากาศเก่าๆ คลาสิกๆ พร้อมเดิมกินอาหารอร่อยๆ 

\r\n\r\n

ตลาดน้ำบางคล้า  ทานอาหารในแพ  ต่อด้วยการนั่งเรือชมทัศนียภาพที่สวยงามริมฝั่งแม่น้ำบางปะกง และป่าชายเลนที่สมบูรณ์

\r\n\r\n

 

\r\n 209 144824 ฉะเชิงเทรา ภาคตะวันออก ไหว้พระเสริมสิริมงคล 9 มหามงคล เมืองแปดริ้ว เส้นทางที่ 1 "จังหวัดฉะเชิงเทรา มีศาสนสถานที่มีความศักดิ์สิทธิ์และมีประวัติศาสตร์ความเป็นมาที่ยาวนาน จึงขอเชิญชวนทุกท่านร่่วมทำบุญ ""ไหว้พระเสริมสิริมงคล 9 มหามงคลเมืองแปดริ้วและเทวสถาน 8 เซียน"" เดินทางไหว้พระทำบุญและสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ "

เชิญร่วมเดินทางไหว้พระทำบุญและสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ณ ศาสนสถานที่สำคัญและเป็นศูนย์รวมความศรัทธาของชาวเมืองแปดริ้ว  เพื่อความสุขสวัสดี  และความเป็นสิริมงคลแห่งชีวิต โดยมีเส้นทางไหว้พระ 9 วัด โดยขอแนะนำ เส้นทางที่ 1   คือ วัดโสธรวรารามวรวิหาร สักการะ "หลวงพ่อพระพุทธโสธร" พระศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองฉะเชิงเทรา   วัดปิตุลาธิราชรังสฤษฎิ์   เป็นวัดโบราณสถานที่สำคัญอีกแห่งหนึ่ง  สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 3 ซึ่งมีสถาปัตยกรรมใกล้เคีบงกับวัดพระแก้ว  วัดอุภัยภาติการาม (ซำปอกง) สักการะ "หลวงพ่อโต” หรือพระไตรรัตนนายก หรือที่ชาวจีนเรียกว่า "เจ้าพ่อซำปอกง" ซึ่งในประเทศไทยมีเพียง 3 องค์เท่านั้น วัดจีนประชาสโมสร (เล่งฮกยี่) วัดนี้สร้างสมัยรัชกาลที่ 5  มีเจ้าแม่กวนอิมที่สลักจากรากไม้ มีอายุ 100 ปี ซึ่งงดงามมากและหาชมได้ยากอีกด้วย   วัดหัวสวน ชมโบสถ์สเตนเลสอันงดงาม พร้อมสักการะ "พระพุทธมหาลาภ" ที่ตกแต่งด้วยเพชรนิลจินดาดูตระการตา  วัดโพธิ์บางคล้า สักการะพระศักดิ์ในโบสถ์เก่าและตื่นตาตื่นใจไปกับค้างตาวแม่ไก้นับแสนๆ ตัว ที่เกาะอยู่บนต้นไม้ในบริเวณวัด วัดปากนำ้โจ้โล้ ชมความสวยงามของโบสถ์ที่อร่ามงามตาไปด้วยสีทองทั้งภายใน และภายนอกซึ่งตั้งเด่นเป็นสง่า อยู่ริมแม่น้ำบางปะกง  วัดเสม็ดเหนือ (ราษฎร์ยินดี)  ชมความสวยงามของอุโบสถ์ที่งดงามแปลกตา สร้างด้วยกระเบื้องดินเผาทั้งหลัง และวัดสมานรัตนาราม ตั้งอยู่ในตำแหน่ง "ฮวงจุ้ยมงคล" (ถุงเงินถุงทอง) จึงเหมาะที่จะขอพรเรื่องโชค ลาภ เป็นอย่างยิ่ง

\r\n 210 140643 เชียงใหม่ ภาคเหนือ หยิบหมอก หยอกลมหนาว ทริปขึ้นเขาไปชมหมอก หยอกพระอาทิตย์ยามเช้าๆ

เช้า “วัดป่าดาราภิรมย์” พระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ เต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมล้านนาที่สวยงาม และได้รับคัดเลือกให้เป็นสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดเชียงใหม่แห่งที่ 1 , “สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์” ชมการจัดแสดงพรรณไม้นานาชนิดที่ออกดอกบานสะพรั่งในช่วงหน้าหนาว เดินชม Canopy Walkway ทางเดินลอยฟ้าเหนือเรือนยอดไม้ที่ยาวที่สุดในประเทศไทย , “ม่อนแจ่ม” ชมวิวภูเขาที่อยู่ล้อมรอบแบบพาโนราม่า รายล้อมไปด้วยแปลงดอกไม้เมืองหนาวหลากสีสัน

\r\n\r\n

บ่าย “ขับรถไปทางแม่ริม – สะเมิง” เข้าไปเที่ยวชม ไร่สตรอเบอรี่สะเมิง แหล่งปลูกตรอเบอรี่ที่ใหญ่ที่สุดในไทย ชิมสตรอเบอรี่หวานฉ่ำ ท่ามกลางวิวภูเขาล้อมรอบ , “ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงทุ่งเริง” แหล่งรวบรวมกุหลาบหลากหลายสายพันธุ์ นั่งรับประทานอาหารซึ่งวัตถุดิบส่วนใหญ่มาจาโครงการหลวง จิบชาสมุนไพรร้อนๆ ท่ามกลางสวนกุหลายที่ตกแต่งสไตล์อังกฤษ…

\r\n 211 140564 เชียงใหม่ ภาคเหนือ เที่ยวอินดี้ วิถีชุมชน ท่องเที่ยวชุมชน อีกหนึ่งรูปแบบการท่องเที่ยวที่กำลังได้รับความนิยมอยู่ในขณะนี้ เพราะนอกจากจะได้ไปเรียนรู้วิถีชีวิตชุมชนที่เรียบง่ายมีเอกลักษณ์เฉพาะชุมชนนั้น ได้สัมผัสรอยยิ้มและการต้อนรับที่แสนอบอุ่นแล้ว พื้นที่ตั้งของชุมชมแต่ละแห่งส่วนใหญ่ยังมีควา

เช้า “ชุมชนโหล่งฮิมคาว” ชมวิถีชีวิตของชุมชนเล็กๆ ริมแม่น้ำคาว แหล่งรวมของศิลปินแขนงต่างๆ ของเมืองเชียงใหม่ จากนั้นเลือกชม เลือกชื้อสินค้าหัตถกรรม งานฝีมือจากชุมชนโหล่งฮิมคาวได้ที่ “ตลาดฉำฉา” ซึ่งจะจัดทุกวันเสาร์ เวลา 09.00 – 14.00 น. , “พิพิธภัณฑ์ใหม่เอี่ยม” พิพิธภัณฑ์ร่วมสมัยแห่งใหม่ของจังหวัดเชียงใหม่ ก่อตั้งโดยตระกูลบุนนาค และเบอร์เดอเลย์ นำเสนอผลงานศิลปะร่วมสมัยของศิลปินชั้นนำ และศิลปินรุ่นใหม่หลายท่าน

\r\n\r\n

บ่าย “ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงตีนตก” พักรับประทานอาหารกลางวันซึ่งวัตถุดิบส่วนใหญ่มาจากโครงการหลวง หรือนั่งจิบกาแฟชิวๆ ท่ามกลางบรรยากาศที่ร่มรื่นด้วยต้นไม้เขียวขจี และเสียงน้ำตกที่ไหลผ่านโครงการตลอดทั้งปี และ “ชุมชนแม่กำปอง” ชมวิถีชีวิตของชุมชนแม่กำปอง หมู่บ้านเล็กๆ กลางหุบเขาที่มีอากาศเย็นตลอดทั้งปี มีลำธารใสเย็นไหลผ่านตลอดหมู่บ้าน จะไปเที่ยวแบบไปกลับ หรือค้างคืนที่โฮมสเตย์ของชาวบ้านที่เปิดให้บริการก็ได้

\r\n 212 140548 เชียงใหม่ ภาคเหนือ ตามรอยรัก รากนครา เชื่อว่าหลายคนคงกำลังติดตามละคร “รากนครา” กันอยู่อย่างแน่นอน เรื่องนี้นอกจากจะได้นักแสดงมากความสามารถแล้ว สถานที่ถ่ายละครก็น่าสนใจอยู่ไม่น้อย และวันนี้เราจะพาเพื่อนๆ ไปเที่ยวตามรอยละครเรื่องนี้กัน

เช้า “ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงขุนวาง” แหล่งปลูกนางพญาเสือโคร่งที่มากที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย ชมถนนสีชมพูในขุนเขา และพันธุ์ไม้เมืองหนาวนานาชนิดที่พร้อมใจกันออกดอกบานสะพรั่งในช่วงหน้าหนาว ชมดอกกุหลาบพันปีที่จะบานสะพรั่งในช่วงเดือนธันวาคม-กุมภาพันธ์บริเวณลานผาแง่ม ชมสถูปจำลองของเจ้าแม้นเมือง ในละครรากนครา , “สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์” ชมสวนแสดงพันธุ์ไม้ดอกเมืองหนาวนานาชนิด สวนรวบรวมพันธุ์เฟริ์นทั้งของไทยและต่างประเทศ โรงเรือนจัดแสดงพันธุ์พืชกินสัตว์ และผักโดรโพนิก

\r\n\r\n

บ่าย “ดอยอินทนนท์” สัมผัสสายหมอก และไอเย็น ณ จุดสูงสุดของประเทศไทย สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ อาทิ พระมหาธาตุนภเมทนีดล พระมหาธาตุนภพลภูมิสิริ เดินศึกษาเส้นทางธรรมชาติกิ่วแม่ปาน เส้นทางธรรมชาติอ่างกา

\r\n 213 140504 เชียงใหม่ ภาคเหนือ ตามรอยพ่อ วิถีพอเพียง เรียนรู้วิถีชีวิตชีวิต เรียนรู้แนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลเดชในการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน

เช้า “พิพิธภัณฑ์โรงงานหลวงที่ 1” ชมพิพิธภัณฑ์มีชีวิต เรียนรู้แนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลเดชในการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน และชมการจัดแสดงความเป็นมาของโครงการหลวง , “บ้านยาง” หมู่บ้านจีนยูนนานที่ยังคงรักษาเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรม ความเป็นอยู่แบบจีนยูนนานได้อย่างเหนียวแน่น เมื่อไปเยือนหมู่บ้านแห่งนี้ไม่ควรพลาดชิมขาหมูหมั่นโถว และสุกี้ยูนนานต้นตำรับ

\r\n\r\n

บ่าย “ไร่ชา 2000” อยู่ทางซ้ายมือก่อนถึงบ้านนอแล ชมบรรยากาศของแปลงชาที่ปลูกไล่ระดับตามความชันของภูเขา รายล้อมด้วยสายหมอกและขุนเขา , “ไร่สตรอเบอรี่” ตั้งอยู่ในหมู่บ้านนอแล ที่ชาวบ้านปลูกตามไหล่เขาเป็นบันไดไล่ระดับกันลงมา , “สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง” ชมความงามของดอกไม้นานาชนิดที่บานสะพรั่งทั่วทั้งดอย มีดอกซากุระสายพันธุ์แท้ รวมทั้งดอกนางพญาเสือโคร่งที่ปลูกรายล้อมสองข้างทาง เป็นอีกหนึ่งสถานที่แห่งความโรแมนติดในหน้าหนาวที่ห้ามพลาด

\r\n 214 140461 ฉะเชิงเทรา ภาคตะวันออก เส้นทางครอบครัวสุขสันต์ เที่ยวทั้งวัน เมืองแปดริ้ว "คุณเคยไหม? ที่ปวดหัวจวนระเบิด เพราะมัวแต่คิดว่าวันหยุดจะพาครอบครัวไปเที่ยวที่ไหนกันดี ต่อจากนี้อาการนั้นจะหายไป เพราะคุณได้เจอคำตอบแล้ว ซึ่งก็คือ ""ฉะเชิงเทรา"" นั่นเอง ฉะเชิงเทรามีที่เที่ยวเยอะแยะเต็มไปหมด รับรองเลยว่ายังไงๆ วันเดียวก็เที่ยวได้"

เดินทางมาจากกรุงเทพฯ ใช้เส้นทางสุวินทวงศ์เข้าเมืองฉะเชิงเทรา  

\r\n\r\n

หลังจากลงสะพานมาสังเกตทางซ้ายมือ จะเห็นซุ้มประตูทางเข้า  ตลาดโบราณนครเนื่องเขต (มีฌฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขตฤกษ์)  แวะทานอาหารเช้า พร้อมกับสัมผัสกับบรรยากาศตลาดโบราณ 2 ฝั่งคลองท่าไข่  หลังจากนั้น  ออกเดินทางไหว้พระหลวงพ่อพุทธโสธรที่ วัดโสธรวรารามวรวิหาร  ขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคล  และออกเดินทางไปขอพรที่ วัดอุภัยภาติการาม (ซำปอกง) เป็นที่ประดิษฐานของหลวงพ่อโต (พระไตรรัตนนายก) หรือที่ชาวจีน เรียกว่า “เจ้าพ่อซำปอกง” ในประเทศไทย มีเพียง 3 องค์เท่านั้น  และแวะทานอาหารกลางวันที่ ตลาดบ้านใหม่ ชุมชนโบราณที่คงอนุรักษ์ความเก่าแก่ดั้งเดิมเอาไว้   และ/หรือ  ล่องเรือสัมผัสธรรมชาติ ชมวิธีชีวิตสองฝั่งแม่น้ำบางปะกง จนไปถึงวัดสมานรัตนาราม เพื่อสักการะพระพิฆเนศปางนอนเสวยสุของค์ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย  เจ้าแม่กวนอิมปางประทานบุตรที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย   ซึ่งตำแหน่งที่ตั้งของวัดสมานรัตนารามนั้นอยู่ในตำแหน่ง "ฮวงจุ้ยมงคล" (ถุงเงินถุงทอง)  ซึ่งเป็นทำเลที่ดีมากๆ ในการขอพรองค์พระพิฆเนศวร  ขากลับแวะซื้อของฝากจากเมืองแปดริ้วก่อนกลับบ้าน  อาทิเช่น  ขนมเปี๊ยะ  ขนมชิฟฟ่อน  ขนมจากไส้มะพร้าว และขนมหวานไทย

\r\n 215 140436 ฉะเชิงเทรา ภาคตะวันออก สัมผัสธรรมชาติ ชิมของทะเลแสนอร่อย "ทริปนี้เป็นทริปแบบจำกัดเวลา เพราะฉะนั้นสถานที่ๆ เราคัดสรรมานั้นโดดเด่น และเด็ดๆ ทั้งนั้นเลย วันไหนว่างๆ ลองหาเวลามาสักนิดเที่ยวในสถานที่ต่างๆ ที่เราแนะนำรับรองได้ว่าทริปหน้าของคุณ จะต้องมี ""ฉะเชิงเทรา"" เป็นตัวเลือกแน่นอน" 216 138191 ฉะเชิงเทรา ภาคตะวันออก มนต์เสน่ห์ฉะเชิงเทรา : ตลาดน้ำบางคล้า ตลาดแห่งนี้มีแต่ของอร่อย 217 136603 เชียงใหม่ ภาคเหนือ ตามรอยศรัทธาแห่งขุนเขา “แอ่วเหนือครั้งใหม่…ไม่เหมือนเดิม”

ช่วงเช้าเที่ยว “ขุนช่างเคี่ยน” อีกหนึ่งสถานที่ในการชมดอกนางพญาเสือโคร่งที่ได้รับความนิยม ซึ่งจะบานสะพรั่งทั่วบริเวณหมู่บ้านในช่วงเดือนธันวาคม-กุมภาพันธ์ , “พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์” ชมพระตำหนัก และความสวยงามของพันธุ์ไม้นานาชนิด แหล่งรวมกุหลาบมากกว่า 360 ชนิด พร้อมสัมผัสสภาพอากาศที่เย็นสบายตลอดทั้งปี

\r\n\r\n

ช่วงบ่าย นมัสการ “วัดพระธาตุดอยสุเทพ” ปูชนียสถานคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดเชียงใหม่ ที่ประดิษฐานพระธาตุดอยสุเทพ พระธาตุสีทองอันยิ่งใหญ่กลางยอดเขา มีบันไดนาคหลายร้อยขั้น รวมถึงจุดชมวิวแบบ 360 องศา “วัดผาลาด” หนึ่งในวัดเก่าแก่ของจังหวัดเชียงใหม่ มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 500 ปี ซึ่งมีการผสมผสานงานศิลปะ สถาปัตยกรรมกับธรรมชาติได้อย่างลงตัว และยังเป็นหนึ่งในสถานที่ถ่ายทำละครรากนครา , “อุทยานหลวงราชพฤกษ์” เที่ยวชมเทศกาลชมสวน (Flora Festival 2017) ระหว่างวันที่ 1 พ.ย. 2560 – 28 ก.พ. 2561 ชมการจัดแสดงไม้ดอกเมืองหนาวนานาพรรณจากมูลนิธิโครงการหลวงบนพื้นที่กว่า 470 ไร่ ที่พร้อมใจกันเบ่งบานสะพรั่งเต็มสวนให้นักท่องเที่ยวได้ชื่นชม..

\r\n 218 113285 กำแพงเพชร ภาคเหนือ การท่องเที่ยวเส้นทางเส้นทางวัฒนธรรมเผ่าอิ้วเมี่ยน หมู่ที่ 17 บ้านจอมแขวน ตำบลอ่างทอง อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร ชมเส้นทางการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมของเผ่าอิ้วเมี่ยนบ้านจอมแขวน ที่มีอัตลักษณ์ที่โดดเด่นทั้งในเรื่องการแต่งกาย ภาษา อาหาร วัฒนธรรมและประเพณี 219 130457 เพชรบุรี ภาคกลาง ถีบสองล้อ ท่องเมืองตาล ปั่นเพื่อเรียนรู้ สู่การท่องเที่ยวสีเขียว

"ถ้ำเขารงค์ รูปช้าง ยางนาใหญ่ แม่น้ำเพชรใส หลวงพ่อเทพเลื่องลือไกล พระดำใหญ่คู่ตำบล" เป็นคำขวัญสะท้อนตัวตนของชุมชนถ้ำรงค์ ชุมชนเก่าแก่ที่มีอายุมากกว่า 1000 ปี ดังหลักฐานจาก หลวงพ่อดำ ซึ่งประดิษฐานอยู่ในถ้ำ เป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่ชุมชนปางห้ามญาติ หล่อด้วยสำริดดำทั้งองค์ นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสอย่างครบถ้วนผ่านการปั่นจักรยานซึ่งเป็นพาหนะที่ไม่ก่อให้เกิดมลพิษ เข้าไปทำกิจกรรมตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ของชุมชนเพื่อเรียนรู้วิถีชีวิตความเป็นอยู่ วัฒนธรรม มีส่วนร่วมกับชุมชนในการทำกิจกรรมต่างๆ โดยเน้นการลงมือทำด้วยตนเอง และเอกลักษณ์ของชุมชนที่ยังคงรูปแบบดั้งเดิม ทำให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสการท่องเที่ยวแบบ Slow Life หลีกหนีชีวิตแบบเมือง

\r\n 220 130446 เพชรบุรี ภาคกลาง เพชร์บุรีเมืองเก่าเล่าความศักดิ์สิทธิ์ ศาสนา ศรัทรา ความเชื่อ 221 126526 พิษณุโลก ภาคเหนือ อำเภอวัดโบสถ์ แหล่งท่องเที่ยวชุมชน สวยงาม ธรรมชาติน่าชม นายสุวิทย์ สุริยะวงค์ นายอำเภอวัดโบสถ์ จ.พิษณุโลก พร้อมด้วย นายมนิตย์ สีฆสัมบันน์ นายกสมาคมสหพันธ์ท่องเที่ยวภาคเหนือจังหวัดพิษณุโลก ร่วมกับชุมชนชาวบ้าน อ.วัดโบสถ์ จ.พิษณุโลก ได้สำรวจแหล่งท่องเที่ยวชุมชนของอำเภอวัดโบสถ์ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชน "

นายสุวิทย์ สุริยะวงค์ นายอำเภอวัดโบสถ์ จ.พิษณุโลก พร้อมด้วย นายมนิตย์ สีฆสัมบันน์ นายกสมาคมสหพันธ์ท่องเที่ยวภาคเหนือจังหวัดพิษณุโลก ร่วมกับชุมชนชาวบ้าน อ.วัดโบสถ์ จ.พิษณุโลก ได้สำรวจแหล่งท่องเที่ยวชุมชนของอำเภอวัดโบสถ์ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชนทั้งที่เป็นแหล่งทางธรรมชาติ ศาสนา วัฒนธรรมท้องถิ่นที่น่าสนใจ เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบสัมผัสกับวิถีชุมชน อีกสไตล์การท่องเที่ยวรูปแบบหนึ่ง นักท่องเที่ยวสามารถมาเที่ยวชม 1-2 วันได้อย่างสบายๆ โดยเฉพาะที่วัดเสนาสน์ ซึ่งเป็นวัดเก่าแก่ของอำเภอวัดโบสถ์ มีพระมหาเจดีย์ทรงกลมรูประฆัง ภายในบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ จำนวน 36 องค์ ที่มีประวัติอันยาวนานที่น่านักท่องเที่ยวได้ไปศึกษาและกราบไหว้เพื่อความเป็นสิริมงคล

\r\n\r\n

\r\n\r\n

\r\n\r\n

จากนั้นนักท่องเที่ยวจะสามารถไปเที่ยวชมวิถีชีวิตชุมชน การปลูกต้นตาลโตลด ตลอดจนการผลิตน้ำตาล ซึ่งเป็นของดีอำเภอวัดโบสถ์ โดยเฉพาะที่หมู่ 10 ต.ท่างาม ซึ่งเป็นสวนตาลของนายสอื้ม กุลคง หรือลุงจ่อน ผู้ริเริ่มปลูกต้นตาล เมื่อ 25 ปีที่ผ่านมา ปัจจุบันกลายเป็นสวนตาลที่สวยงามและสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ

\r\n\r\n

\r\n\r\n

สวนตาลโตนดของลุงจ่อน เป็นสวนตาลที่สวยงาม มีการตัดแต่งกิ่งใบ ดูแลลำต้น สวยงาม เป็นสวนต้นตาลต้นแบบผู้ปลูกตาล มีจำนวนต้นตาลอยู่มากกว่า 400 ต้น บนพื้นที่ มากกว่า 7 ไร่ มีผู้เดินทางชมและเลือกซื้อตาลของลุงจ่อน จำนวนมาก บางคนก็มาท่องเที่ยวถ่ายรูปกับสวนตาลที่สวนงาม ปัจจุบันมีชาวอำเภอวัดโบสถ์หันมาปลูกตาลเป็นอาชีพหลักและเสริมไม่ต่ำกว่า 100 ราย

\r\n\r\n

\r\n\r\n

เมื่อชมสวนเกษตรตาลโตนด ของลุงจ่อน แล้ว นักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบล่องแพ ก็สามาถไปล่องแพตามแม่น้ำแควน้อย เพื่อขึ้นไปจุดปล่อยน้ำเขื่อนแควน้อย ได้ในระยะทางกว่า 2.5 กิโลเมตร ใช้ระยะเวลาของการล่องแพ ประมาณ1-2 ชม. นักท่องเที่ยวสามารถนำอาหาร เครื่องดื่ม ไปล่องแพ ตามสายน้ำพร้อมกับชมธรรมชาติและวิถีชีวิตของชาวอำเภอวัดโบสถ์ได้ทั้ง 2 ฝากฝั่ง ซึ่งหากได้ไปเที่ยวชมแล้ว นักท่องเที่ยวจะมีความรู้สึกสดชื่น ได้ผ่อนคลายแบบ Slow life ทีเดียว

\r\n\r\n

\r\n\r\n

และที่ขาดไม่ได้ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของชาวอำเภอวัดโบสถ์ ก็คือ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน ที่ขณะนี้มีความสวยงามไม่แพ้แหล่งท่องเที่ยวที่อื่น ปัจจุบันมีน้ำในเขื่อนแควน้อยประมาณ 75 % ทางจังหวัดพิษณุโลก ได้พัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวตลอดทั้งปี โดยเฉพาะฤดูร้อน จะปล่อยออกมาทางเขื่อนสันตะเคียน เพื่อให้นักท่องเที่ยวมาเล่นน้ำคลายร้อน กันเป็นประจำทุกปี

\r\n\r\n

\r\n\r\n

นอกจากนี้นักท่องเที่ยวยังสามารถไปเที่ยวชมและศึกษาธรรมชาติที่อุทยานแห่งชาติแก่งเจ็ดแคว ที่มีธรรมชาติที่สวยงามและมีปูสองแคว ซึ่งเป็นปูแป้งพันธุ์หายาก มีความสวยงาม อาศัยในป่าของอุทยานแห่งชาติแก่งเจ็ดแคว ที่พบได้ช่วงฤดูฝนอีกด้วย

\r\n\r\n

\r\n\r\n

\r\n\r\n

โดยขณะนี้อำเภอวัดโบสถ์ กำลังปรับปรุงและพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวท้องถิ่นให้นักท่องเที่ยวและศึกษาธรรมชาติที่ยังมีความอุดมสมบูรณ์หลายแหล่ง และอนาคตกำลังของบประมาณของจังหวัด เพื่อจัดทำสวนสัตว์เปิด คาดว่าภายใน 1-2 ปีจะเห็นผลเป็นรูปธรรม เพื่อให้ประชาชนได้มาเที่ยวชมกันอีกด้วย

\r\n\r\n

และหากนักท่องเที่ยวต้องการมาเที่ยวชมหรือศึกษาธรรมชาติของอำเภอวัดโบสถ์ ก็สามารถติดต่อสอบถามไปที่ทำการอำเภอวัดโบสถ์ เบอร์โทรศัพท์ 0-5529-1316 ได้เป็นประจำทุกวัน

\r\n" 222 144917 ฉะเชิงเทรา ภาคตะวันออก สัมผัสกับป่าไม้ และธรรมชาติใกล้เมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นจังหวัดที่มีแห่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์มากมาย ได้แก่ เขตรักษาพันธ์ุสัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน อ่างเก็บน้ำคลองสียัด สวนปาล์มฟาร์มนก ล่องเรือชมชีวิตของโลมาอิรวดี และโลมาปากขวด

เขตรักษาพันธ์ุสัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน   ป่าลุ่มต่ำซึ่งเป็นรอยต่อของ 5 จังหวัดภาคตะวันออกผืนสุดท้ายที่เหลืออยู่ เป็นสถานที่พักผ่อนและแหล่งเรียนรู้ให้ประชาชนทั่วประเทศ

\r\n\r\n

 อ่างเก็บน้ำคลองสียัด  เป็นเขื่อนดินที่มีทิวทัศน์รอบๆ สวยงาม เหมาะสำหรับเล่นกีฬาทางน้ำ  พายเรือตกปลา  ขี่จักรยาน และพักผ่อนชมธรรมชาติ

\r\n\r\n

สวนปาล์มฟาร์มนก  เป็นแหล่งเพาะพันธ์ุและจำหน่ายนกแก้วมาคอว์สายพันธ์ุต่างๆ ซึ่งภายในมีสวนนกแก้วที่ใหญ่ที่สุด เป็นอันดับต้นๆ ของโลก  ภายใต้บรรยากาศของต้นปาล์มกว่า 10 สายพันธ์ุ

\r\n\r\n

ล่องเรือชมชีวิตของโลมาอิรวดี และโลมาปากขวด  ในช่วงเดือนพฤศจิกายน -กุมภาพันธ์ ของทุกปี นักท่องเที่ยวจะตื่นตาตื่นใจไปกับความน่ารักของโลมาหลากหลายสายพันธ์ุ  ณ  บริเวณปากอ่าวบางปะกง

\r\n 223 144825 ฉะเชิงเทรา ภาคตะวันออก ชวนชิมขนมหวานและอาหารอร่อย จังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นจังหวัดที่มีอาหารและของกินอร่อยๆ มากมาย เรียกได้ว่า ถ้าใครได้ลองมาชิมแล้ว เป็นต้องกลับมารับประทานอีกครั้ง

อาทิเช่น  ก๋วยเตี๋ยวปากหม้ออาหารท้องถิ่นแห่งอำเภอพนมสารคาม  ก๋วยเตี๋ยวหมูรสเด็ด กับเส้นบะหมี่ทำเอง อาหารทะเลสดใหม่ กุ้งแม่น้ำ  และปลากะพงของอำเภอบางปะกง จากนั้นรับประทานของหวานแสนอร่อย  ได้แก่  ขนมจากไส้มะพร้าวอ่อน  ขนมชิฟฟอนมะพร้าวอ่อน  ขนมเปี๊ยะชื่อดัง และข้าวเหนียวมะม่วงน้ำดอกไม้  ทั้งยังมีอาหารคาวหวาน และผลิตภัณฑ์สินค้า OTOP ให้ท่านเลือกซื้อ เป็นของกินของฝากอีกมายมาย

\r\n 224 134551 ฉะเชิงเทรา ภาคตะวันออก เที่ยวตลาดร้อยร้าน ตระการตาทุ่งปอเทือง พายเรือคายัค เช็คอินสะพานเชื่อมรัก พักผ่อนที่ฝายมีชีวิต ด้วยวิถีชีวิตของคนบ้านทุ่งยายชี ที่มีวิถีชีวิตอยู่กับผืนป่าและธรรมชาติ จึงทำให้มีผลิตผลที่หลากหลาย เช่น เห็ดป่า ผักกูด เทา(สาหร่ายน้ำจืด) และพักต่างๆ จึงทำให้มีเมนูอาหารของคนพื้นถิ่น เช่น แกงลูกกล้วย(แกงกะทิกล้วยดิบ) แกงเห็ดป่า 225 128799 ฉะเชิงเทรา ภาคตะวันออก หนีร้อนนอนน้ำ ชุ่มช่ำหัวใจ ท่องเที่ยวไทย สไตย์ทุ่งยายชี พายเรือคายัค พักผ่อนน้ำตกทุ่งยายชี ชมวิถีชีวิตการแสดงควาย หลากหลายความรู้ ณ ศูนย์เศรษฐกิจพอเพียง\r\nโปรแกรมท่องเที่ยว 1 วัน ราคา 399 บาท/คน โปรแกรมนี้ประกอบด้วย 1. พายเรือคายัค พร้อมอุปกรณ์ 2. การแสดงวิถีชีวิต คนกับควาย 226 44420 ชัยนาท ภาคกลาง สถานธรรมริมแม่น้ำเจ้าพระยา ไหว้พระ 9 วัด สถานธรรมริมนำ้เจ้าพระยา เส้นทางไหว้พระ 9 วัด\r\nศักการะสิ่งศักสิทธิ์เมืองชัยนาทริ่มฝั่งแม่นำ้เจ้าพระยาเพื่อเป็นศิริมงคล เมื่อมายล ชัยนาท "

\r\n" 227 154788 กาญจนบุรี ภาคกลาง ชม ชิม ช้อป ณ บ้านท่าไม้ยาว พาใจไป ชม ชิม ช้อป ณ บ้านท่าไม้ยาว\r\nชุมชนบ้านท่าไม้ยาว มีผลิตภัณฑ์ภูมิปัญญาของคนรุ่นปู่ย่า พาไปเรียนรู้โครงการพระราชดำริ และช้อปปิ้งผลิตภัณฑ์จากพืชผัก และผลไม้ปลอดสารพิษ ถ้าพร้อมแล้วเราไปดูโปรแกรมท่องเที่ยว 1 วัน กันเลย "

โปรแกรมท่องเที่ยว 1 วัน ณ บ้านท่าไม้ยาว

\r\n\r\n

สำหรับเดินทางมาแบบคณะ ออกเดินทางมุ่งหน้าสู่อำเภอด่านมะขามเตี้ย จังหวัดกาญจนบุรี โดยคณะเราเดินทางไป ณ วัดหินแท่นลำภาชีเพื่อสักการะรูปเหมือนสมเด็จพระพุฒจารย์โต ชมโบสถ์สำเภาแก้วร้อยล้านหนึ่งเดียวในประเทศไทย ขนาบข้างด้วยเรืออนันตนาคราชลักษมี ภายในอุโบสถประดิษฐานพระพุทธรัตนมุนีศรีโสธร เป็นองค์ประธาน เบื้องหน้าสร้างพระพุทธรูปและพระอรหันต์ เสมือนพระพุทธเจ้า 28 พระองค์ พระอรหันต์ 80 พระองค์ ในบริเวณวัดยังมีหลวงพ่อทันใจ หลวงพ่อศิลา ให้ประชาชนกราบไหว้ขอพร

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n


\r\nโดยชาวบ้านท่าไม้ยาวมารอให้การต้อนรับก่อนจะพาเราเดินทางต่อไปยังบ้านท่าไม้ยาว โดยรถของชุมชนเพื่อให้ชมทัศนียภาพและบรรยากาศวิถีชีวิตสองข้างทาง 

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n


\r\nเมื่อถึงที่หมาย ชาวบ้านจะพามาศูนย์เรียนรู้โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริบ้านท่าไม้ยาว ชิม ชม ช็อป กับผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ ลิ้มลองน้ำต้นไผ่ น้ำธรรมชาติบริสุทธิ์ที่ผ่านขั้นตอนการกลั่นอันละเมียด ผสานคุณประโยชน์ในด้านสุขภาพ 

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

ชิมผลไม้อินทรีย์ เช่น เมล่อน มะละกอ ฯ ที่มีรสชาติหวานลิ้น
\r\nช็อปผลิตภัณฑ์แปรรูปทางการเกษตร เช่น แยมมะม่วงหาวมะนาวโห่ สีม่วงเข้มรสเปรี้ยวหวาน แยมมะม่วงรสหวานละมุน หรือมะม่วงหาวมะนาวโห่เชื่อมรสหวานซ่อนเปรี้ยว รวมถึงพืชผลทางการเกษตรตามฤดูกาล 

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

ปิดท้ายด้วยผลิตภัณฑ์ดูแลผิวพรรณจากพืชเกษตรในสวนปลอดสารพิษ สบู่ ครีมบำรุงผิวกาย และผิวหน้าจากฟักข้าว แชมพูจากดอกอัญชัน พร้อมสารพันเครื่องประทินผิว

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

และสุดท้ายรับประทานอาหารกลางวันพื้นถิ่นตามฤดูกาลที่ทางบ้านท่าไม้ยาวจัดให้อิ่มอร่อยก่อนเดินทางกลับ

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

แผนที่โปรแกรม

\r\n\r\n

\r\n" 228 248 กาญจนบุรี ภาคกลาง พาใจไปเที่ยว...ชุมชนลิ่นถิ่น เปิดใจ...เปิดประสบการณ์ ณ ลิ่นถิ่น\r\nผ่อนคลายไปกับสายน้ำแห่งประวัติศาสตร์ ล่องแพเปียก หรืออาบน้ำเแร่ แช่น้ำพุร้อน เพียงแวะเข้ามาเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ เปิดใจเรียนรู้วิถีชุมชนกระเหรี่ยงโพล่ว ณ ลิ่นถิ่น "

โปรแกรมท่องเที่ยว 1 วัน

\r\n\r\n

เดินทางถึงจุดต้อนรับบ้านลิ่นถิ่น พร้อมรับประทานอาหารว่างจากท้องถิ่น

\r\n\r\n

\r\n\r\n

ล่องแพเปียกและเที่ยวชุมชนบ้านพุล่อ

\r\n\r\n

ดูกุล่มจักรสานและนวดผ่อนคลาย

\r\n\r\n

\r\n\r\n

รับประทานอาหารกลางวันจากท้องถิ่น

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

ชมสวนเกษตรอินทรีย์

\r\n\r\n

ชมกลุ่มทอผ้าและเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ของชุมชนบ้านพุล่อ

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

***กำหนดการอาจเปลี่ยนแปลงไปตามความเหมาะสม***

\r\n" 229 249 กาญจนบุรี ภาคกลาง พาใจไปเที่ยว...ชุมชนบ้านหนองทราย สถานที่แห่งนี้เป็นพื้นที่ทำการเกษตร ชาวบ้านมีอาชีพทำนา เมื่อใดเว้นว่างจากการทำนา ชาวบ้านของชุมชนหนองทราย ก็ตัั้งวงร้องเพลงรำเหย่ย ของชาวจ.กาญจนบุรี มีมาตั้งแต่ 100 ปี หรือสมัยกรุงศรีอยุธยา "

โปรแกรมท่องเที่ยว 2 วัน 1 คืน

\r\n\r\n

วันที่ 1 ของชุมชนบ้านหนองสาหร่าย

\r\n\r\n

ต้อนรับคณะ โดยเพลงรำเหย่ยบ้านหนองทรายและฟังเรื่องเล่าความเป็นมาของชุมชน

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

เรียนรู้วิถีการย้ำเท้าลงนา...หว่านข้าว (หรือกิจกรรมตามฤดูกาลเพาะปลูก)

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

ทำไอศกรีมข้าวไรซ์เบอรี่ ทำทองม้วนสด พร้อมรับประทานอาหารว่าง

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

ขึ้นรถของชุมชนชมวิถีชีวิต เรียนรู้การเพาะเลี้ยง "ไส้เดือนดิน" การทอผ้าขาวม้า เยี่ยมชม "เรือนไม้ต่อ" การทำน้ำพริกแกงสูตรโบราณ สนุกสนานกับการงมหอยขม  และเก็บผักปลอดสสารพิษ

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

เดินเล่น...กินลม...ชมหญ้าแพงโกล่า

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

หลังจากที่เดินเล่นก็มาอาบน้ำน้ำท่า ผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วมานั่งล้อมวงกินข้าวร่วมกับเจ้าของโฮมสเตย์

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

วันที่ 2 ของชุมชนบ้านหนองทราย

\r\n\r\n

ชมประเพณีทำขวัญข้าว ในช่วงที่ข้าวตั้งท้อง (หรือกิจกรรมตามฤดูกาลเพาะปลูก)

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

เมนูมื้อเช้าก็จะเป็นต้มจืดหมูที่ไม่ธรรมดา คือท็อปปิ้งแน่นมากกกก เครื่องใน ตับ ใต ไส้ เพียบบบบ   นอกจากนี้ก็จะมีน้ำเต้าหู้ ปาท่องโก๋

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

สุดท้ายนี้ก็มาเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ของชุมชน และเดินทางกลับบ้านโดยสวัสดิภาพ

\r\n\r\n

เดินทางกลับโดยสวัสดิภาพ

\r\n\r\n

 

\r\n" 230 250 กาญจนบุรี ภาคกลาง พาใจไปเที่ยว...ชุมชนปลายนาสวน ชุมชนปลายนาสวน เป็นชุมชนชาวกะเหรี่ยงโพล่วมีความเก่าแก่นาน 300 ปี ตั้งแต่ยุคกรุงศรรีอยุธยา ชาวกะเหรี่ยงอพยพมาตั้งบ้านเรือนอยู่ที่เมืองศรีสวัสดิ์ แม้จะผ่านไปหลายปีชุมชนแห่งนี้ยังซ่อนตัวอยู่ในหุบเขา และพื้นป่าเขียวขจี ที่ยังรอคอยนักท่องเที่ยวเข้าสัมผัส "

โปรแกรมท่องเที่ยว 2 วัน 1 คืน

\r\n\r\n

วันที่ 1 ของชุมชนปลายนาสวน

\r\n\r\n

เริ่มต้นเดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัว ถ้าออกจากเมืองกาญจน์ จะใช้เส้นทางเดียวกับน้ำตกเอราวัณ พอถึงแยกเข้าน้ำตกเอราวัณให้ขับตรงไปไม่ต้องเข้าน้ำตกเอราวัณ ขับไปเรื่อยๆจนถึงแพขนานยนต์ อำเภอศรีสวัสดิ์ ก็เอารถขึ้นแพข้ามไปอีกฝั่ง จากนั้นก็ขับยาวไปเรื่อยๆ

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

เมื่อมาถึงจะมีร่วมพิธีเรียกขวัญจากผู้เฒ่าผู้แก่ชาวกะเหรี่ยงโพล่ว

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

รับประทานอาหารกลางวันแบบพื้นถิ่น

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

ชมการแสดงรำตง วัฒนธรรมชาวกะเหรี่ยง (กรณีมาเป็นหมู่คณะ) 

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

พักผ่อนตามอัธยาศัย ณ บ้านพักโฮมสเตย์ของชุมชน

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

วันที่ 2 ของชุมชนปลายนาสวน

\r\n\r\n

ตอนเช้าตื่นมาชมพระอาทิตย์ขึ้น ณ จุดชมวิวเขาโกเต็ง สักการะเจดีย์สำเภาทอง ชมการตำขนมทองโย๊ะ

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ณ วัดถ้ำองจุ

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

เยี่ยมชมศูนย์วัฒนธรรม บ้านกะเหรี่ยงจำลอง

\r\n\r\n

ร่วมกิจกรรมการค้ำโพธิ์ (บาโคล่ว) เพื่อความเป็นสิริมงคลของชีวิต

\r\n\r\n

ล่องเรือชมวิถีชีวิตของชุมชน และชมการแปรรูปปลาน้ำจืด รับประทานอาหารกลางวันแบบพื้นถิ่น

\r\n\r\n

ชมการทอผ้ากะเหรี่ยง และการทำใยแมงมุมมงคล จากาโว่ลา (ใบสวรรค์)

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

เดินเล่นริมธาร ณ บ้านที่ใช้ถ่ายทำภาพยนต์เรื่อง "กาเหว่าที่บางเพลง"

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

ชมการละเล่น "สะบ้า"

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

และเดินทางกลับโดยสวัสดิภาพ

\r\n\r\n

แผนที่โปรแกรม

\r\n\r\n

\r\n" 231 251 กาญจนบุรี ภาคกลาง เส้นทางท่องเที่ยวธรรมชาติ อ่างเก็บน้ำห้วยกระพร้อย อ่างเก็บน้ำห้วยกระพร้อยอันเนื่องมาจากพระราชดำริ มีภูมิประเทศที่เหมาะสมแก่การกำหนดเส้นทางแข่งขันวิ่งในเส้นทางธรรมชาติ และปั่นจักรยาน เป็นพื้นที่ใกล้กับถ้ำธารลอด ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวในเขตอุทยานแห่งชาติเฉลิมรัตนโกสินทร์ "

กิจกรรม/โปรแกรมท่องเที่ยว 

\r\n\r\n

วันที่ 1

\r\n\r\n

เดินทางถึงอ่างเก็บน้ำห้วยกระพร้อยอันเนื่องมาจากพระราชดำริ พร้อมรับประทานอาหารว่างจากชุมชนท้องถิ่น

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

สักการะหลวงพ่อทันใจ วัดราษฎรเจริญธรรม เดิมชื่อกระพร้อย วัดนี้ได้รับความร่วมแรงร่วมใจจากชาวบ้านหล่อพระประทานองค์ใหญ่เสร็จภายในวันเดียว เป็นอีกหนึ่งจุดของอ่างเก็บน้ำที่สามารถชมวิวในมุมกว้างอย่างสวยงามที่สุด

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

เมื่อกราบไหว้พระเสร็จ หลังจากนั้นพาเยี่ยมชมมินิฟาร์ม ลุงพันธ์ ฟาร์มที่อบอวลด้วยความรัก เลี้ยงสัตว์หลากหลายชนิด เช่น หมุป่า ไก่งวง  ไก่ฟ้า ม้า และควาย

\r\n\r\n

หลังจากนั้นรับประทานอาหารกลางวันบ้านห้อยขา ชิมอาหารถิ่น คนริมอ่าง

\r\n\r\n

\r\n\r\n

\r\n\r\n

\r\n\r\n

ปั่นจักรยาน ท่องเที่ยวชมความงามถ้ำธารลอด ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวในเขตอุทยานแห่งชาติเฉลิมรัตนโกสินทร์ 

\r\n\r\n

\r\n\r\n

\r\n\r\n

และเมื่อเดินทางท่องเที่ยวกันมาเหนื่อยๆก็เข้าพักโฮมสเตย์บ้านกระพร้อยร้อยล้าน บรรยากาศบ้านๆ สบายๆ เรียบง่าย 

\r\n\r\n

\r\n\r\n

วันที่ 2

\r\n\r\n

(เลือกกิจกรรมการแข่งขันกีฬาตามความถนัด)

\r\n\r\n

แข่งขันวิ่งเทรล (การวิ่งแบบผจญภัยในพื้นที่ธรรมชาติ) ระยะ 10.5 กม. และ 21 กม.

\r\n\r\n

\r\n\r\n

แข่งขันเดิน – วิ่ง (FUN RUN) ระยะทาง 5 กม

\r\n\r\n

.

\r\n\r\n

การแข่งขันปั่นจักรยานแรลลี่ ระยะทาง 75 กม. ชมวิถีชีวิตเกษตรกรรมผสมผสานการทำเกษตร ปศุสัตว์ ประมง และเส้นทางธรรมชาติในเขตอุทยานแห่งชาติ เฉลิมรัตนโกสินทร์

\r\n\r\n

\r\n\r\n

ชิมอาหารถิ่น เช่น ขนมจีน 4 สหาย, ปลาส้มเลิศรส, ปุยฝ้ายกล้วยน้ำว้า ฯลฯ

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

เดินทางกลับโดยสวัสดิภาพ

\r\n\r\n

หมายเหตุ กิจกรรมและโปรแกรมท่องเที่ยวอาจมีความเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

 

\r\n" 232 161234 กาญจนบุรี ภาคกลาง """หนึ่งวันในท่าม่วง""" ประวัติศาสตร์ ตลาดเก่าท่าม่วง ย่านการค้าเก่าแก่ของชุมชนชาวจีนที่มีเรื่องราวเล่าผ่านสถาปัตยกรรมอันยาวนาน มากกว่าร้อยปี เยี่บมชม บ้านปอเชียง อาคาร อนุรักษ์แบบชิโนโปรตุกีส เพื่อเรียนรู้ ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น ตลาดท่าม่วง "

โปรแกรมท่องเที่ยว 1 วัน ในท่าม่วง

\r\n\r\n

นำคณะเที่ยววัดวังขนายทายิการาม สักการะหลวงพ่อสรรเพชญพระพุทธรูปศิลาแลง ปางมารวิชัย สมัยอยุธยา ปัจจุบันประดิษฐาน ณ วิหารฉลองกรุงรัตนโกสินทร์ ซึ่งภายในวัดน้ำพุร้อนวัดวังขนายทายิการาม รักษาสุขภาพโดยธาราบำบัด น้ำแร่ธรรมชาติอุณหภูมิ 42 องศาเซลเซียส เปิดบริการทุกวันตั้งแต่05.00 – 21.00 น

\r\n\r\n

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

หลังจากนั้นต่อด้วยชุมชนบ้านท่าม่วงรักษ์คันนา คาเฟ่ ร้านก๋วยเตี๋ยวและกาแฟที่สร้างขึ้นจากแนวคิด ชวนเพื่อนมาเที่ยวบ้าน เพื่อสัมผัสความงามของวิถีชาวนาแต่ละฤดูกาล เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่09.00 – 19.00 น.

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

หลังจากที่เราไปนั่งชิวๆที่รักษ์คันนาคาเฟ่แล้ว เราก็พามาเที่ยวที่วัดถ้ำเสือ สักการะหลวงพ่อชินประทานพร พระพุทธรูปองค์ใหญ่ที่สุดใน กาญจนบุรีและพระเจดีย์เกศแก้วปราสาททรงแปดเหลี่ยม วัดถ้ำเขาน้อย วัดญวนแบบพุทธนิกายมหายาน จำลองแบบมาจากประเทศจีน

\r\n\r\n

และสุดท้ายนี้ก่อนที่จะจบทริป 1 วันในท่าม่วง จะพาทุกคนไปรับประทานอาหาร

\r\n\r\n

\r\n\r\n

เมนูเด็ดท่าม่วง ก๋วยเตี๋ยวหมูสุขศาลา บอกเลยว่าห้ามพลาด "บะหมี่ชาโคล" บะหมี่สำหรับคนรักสุขภาพที่ผลิตสดใหม่ทุกวัน

\r\n\r\n

\r\n\r\n

และอีกหนึ่งเมนูเด็ด ข้าวหมกไก่โกน้อยอาหารอิสลามที่เปิด ร่วม 30 ปี เมนูเด็ดของทางร้าน คือ ข้าวหมกไก่ หมกเนื้อ ซุปหางวัวและก๋วยเตี๊ยวเนื้อ

\r\n\r\n

 

\r\n" 233 253 กาญจนบุรี ภาคกลาง พาใจไปเที่ยว...ชุมชนบ้านแก่งแคบ เข้ามาตามหากาลเวลาในแก่งแคบ ต.ท่ากระดาน อ.ศรีสวัสดิ์ จ. กาญจนบุรี \r\nที่ชุมชนบ้านแก่งแคบนี้ มีอะไรที่น่าสนใจหลากหลาย "

โปรแกรมท่องเที่ยว 2 วัน 1 คืน ณ ชุมชนบ้านแก่งบ้าน

\r\n\r\n

นำคณะเดินทางมาที่ชุมชนแก่งแคบ ต.ท่ากระดาน อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี โดยสถานที่แรกที่พาไป คือ ศูนย์ศึกษาธรรมชาติเขาน้ำพุ (วัวแดง) เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ฟังเรื่องเล่าคนบ้านเขื่อน และการอยู่รวมกันของคนป่า และสัตว์ป่า เยี่ยมชมวัวแดง

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

หลังจากที่เราเดินทางกันไปชมธรรมชาติกันมาแล้ว ก็ถึงเวลารับประทานอาหารกลางวันพื้นถิ่น

\r\n\r\n

และเมื่อเติมพลังกันเรียบร้อยก็พาเดินทางไปเรียนรู้วิถีชีวิต 

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

เดินชมนิทรรศการ ณ อาคารราชานุรักษ์ โรงฟ้าเขื่อนศรีนครินทร์

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

เดินชมนาฬิกาแดด สวนเวลารำลึก

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

ชมสันเขื่อนและสักการะหลวงพ่อเจ็ดกษัตริย์

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

ช่วงเวลาตอนเย็นก็เข้าพักที่ชุมชน อาจจะเล่นน้ำ ล่องแพเปียก กันก็ได้ ก่อนที่จะไปรับประทานอาหารเย็นและเข้าพักผ่อนกัน

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

วันที่ 2 

\r\n\r\n

รับประทานอาหารเช้า 

\r\n\r\n

เรียนรู้วิถีชีวิต โครงการเศรษฐกิจพอเพียง

\r\n\r\n

แนะนำสถานที่แวะพัก

\r\n\r\n

แพปลาสวยน้ำใส

\r\n\r\n

\r\n\r\n

แพบ้านเรา

\r\n\r\n

\r\n\r\n

แพกู๊ดวิว เอราวัณ

\r\n\r\n

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

 

\r\n" 234 254 กาญจนบุรี ภาคกลาง พาใจไปเที่ยว...ชุมชนสหกรณ์นิคม "จุดชมวิวเนินสวรรค์ ดินแดนมหัศจรรย์ อำเภอทองผาภูมิไม่ใช่มีแค่ผลไม้อร่อย แต่ยังมีสถานที่ท่องเที่ยว Unseen ให้ลองมาเปิดใจมาค้นหา แล้วจะพบคำว่า ""มหัศจรรย์"" เที่ยวน้ำตก 3 แห่งได้ ภายในวันเดียว มาท่องเที่ยวแบบรับผิดชอบกันเถอะ!!" "

โปรแกรมท่องเที่ยวครึ่งวัน

\r\n\r\n

ต้อนรับคณะนักท่องเที่ยว ณ จุดต้อนรับของชุมชน

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

เที่ยวจุดชมวิวเนินสวรรค์ สัมผัสธรรมชาติสูดอากาศบริสุทธิ์ ลานกลางเต้นท์สุดชิลล์ ท่ามกลางอากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี หนาวนี้ต้องห้ามพลาดจุดชมวิวเนินสวรรค์อยู่ในความดูแลของเขตอุทยานแห่งชาติ

\r\n\r\n

\r\n\r\n

เที่ยวชมอุโมงค์สามมิติ อุโมงค์เหมืองแร่เก่า อยู่ใต้ภูเขาเป็นเส้นทางขนแร่ในอดีตที่มีอายุเกือบ 100 ปี มีความยาวถึง 2 กิโลเมตรเศษ โดยนักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสความตื่นเต้นกับการนั่งรถเข้าไปภายในอุโมงค์เหมืองที่มืดสนิทจนมองไม่เห็นแม้แต่เส้นลายมือของตัวเอง

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

เมื่อออกมาจากอุโมงค์ก็รับประทานอาหารกลางวันแบบพื้นถิ่น

\r\n\r\n

และต่อด้วยเที่ยวชมน้ำตกผาแดง เป็นน้ำตกที่เกิดขึ้นใหม่ ย้ำ!  ไม่ใช่ค้นพบ เกิดจากเมื่อปลายปี2559 ฝนตกหนักเกิดดินถล่มลงจากผาแดง ทำให้ทางน้ำเปลี่ยนทิศทางเกิดเป็นน้ำตกผาแดง

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

ชมสวนและชิมผลไม้ตามฤดูกาล จากสวนเกษตรปลอดสารพิษ

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

จุดสุดท้ายที่จะไปเที่ยวนั่นคือ เที่ยวชมทัศนียภาพ ณ น้ำตกรอยช้างเผือก เล่ากันว่าพระยาฉันททันต์เป็นช้างหนึ่งในทศชาติของพระพุทธเจ้ามีลักษณะตัวสีขาวสวยงามสง่ายิ่งนักได้อาศัยอยู่ ณ ป่าหิมพานต์และได้ดื่มน้ำและอาบน้ำในลำห้วยดินโส นึกถึงบุญคุณ จึงได้ประทับรอยเท้าไว้บนหินก้อนใหญ่ริมลำห้วยนี้

\r\n\r\n

 

\r\n" 235 167904 อุตรดิตถ์ ภาคเหนือ เส้นทาง ชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี ดินแดน 3 วัฒนธรรม จังหวัดอุตรดิตถ์ เปิดเส้นทางชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี ย้อนอดีต 3 วัฒนธรรม ดินแดนเมืองท่าเหนือ "

วันที่ 1

\r\n\r\n\r\n\r\n

วันที่ 2

\r\n\r\n\r\n" 236 167748 กาญจนบุรี ภาคกลาง ชิมปู ดูดาว เคล้าสายหมอก @บ้านอีต่อง ชุมชนชาวเหมืองปิล็อก เมืองฝนแปดแดดสี่บนยอดเขาที่ใกล้ทะเลอันดามัน หมู่บ้านที่อดีตเจริญที่สุดจนมีโรงภาพยนตร์ถึง2แห่ง ชมเหมืองเก่าแก่ที่ยังคงความเจริญไว้ยาวนาน ผ่านชุมชนชาวเหมือง ตลาดบ้านอีต่อง ท่านสามารถสัมผัสอากาศเย็นและสายหมอกได้ตลอดปี ณ บ้านอีต่อง "

โปรแกรมท่องเที่ยว 2 วัน 1 คืน

\r\n\r\n

วันที่ 1

\r\n\r\n

พบกันที่ทางเข้าตลาดเหมืองปิล็อค

\r\n\r\n

\r\n\r\n

เดินเที่ยวชมหมู่บ้านและสถานที่สำคัญ อาทิ วัดเหมืองปิล็อค ที่ทำการเหมืองปิล็อค ตลาด

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

\r\n\r\n

\r\n\r\n

รับประทานอาหารเย็น

\r\n\r\n

\r\n\r\n

เมื่อเดินเที่ยวเล่นกันจนเหนื่อยแล้วก็เข้าพักโฮมสเตย์ นอนพักร่างกายด้วยบรรยากาศที่แสนจะสบาย

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

วันที่ 2 

\r\n\r\n

ตื่นเช้ามาชมทะเลหมอกบนเนินช้างศึก จุดชมวิวทัศนียภาพของหมู่บ้าน สามารถมองเห็นหมู่บ้านอีต่องด้านล่าง พร้อมชื่นชมทะเลหมอกที่สวยงาม

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

ชมเส้นแบ่งพรมแดนไทยพม่า ณ เนินเสาธง ที่มีธงชาติทั้งสองประเทศอยู่บนยอดเขาเป็นสัญลักษณ์แสดงเขตแดนบนเส้นทางเชื่อมความสัมพันธ์อันดีทั้งในทางเครือญาติและเศรษฐกิจของชาวบ้านอีต่องและชาวพม่า

\r\n\r\n

\r\n\r\n

ตักบาตรพระสงฆ์ รับประทานอาหารเช้าแบบพื้นถิ่น

\r\n\r\n

\r\n\r\n

เล่นน้ำตกจ๊อกกระดิ่นและน้ำตกหายโศก น้ำตกที่มีน้ำไหลเย็น

\r\n\r\n

\r\n\r\n

เยี่ยมชมเหมืองสมศักดิ์

\r\n\r\n

\r\n\r\n

ก่อนจะเดินทางกลับก็แวะรับประทานอาหารกลางวันที่บ้านป้าเกล็นกันก่อน 

\r\n\r\n

\r\n\r\n

***การเดินทางเดินทางด้วยรถของชุมชน

\r\n" 237 171766 กาฬสินธุ์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตะลอนทัวร์เที่ยวเมืองน้ำดำ 3 วัน 2 คืน\r\nตะลอนทัวร์เที่ยวเมืองน้ำดำ\r\n

วันที่ 1

\r\n\r\n

07.00 น.        รับประทานอาหารเช้าที่ห้องอาหารกุฉินารายณ์ ณ โรงแรมริมปาว

\r\n\r\n

08.30 น.        เดินทางไปไหว้สักการบูชาอนุสาวรีย์พระยาชัยสุนทร (ท้าวโสมพระมิตร) และหลวงพ่อองค์ดำที่วัดกลาง

\r\n\r\n

09.00 น.        ออกเดินทางไป อ. กมลาไสย ชมประวัติศาสตร์แห่งเมืองน้ำดำ

\r\n\r\n

09.30 น.        ถึง อ.กมลาไสย ชมเมืองฟ้าแดดสงยาง ไหว้สักการะพระธาตุยาคู สมัยทวารวดี และใบ เสมาโบราณแกะสลักงดงามซึ่งตั้งแสดงที่วัดโพธิ์ชัยเสมาราม

\r\n\r\n

10.00 น.        ออกเดินทางไป อ. ยางตลาดไปเขื่อนลำปาว ชมเขื่อนดินที่ยาวที่สุดในประเทศไทย

\r\n\r\n

10.30 น.        ถึงเขื่อนลำปาว เขื่อนดินที่ยาวที่สุดในประเทศไทย และเข้าชมหาดดอกเกดซึ่งเป็นสวนไม้ดอกไม้ประดับที่ปรับปรุงได้อย่างสวยงาม อยู่บริเวณหน้าสันเขื่อนลำปาว และอุทยานสัตว์น้ำ ซึ่งเป็นศูนย์เพาะปลา รวมจัดเป็นพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำด้วย และชมธรรมชาติที่สวนสะออน (สถานศึกษาธรรมชาติและสัตว์ป่าลำปาว)

\r\n\r\n

11.30 น.        ออกเดินทางไป ร้านอาหารไทนิคม อ. สหัสขันธ์

\r\n\r\n

12.00 น.        รับประทานอาหารกลางวันที่ร้านอาหารไทนิคม

\r\n\r\n

13.30 น.        เดินทางไปชมประวัติศาสตร์ซากดึกดำบรรพ์แห่งนักล่า ที่พิพิธภัณฑ์สิรินธร

\r\n\r\n

14.30 น.        เดินทางไปไหว้สักการบูชาพุทธสถานภูสิงห์เป็นที่ประดิษฐานพระพรหมภูมิปาโล ซึ่งเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย และพระพุทธไสยาสน์ถ้ำภูค่าวเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธไสยาสน์ภูค่าวซึ่งเป็นพระพุทธรูปที่แปลกจาก พระนอนทั่วไป คือ ไสยาสน์ตะแคงซ้าย ไม่มีพระเกตุมาลา

\r\n\r\n

15.00 น.        ไปชมทัศนียภาพความสวยงามและบรรยากาศยามเย็นที่สะพานเทพสุดา เกาะมหาราชและแหลมโนนวิเศษเป็นจุดชมพระอาทิตย์อัสดงที่สวยที่สุดในจังหวัดกาฬสินธุ์

\r\n\r\n

16.00 น.        ออกเดินทางไปร้านอาหาร วริษา

\r\n\r\n

16.30 น.        รับประทานอาหารเย็นที่ร้านอาหาร วริษา

\r\n\r\n

18.00 น.        เดินทางกลับสู่ที่พัก ณ โรงแรมริมปาว

\r\n\r\n

18.30 น.        เข้าที่พัก พักผ่อนตามอัธยาศัย

\r\n\r\n

วันที่ 2

\r\n\r\n

07.00 น.        ไปรับประทานอาหารเช้าที่ ร้านอาเฟย

\r\n\r\n

08.30 น.        ออกเดินทางไปชมความสวยงามของน้ำตกแก้งกะอามที่ อ. สมเด็จ

\r\n\r\n

09.00 น.        ถึงน้ำตกแก้งกะอาม ชมความสวยงามของธรรมชาติ

\r\n\r\n

10.00 น.        เดินทางไปบ้านโพน อ. คำม่วง ดูศูนย์หัตถกรรมพื้นบ้านผ้าไหมแพรวา  พร้อมเลือกชมเลือกซื้อสินค้าพื้นบ้าน และของดีเมืองกาฬสินธุ์

\r\n\r\n

11.30 น.        รับประทานอาหารกลางวันที่ ตลาดนาคู เมี่ยงนาคู อาหารขึ้นชื่อจังหวัดกาฬสินธุ์ พร้อมกับเลือกซื้อของฝากผลิตภัณฑ์สินค้า OTOP

\r\n\r\n

13.00 น.        เดินทางไป อ. กุฉินารายณ์ สัมผัสบรรยากาศวิถีชีวิตแบบชาวผู้ไทยที่หมู่บ้านวัฒนธรรมผู้ไทยโคกโก่ง

\r\n\r\n

13.30 น.        ถึงหมู่บ้านวัฒนธรรมผู้ไทย เยี่ยมชมและสัมผัสวิถีชีวิตชาวบ้านและที่พักแบบโฮมสเตย์

\r\n\r\n

15.00 น.        เข้าพักที่บ้านพักโฮมสเตย์ และพักผ่อนตามอัธยาศัย

\r\n\r\n

16.00 น.        ไปเล่นน้ำตกตาดสูง ชมความงามของธรรมชาติ (แล้วแต่ใครจะไปก็ได้หรือจะพักผ่อนที่บ้านพักก็ได้ ตามความสมัครใจ)

\r\n\r\n

18.00 น.        รับประทานอาหารค่ำร่วมกับชาวบ้าน อาหารพื้นบ้านแบบพาแลง มีอาหารแบบดั้งเดิมของลาวและอาหารตะวันตกให้เลือกมากมาย และชมการแสดงศิลปพื้นบ้าน การเต้นโดยเด็ก การรำพื้นบ้านเพลงประจำหมู่บ้าน และร่วมรำทำเพลงร่วมกับชาวบ้าน

\r\n\r\n

20.30 น.        เข้าที่พัก (พักผ่อนตามอัธยาศัย)

\r\n\r\n

วันที่ 3

\r\n\r\n

07.00 น.        รับประทานอาหารเช้าที่

\r\n\r\n

08.30 น.        เดินชมการจัดแสดงและการสอนทอผ้าและการหัตถกรรมพื้นบ้านของชาวผู้ไทย และซื้อของฝากของที่ระลึก

\r\n\r\n

09.00 น.        ออกเดินทางกลับมาชมพิพิธภัณฑ์ของดีเมืองกาฬสินธุ์

\r\n\r\n

11.00 น.        ถึงพิพิธภัณฑ์ของดีเมืองกาฬสินธุ์หรือศูนย์ OTOP เป็นศูนย์สาธิตอาชีพหัตถกรรมจังหวัดกาฬสินธุ์ ประกอบด้วยห้องจัดแสดงนิทรรศการต่างๆ จัดแสดงผลผลิตทางการเกษตร และห้องจำหน่ายผ้าไหม สินค้าของที่ระลึกต่าง ๆ ของจังหวัด 

\r\n\r\n

12.00 น.        ไปรับประทานอาหารกลางวันที่ร้านแม่เนื่อง  (แม่เนื่องยางตลาด)

\r\n\r\n

13.30 น.        ซื้อของฝาก ของดี ของที่ระลึกเมืองกาฬสินธุ์ ที่ร้านแม่เนื่องผ้าไหมแพรวา (แม่เนื่องยางตลาด)

\r\n\r\n

14.30 น.        เดินทางกลับบ้านโดยสวัสดิภาพ

\r\n 238 171760 กาฬสินธุ์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ท่องเที่ยวชมของดีเมืองน้ำดำ 2 วัน 1 คืน ท่องเที่ยวชมของดีเมืองน้ำดำ

วันที่ 1

\r\n\r\n

07.30 น.        รับประทานอาหารเช้าที่ร้านบ้านเป็ด (ข้างๆโรงแรมไพบูลย์โฮเต็ล)

\r\n\r\n

08.00 น.        ออกเดินทางไปไหว้สักการบูชาอนุสาวรีย์พระยาชัยสุนทร (ท้าวโสมพระมิตร) และหลวงพ่อองค์ดำที่วัดกลาง

\r\n\r\n

08.30 น.        ออกเดินทางไป อ. กมลาไสย ชมประวัติศาสตร์แห่งเมืองน้ำดำ

\r\n\r\n

09.00 น.        ถึง อ.กมลาไสย ชมเมืองฟ้าแดดสงยาง ไหว้สักการะพระธาตุยาคู สมัยทวารวดี และใบ เสมาโบราณแกะสลัก

\r\n\r\n

งดงามซึ่งตั้งแสดงที่วัดโพธิ์ชัยเสมาราม

\r\n\r\n

09.30 น.        ออกเดินทางไปเขื่อนลำปาว ชมเขื่อนดินที่ยาวที่สุดในประเทศไทย

\r\n\r\n

10.30 น.        ถึงเขื่อนลำปาว เขื่อนดินที่ยาวที่สุดในประเทศไทย และเข้าชมหาดดอกเกดซึ่งเป็นสวนไม้ดอกไม้ประดับที่

\r\n\r\n

ปรับปรุงได้อย่างสวยงาม อยู่บริเวณหน้าสันเขื่อนลำปาว และอุทยานสัตว์น้ำ ซึ่งเป็นศูนย์เพาะปลา รวมจัดเป็นพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำด้วย และชมธรรมชาติที่สวนสะออน (สถานศึกษาธรรมชาติและสัตว์ป่าลำปาว)

\r\n\r\n

12.00 น.        ออกเดินทางไปรับประทานอาหารกลางวันที่ ร้านอาหารไทนิคม อ. สหัสขันธ์

\r\n\r\n

13.00 น.        เดินทางไปชมประวัติศาสตร์ซากดึกดำบรรพ์แห่งนักล่า ที่พิพิธภัณฑ์สิรินธร

\r\n\r\n

14.00 น.        เดินทางไปไหว้สักการบูชาพุทธสถานภูสิงห์เป็นที่ประดิษฐานพระพรหมภูมิปาโล ซึ่งเป็นพระพุทธรูปปางมาร

\r\n\r\n

วิชัย และพระพุทธไสยาสน์ถ้ำภูค่าวเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธไสยาสน์ภูค่าวซึ่งเป็นพระพุทธรูปที่แปลกจาก พระนอนทั่วไป คือ ไสยาสน์ตะแคงซ้าย ไม่มีพระเกตุมาลา

\r\n\r\n

15.00 น.        ออกเดินทางไป อ. กุฉินารายณ์ สัมผัสบรรยากาศวิถีชีวิตแบบชาวผู้ไทยที่หมู่บ้านวัฒนธรรมผู้ไทยโคกโก่ง

\r\n\r\n

16.30 น.        ถึงหมู่บ้านวัฒนธรรมผู้ไทย เยี่ยมชมและสัมผัสวิถีชีวิตชาวบ้านและที่พักแบบโฮมสเตย์

\r\n\r\n

17.00 น.        เข้าพักที่โฮมสเตย์ (ห้องพักแบบโฮมสเตย์ภายในหมู่บ้านผู้ไทยโคกโก่ง) และพักผ่อนตามอัธยาศัย

\r\n\r\n

18.00 น.        รับประทานอาหารค่ำร่วมกับชาวบ้าน อาหารพื้นบ้านแบบพาแลง มีอาหารแบบดั้งเดิมของลาวและอาหาร

\r\n\r\n

ตะวันตกให้เลือกมากมาย และชมการแสดงศิลปพื้นบ้าน การเต้นโดยเด็ก การรำพื้นบ้านเพลงประจำหมู่บ้าน และร่วมรำทำเพลงร่วมกับชาวบ้าน

\r\n\r\n

20.30 น.        เข้าที่พัก (พักผ่อนตามอัธยาศัย)

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

วันที่ 2

\r\n\r\n

08.00 น.        รับประทานอาหารเช้าที่บ้านพักโฮมสเตย์โคกโก่ง

\r\n\r\n

08.30 น.        เดินชมการจัดแสดงและการสอนทอผ้าและการหัตถกรรมพื้นบ้านของชาวผู้ไทย และซื้อของฝากของที่ระลึก

\r\n\r\n

09.00 น.        ออกเดินทางกลับมาชมพิพิธภัณฑ์ของดีเมืองกาฬสินธุ์

\r\n\r\n

11.00 น.        ถึงพิพิธภัณฑ์ของดีเมืองกาฬสินธุ์หรือศูนย์ OTOP เป็นศูนย์สาธิตอาชีพหัตถกรรมจังหวัดกาฬสินธุ์ ประกอบด้วยห้องจัดแสดงนิทรรศการต่างๆ จัดแสดงผลผลิตทางการเกษตร และห้องจำหน่ายผ้าไหม สินค้าของที่ระลึกต่าง ๆ ของจังหวัด 

\r\n\r\n

12.00 น.        รับประทานอาหารกลางวันที่ร้านอาหารชวนฉวี

\r\n\r\n

13.00 น.        เดินทางไปซื้อของฝาก ของดี ของที่ระลึกเมืองกาฬสินธุ์ ที่ร้านแม่เนื่องผ้าไหมแพรวา (แม่เนื่องยางตลาด)

\r\n\r\n

14.00 น.        เดินทางกลับโดยสวัสดิภาพ

\r\n 239 171729 กาฬสินธุ์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ท่องเที่ยวเต็มอิ่ม ชมเมืองกาฬสินธุ์สุขใจ 1 วัน\r\n\r\nท่องเที่ยวเต็มอิ่ม ชมเมืองกาฬสินธุ์สุขใจ

11.00 น.                 ออกเดินทางไป อำเภอสหัสขันธ์

\r\n\r\n

11.30 น.                 ถึงร้านอาหารไทนิคม รับประทานอาหารกลางวัน

\r\n\r\n

13.00 น.                 เดินทางไปชมประวัติศาสตร์ซากดึกดำบรรพ์แห่งนักล่า ที่พิพิธภัณฑ์สิรินธร

\r\n\r\n

14.00 น.                 เดินทางไปไหว้สักการะบูชาพุทธสถานภูสิงห์เป็นที่ประดิษฐานพระพรหมภูมิปาโล ซึ่งเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย และพระพุทธไสยาสน์ถ้ำภูค่าวเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธไสยาสน์ภูค่าวซึ่งเป็นพระพุทธรูปที่แปลกจาก พระนอนทั่วไป คือ ไสยาสน์ตะแคงซ้ายไม่มีพระเกตุมาลา

\r\n\r\n

17.00 น.                 เดินทางกลับมายังอำเภอสหัสขันธ์

\r\n\r\n

18.00 น.                 ดูพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าที่สะพานเทพสุดา

\r\n\r\n

18.30 น.                 เดินทางกลับโดยสวัสดิภาพ

\r\n 240 207830 อุบลราชธานี ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ท่องเที่ยวเก๋ไก๋...สไตล์วัฒนธรรมอุบลราชธานี ท่องเที่ยวเก๋ไก๋...สไตล์วัฒนธรรมอุบลราชธานี 2 วัน 1 คืน\r\n "

\r\n\r\n
\r\n

\r\n\r\n
\r\n

\r\n\r\n
\r\n

\r\n\r\n
\r\n

\r\n\r\n
\r\n

\r\n\r\n
\r\n

หมายเหตุ 1.เวลาอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม
\r\n            2.โปรแกรมท่องเที่ยวนี้สามารถเที่ยวได้เฉพาะในช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์

\r\n" 241 211733 อุบลราชธานี ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ท่องเที่ยวชุมชนเชิงวัฒนธรรม เขมราฐ นาแวง เจียด อำเภอเขมราฐ จังหวัดอุบลราชธานี ท่องแดนมหัศจรรย์เขมราฐ ลานหินประวัติศาสตร์ - หาดทรายสูง "

\r\n\r\n
\r\n

\r\n\r\n
\r\n

\r\n\r\n
\r\n

\r\n" 242 211700 อุบลราชธานี ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ วิถีแห่งลำน้ำโขง ชุมชนเขมราฐ จังหวัดอุบลราชธานี ชุมชนวิถีแห่งลำน้ำโขง 6 วัน 5 คืน "

\r\n\r\n
\r\n

\r\n\r\n
\r\n

\r\n\r\n
\r\n

\r\n\r\n
\r\n

\r\n\r\n
\r\n

\r\n\r\n
\r\n

\r\n\r\n
\r\n

\r\n" 243 208057 อุบลราชธานี ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ วันเดียวก็เที่ยวได้...สไตล์ชิคชิค อุบลราชธานี วันเดียวก็เที่ยวได้...สไตล์ชิคชิค อุบลราชธานี "

\r\n\r\n
\r\n

\r\n\r\n
\r\n

\r\n\r\n
\r\n

\r\n\r\n
\r\n

หมายเหตุ 1.พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติอุบลราชธานีปิดทำการเฉพาะวันจันทร์-วันอังคาร

\r\n" 244 208073 อุบลราชธานี ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กาลครั้งหนึ่ง ณ อุบลราชธานี กาลครั้งหนึ่ง ณ อุบลราชธานี 2 วัน 1 คืน "

\r\n\r\n
\r\n

\r\n\r\n
\r\n

\r\n\r\n
\r\n

\r\n\r\n
\r\n

\r\n\r\n
\r\n

\r\n\r\n
\r\n

หมายเหตุ 1.โปรแกรมท่องเที่ยวนี้สามารถเที่ยวได้เฉพาะในช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์
\r\n             2.เวลาอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม

\r\n" 245 208102 อุบลราชธานี ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ท่องเที่ยวแห่งธรรมชาติ...อุบลราชธานี ท่องเที่ยวแห่งธรรมชาติ อุบลราชธานี 2 วัน 1 คืน "

\r\n\r\n
\r\n

\r\n\r\n
\r\n

\r\n\r\n
\r\n

\r\n\r\n
\r\n

\r\n\r\n
\r\n

\r\n\r\n
\r\n

หมายเหตุ 1.เวลาอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม

\r\n" 246 208143 อุบลราชธานี ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อิ่มบุญ 9 วัด...อุบลราชธานี อิ่มบุญ 9 วัด...อุบลราชธานี "

\r\n\r\n
\r\n

\r\n\r\n
\r\n

\r\n\r\n
\r\n

\r\n\r\n
\r\n

\r\n" 247 208325 อุบลราชธานี ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 3 วัน 2 คืน...เที่ยวแดนต้นเทียน ณ อุบลราชธานี 3 วัน 2 คืน...เที่ยวแดนต้นเทียน ณ อุบลราชธานี "

\r\n\r\n
\r\n

\r\n\r\n
\r\n

\r\n\r\n
\r\n

\r\n\r\n
\r\n

\r\n\r\n
\r\n

\r\n\r\n
\r\n

\r\n\r\n
\r\n

\r\n\r\n
\r\n

หมายเหตุ 1.โปรแกรมทัวร์นี้สามารถท่องเที่ยวได้ในช่วงเทศกาลเข้าพรรษาเนื่องจากถ้ามาในช่วงนี้จะได้ชมขบวนแห่เทียนพรรษา
\r\n             2.เวลาอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม
\r\n 

\r\n" 248 208326 อุบลราชธานี ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 1 วันในวารินฯ...วารินชำราบ-อุบลราชธานี 1 วันในวารินฯ...วารินชำราบ-อุบลราชธานี "

\r\n\r\n
\r\n

\r\n\r\n
\r\n

\r\n\r\n
\r\n

\r\n" 249 208327 อุบลราชธานี ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เก็บวันวานเบิ่งบ้านนา...อุบลราชธานี เก็บวันวานเบิ่งบ้านนา...อุบลราชธานี "

\r\n\r\n
\r\n

\r\n\r\n
\r\n

\r\n\r\n
\r\n

\r\n" 250 208377 อุบลราชธานี ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เที่ยวเมืองเก่า (อิ่มบุญ อิ่มท้อง อิ่มใจ) อุบลราชธานี เที่ยวเมืองเก่า (อิ่มบุญ อิ่มท้อง อิ่มใจ) อุบลราชธานี "

\r\n\r\n
\r\n

\r\n\r\n
\r\n

\r\n\r\n
\r\n

\r\n\r\n
\r\n

\r\n\r\n
\r\n

หมายเหตุ: 1.พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติอุบลราชธานีปิดทำการเฉพาะวันจันทร์-วันอังคาร

\r\n" 251 208403 อุบลราชธานี ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เที่ยวสามเหลี่ยมมรกต...อุบลราชธานี เที่ยวสามเหลี่ยมมรกต...อุบลราชธานี "

\r\n\r\n
\r\n

\r\n\r\n
\r\n

\r\n\r\n
\r\n

\r\n\r\n
\r\n

หมายเหตุ: 1.อัตราค่าบริการเข้าอุทยานแห่งชาติ

\r\n\r\n

- ชาวไทย: ผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท 

\r\n\r\n

- ชาวต่างชาติ: ผู้ใหญ่ 400 บาท เด็ก 200 บาท

\r\n" 252 218667 ระยอง ภาคตะวันออก ทะเลระยอง...ลองรึยัง ท่องเที่ยวธรรมชาติ ทะเลระยอง\r\nเที่ยวทะเลไม่มีเบื่อ ..... เที่ยวทะเลทั้งที ต้องเที่ยวทะเลระยอง "

เก็บกระเป๋า ออกเดินทางตั้งแต่เช้า แวะเที่ยวจุดแรกที่ "หาดพลา" เป็นชายหาดที่อยู่ใกล้กับท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภา (ระยอง-พัทยา)  ในอำเภอบ้านฉาง มีพื้นที่ชายหาดติดกับหาดพยูน  หาดพยามีทรายสีไข่ไก่ น้ำทะเลสีเขียว เป็นชายหาดที่เป็นที่นิยมของคนท้องถิ่น มีบรรยากาศแบบเงียบๆ ในวันธรรมดา

\r\n\r\n

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

เดินทางต่อไป หาดที่อยู่ติดกัน "หาดพยูน" เป็นชายหาดที่เชื่อมเป็นแนวยาว เราเริ่มด้วยเข้าไปพักผ่อนหาของอร่อยทานกันและตกปลาหาดพยูน หาดทรายสีขาวค่อนข้างละเอียด เป็นชายหาดทอดยาวประมาณ 3 กิโลเมตร

\r\n\r\n

\r\n\r\n

มาถ่ายรูปคู่กับครอบครัวพยูนเพื่อเป็นที่ระลึกที่ "หาดน้ำริน" เป็นหาดที่เงียบสงบ บรรยากาศดี 

\r\n\r\n

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

เดินทางต่อมาในตัวเมืองระยอง ที่ "หาดสุชาดา" เป็นชายหาดที่มีถนนเลียบชายหาดตลอดทาง สามารถจอดรถริมชายหาดนั่งเล่น 

\r\n\r\n

\r\n\r\n

หลังจากนั้น เดินทางไป "หาดแม่รำพึง" น้ำทะเลสีครามสดใส สามารถชมวิวที่ "ลานหินขาว"

\r\n\r\n

\r\n\r\n

"หาดสวนสน" ตั้งอยู่ชายหาดบ้านเพ  บริเวณสวนสน จะเต็มไปด้วยต้นสนขนาดใหญ่ ตลอดทาง อีกทั้งด้านหน้าหาดเห็นวิวของเกาะเสม็ดอยู่ไม่ไกล

\r\n\r\n


\r\n

\r\n\r\n

\r\n\r\n

เดินทางต่อไปที่ "หาดแหลมแม่พิมพ์" ตั้งอยู่ที่อำเภอแกลง มีทั้งชายหาดสวยงาม และยังขึ้นชื่อในเรื่องของความใสสะอาดของหาดทรายและน้ำทะเล คลื่นลมเย็นสบายไม่แรงมากเกินไป ซึ่งอยู่ในระดับที่ปลอดภัย นักท่องเที่ยวสามารถลงเล่นน้ำได้ทุกเพศทุกวัย นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมทางน้ำต่างๆให้ได้เพลินเพลินไปกับวันหยุดอย่างเต็มที่

\r\n\r\n

\r\n\r\n

เดินทางกลับ กทม. โดยสวัสดิภาพ

\r\n" 253 218537 ระยอง ภาคตะวันออก กินปู ดูทะเล เที่ยวปากน้ำประแส นอนระยอง 3 วัน 2 คืน เที่ยวคลายร้อน เดินเล่นรับลมริมทะเลกันเพลินๆ ที่ “ระยอง” กินอาหารทะเลสด เล่นน้ำทะเล นอนโฮมสเตย์ แบบ 3 วัน 2 คืน เที่ยวพักผ่อน ผ่อนคลายรับซัมเมอร์ "

ออกเดินทางจากกรุงเทพ เที่ยวชมตึกเก่าที่ “ถนนยมจินดา”

\r\n\r\n

\r\n\r\n

     เดินชิล ชิล รับลมทะเลที่ “หาดแม่รำพึง”  

\r\n\r\n

\r\n\r\n

      ชมพระอาทิตย์ตกยามเย็นที่ “ลานหินขาว”

\r\n\r\n


\r\n      เดินเล่น กินอาหารทะเลที่ “ตลาดบ้านเพ” ก่อนเข้าที่พัก

\r\n\r\n

\r\n\r\n

      ตื่นเข้า ชมธรรมชาติ รับลมทะเลที่ “เขาแหลมหญ้า”

\r\n\r\n

\r\n\r\n

      เที่ยวชมสัญลักษณ์ของเมืองระยองที่ “อนุสาวรีย์สุนทรภู่” 

\r\n\r\n

\r\n\r\n

       เดินเที่ยวชมความยิ่งใหญ่ของเรือรบปลดประจำการที่ “เรือรบหลวงประแส” 

\r\n\r\n

\r\n\r\n

       ชมบรรยากาศหมู่บ้านชาวประมงที่ “สะพานประแสสิน” กินปู สัมผัสวิถีชาวประมง ก่อนเข้าพักโฮมสเตย์ 

\r\n\r\n

\r\n\r\n

        เที่ยวชมธรรมชาติที่ “ทุ่งโปร่งทอง” 

\r\n\r\n

\r\n\r\n

        เดินทางกลับกรุงเทพ 

\r\n" 254 218485 ระยอง ภาคตะวันออก ระยองลองไปแล้วจะรู้ ระยองลองไปแล้วจะรู้ "

วันที่ 1 เริ่มต้นทริปด้วย

\r\n\r\n

- หาดแหลมเจริญ เดินทอดน่องชมหาดใกล้เมืองระยอง ดูจุดบรรจบของน้ำจืดและน้ำทะเล กับหาดทราบกว้างใหญ๋ติดบริเวณปากน้ำระยอง ต้นหาดของหาดแสงจันทร์ ที่มีสวนสาธารณะให้พักผ่อนหย่อนใจ ชมพระอาทิตย์ตกและรูปปั้นตัวละครในวรรณคดีของสุนทรภู่ รวมถึงผลไม้ขนาดยักษ์ที่เป็นสัญลักษณ์ของจังหวัดระยอง 

\r\n\r\n

- หาดแสงจันทร์ 2 หาดทรายที่ทอดตัวยาวกว่า 10 กม. บนปากน้ำระยอง โดดเด่นไม่เหมือนใครด้วยการปรับแต่งภูมิทัศน์ให้มีลักษณะเป็นเหมือนอ่าวขนาดเล็กเรียงต่อกัน และถมหินให้เป็นคันเหมือนอ่าวจอดเรือ โดยภูมิประเทศแล้ว หาดแสงจันทร์กับหาดแหลมเจริญเป็นหาดสำหรับนักท่องเที่ยวผู้มาพักผ่อน มีที่พักและร้านอาหารให้บริการมากมายอยู่ด้านที่ติดกับชลบุรี สวนหาดแหลมเจริญจะเป็นชุมชนชาวประมง แต่ก็ยังสามารถไปชมวิวเล่นน้ำได้เพียงแต่ร้านอาหารกับที่พักอาจจะมีไม่มากนัก ตัวหาดอยู่ด้านที่เลยไปทางแกลง

\r\n\r\n

- อนุสาวรีย์พระเจ้าตากสินมหาราช พลาดไม่ได้กับสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สำคัญของเมืองระยองอีกแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่ถนนตากสินมหาราช ตำบลท่าประดู่ ภายในบริเวณวัดลุ่มมหาชัยชุมพล เป็นที่ประดิษฐานพระรูปหล่อของสมเด็จพระเจ้าตากสิน ขนาดเท่าองค์จริงในท่าประทับนั่งฉลองพระองค์ทรงเครื่องกษัตริย์ ด้านหลังมีพระบรมรูปในท่าประทับยืน สร้างขึ้นในปี พ.ศ.2503 ที่บริเวณด้านหน้าศาล ยังมีต้นสะตือขนาดใหญ่มีอายุมากกว่า 300 ปี ซึ่งเกี่ยวเนื่องกับประวัติศาสตร์ในการกอบกู้เอกราชของพระองค์ 

\r\n\r\n

- รับประทานอาหารกลางวันที่มหาวิทยาลัยบ้านนอก บ้านจำรุง ชุมชนที่อยู่ร่วมกันโดยเน้นการพึ่งพาตนเองจนเป็นที่ยอมรับและเป็นตัวอย่างที่ดี จึงมีผู้คนมาศึกษาดูงานแลกเปลี่ยน เรียนรู้ตลอดทั้งปี หมู่บ้านจำรุง ส่งเสริมให้คนในชุมชนได้นำผักพื้นบ้าน มารับประทาน รวมถึงร้านส้มตำจำรุง ที่นำผักพื้นบ้านตามธรรมชาติมาปรุงให้นักท่องเที่ยวรับประทาน จนกลายเป็นสัญลักษณ์ของชุมชนนักท่องเที่ยวรู้จัก

\r\n\r\n

- สะพานประแสสิน จุดชมวิวแห่งใหม่ ของจังหวัดระยอง มองเห็นทัศนียภาพ 2 ฝั่ง ทั้งฝั่งทะเลและฝั่งชุมชนประแส เป็นสะพานข้ามแม่น้ำประแส ที่มีความยาวทั้งหมด 2,090 เมตร หรือ 2.09 กิโลเมตร โดยสะพานหลักช่วงข้ามแม่น้ำมีความยาว 889.6 เมตร ทางยกระดับเชิงสะพาน (เทศบาลปากน้ำประแสร์) 620 เมตร ทางยกระดับเชิงสะพาน (ตำบลเนินฆ้อ) 580 เมตร นี่คือเปลี่ยนแปลงการสัญจรทางน้ำระหว่าง บ้านแหลมสน ต.เนินฆ้อ และ ต.ปากน้ำประแสร์ อ.แกลง จ.ระยอง สู่การสัญจรทางบกเพื่อย่นระยะเวลาของทั้งสองฝั่งให้สั้นลง และเป็นถนนสายรองเลียบชายฝั่งทะเลตะวันออกที่จะเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยว วัฒนธรรม วิถีชีวิต จาก จ.ระยอง สู่จันทบุรีและตราดได้อย่างต่อเนื่อง

\r\n\r\n

- อนุสรณ์เรือหลวงประแส ตั้งเด่นเป็นสง่า ที่ชายหาดดำ บริเวณปากแม่น้ำประแส ถือเป็นเรือที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ของราชนาวีไทยในยามทำสงตรามเกาหลีเหนือ และเกาหลีใต้ เมื่อถึงเวลาปลดประจำการ ชาวตำบลประแส จึงขอให้นำมาจอดเพื่อสร้างเป็นอนุสรณ์สถานแห่งความภาคภูมิใจในสงคราม และเพื่อให้เป็นเกียรติประวัติ

\r\n\r\n

- ทุ่งโปร่งทอง แหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ มีพื้นที่กว่า 6,000 ไร่ เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และศึกษาเรียนรู้ควบคู่กันไป โดยสร้างสะพานเดินศึกษาธรรมชาติเป็นระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร ทุ่งโปรงทอง ถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ให้ความรู้ สร้างความเข้าใจในเรื่องระบบนิเวศน์ของป่าชายเลน ได้เห็นความสวยงามตามธรรมชาติ ป่าโกงกาง ไม้โปรง และไม้ริมชายฝั่ง จุดเด่นของบริเวณนี้คือต้นโปรงที่ขึ้นหนาแน่นอยู่เต็มพื้นที่ สะท้อนสีเขียวอ่อนตา จนเรียกว่า เป็นทุ่งโปรงทอง

\r\n\r\n

- เข้าพักที่ วิลล่าบาหลี ชายหาดแหลมแม่พิมพ์

\r\n\r\n

วันที่ 2 

\r\n\r\n

- สวนพฤกษศาสตร์ระยอง ตั้งอยู่ใน อ.แกลง จ.ระยอง จัดตั้งขึ้นเพื่อเป็นศูนย์ศึกษาวิจัย และรวบรวมพรรณไม้ในภาคตะวันออก และเพื่ออนุรักษ์ทรัพยากรพันธุ์พืช โดยเฉพาะสภาพนิเวศวิทยาของพื้นที่ชุ่มน้ำและป่าเสม็ด รวมถึงเพื่อเป็นแหล่งให้ความรู้ของประชาชน แหล่งพักผ่อนหย่อนใจ และเป็นแหล่งท่องเที่ยวเรียนรู้ในเชิงนิเวศแก่ผู้เข้าชม มีพื้นที่กว่า 2,500 ไร่ โดยพื้นที่หลักๆส่วนใหญ่ของสวนพฤกษ์ฯ ระยองจะเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำ ซึ่งมีคุณประโยชน์หลากหลาย ทั้งลดการพังทลายของชายฝั่ง ช่วยป้องกันน้ำเค็มไม่ให้เข้ามาในแผ่นดินจนเกินไป และเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์และพืชพรรณต่างๆ ซึ่งหลายชนิดเป็นพืชเฉพาะถิ่น พบเจอไม่ได้ง่ายในเมืองไทย ด้วยความโดดเด่นของพื้นที่ชุ่มน้ำ สวนพฤกษ์ฯ แห่งนี้จึงจัดกิจกรรมท่องเที่ยวในรูปแบบสะเทินน้ำ สะเทินบก คือเที่ยวได้ทั้งทางบก ทางน้ำ และผสมผสานระหว่างทางบกและทางน้ำ ส่วนสำคัญของที่นี่ซึ่งมองดูคล้ายเป็นผืนแผ่นดินอยู่ขนาบข้างทั้งสองฝั่งที่เรือล่องไป แต่เปล่าเลยนั่นคือแพกอหญ้าที่ชาวบ้านเรียกขานกันว่า “หญ้าหนังหมา” หรือ “แพหนังหมา”หญ้าหนังหมาเป็นแพกอหญ้าที่ทับถมกันเป็นชั้นๆ หนาถึง 50-100 ซม. ลอยเป็นผืนแผ่นเล็กบ้าง ใหญ่บ้าง และบางช่วงก็ใหญ่มากจนคล้ายผืนแผ่นดินยังไงยังงั้น บนแพหญ้าหนังหมาถือว่ามีความแข็งแรงใช่ย่อยเพราะมันมีรากที่ยาวลึกลงไปใต้น้ำยาวถึงประมาณ 1 เมตรเลยทีเดียว โดยเราจะนั่งเรือท้องแบนล่องไปใน “บึงสำนักใหญ่” หรือ “หนองจำรุง” หนองน้ำตามธรรมชาติขนาดใหญ่ที่มีพื้นที่กว่า 3,800 ไร่ พื้นที่ส่วนหนึ่งประมาณพันกว่าไร่ อยู่ในความดูแลของสวนพฤกษ์ฯ ระยอง

\r\n\r\n

- รับประทานอาหารเที่ยง ณ ร้านผัดไทยคุณไกร ร้านอาหารเด่น อาหารดัง แห่งอำเภอแกลง

\r\n\r\n

- จุดชมวิวเมืองระยอง (เขาโบสถ์) ตั้งอยู่บนยอดเขาโบสถ์ ตำบลทับมา อำเภอเมืองระยอง โดยก่อสร้างเป็นสะพานแขวนสีเขียวขึงด้วยลวดสลิง โดยมีพื้นสะพานเป็นไม้ ความกว้างของสะพาน 1.50 เมตร และความยาวรวมทั้งหมด 75 เมตร ซึ่งคุณสามารถมองเห็นภูเขาตัดกับขอบท้องฟ้าในบรรยากาศลมเย็นสบาย ส่วนใครอยากเห็นเมืองระยอง ลองยังขึ้นไปอีกฝั่งบนอาคารสีขาว คุณจะได้เห็นทะเล ท้องฟ้า วัดเขาโบสถ์และสถานทีสำคัญของระยองได้ด้วยตาเปล่าอีกด้วย

\r\n\r\n

- วัดละหารไร่ แต่เดิมชื่อว่า "วัดไร่วารี" และเปลี่ยนชื่อเป็น "วัดละหารไร่" ต่อมาหลวงพ่อทิม อิสริโก (งามศรี) ได้เดินทางกลับจากจังหวัดชลบุรี พุทธศาสนิกชนบ้านละหารไร่ จึงพร้อมใจกันนิมนต์เป็นเจ้าอาวาส ต่อมาท่านได้สร้างวัตถุมงคล ที่ได้รับความนิยมไว้หลายรุ่น และหลายพิมพ์ แต่ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด คือพระขุนแผนพรายกุมาร พระปิดตา เป็นต้น

\r\n\r\n

- เข้าพักที่ บรุ๊ดไซต์ วัลเลย์ รีสอร์ท 

\r\n\r\n

วันที่ 3 

\r\n\r\n

- แวะซื้อของฝาก ณ ตลาดสตาร์ 

\r\n\r\n

- เดินทางกลับโดยสวัสดิภาพ

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

 

\r\n" 255 275 ระยอง ภาคตะวันออก เที่ยวระยอง 2 วัน 1 คืน ไปไหนดี? หลังจากเหน็ดเหนื่อยจากการทำงาน เชื่อว่าเพื่อน ๆ หลายคนก็มักจะมองหาที่เที่ยวเพื่อสร้างทริปพักผ่อนหย่อนใจในช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ หรือหาวันหยุดพักผ่อนไม่นานประมาณ 2 วัน 1 คืน "

เมืองระยอง ก็เป็นอีกหนึ่งจุดหมายปลายทางสำคัญที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ มากนัก แถมการเดินทางก็สะดวกสบาย มีแหล่งท่องเที่ยวให้เลือกได้ทั้งป่าเขา ทะเล ร้านอาหาร ที่พัก โรงแรมเพื่อเติมเต็มวันพักผ่อนกันอย่างเต็มที่  ทริปนี้เรามีที่เที่ยวระยองสวยๆ หลากหลายสไตล์  มาแนะนำให้เพื่อน ๆ ที่กำลังหาข้อมูลกันแต่จะมีสถานที่ไหนน่าสนใจ น่าตามรอยไปเช็กอินกันบ้าง ตามไปชมพร้อมกันเลย

\r\n\r\n

1. พระเจดีย์กลางน้ำ

\r\n\r\n

ที่ตั้ง : ต.ปากน้ำ อ.เมือง จ.ระยอง

\r\n\r\n

มาเริ่มต้นกันที่สถานที่ศักดิ์สิทธิ์พระเจดีย์กลางน้ำเป็นที่เคารพสักการะของชาวระยองตั้งแต่ในอดีตมาจนถึงปัจจุบัน และในคืนวันเพ็ญเดือน 12 ของทุกปี ที่นี่จะมีการจัดงานประเพณี “งานห่มผ้าเจดีย์กลางน้ำ” เพื่อเป็นการสักการะ บูชาองค์พระเจดีย์ โดยมีขบวนแห่มาทางแม่น้ำซึ่งในพิธีจะมีการใช้ผ้าสีแดง ความยาว 6 ม. ห่มองค์เจดีย์ตรงเรือนทาสทรงระฆังคว่ำไว้ เมื่อเดินเข้าไปยังภายในบริเวณพระเจดีย์จะพบความสวยงามของ เจดีย์ทรงระฆังฐานกลม ส่วนยอดมีบัลลังก์สี่เหลี่ยม และเสาหานรองรับปล้องไฉน ปลียอดส่วนบนเป็นเม็ดน้ำค้าง ความสูงประมาณ 10 ม. มีระเบียงล้อมรอบองค์ระฆัง 2 ชั้น มีบันไดขึ้น 2 ข้าง ลานด้านล่างโดยรอบปูด้วยกระเบื้องดินเผาสีอิฐ ด้านหนึ่งของพระเจดีย์กลางน้ำติดลำน้ำระยอง ส่วนอีกด้านเป็นส่วนที่ติดกับป่าชายเลน ซึ่งเปิดเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ให้นักท่องเที่ยวได้ศึกษาเรียนรู้ระบบนิเวศของป่าชายเลน ภายใต้ชื่อ “ศูนย์การเรียนรู้ป่าชายเลน พระเจดีย์กลางน้ำ” มีลักษณะเป็นเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ มีระยะทางประมาณ 200 ม. เรียกได้ว่ามาที่เดียวได้เที่ยวถึง 2 ที่เลยก็ว่าได้

\r\n\r\n

2. ถนนยมจินดา

\r\n\r\n

ที่ตั้ง : ถ.ยมจินดา ต.ท่าประดู่ อ.เมือง จ.ระยอง

\r\n\r\n

ย่านชุมชนเก่าแก่ที่ยังคงมีการอนุรักษ์วัฒนธรรมไว้อย่างเหนี่ยวแน่น แห่งเมืองระยองคือ “ถนนยมจินดา” เส้นทางสายหลักที่เจริญรุ่งเรืองมาตั้งแต่ในอดีตซึ่งเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจที่สำคัญ คึกคักไปด้วยผู้คน ปัจจุบันก็ได้มีการปรับปรุงอนุรักษ์บ้านเรือน และวิถีชีวิตบอกผ่านเรื่องราวในอดีตจนกลายเป็นถนนสายวัฒนธรรมที่ไม่ควรพลาดเมืองเดินทางมาเยือนเมืองระยอง ไฮไลท์ท่องเที่ยวที่น่าสนใจได้แก่ นั่งจิบกาแฟกับบรรยากาศเก่า ๆ, ชิมเมนูอาหารคาว-หวานหาทานยาก, ชมร้านค้าเก่าแก่ริมถนนยมจินดา, ชมตึกกี่พง,ตึกเถ้าแก่เทียนในสถาปัตยกรรมที่ผสมผสานแบบชิโน-โปรตุกีส ได้อย่างลงตัว พร้อมเรียนรู้ผ่านพิพิธภัณฑ์เมืองระยองกับเรื่องราวของคนระยองได้อีกด้วย

\r\n\r\n

3. สวนสมุนไพรสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

\r\n\r\n

ที่ตั้ง : ต.มาบข่า อ.เมือง จ.ระยอง โทรศัพท์ : 038 915 213, 084 930 6060

\r\n\r\n

แวะมาเที่ยวสถานที่ร่มรื่นเติมเต็มความสดชื่นให้แก่ชีวิตกันที่ “สวนสมุนไพรสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี” สวนแห่งการอนุรักษ์และพัฒนาทรัพยากรของชาติ ให้เกิดประโยชน์แก่อนุชนรุ่นหลัง โดยสวนแห่งนี้จัดตั้งขึ้นเป็นแห่งแรกของประเทศไทย เมื่อปี 2527-2528 บนเนื้อที่ 60 ไร่ ภายในสวนมีการรวบรวมสมุนไพรพันธุ์ต่าง ๆ มาปลูกไว้เป็นจำนวนมาก และทาง ปตท. ผู้ริเริ่มการจัดตั้งสวนแห่งนี้ก็ได้น้อมเกล้าฯ ถวายสวนสมุนไพรแห่งนี้แด่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เมื่อวันที่ 18 เม.ย. 2528 ซึ่งในช่วงต่อมาก็ได้มีการพัฒนาสถานที่อาคารเฉลิมพระเกียรติ และปลูกต้นไม้เพิ่มเติม เพื่อเทิดพระเกียรติในวโรกาสที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเจริญพระชนมายุครบ 50 พรรษา สำหรับภายในสวนแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ “สวนสมุนไพร” ที่รวบรวมพันธุ์สมุนไพรมากกว่า 260 ชนิด ประมาณ 20,0000 ต้น มาปลูกไว้ที่สวนโดยแบ่งประเภทของสมุนไพรตามสรรพคุณในการรักษาโรค เอาไว้ถึง 20 กลุ่ม นอกจากจะเปิดที่นี่ให้เป็นแหล่งเรียนรู้และสวนสำหรับพักผ่อนแล้ว ยังถือเป็นพื้นที่สำคัญในการอนุรักษ์พืชสมุนไพรอีกด้วย ส่วนถัดมาก็คือบริเวณ “อาคารเฉลิมพระเกียรติ 50 พรรษา” ซึ่งเป็นสถานที่แสดงนิทรรศการผ่านสื่อหลายรูปแบบ ที่ให้ความรู้ ดูสนุก ชวนติดตาม กระตุ้นให้เกิดความสนใจ ค้นหาความรู้ โดยแบ่งออกเป็นห้องต่าง ๆ ดังนี้ ห้องการเดินทางของลูกยาง, ห้องเจ้าฟ้านักอนุรักษ์, ห้องพลังงานที่ยั่งยืนของไทย, บ้านหมอยา, กินตามธาตุ และโลกของพืชสมุนไพร

\r\n\r\n

เวลาเปิดทำการของที่นี่ คือ เปิดทุกวันอังคาร-อาทิตย์ (ปิดทำการทุกวันจันทร์) ไม่เสียค่าใช้จ่ายในการเข้าชม กิจกรรมนั่งรถ NGV ชมสวนสมุนไพรและเยี่ยมชมนิทรรศการความรู้ต่าง ๆ ได้ตั้งแต่เวลา 09.00-16.30 น. อีกทั้งยังมีส่วนบริการต่างๆ ร้านอาหาร เครื่องดื่ม ร้านขายของที่ระลึก เปิดให้บริการตั้งแต่ 08.00-16.30 น. รวมไปถึงร้านนวดเพื่อสุขภาพ เปิดให้บริการตั้งแต่ 10.00-19.00 น. อีกด้วย

\r\n\r\n

4. หาดแหลมแม่พิมพ์

\r\n\r\n

ที่ตั้ง : อ.เมือง จ.ระยอง

\r\n\r\n

เมื่อพูดถึงความน่าสนใจของ หาดแม่พิมพ์ คงหนีไม่พ้น แหลมแม่พิมพ์ แหลมที่ยื่นไปในทะเลที่มีน้ำใสบรรยากาศดี แต่ยังไม่เหมาะกับการเล่นน้ำเพราะมีโขดหินเยอะ แต่นักท่องเที่ยวสามารถดินทางไปเล่นได้ที่หาดบ้านเพ ชายหาดที่ติดกับแหลมแม่พิมพ์ สามารถเล่นน้ำทะเลได้ คลื่นไม่แรงแถมบริเวณนี้มีรีสอร์ทสวย ๆ ให้เลือกเยอะแยะ ส่วนความยาวของตัวชายหาดอยู่ที่ 4 กม. ถือเป็นอีกหนึ่งชายหาดที่ยังคงความครึกครื้นในช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์อยู่เสมอ เพราะด้วยที่ตั้งที่ใกล้ เดินทางสะดวกใช้เวลาไม่นาน อีกทั้งยังเป็นชายหาดที่เติมเต็มวามร่มรื่นด้วยทิวต้นหูกลางสลับกับต้นสน สามารถแวะจอดรถตามจุดต่าง ๆ ได้สะดวก แถมบริเวณใกล้ ๆกันยังเป็นที่ตั้งของร้านอาหาร ที่พัก รีสอร์ท และร้านขายของฝาก ตลอดจนร้านนวดเป็นจำนวนมาก

\r\n\r\n

5. พิพิธภัณฑ์บ้านครูกัง

\r\n\r\n

ที่ตั้ง : 162/6 ม.5 ต.กร่ำ อ.แกลง จ.ระยอง เปิดปิดเวลา : เปิดทุกวัน เวลา 09.00–16.00 น.  โทรศัพท์ : 087 129 9405 

\r\n\r\n

ชวนย้อนอดีตแวะไปทำความรู้จักกับเมืองแกลงให้มาขึ้นผ่านตลาดของเก่า ที่นี่ถือเป็นแหล่งเรียนรู้แห่งใหม่ ที่ได้รวบรวมเอาของเก่าของสะสมของเก่า ของเล่น ข้าวของเครื่องใช้โบราณและรถเก่า  ครูกัง เจ้าของพิพิธภัณฑ์มาจัดแสดงไว้ภายในบ้านที่มีการปรับปรุงใหม่ ให้เป็นพิพิธภัณฑ์เก็บของเก่าขนาดใหญ่ขึ้น สำหรับนักท่องเที่ยวที่สนใจเข้ามาเยี่ยมชมที่นี่จะต้องเสียค่าเข้าชม สำหรับผู้ใหญ่ราคา 80 บาท, เด็ก 30 บาท และชาวต่างชาติ ราคา 150 บาท

\r\n\r\n

6. อุทยานเขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด

\r\n\r\n

ที่ตั้ง : 79 ม.1 บ.ก้นอ่าว ถ.หาดแม่รำพึง-เพ ต.เพ อ.เมือง จ.ระยอง โทรศัพท์ : 038 653 034

\r\n\r\n

ชวนไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์สุดประทับใจในอุทยานแห่งชาติทางทะเลที่มีชื่อเสียงที่สุดของระยอง และเป็นอุทยานแห่งชาติทางทะเลแห่งที่ 3 ของประเทศไทยประกอบด้วยเกาะน้อยใหญ่มากมาย อาทิ เกาะเสม็ด, เกาะจันทร, เกาะกุฎี, เกาะขาม, เกาะกรวย, เกาะปลายตีน, เกาะทะลุ และเกาะท้ายค้างคาว ส่วนไฮไลท์ที่น่าสนใจของอุทยานฯ แห่งนี้นั่นก็คือ เกาะเสม็ด ที่บนเกาะเต็มไปด้วยโรงแรม รีสอร์ท และร้านอาหาร อำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยวจำนวนมาก แถมบนเกาะยังมีถนนคอนกรีตและถนนดิน ให้นักท่องเที่ยวสามารถเช่ารถขับเที่ยวหรือใช้บริการรถสองแถว ซึ่งมีให้เลือกจากท่าเรือ ไปตามหาดต่าง ๆ และสิ้นสุดที่อ่าวปะการังอีกด้วย ส่วนกิจกรรมเดินป่าศึกษาธรรมชาติในเส้นทางที่อุทยานฯ จัดเตรียมไว้ โดยมีทั้งสิ้น 3 เส้นทางด้วยกัน ได้แก่ เส้นทางเกาะเสม็ด, เส้นทางเกาะกุฎี และเส้นทางเขาแหลมหญ้า แต่ละเส้นทางต่างมีเอกลักษณ์ในตนเองและนักท่องเที่ยวจะได้สนุกกับการเรียนรู้พันธุ์ไม้นานาชนิด ยิ่งกว่านั้นทุกเส้นทางยัง มีจุดชมวิวที่น่าประทับใจ  รวมไปถึงกิจกรรมทางทะเลอื่น ๆ เช่น นั่งเรือชมทัศนียภาพรอบเกาะและเกาะต่าง ๆ รายรอบ ดำน้ำดูปะการัง เจ็ตสกี วินด์เซิร์ฟ เป็นต้น

\r\n\r\n

7. อนุสาวรีย์สุนทรภู่

\r\n\r\n

ที่ตั้ง : 153/4 ถ.สุขุมวิท ต.ตะพง อ.เมือง จ.ระยอง

\r\n\r\n

อนุสาวรีย์แห่งกวีเอกผู้เป็นตำนานของเมืองไทย ที่นี่สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ระลึกถึงสุนทรภู่ กวีในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น ผู้สร้างสรรค์บทประพันธ์อันทรงคุณค่ามากมาย และกล่าวกันว่าเระยองนั้นคือบ้านเกิดของบิดาของศิลปินเอกสุนทรภู่นั่นเอง สำหรับอนุสาวรีย์แห่งนี้เปิดเมื่อวันที่ 25 พ.ค. 2513 บริเวณโดยรอบน่าสนใจด้วยการจัดแสดงรูปปั้นของตัวละครเอกจากวรรณคดีชื่อก้องเรื่องพระอภัยมณี และในวันที่ 26 มิ.ย. ของทุกปี จะมีการจัดงานรำลึกสุนทรภู่ เพื่อรำลึกถึงคุณงามความดีทางด้านวรรณกรรมของท่านที่ได้สร้างไว้ ให้แก่แผ่นดินไทย

\r\n\r\n

8. สะพานรักษ์แสม

\r\n\r\n

ที่ตั้ง : ต.เนินฆ้อ อ.แกลง จ.ระยอง

\r\n\r\n

“สะพานรักษ์แสม” แหล่งท่องเที่ยวที่น่าจดจำในเมืองระยอง โดดเด่นด้วยสะพานแขวนพื้นไม้ความยาวประมาณ 100 ม. พร้อมด้วยจุดชมทัศนียภาพและระบบนิเวศน์ กับสะพานไม้เส้นทางเดินท่องเที่ยวชมธรรมชาติที่สร้างเป็นทางเดินทอดยาวเข้าไปยังภายในป่าชายเลนบริเวณคลองท่าตาโบ๊ย หนึ่งในจุดชมวิวที่คุณสามารถเดินชมความงดงามของธรรมชาติ ชมการอยู่อาศัยของปูแสม สัมผัสความสงบและความสมบูรณ์ของป่าชายเลน ส่วนการเดินทางเข้าไปเที่ยวยัง “สะพานรักษ์แสม” ที่นี้อยู่ในแหล่งชุมชน ถนนที่เข้าไปเป็นทางแคบ นักท่องเที่ยวควรขับรถอย่างช้า ๆ อย่างระมัดระวังมาก ๆ

\r\n\r\n

9. อ่างเก็บน้ำดอกกราย

\r\n\r\n

ที่ตั้ง : ม.6 ต.แม่น้ำคู้ อ.ปลวกแดง จ.ระยอง

\r\n\r\n

เปิดท้ายกันที่ “อ่างเก็บน้ำดอกกราย” สถานที่ท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ที่น่าสนใจอีกหนึ่งแห่งใน จ.ระยอง ซึ่งพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พร้อมด้วยพระบรมราชินีนาถ และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี เคยเสด็จมาที่แห่งนี้ และทอดพระเนตรศูนย์ศึกษาการพัฒนาปลวกแดงตามพระราชดำริ อ.ปลวกแดง ทรงปล่อยปลานิล ปลายี่สกเทศ ปลากาดำ และกุ้งก้ามกราม ลงในอ่างเก็บน้ำดอกกราย และทรงเสด็จเยี่ยมศูนย์กลางการพัฒนาเกษตรและศิลปาชีพพิเศษ และที่สำคัญคือ ทรงพระราชทานแนวทางการพัฒนาไว้ 4 ข้อ คือ พัฒนาด้านปศุสัตว์เพื่อการอุปโภคและบริโภค, ส่งเสริมด้านการประกอบอาชีพ เพื่อให้เกษตรกรปลูกบ้านพร้อมกับประกอบอาชีพทำกินในพื้นที่ 4 ไร่, ด้านการส่งเสริมการเลี้ยงปศุสัตว์ เพื่อให้เกษตรกรยืมสัตว์ไปเลี้ยงแล้วส่งลูกคืน และเพิ่มเติมด้านการจัดการไร่นา เพื่อนำไปปรับปรุงไร่นาของตนเอง หลังจากทรงเสด็จเยี่ยมในครั้งนั้น  ผืนแผ่นดินที่เคยแห้งแล้ง  ผืนดินที่เคยมีแต่ปัญหาดินเสื่อมสภาพ ซึ่งปัจจุบัน “อ่างเก็บน้ำดอกกราย” แห่งนี้ได้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญที่ให้ทั้งความชุ่มชื่นและอุดมสมบูรณ์ไปด้วยพืชพันธุ์นานาชนิด ทุ่งนาข้าวสีเหลืองทองอร่าม ทุ่งดอกทานตะวันสวยเบ่งบานต้อนรับนักท่องเที่ยว แถมบริเวณสันเขื่อนยังเหมาะสำหรับวิ่ง และปั่นจักรยานออกกำลังกายอีกด้วย เรียกได้ว่าสถานที่ท่องเที่ยวแต่ละที่ล้วนน่าสนใจเหมาะที่จะจัดอยู่ในลิสต์เที่ยว 2 วัน 1 คืน แบบพอดี ๆ เลยก็ว่าได้ ว่าแล้ววันหยุดใกล้จะถึงนี้ ลองหยุดงานให้หายเครียดสักพักแล้วไปผ่อนคลายเบา ๆ ที่ระยอง กันดีกว่าจ้าาา

\r\n\r\n

 

\r\n" 256 276 ระยอง ภาคตะวันออก ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม (อำเภอเมืองระยอง) """ผลไม้รสล้ำ อุตสาหกรรมก้าวหน้า น้ำปลารสเด็ด เกาะเสม็ดสวยหรู สุนทรภู่กวีเอก""\r\nท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม อำเภอเมืองระยอง ไม่ไปไม่รู้ \r\n"

1.วัดป่าประดู่ ตั้งอยู่ในเขตเทศบาลนครระยอง บนถนนสุขุมวิทเป็นวัดเก่าแก่ซึ่งสันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยา ภายในพระวิหารมีพระพุทธไสยาสน์ขนาดใหญ่ยาว 11.95 เมตร สูง 3.60 เมตร เป็นพระพุทธไสยาสน์ซึ้งประทับอยู่ในท่านอนตะแคงซ้าย ซึ้งอาจกล่าวได้ว่าเป็นพุทธลักษณะที่พิเศษกว่าพระพุทธรูปองค์อื่นๆ เดินอยู่กลางแจ้ง เพิ่งจะมีการสร้างวิหารครอบเมื่อปี พ.ศ.2524 และวัดแห่งนี้ได้รับการยกฐานะเป็นอารามหลวงตั้งแต่ปี 2533

\r\n\r\n

2. ถนนยมจินดา ถนนสายแรกของเมืองระยอง เป็นสถานที่ตั้งบ้านของบุคคลที่มีชื่อเสียงหลายท่าน เช่น บ้านพระศรีสมุทโภค (อิ่ม ยมจินดา) อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง ปัจจุบันได้มีการปรับปรุงภูมิทัศน์ให้ดูสวยงามคล้ายในอดีต มีพิพิธภัณฑ์ของชมรมอนุรักษ์ฟื้ฟูเมืองเก่าระยอง เปิดให้เข้าชมทุกวัน เป็นชุมชนเก่าที่มีประวัติศาสตร์ และเป็นชุมชนริมน้ำ มีบ้านไม้เก่าที่มีอายุเกือบ 100 ปี เคยเป็นทั้งของธนาคาร โรงหนัง ตลาด รวมถึงเป็นที่ตั้งของบ้านต้นตระกูลยมจินดา จนกระทั่งบ้านเมืองเปลี่ยนแปลงไป เมืองโดยรอบขยายตัวขึ้น มีถนนตัดผ่านมากขึ้น บ้านเรือนถูกเปลี่ยนสภาพเป็นตึกและอาคารสูงรูปทรงทันสมัย เหลือเพียงบ้านเรือนบนถนนยมจินดาที่ยังคงสภาพบ้านเรือนตามรูปแบบวิถีชีวิตแบบไทยๆ 

\r\n\r\n

3.พระเจดีย์กลางน้ำ เจดีย์ทรงระฆัง ตั้งอยู่เกาะกลางน้ำที่ตำบลปากน้ำ อำเภอเมืองระยอง เป็นเจดีย์ก่ออิฐฉาบปูน สูงประมาณ 10 เมตร พื้นที่รอบๆ ปูด้วยกระเบื้องดินเผาเด่นเป็นสง่าบนเกาะกลางแม่น้ำระยอง มีเนื้อที่ประมาณ 52 ไร่ อยู่ห่างจากตัวจังหวัดระยองราว 4 กิโลเมตร พระเจดีย์กลางน้ำ เมืองระยองนี้สร้างขึ้นในปี พ.ศ.2416 ในสมัยที่พระยาศรีสุนทรโภคชัยชิตสงคราม (เกตุ ยมจินดา) เป็นเจ้าเมืองระยองเจีย์กลางน้ำใช้เป็นสัญลักษณ์ของชาวเรือว่าได้เดินทางมาถึงเมืองระยองแล้ว พื้นที่บนเกาะเป็นป่าโกงกาง ที่มีต้นโกงกางขนาดใหญ๋ มีสะพานให้เดินเข้าไปชม พอถึงวันเพ็ญเดือนสิบสองของทุกปี จะมีงานประเพณีห่มผ้าพระเจดีย์ แข่งเรือยาว และงานลอยกระทง

\r\n\r\n

4. ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช อยู่ภายในบริเวณวัดลุ่มมหาชัย มีต้นสะตือชนาดใหญ่อยู่บริเวณหน้าศาล อายุประมาณ 300 กว่าปี เล่ากันว่า สมเด็จพระเจ้าตามสินทรงนำมาผูกไว้ที่ใต้ต้นสะตือนี้เมื่อครั้งเสด็จผ่านระยองเพื่อรวบรวมไพร่พล และตั้งทัพเพื่อเตรียมกู้อิสรภาพที่จันทบุรี ภายในศาลมีรูปหล่อของสมเด็จพระเจ้าตากสินในท่าประทับยืนประดิษฐานอยู่ และมีงานสมโภชประจำปี ในวันที่ 28 ธันวาคมของทุกปี เนื่องจากเป็นวันคล้ายวันปราบดาภิเษกสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช พระมหากษัตริย์ผู้กอบกู้เอกราชจากพม่าให้แก่ประเทศไทย และเป็นพระมหากษัตริย์แห่งกรุงธนบุรีเพียงพระองค์เดียว

\r\n\r\n

5.พิพิธภัณฑ์หนังใหญ่วัดบ้านดอน เป็นวัดเก่าแก่คู่เมืองระยองมานับตั้งแต่ พ.ศ.2432 สิ่งที่เป็นดั่งสัญลักษณ์ของวัดนี้ นอกจากหลวงพ่อประสาทพร ที่ชาวระยองให้ความเคารพแล้ว ยังมีพิพิธภัณฑ์หนังใหญ่ ที่เก็บรักษาหนังใหญ่อายุร่วม 200 ปี ซึ่งพระยาศรีสมุทโภคชัย โชคชิตสงคราม (เกตุ ยมจินดา) เจ้าเมืองระยองคนแรก ซื้อมาจากพัทลุงเพื่อใช้แสดงในงานสำคัญต่างๆ ปัจจุบันนอกจากเก็บรักษาไว้ให้อนุชนรุ่นหลังได้ชมแล้ว ชุมชนวันบ้านดอนยังได้ทำการสืบสานประเพณีการเชิดหนังใหญ่ให้แก่ลูกหลานของชาวชุมชน และเปิดการแสดงให้นักท่องเที่ยวได้ชมอีกด้วย

\r\n\r\n

ที่ตั้ง วัดบ้านดอน ม.4 ต.เชิงเนิน อ.เมืองระยอง

\r\n\r\n

6. วัดบ้านแลง แต่เดิมวัดบ้านแลง ใช้คำว่า "วัดแลง" ซึ่งตั้งขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยาประมาณปี พ.ศ.2285 มีตำนานสืบมาว่า คำว่าบ้านแลงมาจาก ศิลาแลง กล่าวว่าบริเวณนี้จะมีหินแลง คือหินที่มีรูพรุน สีส้มปนน้ำตาลอยู่มาก จากหลักฐานประวัติศาสตร์วัดบ้านแลง ซึ่งเป็นพระประธานเก่าแก่คู่โบสถ์ หอไตรกลางน้ำ ตั้งอยู่กลางสระน้ำเยื้องกับโบสถ์เก่าเป็นอาาครไม้ทั้งหลังสภาพค่อนข้างทรุดโทรมแต่ยังเหลือเค้าโครงความงามที่น่าชม สถานที่ท่องเที่ยวระยอง วัดบ้านแลง มีพระนาคเป็นผู้ริเริ่มก่อสร้างและได้ตั้งชื่อวัดตามชื่อผู้ถวายที่ดินว่า วัดจันทร์สุวรรณโพธิธาราม ต่อมานิยมเรียกกันว่า "วัดแลง" ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อมาเป็น "วัดบ้านแลง" เรียกกันจนติดปากจนถึงปัจจุบันนี้

\r\n\r\n

ที่ตั้ง วัดบ้านแลง ม.1 ต.บ้านแลง อ.เมืองระยอง

\r\n\r\n

7.ตลาดน้ำเกาะกลอย  เป็นตลาดที่ก่อตั้งขึ้นมาเพื่ออนุรักษ์สถาปัตยกรรมบ้านเรือนในสมัยก่อน เครื่องเล่นเครื่องใช้ และวิถีชีวิตของผู้คนในจังหวัดระยองให้นักท่องเที่ยวและผู้มาเที่ยวเยี่ยมชมได้ ศึกษาเรียนรู้ความเป็นอยู่ครั้งเก่าก่อนกับบ้านเรือน ร้านตลาดบรรยากาศย้อนยุคเล็กๆ ชิมชิลในตัวเมืองระยอง ภายในตลาดมีพื้นที่เป็นเรือนไม้กลางสระน้ำตกแต่งออกแนวโบราณเพื่อให้เข้ากับบรรยากาศของความเป็นตลาดเก่า ชวนให้นึกถึงกลิ่นอายของความเป็นอดีตในวันวานตกแต่งด้วยของเก่าโบราณต่างๆ มีทางเดินทอดยาวไปตามริมสระน้ำ ระหว่างทางเต็มไปด้วยร้านค้าตลอดทั้งสองแนวทางเดินเป็นร้านขายของที่ระลึก ของสะสม งานแฮนด์เมด ร้านขายของเล่น ร้านเสื้อผ้า จากร้านค้าจะพบโซนอาหารที่ค่อนข้างมีหลากหลายและช่วงเทศกาลลอยกระทงจะมีการจัดงานวันลอยกระทง การประกวดนางนพมาศ เป็นต้น

\r\n\r\n

ที่ตั้ง สถานีน้ำมัน ปตม. ถ.เลี่ยงเมืองสาย 36 ม.3 ต.เชิงเนิน อ.เมืองระยอง

\r\n 257 277 ระยอง ภาคตะวันออก one day trip ทริปสายกิน (อำเภอเมืองระยอง) ทริป กิน เที่ยว สไตล์บ้านๆ ณ เมืองท่าในตำนาน ระยองฮิๆ ไม่พลาดอาหารร้านเด็ด ที่เที่ยวสุดประทับใจ "

ทริปสายกิน 

\r\n\r\n

1. ธัญรส 10 เกาเหลาเนื้อ ก๋วยเตี๋ยวเนื้อธัญรส 10 เป็นอีกหนึ่งร้านที่คนระยองรู้จัก ซึ่งร้านนี้เปิดบริการมานาน เป็นร้านที่ขายเกาเหลาอร่อยที่สุดในจังหวัดระยอง อีกทั้งเกาเหลาเนื้อและหมูเป็นเมนูยอดนิยมสำหรับลูกค้าที่เข้ามารับประทาน

\r\n\r\n

ร้านนี้ตั้งอยู่ที่ 6/38 ถ.สุขุมวิท ต.ท่าประดู่ อ.เมืองระยอง  เวลา 07.00-15.00 น. โทรศัพท์ 038 - 612664 

\r\n\r\n

2. ครัวครูหมู บ้านเจ้าเมือง (ถนนยมจินดา) เจ้าของร้านบ้านครูหมู หรือครูหมู เป็นหลานของเจ้าเมืองคนสุดท้ายเมืองระยอง "พระศรีสมุทโภค" (อิ่ม ยมจินดา) บ้านหลังนี้สร้างหลังจากท่านเกษียณแล้วในปี พ.ศ.2475 เมื่อท่านสิ้นลูกหลานก็อยู่กันต่อเรื่อยมา บรรยากาศภายในร้านเป็นร้านขนาดไม่ใหญ่โตมาก อยู่ติดกับแม่น้ำระยอง ประดับตกแต่งไปด้วยของเก่า ของโบราณล้ำค่ามากมาย ประหนึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์ขนาดย่อม สำหรับแขกผู้มาเยือนให้ได้ชมกัน แค่เพียงเข้าไปพบกับบรรยากาศภายในร้าน ก็รู้สึกดีขึ้นมาทันที เพราะภายในร้านดูสบายๆ เมนูแนะนำ : แกงระยอง, ผัดวุ้นเส้นโบราณ (อร่อยมาก) ,ไข่เจียวโบราณ และต้มโจ

\r\n\r\n

ร้้านนี้ตั้งอยู่ที่ ต.ท่าประดู่ อ.เมืองระยอง เวลา 17.00 - 21.00 น. โทรศัพท์ 038-613725

\r\n\r\n

3. Happy Camper Rayong คาเฟ่ในกลางสวนติดริมคลองในตัวเมืองระยอง ตั้งอยู่ในร้านอาหารครัวริมคลอง เป็นร้านที่ตกแต่งน่ารักบรรยากาศดี ร่มรื่น เน้นความเป็นธรรมชาติ ภายใต้ร่มไม้เขียวขจี โดยจัดโซนที่นั่งกระจายอยู่ตามมุมต่างๆ ไม่อย่างลงตัว มีมุมสวยๆ ให้ถ่ายรูปเพียบ เมนูแนะนำ : มินิพิซซ่า, วาฟเฟิลไอศกรีม และเรนโบว์โซดา เวลา 10.30 - 19.00 น. โทรศัพท์ 089 -0127775

\r\n\r\n

4. ส้มตำรัตนา ร้านอาหารอีสาน รสชาติอร่อยราคาเป็นกันเอง สามารถระบุรสชาติได้ตามชอบ บรรยากาศร่มรื่น ร้านตั้งอยู่ในเมืองติดกับศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เมนูแนะนำ : ส้มตำไข่คู่ , ส้มตำปลาย่าง, สลัดผัดไฮโดรโปนิกส์ , ยำเส้นแก้ว 

\r\n\r\n

ร้านนี้ตั้งอยู่ที่ 14/3 ต.ท่าประดู่ อ.เมืองระยอง เวลา 09.00 - 15.00 น. โทรศัพท์ 086-0481105 

\r\n\r\n

5. ร้านผัดไทยบ้านค่าย ผัดไทยบ้านค่ายมีสูตรการปรุงเฉพาะคนบ้านค่าย มีบริการทั้งผัดไทย และอาหารตามสั่ง บรรยากาศร่มรื่น ติดแม่น้ำระยอง ร้านสะอาด เมนูแนะนำ : ผัดไทยทะเล  

\r\n\r\n

ร้านนี้ตั้งอยู่ที่ 155 ถ.พจนกร ต.ท่าประดู่ อ.เมืองระยอง เวลา 08.30 - 14.30 น. โทรศัพท์ 038- 619390

\r\n\r\n

 

\r\n" 258 278 ระยอง ภาคตะวันออก one day trip ทริปสายบุญ เที่ยว • ถ่าย • ธรรม ☀ ระยอง\r\nรวมแหล่งท่องเที่ยว สายบุญ วัดสวย น่าทำบุญ ไหว้พระ ขอพร 🙏

1. วัดป่าประดู่ ตั้งอยู่ที่ ตำบลท่าประดู่ อำเภอเมือง จ.ระยอง ก่อสร้างวัดเมื่อประมาณ พ.ศ.2372 ได้มาพบสถานที่แห่งนี้เป็นวัดร้าง มีต้นตะเคียนเป็นจำนวนมาก มีซากวัดที่เหลือแต่โบสถ์ ซากพระพุทธรูปปางไสยาสน์ และซากองค์พระประธาน ซึ่งเป็นพระพุทธรูปปางปาเลไลยก์วัดป่าประดู่แห่งนี้จึงเคยมีชื่อเดิมว่า "วัดป่าเลไลยก์" อีกทั้งเพราะมีต้นประดู่ใหญ่อยู่ภายในวัดเป็นจำนวนมากและเพื่มิให้ชื่อวัดพ้องกับวัดป่าเลไลยก์จังหวัดสุพรรณบุรีด้วย จากเหตุผลดังกล่าวจึงได้เปลี่ยนนามวัดเป็น "วัดป่าประดู่" ภายในวัดยังมีพระพุทธรูปนอนตะแคงซ้ายที่เก่าแก่เป็นพระพุทธไสยาสน์ที่แปลกที่สุดในประเทศไทย โดยปกติแล้วเมื่องมีการสร้างองค์ประปางสีหไสยาสน์ มักจะสร้างประทับอยู่ในท่านอนตะแคงขวา แต่พระพุทธไสยาสน์ที่วัดป่าประดู่สร้างในท่านอนตะแคงซ้าย มีความยาว 11.95 เมตร สูง 3.60 เมตร ขนาดใหญ่ ซึ่งลักษณะพระพุทธรูปนอนตะแคงซ้ายมีความพิเศษคือ มีการหนุนพระเศียรด้วยหัตถ์ซ้าย สังเกตจากพระเกศ ไรพระศก จีวรแล้ว น่าจะอยู่ในยุคสัมยกรุงศรีอยุธยา จนกระทั่งได้รบการบูรณปฏิสังขรณ์ ดูแลอย่างดี ไม่มีใครทราบอายุและประวัติมาก่อนดูจากพระเกศ ไรพระศก จีวรแก้ว น่าจะเป็นอิทธิพลสมัยอยุธยาปัจจุบันพระพุทธรูปทั้งสององค์ ได้รับการบูรณะไว้ จึงถือเป็นพระเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองของระยองแห่งหนึ่ง และวัดป่าประดู่ได้รับการยกฐานะเป็นพระอารามหลวงตั้งแต่ พ.ศ.2533 

\r\n\r\n

2. ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ตั้งอยู่ภายในบริเวณวัดลุ่มมหาชัยชุมพล ถนนตากสินมหาราช ตำบลท่าประดู่ มีต้นสะตือขนาดใหญ่อยู่บริเวณหน้าศาล อายุประมาณ 300 กว่าปี เล่ากันว่า สมเด็จพระเจ้าตากสินทรงนำช้างมาผูกไว้ที่ใต้ต้นสะตือนี้เมื่อครั้งเสด็จผ่านระยองเพื่อรวบรวมไพร่พล และตั้งทัพเพื่อเตรียมกู้อิสรภาพที่จันทบุรี ภายในศาลมีรูปหล่อของสมเด็จพระเจ้าตากสินในท่าประทับยืนประดิษฐานอยู่ และมีงานสมโภชประจำปีในวันที่ 28 ธันวาคม ของทุกปี เนื่องจากเป็นวันคล้ายวันปราบดาภิเษกสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช 

\r\n\r\n

3.ศาลหลักเมืองระยอง ตั้งอยู่ที่ ถนนสุขุมวิท อ.เมือง จ.ระยอง สร้างขึ้นเมื่อ ปีพ.ศ.2438 ณ ถนนหลักเมือง ตำบลท่าประดู่ อำเภอเมืองระยอง ซึ่งตรงกับรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ต่อมาราวปี พ.ศ. 2486 เสาหลักเมืองได้ชำรุดหักลงชาวบ้านจึงได้มีความคิดที่จะปรับปรุงศาลหลักเมือง ให้มีความมั่นคงแข็งแรง และเป็นศรีสง่าแก่เมืองระยองต่อไป 

\r\n\r\n

4. วัดโขดทิมธาราม ตั้งอยู่ที่ ตำบลท่าประดู่ อำเภอเมืองระยอง มีชื่อเรียกด้วยกันหลายชื่อ อาทิเช่น วัดโขด (ทิมราชธาราม) หรือวัดโขด (ทิม ทราราม) กล่าวกันว่าที่ได้ชื่อนี้เพราะพระยาระยองผู้เป็นเจ้าเมืองนั้นมีนามเดิมหรือนามจริงว่า "ทิม" เป็นผู้สร้างวัดนี้ แต่ชาวบ้านทั่วไปเรียกกันว่า "วัดโขด" อันเนื่องมาจากวัดนี้มีที่มาจากที่ตั้งอยู่บนโขดทรายติดกับแม่น้ำ วัดโขดหินทิมธารานี้สร้างขึ้นเมื่อราวๆ สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย ประมาณ พ.ศ.2007 ภายในวันมี หลวงพ่อขาว พุทธลักษณะ เป็นพระพุทธรูปปั้นปางมารวิชัยนั่งขัดสมาธิเพ็ชร หน้าตักกว้าง2.4 เมตร สูงรากฐานสุด ส่วนภาพจิตรกรรมฝาผนังพระอุโบสถหลังเก่าวัดโขดภายในวัดโขดนี้ เป็นจิตรกรรมฝาผนังจากภาพเขียนสีโบราณล้ำค่าอยู่ในพระอุโบสถ เขียนขึ้นในสมัยอยุธยาตอนปลายหรือสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้นเป็นภาพทศชาติชาดกที่ผนังด้านนอกหน้าอุโบสถด้านทิศตะวันออก ตรงหน้าพระประธาน

\r\n\r\n

5. พระเจดีย์กลางน้ำ ตั้งอยู่ ต.ปากน้ำ อ.เมืองระยอง สร้างขึ้นในปีพ.ศ.2416 ในสมัยพระยาศรีสมุทร โภคชัยชิตสงคราม (เกตุ ยมจินดา) เป็นเจ้าเมืองระยอง เจดีย์มีลักษณะทรงระฆัง ตั้งอยู่บนเกาะกลางน้ำที่ตำบลปากน้ำ อำเภอเมือง จังหวัดระยอง เป็นเจดีย์ก่ออิฐฉาบปูน สูงประมาณ 10 เมตร พื้นที่รอบๆ ปูด้วยกระเบื้องดินเผาเด่นเป็นสง่าบนเกาะกลางแม่น้ำระยอง มีเนื้อที่ประมาณ 52 ไร่ อยู่ห่างจากตัวจังหวัดระยองราว 4 กิโลเมตร และสามารถเดินชมป่าโกงกางรอบพระเจดีย์ได้อีกด้วย 

\r\n 259 218411 ระยอง ภาคตะวันออก เส้นทางท่องเที่ยว มนต์เสน่ห์วิถีชาวเล เส้นทางท่องเที่ยวมนต์เสน่ห์วิถีชาวเล ที่อำเภอเมือง อำเภอแกลง อำเภอบ้านฉาง สัมผัสวิถีชีวิตชาวประมง เดินเที่ยวชุมชนชนที่ทำประมงเชิงอนุรักษ์ ชุมชนประมงเก่าแก่ เชื่อมต่อระหว่างน้ำจืดและน้ำทะเล เป็นแหล่งทำประมงพื้นบ้านและประมงน้ำลึกของชาวบ้านยังคงอนุรักษ์

หมู่บ้านอาบจันทร์ หมู่ 7 ต.แกลง อ.เมืองระยอง หมู่บ้านที่มีป่าเขาสลับกับแหล่งน้ำ จึงมีแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ เช่น ป่าชุมชนสำนักสงฆ์ป่าสักอยู่บนเทือกเขายายดา อุดมสมบูรณ์เหมาะสำหรับเป็นเส้นทางของนักปั่นจักรยาน ร่วมกิจกรรมการทำฝาย ณ โครงการป่าชุมชน ที่หมู่บ้านมาบจันทร์ อดีตเป็นพื้นที่แห้งแล้งเมื่อหน้าแล้งจะเกิดไฟป่า ยามหน้าฝนจะเกิดดินถล่ม ชาวบ้านจึงได้ร่วมกันทำฝายหินชลอน้ำ ซึ่งสามารถซ่อมแซมได้ตลอดเพราะเป็นพื้นที่เขาที่มีหินจำนวนมากใช้เป็นวัสดุในการทำฝาย มีสวนสละสุมาลี เราแวะสวนของคุณระเบียบ สวนปลอดสารพิษเปิดให้พวกเราได้ชิมกันสดๆจากต้น และเรียน รู้การช่วยผสมเกสรของสละเพื่อเพิ่มผลผลิต แล้วชมสวนทุเรียนของคุณจรูญ ของฝากและสินค้าโอทอปขึ้นชื่อของที่มาบจันทร์ คือ สละลอยแก้ว ทุเรียนทอด น้ำพริกเห็ดฟู น้ำพริกทุเรียน และกล้วยกรอบแก้ว เป็นต้น

\r\n\r\n

หมู่บ้านธงหงส์ อัตลักษณ์คือ เสาธงหงส์ เป็นไม้ตะเกาและหงส์สำริดที่ตั้งอยู่บนยอดเสาอยู่คู่หมู่บ้านมาแต่โบราณชาวบ้านนับถือมาก ในทุกเทศกาลจะมีการชักธงขึ้นสู่ยอดเสาหงส์ มีหลวงพ่อทอง ผู้ก่อตั้งวัดธงหงส์ เป็นที่นับถือบูชา วัดตั้งอยู่บนเนินเขาในหมู่บ้าน ร่มรื่น สงบ มีอาคารปฏิบัติธรรมรองรับผู้คนได้ถึง 300 คน มีลานอนุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชไว้สักการะ ของฝากขึ้นชื่อคืองานจักสานจากเส้นพลาสติก ยาสระผม กระเป๋าสาน หมอนฟักทอง

\r\n\r\n

หมู่บ้านเนินฆ้อ เป็นพื้นที่ตัดกันระหว่าง 3 หมู่บ้าน ซินแสทำนายว่า 3 หมู่บ้านนี้เปรียบเสมือนมังกร ที่สามารถทำกินได้แต่ไม่ร่ำรวย เลยได้ให้ทำมณฑปครอบรอยพระพุทธบาท ไว้สักการะบูชา มีพื้นที่ป่าชายเลน 30 ไร่ ให้นักท่องเที่ยวร่วมกิจกรรมปลูกป่าชายเลน มีวัดวังหว้า ที่พัฒนาโดย หลวงปู่คร่ำ ยโสธโร พระที่มีอายุยืนยาวและมีเมตาธรรมสูง นอกจากพัฒนาวัดแล้วท่านยังให้ความสำคัญกับโรงเรียนวัดวังหว้าเป็นอย่างมาก มีหุ่นขี้ผึ้งและสรีระสังขารของท่านไว้บูชา มีอาหารพื้นถิ่นขึ้นชื่อ “ขนมนิ่มนวล”ขนมไทยโบราณของที่นี่ ที่หาทานยากและทำยากเช่นกัน สินค้าโอทอปเป็น กะปิ น้ำปลา เคยอบแห้ง ชาใบขลู่ เป็นต้น

\r\n\r\n

หมู่บ้านเนินทราย เป็นหมู่บ้านระบบนิเวศอุดมสมบูรณ์ทั้งน้ำและป่า เป็นพื้นที่ป่าโกงกางทั้งหมด 35 ไร่ ชาวบ้านส่วนใหญ่ประกอบอาชีพประมง มีที่ท่องเที่ยวโดดเด่น คือ สะพานรักษ์แสม สะพานไม้เก่าแก่ยาวประมาณ 1 กม.เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ซึ่งอยู่ในพื้นที่เขตอนุรักษ์และเพาะพันธุ์สัตว์น้ำ มีธนาคารปู มีทางเดินไม้ยาวชมความงดงามของป่าโกงกางและเรือนำชม มีปูแสมจำนวนมาก ยังเป็นแหล่งอาศัยของปูก้ามดาบ และด้วยระบบนิเวศที่สมบูรณ์ จึงได้รับขนานนามว่า “อเมซอนไทยแลนด์” อาหารขึ้นชื่อ หมี่ผัดกุ้งพื้นเมือง กระยาสารทโบราณ ปลาเค็มแดดเดียว ปราหมึกแปรรูป ให้นักท่องเที่ยวได้ชิม ช้อป ด้วย

\r\n\r\n

หมู่บ้านแสมผู้ ที่นี่เราได้สัมผัสความเรียบง่ายของวิถีคนท้องถิ่น นั่งรถสามล้อพ่วงเพื่อล่องเรือชมธรรมชาติแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ,เดินชมป่าชายเลนที่สูงจนปกคลุมเส้นทางคล้ายอุโมงค์จนเข้าไปถึง”ทุ่งโปรงทองที่ซ่อนตัวอยู่ด้านใน อุดมสมบูรณ์และงดงามด้วยการสะท้อนแสงตามธรรมชาติ เป็นจุดเชคอินและถ่ายภาพได้สวยมาก ทุกคนสูดอากาศบริสุทธิ์ เข้าปอดกันจนเต็มอิ่มและอยากจะเก็บเอามาฝากคนรักกันเลยทีเดียว มีศาลเจ้าพ่อแสนผู้ เดิมเป็นศาลไม้เสาต้นเดียวที่ชาวบ้านสร้างไว้เพื่อขอให้หาปูปลาได้เพียงพอกับการยังชีพ เมื่อสำเร็จจึงสร้างศาลใหม่จนเป็นที่ศรัทธาและชาวบ้านให้ความเคารพนับถือ

\r\n 260 280 กาญจนบุรี ภาคกลาง พาใจไปเที่ยว...ชุมชนลุ่มสุ่ม เมื่อหลายสิบปีที่ผ่านมา ชุมชนแห่งนี้เคยขาดแคลนน้ำเพื่อใช้อุปโภค บริโภค และเพื่อใช้ในการเกษตร จนทำให้ชุมชนเกิดความตระหนักในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่ของตนเอง รวมถึงความเข้าใจในการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรอย่างยั่งยืน "

โปรแกรมท่องเที่ยว 1 วัน 

\r\n\r\n

เดินทางสู่อ่างเก็บน้ำบ้านสามัคคีธรรม จุดต้อนรับบ้านลุ่มสุ่ม

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

ชมสาธิตการทำเฝือกไม้ไผ่

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

เที่ยวป่าชุมชน เรียนรู้เส้นทางเดินผ่านป่าสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

ชมกลุ่มวิสาหกิจชุมชนป่าชุมชนตำบลลุ่มสุ่ม 

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

รับประทานอาหรกลางวันของท้องถิ่น ณ บ้านหินงามพุพลู

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

เที่ยวสะพานและไหว้พระ ณ ถ้ำกระแซ นั่งรถไฟไปยังสถานีสวนไทรโยค เที่ยวถ้ำเชลย

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

ชมดงสมุนไพร มะขามป้อม

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

หมายเหตุ กำหนดการอาจมีความเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม

\r\n" 261 281 ราชบุรี ภาคกลาง "แนะนำชุมชน ""ตลาดน้ำหลักห้า"" " เส้นทางการท่องเที่ยวตลาดน้ำหลักห้า และวิถีชุมชนในระแวกใกล้เคียง "

“ ตลาดน้ำหลักห้า ”

\r\n\r\n

\r\n\r\n

ชุมชนตลาดน้ำหลักห้า เป็นชุมชนเก่าแก่และเป็นตลาดนัดทางน้ำที่เป็นศูนย์กลางการค้าขายผลิตผลการเกษตรมาตั้งแต่โบราณ นับแต่เริ่มเปิดใช้คลองดำเนินสะดวกเป็นต้นมา ปัจจุบันแม้กาลเวลาผ่านมาเนิ่นนาน แม้ความสำคัญของการค้าขายทางเรือจะลดลงไป แต่ตลาดหลักห้ายังคงวิถีชีวิตความเป็นอยู่กับตลาดร้านค้า บ้านเรือนไทยที่พักอาศัยและการสัญจรทางเรืออยู่คงเสน่ห์โดยไม่เสื่อมคลาย

\r\n\r\n

คลองดำเนินสะดวก ดำเนินการขุดโดย ท่านสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ (ช่วง บุนนาค) เปิดใช้คลองเมื่อปี พ.ศ.2411 ในรัชสมัยรัชกาลที่ 4 หลังจากนั้นก็เกิดชุมชนและตลาดค้าขายทางน้ำขึ้นตามลำคลองหลายแห่ง ซึ่งปากคลองโพหัก หลักห้านี้ ก็เป็นตลาดนัดทางน้ำที่สำคัญแห่งหนึ่ง ที่เกิดขึ้นในยุคแรกๆ ร้านค้าขายริมคลองเกิดขึ้นใกล้ๆ กับวัดปราสาทสิทธิ์ ซึ่งยังมีเอกสารเกี่ยวกับการเสียภาษีอากรร้านค้าขายเมื่อสมัยร้อยกว่าปีปรากฏอยู่

\r\n\r\n

ชมรมฟื้นฟูวิถีไทยชุมชนหลักห้าเพื่อการท่องเที่ยว จึงใคร่ขอแนะนำชุมชนฯ ซึ่งยังคงเสน่ห์แห่งวิถีชึวิตชุมชนชาวคลองบริเวณตลาดน้ำปากคลองโพหักและหน้าวัดปราสาทสิทธิ์ซึ่งเป็นวัดแรกที่สร้างขึ้นโดยท่านสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ ( ช่วง บุนนาค ) รวมถึงคลองดำเนินสะดวก ซึ่งเป็นคลองประวัติศาสตร์แห่งราชธานีรัตนโกสินทร์สมัยรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นเส้นทางการเสด็จของในหลวงรัชกาลที่ 5 และสมเด็จพระมหาสมณเจ้าฯ ในการเสด็จมณฑลราชบุรีและของกรมพระยาดำรงฯ ในการตรวจราชการหัวเมือง เส้นทางยุทธศาสตร์ของกองทัพญี่ปุ่นสมัยสงครามโลก เป็นต้น

\r\n\r\n

ชุมชนฯ ขอนำเสนอจุดที่น่าสนใจเข้าเยี่ยมชมและท่องเที่ยวในชุมชน  ดังนี้          

\r\n\r\n

1. นมัสการหลวงพ่อไตรรัตน์โรจนฤทธิ์หน้าวัดปราสาทสิทธิ์ พระศักดิ์สิทธิ์ของหลักห้า

\r\n\r\n

2. พิพิธภัณฑ์ชุมชน ใต้วิหารฯ ซึ่งชาวบ้านได้มอบสิ่งของหายาก เครื่องใช้ไม้สอยโบราณไว้ให้ลูกหลานได้ดูชม และมีบ่อน้ำพระพุทธมนต์ศักดิ์สิทธิ์สมเด็จพุฒาจารย์โต

\r\n\r\n

3. เสาหิน “หลักห้า”  หลักหินบอกเขต ที่ 5 ของระยะทางคลองดำเนินสะดวกในสมัยก่อน ทุกๆ 100 เส้น (4 กม.) จะมีเสาหลัก 1 หลัก มีตั้งแต่หลักหนึ่ง ถึงหลักแปด (คลองภาษีเจริญก็มีเสาหลักเช่นนี้เช่นกัน)   และ หลักห้า เป็นที่มาของชื่อชุมชนนี้

\r\n\r\n

4. เยี่ยมชมโบสถ์คาทอลิก AVE MRIA วัดแม่พระสายประคำ ที่มีภาพวาดที่สวยงามภายในโบสถ์ โดยท่านบาดหลวงวิตราโน (นัดหมายล่วงหน้า)

\r\n\r\n

5. ร้านขายยา จีนแซตึ๊ง ร้านเครื่องยาจีน ยาไทย แนะนำเครื่องยา,ตำรับยาจีนโบราณตั้งแต่สมัยเตี่ยที่มาจากเมืองจีน เป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์ OTOP ยาหม่องน้ำ ยาดมยี่ห้อ “นิยม” อีกร้านหนึ่งคือร้าน “ตงซู่ตึ๊ง” ร้านยาจีนและหมอแมะตำรับจีนโบราณ

\r\n\r\n

6. ร่วมเวิร์คชอปการทำสบู่ขนมไทย By Grandmama ผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมไทย (CPOTของกระทรวงวัฒนธรรม) จังหวัดราชบุรี สัมผัสและสร้างสรรค์วิถีความเป็นไทย ผ่านผลิตภัณฑ์สมัยใหม่ โดยใช้วัตถุดิบและภูมิปัญญาจากธรรมชาติและท้องถิ่น

\r\n\r\n

7. บ้านครูสร้อย  บ้านครูเก่า พี่เทพ ทายาททำตุ๊กตาปูนปั้น เป็นของฝากของขวัญ สร้างสรรค์ตกแต่งสวน สวยงาม ทำมือเองราคาย่อมเยา

\r\n\r\n

8. บ้านพอเพียง ร้านตัด/ให้เช่าชุดเสื้อผ้าดั้งเดิม,ชุดงานบวชนาค ของเจ๊ไน้/เจ๊เล็ก ยังให้บริการอยู่ เปิดบริการอาหารย้อยยุคพื้นถิ่น ขนมจีนน้ำยาสายบัว บ้าบิ่นมะพร้าวอ่อน ต้องลองมาชิม

\r\n\r\n

9. ร้านบัดกรีเซ่งฮวด (ร้านเจ๊จุก) ร้านบัดกรีที่ยังใช้หัวแร้งและตะกั่วทำของใช้ โพงรดน้ำ ปะหม้อทะลุ ทำรางน้ำสังกะสี เหลืออยู่ร้านเดียว

\r\n\r\n

10. บ้านไม้สัก 130 ปี ของนายอากรเก่า คุณโอ่งผู้เป็นเหลนยังคงรักษาบ้านให้คงเสน่ห์สวยงามอย่างมีคุณค่าด้วยกาลเวลา พร้อมของใช้เก่าแก่สมัยนั้น ที่นี่คือ “ เรือนอินทศร”

\r\n\r\n

11. โรงพิมพ์โบราณ เจริญสินการพิมพ์ โรงพิมพ์เก่าแก่ที่ยังใช้เครื่องพิมพ์โบราณและตัวเรียงพิมพ์โลหะผสมดีบุก ซึ่งโรงพิมพ์แบบนี้ปัจจุบันเหลืออยู่น้อยมากแล้ว รับงานพิมพ์จำพวกการ์ดงานต่างๆ ใบประกาศของตั๊ว วัด โรงเจ ฯลฯ พี่น้อย ช่างพิมพ์ที่ทำงานที่นี่มา 50 ปี ยินดีต้อนรับ

\r\n\r\n

มาลัยฟาร์ม ดำเนินสะดวก

\r\n\r\n

สถานที่ท่องเที่ยว ทำกิจกรรม สนุกสนานกับการให้อาหารสัตว์อย่างใกล้ชิด มีสัตว์มากกว่า 13 ชนิด  อาทิ  นกกระจอกเทศ  กวาง อัลปาก้า นกอีมู จระเข้  จิงโจ้แคระ  ม้าแคระ นกยูง นกปากขอชนิดต่างๆ ฯลฯ ภายในออกแบบเป็นสวนสวยงาม ตื่นเต้นกับการตกจระเข้ เลือกชมเครื่องหนังผลิตจาก มาลัยฟาร์มโดยตรงไม่ผ่านคนกลางราคาถูกกว่าถึง  50 %   บริการร้านอาหาร สเต็ก บาร์บีคิวเนื้อสัตว์พิเศษ อย่าง เนื้อนกกระจอกเทศ กวาง จระเข้

\r\n\r\n

ที่อยู่  : 175/2  ม.5 ต.ตาหลวง อ.ดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี 70130  (กม. ที่ 27 ถนนบางแพ – สมุทรสงคราม)

\r\n\r\n

เปิดให้เข้าชม  :  8.00 – 18.00 น. ทุกวัน

\r\n\r\n

อัตราค่าเข้า  :  คนไทยไม่เสียค่าเข้าแต่ให้ช่วยเป็นคูปองอาหารสัตว์ 200 บ.ต่อครอบครัว  / ชาวต่างชาติ 300 บ.

\r\n\r\n

โทรศัพท์ :  090-4482022 ,(032)-245712

\r\n\r\n

Website : www.malaiostrichfarm.com

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

ณ สัทธา อุทยานไทย

\r\n\r\n

\r\n\r\n

สาวๆ ทั้งหลาย เราจะชวน ใส่ชุดไทย ไปเดินสวยๆ กันที่ ณ สัทธา อุทยานไทย ราชบุรีนี่เองค่ะ ที่นี่เป็นอุทยานแห่งการเรียนรู้ และอนุรักษ์วัฒนธรรมไทย ที่เหมาะกับทุกคนได้เข้าชม ด้านในจะแบ่งออกเป็นหลายๆ โซนด้วยกันค่ะ เช่น ณ สัทธาปฏิมา เราจะได้ชมพระพุทธรูปที่สวยงามตามแต่ศิลปะของแต่ละยุคสมัย โซนถ้ำพุทธชาดก จำลองเรื่องราวขององคุลีมาน โซนสัทธาถิ่นเรือนไทย บ้านเรือนไทย 4 ภาคอื่นๆ ที่น่าสนใจมากมายเลยค่ะ นอกจากจะได้ความรู้แบบเพลินๆ แล้ว ที่นี่ยังมีมุมสวยๆ ให้เราได้เดินถ่ายรูปในแบบไทยๆ กันอีกด้วยนะ

\r\n\r\n

ที่อยู่ : 41/1 หมู่ 3 ถนนเพชรเกษม-ดำเนินสะดวก ตำบลวังเย็น อำเภอบางแพ จังหวัดราชบุรี

\r\n\r\n

เปิดให้เข้าชม : วันจันทร์-ศุกร์ 09.00-16.30 น. และ วันเสาร์-อาทิตย์ 08.30-17.00 น.

\r\n\r\n

อัตราค่าเข้า : เด็ก 100 บาท ผู้ใหญ่ 200 บาท

\r\n\r\n

โทรศัพท์ : 0-3238-3333

\r\n\r\n

เว็บไซต์ : https://www.facebook.com/nasatta.thai

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

หมู่บ้านช้างดำเนินสะดวก

\r\n\r\n

\r\n\r\n

อยู่ใกล้กับตลาดน้ำดำเนินสะดวกและตลาดน้ำเหล่าตั๊กลัก เหมาะที่จะวางโปรแกรมเที่ยวควบคู่กันที่สุด เมื่อเสร็จจากลงเรือตลาดน้ำก็แวะมาต่อที่หมู่บ้านช้าง รับรองเลยว่าสนุกสนานครบรส ที่นี่มีกิจกรรมนั่งช้างเดินชมธรรมชาติอันสวยงาม ระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตรค่ะ ผ่านป่า ลงน้ำ เรียกได้ว่าสนุกสนานเลยทีเดียว นอกจากที่นี่จะเป็นหมู่บ้านช้างสำหรับบริการนักท่องเที่ยวแล้ว ที่นี่ยังเป็นที่อนุรักษ์ สนับสนุนวิถีชีวิตดั้งเดิมของชุมชนผู้เลี้ยงช้าง และส่งเสริมอนุรักษ์ช้างไทยไม่ให้สูญพันธ์อีกด้วย

\r\n\r\n

ที่ตั้ง 194/1 ม.8 ต.ศรีสุราษฎร์ อ.ดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี

\r\n\r\n

เวลาเปิด-ปิด เปิดทุกวัน 08.00-17.00 น.

\r\n\r\n

อัตราค่าเข้า นั่งช้าง ผู้ใหญ่ 600 บาท เด็ก 300 บาท ชมการแสดงลิง 200 บาท

\r\n\r\n

โทร : 0-3225-3140

\r\n\r\n

เว็บไซต์ : https://www.facebook.com/banchang032

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

บ้านวัดปรกเจริญ

\r\n\r\n

\r\n\r\n

เป็นหมู่บ้าน Otop เพื่อการท่องเที่ยว ที่นี่เราจะได้สัมผัสถึงวัฒนธรรมท้องถิ่นอย่างแท้จริงทั้งในด้านศิลปวัฒนธรรม และวิถีชีวิต สำหรับกิจกรรมการท่องเที่ยวในหมู่บ้านมีหลายอย่าง เช่น การไหว้พระที่วิหารหลวงพ่อแดง นั่งเรือชมธรรมชาติ และวิถีชีวิตสองฝั่งคลองทองหลาง ใส่บาตรพระทางเรือ และงานประจำปีต่างๆ

\r\n\r\n

ที่อยู่ : หมู่ที่ 6 ตำบลตาหลวง อำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี

\r\n\r\n

เปิดให้เข้าชม : วันเสาร์และอาทิตย์ 09.00-14.00 น.

\r\n\r\n

เว็บไซต์ : https://www.facebook.com/baanwatprokcharoen2559

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

ไร่ปลูกรัก

\r\n\r\n

\r\n\r\n

ที่เที่ยวราชบุรีเพื่อการเรียนรู้สำหรับเด็ก ๆ และทุกคนในครอบครัว ให้ได้สัมผัสวิถีชีวิตแบบธรรมชาติ เปิดประสบการณ์ที่หาไม่ได้ในหนังสือ บอกเลยว่าที่นี่มีกิจกรรมให้ทำร่วมกันเพียบ ทั้งปลูกข้าว เก็บผัก ให้อาหารสัตว์ สอนทำอาหารออร์แกนิก และอีกมากมายนับไม่ถ้วน ไปจนถึงเล่นว่าว สไลเดอร์ และพายเรือริมนา เตือนไว้ก่อนว่าอย่าลืมเตรียมชุดมาไว้สำหรับเปลี่ยนด้วยนะ เพราะเด็ก ๆ จะได้วิ่งเล่นสัมผัสดินโคลนกันแบบเต็มที่ไปเลย

\r\n\r\n

ที่ตั้ง 130 ม.1 ต.วังเย็น อ.บางแพ จ.ราชบุรี

\r\n\r\n

เวลาเปิด-ปิด เปิดวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ 09.00-18.00 น.

\r\n\r\n

อัตราค่าเข้า เด็ก 200 บาท ผู้ใหญ่ 250 บาท

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

\r\n\r\n

The Blooms Orchid Park

\r\n\r\n

ที่เที่ยวสำหรับคนรักธรรมชาติและดอกไม้ ร่มรื่นไปด้วยสวนป่าและอุทยานกล้วยไม้ ที่มีกล้วยไม้และพันธุ์ไม้หายากอื่น ๆ มากมาย พร้อมทั้งมุมถ่ายรูปสวย ๆ อีกเพียบ นอกจากในส่วนของโซนอุทยานแล้ว ที่นี่ยังมีน้ำตกจำลอง คอกเลี้ยงแกะ โชว์แปลงนาสาธิตเครื่องมือการทำนาสมัยโบราณ พร้อมลานกิจกรรมต่าง ๆ และเครื่องเล่นสนามให้เด็ก ๆ เลือกเล่นได้ไม่รู้เบื่ออีกด้วย

\r\n\r\n

ที่ตั้ง 65 ม.7 ต.วัดแก้ว อ.บางแพ จ.ราชบุรี

\r\n\r\n

เวลาเปิด-ปิด เปิดทุกวัน 09.00-17.00 น.

\r\n\r\n

อัตราค่าเข้า เด็ก 50 บาท ผู้ใหญ่ 100 บาท

\r\n\r\n

\r\n\r\n

ตลาดน้ำเหล่าตั๊กลัก

\r\n\r\n

ตลาดน้ำเก่าแก่แห่งแรกๆ ของไทย คำว่า 'เหล่าตั๊กลัก' แปลว่า ตลาดเก่า เพราะว่าที่นี่เป็นตลาดน้ำต้นกำเนิดของตลาดน้ำดำเนินสะดวกนั่นเอง ถึงจะเงียบเหงาลงไปบ้างแต่ยังคงความสวยงามของเรือนไม้ริมน้ำแบบจีน มีวิถีชีวิตแบบจีนให้ได้สัมผัส และมีอาหารโบราณดั้งเดิมของชุมชนชาวจีนให้ได้ลองชิมเพียบ หนึ่งในเมนูเด็ดที่ห้ามพลาดก็คือ ไชเท้าถ้วย อาหารท้องถิ่นของคนจีนแต้จิ๋วที่สมัยนี้หากินยากมาก ต้องรีบมาชิมให้ได้สักครั้งแล้ว

\r\n\r\n

ที่ตั้ง บริเวณปากคลองลัดพลี ต.ดำเนินสะดวก อ.ดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี

\r\n\r\n

เวลาเปิด-ปิด เปิดวันเสาร์-อาทิตย์ 08.00-16.00 น.

\r\n\r\n

อัตราค่าเข้า ฟรี

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

\r\n\r\n

ตลาดน้ำดำเนินสะดวก

\r\n\r\n

ตลาดน้ำเก่าแก่นับร้อยปีของไทย ที่มีชื่อเสียงดังไปไกลถึงต่างประเทศอย่าง “ตลาดน้ำดำเนินสะดวก” มีสินค้าให้ได้เลือกซื้อเพียบ ทั้งของกิน ของใช้ และของที่ระลึก ไปจนถึงสินค้าหัตถกรรม ซึ่งเป็นที่นิยมมากของชาวต่างชาติ โดยนักท่องเที่ยวจะเลือกเดินชมตลาดน้ำบนบกหรือนั่งเรือชิล ๆ ชมวิถีชีวิตพ่อค้าแม่ค้าริมฝั่งคลองก็ได้หมด บอกเลยว่าสายชอปชิมชิลต้องเลิฟที่นี่!

\r\n\r\n

ที่ตั้ง ต.ดำเนินสะดวก อ.ดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี

\r\n\r\n

เวลาเปิด-ปิด เปิดทุกวัน 08.00-16.00 น.

\r\n\r\n

อัตราค่าเข้า ฟรี

\r\n" 262 221708 ราชบุรี ภาคกลาง บ้านคา น่าเที่ยว เส้นทางท่องเที่ยว อ. บ้านคา จ. ราชบุรี "

บ่อพุน้ำร้อนโป่งกระทิง

\r\n\r\n

\r\n\r\n

จุดเด่น  : แหล่งท่องเที่ยวการอาบน้ำแร่เพื่อสุขภาพ

\r\n\r\n

ที่อยู่  : หมู่ที่ 4 ตำบลบ้านบึง กิ่งอำเภอบ้านคา จังหวัดราชบุรี อยู่ในเขต อุทยานแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติไทยประจัน

\r\n\r\n

การเดินทาง : จากจังหวัดราชบุรีมาตามถนนเพชรเกษมเลี้ยวขวา แยกปากท่อ ตามทางหลวงจังหวัดหมายเลข 3206 ถึงบ้านพุน้ำร้อนระยะทางประมาณ 80 กิโลเมตร หรือเดินทางจากจังหวัดราชบุรีมาทางจอมบึงใช้ทางหลวงจังหวัดหมายเลข 3087 ถึงบ้านพุน้ำร้อนระยะทางประมาณ 85 กิโลเมตร หรือเดินทางจากจังหวัดราชบุรี มาทางชัฏป่าหวายใช้ทางหลวงจังหวัดหมายเลข 3208 ถึงพุน้ำร้อน ระยะทางประมาณ 83 กิโลเมตร

\r\n\r\n

เปิดบริการ  : ทุกวัน ตั้งแต่ 08.00 – 17.00 น.

\r\n\r\n

ค่าเข้า  :  ไม่เสียค่าใช้จ่าย(มีตู้รับบริจาค)

\r\n\r\n

สถานที่จอดรถ  :  กว้างขวาง

\r\n\r\n

สิ่งอำนวยความสะดวก : บ่อสำหรับแช่น้ำร้อน

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

สำนักสงฆ์พุน้ำร้อน

\r\n\r\n

สำนักสงฆ์พุน้ำร้อนตั้งอยู่บนเนินเขาริมอ่างเก็บน้ำห้วยท่าเคย ต.บ้านบึง อ.บ้านคา จ.ราชบุรี ที่มีอุโบสถ์สีขาวกรุด้วยเปลือกหอยทะเลสีขาวทั้งหลัง  ทุกรายละเอียดมีการแตกแต่งสวยงาม  และที่นี่เป็นจุดชุมวิวอ่างเก็บน้ำท่าเคยที่ดีจุดหนึ่งที่แนะนำ  ถัดมาไม่ไกลจะมีบ่อน้ำพุร้อนโป่งกระทิง บ่อน้ำพุร้อนธรรมชาติสามารถแช่อาบผ่อนคลายเพื่อสุขภาพ

\r\n\r\n

เบอร์โทรศัพท์ สำนักสงฆ์พุน้ำร้อน : 081-018-3011 หลวงตาพนม

\r\n\r\n

การเดินทาง  สามารถมาได้ 2 เส้นทาง คือ

\r\n\r\n
    \r\n
  1. เส้นทางอำเภอจอมบึง เข้าสู่ตลาดชัฏป่าหวายให้มุ่งหน้าไปทางซ้ายมือใช้ถนนหลวง 3313  ผ่านวัดพระธาตุเขาน้อย เข้าสู่บ้านโป่งกระทิงล่างจากนั้นใช้ถนน 4016 ซึ่งอยู่ทางขวามือ (จุดสังเกตคือเป็นทางเดียวกับไปน้ำพุร้อนโป่งกระทิง) เดินทางอีก 10 กม.ก็จะถึงสำนักสงฆ์อยู่บนเนินริมอ่างเก็บน้ำห้วยท่าเคย
  2. \r\n
  3. เส้นทางอำเภอปากท่อ ใช้ถนน 3206 ผ่านอุทยานแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติไทยประจัน เข้าสู่บ้านโป่งกระทิง จากนั้นใช้ถนน 4016 ซึ่งอยู่ทางซ้ายมือ(จุดสังเกตคือเป็นทางเดียวกับไปน้ำพุร้อนโป่งกระทิง) เดินทางอีก 10 กม.ก็จะถึงสำนักสงฆ์อยู่บนเนินริมอ่างเก็บน้ำห้วยท่าเคย
  4. \r\n
\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

มาลัย ออสทริช ฟาร์ม  

\r\n\r\n

\r\n\r\n

เป็นฟาร์มเลี้ยงนกกระจอกเทศและสัตว์ต่างๆ  มีการทำการตลาดแบบครบวงจร ตั้งแต่เพาะเลี้ยง จำหน่ายเนื้อ ฟอกหนัง และผลิตภัณฑ์ของใช้จากฟาร์ม   ที่ตั้งฟาร์มอยู่กลางหุบเขาโอบล้อมด้วยธรรมชาติป่าสวยงาม  และเปิดให้บริการร้านอาหาร  จำหน่ายของใช้ต่างๆ ที่ผลิตจากฟาร์ม มีสัตว์ให้ชมอาทิเช่น แกะ ม้า  นกกระจอกเทศ นกอีมู กวาง เป็นต้น  สามารถไปเที่ยวได้ทุกฤดูกาล โดยไม่เก็บค่าเข้าชม  

\r\n\r\n

มาลัย ออสทริช ฟาร์ม ตั้งอยู่บนทางหลวง 3206  กม. 28.5   อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี

\r\n\r\n

สอบถามโทร. 080-6581634 , 089-9117352 

\r\n\r\n

Website  :  www.malaiostrichfarm.com

\r\n\r\n

Facebook  :  www.facebook.com/malai.farm

\r\n\r\n

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

อ่างเก็บน้ำห้วยท่าเคย

\r\n\r\n

\r\n\r\n

ที่อยู่  :  หมู่ 4 บ้านพุน้ำร้อน ตำบลบ้านบึง อำเภอบ้านคา จังหวัดราชบุรี

\r\n\r\n

ค่าบริการ  :  ฟรี

\r\n" 263 221157 ชัยนาท ภาคกลาง "One Day Trip @ Chainat ""ชัยนาท...วันเดียวก็เที่ยวได้""" "One Day Trip @ Chainat ""ชัยนาท...วันเดียวก็เที่ยวได้"" \r\n\r\nโปรแกรมท่องเที่ยวชัยนาท > One Day Trip @ Chainat ""ชัยนาท...วันเดียวก็เที่ยวได้"" < Chainat Bird Park สวนนกชัยนาท - ศาลหลักเมือง - วัดธรรมามูลวรวิหาร - วัดพระบรมธาตุวรวิหาร - โรงพักเก่าสรรพยา " "

One Day Trip @ Chainat "ชัยนาท...วันเดียวก็เที่ยวได้" 

\r\n\r\n

\r\n" 264 221155 ชัยนาท ภาคกลาง "One Day Trip @ Chainat ""อิ่มบุญ อิ่มใจ ที่...ชัยนาท""" "One Day Trip @ Chainat ""อิ่มบุญ อิ่มใจ ที่...ชัยนาท""\r\n\r\nโปรแกรมท่องเที่ยว one day trip ที่ชัยนาท > ศาลหลักเมือง - เขื่อนเจ้าพระยา - โบสถ์หลวงพ่อหิน - วัดพระแก้ว - วัดโฆสิตาราม (วัดบ้านแค)" "

One Day Trip @ Chainat "อิ่มบุญ อิ่มใจ ที่...ชัยนาท"

\r\n\r\n

\r\n" 265 221140 ชัยนาท ภาคกลาง "Trip 2 วัน 1 คืน @Chainat ""ยิ่งรู้จัก ยิ่งรักชัยนาท""" "Trip 2 วัน 1 คืน @ Chainat ""ยิ่งรู้จัก...ยิ่งรักชัยนาท"" \r\n" "

Trip 2 วัน 1 คืน @ Chainat "ยิ่งรู้จัก...ยิ่งรักชัยนาท" 

\r\n\r\n

\r\n" 266 221069 บึงกาฬ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เส้นทางการท่องเที่ยวจังหวัดบึงกาฬ ฤดูฝน เส้นทางการท่องเที่ยวจังหวัดบึงกาฬ ฤดูฝน 267 219949 ราชบุรี ภาคกลาง สวนผึ้ง วันเดียวก็เที่ยวได้ สวนผึ้งวันเดียวก็เที่ยวได้ ด้วยระยะเวลาเพียง 3 ชั่วโมงจากกรุงเทพ ถ้าไม่ได้เน้นนอนในรีสอร์ทสวยๆ หรือดื่มด่ำกับบรรยากาศอะไรมากมาย ต้องการแค่ออกมาเที่ยวให้หลุดพ้นจากวันที่วุ่นวายเพื่อพักผ่อนถ่ายรูปสนุกๆ "

1. Moai coffee (โมอาย คอฟฟี่) 

\r\n\r\n

2. บ้านหอมเทียน

\r\n\r\n

3. Bellisimo café & resort 

\r\n\r\n

4. เดอะซีนนารี่ วินเทจ ฟาร์ม

\r\n" 268 288 ระยอง ภาคตะวันออก ระยอง วิ่งปั่นไหนดี? ปั่นไหนดี วิ่งไหนกัน? วันนี้ชวนคุณปั่นขยับร่างกาย วิ่งสลายไขมัน ปั่นชิลล์ๆ ชมธรรมชาติ เพื่อสุขภาพที่ดีตามสถานที่ต่างๆ "

▶︎ • ปากน้ำประแส-สะพานประแสสิน •
\r\nอีกหนึ่งเส้นทางที่เชื่อมต่อถนนเฉลิมบูรพาชลทิต ที่มักมีผู้คนมาปั่นทอดน่อง ส่องปากน้ำประแส มาวิ่งสัมผัสวิถีชีวิตชุมชน ชมความงามของทะเลปากน้ำประแส บนสะพานประแสสิน

\r\n\r\n

\r\n\r\n

▶︎ • สวนศรีเมือง •
\r\nสวนสาธารณะใจกลางเมืองระยองที่รายล้อมด้วยธรรมชาติ แหล่งรวมการออกกำลังกายที่หลากหลายทั้งฟุตบอล บาสเกตบอล สนามเด็กเล่น ฯลฯ และยังเป็นสวนสุขภาพสำหรับประชาชน ที่มีทั้งอุปกรณ์กีฬา เครื่องเล่นต่างๆ สำหรับเด็กและผู้ใหญ่ไว้บริการ

\r\n\r\n

\r\n\r\n

\r\n\r\n

▶︎ • สวนสาธารณะโขดปอ •
\r\nปอดคนเมืองระยอง ที่มีความสงบ ผู้คนไม่พลุกพล่าน มีอุปกรณ์กีฬาให้ได้ออกกำลังกายมากมาย เส้นทางวิ่งที่สามารถชมวิวธรรมชาติติดป่าชายเลน และยังมีเส้นทางปั่นจักรยานที่สามารถปั่นได้เรื่อยๆ เพลินๆ เป็นสนามระยะสั้นที่ปั่นได้ไม่เบื่อเลย

\r\n\r\n

\r\n\r\n

\r\n\r\n

\r\n\r\n

▶︎ • ห้วยมะหาด-เขาภูดร-เนินแผ่หลา-เนินขี้หมา •
\r\nเส้นทางที่ดูเหมือนชิลล์ๆ แต่กลับเต็มไปด้วยความท้าทายของเหล่านักปั่นสายเขา เส้นทางที่ไม่สูง ไม่ชันแต่มีเนินขึ้นลงตลอดทาง เป็นการสัมผัสการปั่นจักรยานที่ต้องลัดเลาะตามแนวเขาท่มกลางทัศนียภาพที่สวยงาม

\r\n\r\n

\r\n\r\n

\r\n\r\n

\r\n\r\n

 

\r\n" 269 289 ระยอง ภาคตะวันออก 10 กิจกรรมสำหรับคู่รัก @ ระยอง จะมีคู่ก็ดี หรือมาเป็นครอบครัวก็ได้ ขอเชิญชวนทุกท่าน มาร่วมทำกิจกรรมเติมความรักให้แก่กัน ใน 10 กิจกรรมและ สำหรับคู่รัก "

\r\n\r\n

\r\n\r\n

 

\r\n" 270 219663 ระยอง ภาคตะวันออก 10 🚩 จุดถ่ายรูปสำหรับคู่รัก 💞 @Rayong หลายท่านคงกำลังมองหา Location ดีๆ สำหรับถ่ายรูปอยู่ใช่ไหมล่ะครับ วันนี้เรามี 10 จุดถ่ายรูปสำหรับคู่รัก ในระยองที่รับรองว่าครบทุกแนว สำหรับคู่รักทุกสไตล์ จะถ่าย Pre-wedding หรือเลือกเป็นสถานที่เดทเก็บภาพในวันพิเศษก็ดี พร้อมแล้วเกี่ยวก้อยกันไปเลย "

1. ทุ่งโปรงทอง 🌹
\r\nทิวทัศน์ของต้นโปรงอัดแน่นและทอดยาวสุดสายตาตัดกับแสงอาทิตย์สีทองจนกลายเป็นที่มาของชื่อทุ่งโปรงทอง พบกับความงาม 3 อารมณ์ ของทุ่งโปรงทองที่ช่วงเช้า กลางวันและเย็น สีของทุ่งโปรงทองจะไม่เหมือนกันเพราะเกิดจากแสงอาทิตย์ที่สาดส่องลงมา พร้อมเดินชมธรรมชาติและถ่ายรูปกับสะพานไม้สุดคลาสสิคทอดตัวยาวตลอดเส้นทาง ให้คู่รักได้ถ่ายภาพท่ามกลางบรรยากาศต้นโปรงนับหมื่นต้นอย่างใกล้ชิด

\r\n\r\n

📍 ตำบลปากน้ำกระแส อำเภอแกลง จังหวัดระยอง 

\r\n\r\n

\r\n\r\n

2. สะพานรักษ์แสม 🌹
\r\nออกเดินทางสู่เส้นทางสายโรแมนติก ท่ามกลางบรรยากาศเงียบสงบ ถ่ายรูปกับสะพานแขวนที่แกว่งตัวได้ ข้ามคลองตาโบ๊ยเชื่อมต่อไปยังป่าชายเลนอันอุดมสมบูรณ์ ชมวิวมุมสูงบนจุดชมวิวหอปูก้ามดาบที่มีทิวทัศน์อันสวยงามมองเห็นตะวันตกดินเป็นฉากหลัง

\r\n\r\n

📍 ตำบลเนินฆ้อ อำเภอแกลง จังหวัดระยอง

\r\n\r\n

\r\n\r\n

3.สวนพฤกษศาสตร์ 🌹
\r\nพื้นที่ชุ่มน้ำขนาดใหญ่ อุดมไปด้วยต้นไม้ นกน้ำและพืชน้ำนานาพันธุ์ มีเส้นทางศึกษาธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ และมีป่าเสม็ดพันปี ต้นไม้สะเทิ้นน้ำสะเทิ้นบกที่ สามารถเจริญเติบโตได้ทั้งพื้นที่แห้งและน้ำท่วมถึง นอกจากนี้ยังมีพืชน้ำที่ขึ้นหนาแน่นสามารถขึ้นไปเดินและถ่ายรูปได้ (แต่ต้องให้เจ้าหน้าที่ช่วยแนะนำนะครับ) ถือว่าสวนพฤกษศาสตร์แห่งนี้เป็นอีกโลเกชั่นถ่ายภาพสุดเก๋สำหรับคู่รักเลยทีเดียว

\r\n\r\n

🔹 เข้าชมฟรี! หากต้องการใช้บริการนั่งเรือจะมีค่าบริการ สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ 084-333-3926
\r\n📍 ตำบลชากพง อำเภอแกลง จังหวัดระยอง

\r\n\r\n

\r\n\r\n

4. ถนนยมจินดา 🌹
\r\nย่านเมืองเก่าถนนยมจินดาถนนสายแรกของระยอง ขนานไปกับแม่น้ำระยองท่ามกลางบรรยากาศของสถาปัตยกรรมย้อนยุค บ้านไม้ตึกแถว และร้านรวงสไตล์โบราณ ให้คุณและคู่รักได้เพลิดเพลินกับการถ่ายภาพในธีมเรโทรสุดคลาสสิค

\r\n\r\n

📍 ตำบลท่าประดู่ อำเภอเมือง จังหวัดระยอง

\r\n\r\n

\r\n\r\n

5. จุดชมวิวท้ายเกาะเสม็ด 🌹
\r\nพูดถึงแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นสวรรค์ของคู่รัก เกาะเสม็ดก็ต้องติดอันดับอย่างแน่นอน เพราะเสน่ห์ของหาดทรายขาวและน้ำทะเลสีฟ้าคราม อีกทั้งยังมีจุดชมวิวและอ่าวที่มีชื่อเสียงอีกหลากหลาย โดยเฉพาะจุดชมวิวท้ายเกาะเสม็ด เป็นจุดถ่ายรูปและชมพระอาทิตย์ตกที่ต้องห้ามพลาด เพราะมีวิวโหดหินที่ทอดยาวลงไปในทะเล รับรองว่าได้โลเกชั่นถ่ายรูป ที่ถูกใจแน่ๆ ครับ

\r\n\r\n

📍 ตำบลเพ อำเภอเมือง จังหวัดระยอง

\r\n\r\n

\r\n\r\n

6. หอชมวิวเฉลิมพระเกียรติ 🌹
\r\nเงียบสงบและใกล้ชิดป่าชายเลนธรรมชาติ ด้วยสะพานไม้ทอดตัวยาวสุดสายตาลึกเข้าไปยังป่าโกงกางแห่งนี้ นำพาคุณไปสู่หอชมวิวเฉลิมพระเกียรติสูงกว่า 8 เมตร เห็นทิวทัศน์รอบด้านแบบ 180 องศา ทั้งผืนป่าชายเลน แม่น้ำระยอง ไปจนถึงทะเลในอีกฟากฝั่ง เงียบสงบ และมีมนต์ขลังแบบไม่ซ้ำใคร

\r\n\r\n

📍 หอชมวิวเฉลิมพระเกียรติ ศูนย์การเรียนรู้ระบบนิเวศป่าชายเลยพระเจดีย์กลางน้ำ ตำบลปากน้ำ อำเภอเมือง จังหวัดระยอง

\r\n\r\n

\r\n\r\n

7. ลานหินขาว 🌹
\r\nหาดทรายชายฝั่งมีหินขนาดเล็กและใหญ่ก่อตัวเรียงรายยาวลงสู่ทะเล เกิดเป็นวิวทิวทัศน์อันงดงามหาชมได้ยาก ถือเป็นจุดชมวิวและโลเกชั่นถ่ายรูปที่สวยติดอันดับประจำหาดแม่รำพึง

\r\n\r\n

📍 หาดแม่รำพึง ตำบลตะพง อำเภอเมือง จังหวัดระยอง

\r\n\r\n

\r\n\r\n

8. อุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า 🌹
\r\nน้ำทะเลสีครามกระทบโขดหินบนวิวภูเขาทิวทัศน์สวยงาม มีมุมให้ถ่ายรูปหลายจุดไม่ว่าจะเป็นบนเขาแหลมหญ้าที่สามารถชมวิวพระอาทิตย์ตกแบบไม่ซ้ำใคร สะพานไม้ยื่นออกไปในทะเล และหอคอยสีขาวที่มีวิวทะเลและเกาะเสม็ดเป็นฉากหลัง ทำให้ที่แห่งนี้กลายเป็นสถานที่ถ่ายรูป Pre-wedding ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดอีกแห่งหนึ่ง

\r\n\r\n

🔹 ค่าบริการ คนไทย เด็ก 20 บาท ผู้ใหญ่ 40 บาท ชาวต่างชาติ เด็ก 100 บาท ผู้ใหญ่ 200 บาท
\r\n📍 อุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด ตำบลเพ อำเภอเมือง จังหวัดระยอง

\r\n\r\n

\r\n\r\n

9.อ่างเก็บน้ำดอกกราย 🌹
\r\nอ่างเก็บน้ำวิวสวย โอบล้อมด้วยธรรมชาติ บรรยากาศริมเขื่อนสุดแสนสบายตาให้คุณได้เก็บภาพประทับใจได้ทุกวัน

\r\n\r\n

📍 อำเภอปลวกแดง จังหวัดระยอง

\r\n\r\n

\r\n\r\n

10. Rayong Smile Plants (สวนหม้อข้าวหม้อแกงลิง) 🌹
\r\nศูนย์การเรียนรู้และแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรแห่งนี้มีต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิงมากกว่า 500 สายพันธุ์ ทั้งสีสันสวยงามสดใสและรูปร่างที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร

\r\n\r\n

🔹 Rayong Smile Plants เปิดทุกวัน
\r\n📍 ตำบลตาขัน อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง

\r\n\r\n

\r\n" 271 219647 ระยอง ภาคตะวันออก ไหว้พระ ๕ วัด 🙏 เที่ยวระยอง อิ่มบุญ สุขใจ 🔔 เล่าขานตำนาน...เมืองแกลง ไหว้พระทั่วไทย สุขใจถ้วนหน้า สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ขอพรเสริมสิริมงคล ชมสถาปัตยกรรมที่สวยงาม พร้อมศึกษาประวัติศาสตร์บนเส้นทางท่องเที่ยวไหว้พระ อําเภอแกลง วันนี้เราจะพาคุณไปทำความรู้จักกับ ๕ วัดสำคัญของจังหวัดระยอง "

ไหว้พระ ๕ วัด 🙏 เที่ยวระยอง อิ่มบุญ สุขใจ 🔔
\r\nเล่าขานตำนาน...เมืองแกลง

\r\n\r\n

ไหว้พระทั่วไทย สุขใจถ้วนหน้า สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ขอพรเสริมสิริมงคล ชมสถาปัตยกรรมที่สวยงาม พร้อมศึกษาประวัติศาสตร์บนเส้นทางท่องเที่ยวไหว้พระ อําเภอแกลง วันนี้เราจะพาคุณไปทำความรู้จักกับ ๕ วัดสำคัญ ในกิจกรรม "เที่ยวระยอง อิ่มบุญ สุขใจ เล่าขานตำนาน...เมืองแกลง” โดยมีรายชื่อดังต่อไปนี้

\r\n\r\n

🔸 วัดสารนารถธรรมาราม
\r\n🔸 วัดบ้านนา
\r\n🔸 วัดหนองจระเข้
\r\n🔸 วัดราชบัลลังก์ประดิษฐาราม (วัดทะเลน้อย)
\r\n🔸 วัดวังหว้า

\r\n\r\n

๑. วัดสารนารถธรรมาราม 🔔

\r\n\r\n

วัดที่มีความงดงาม สร้างเมื่อปี พ.ศ.๒๔๘๗ มี “มหาอุโบสถปูชนียสถาน” ที่สวยงามมากที่สุดแห่งหนึ่งในภาคตะวันออก มีการจําลองพระเจดีย์ที่สําคัญเอาไว้ทั้ง ๔ ทิศ คือ องค์พระปฐมเจดีย์ พระธาตุพนม พระธาตุไชยยา และพระพุทธเจดีย์พุทธคยาจําลอง

\r\n\r\n

\r\n\r\n

\r\n\r\n

\r\n\r\n

๒. วัดบ้านนา 🔔
\r\nสักการะเจ้าอาวาส “หลวงพ่อบุญ” หรือ พระครูสุทธิวัตรสุนทร (หลวงพ่อบุญ สุสมโณ) เป็นพระมหาเถระผู้เคร่งครัดในพระธรรมวินัย ในสมัยที่มีชีวิตอยู่ ท่านมีลูกศิษย์นับถือ มากมาย ปัจจุบันสังขารของท่านบรรจุในโลงให้ลูกศิษย์และประชาชนทั่วไปได้แวะเวียน มากราบไหว้ทุกวัน

\r\n\r\n

\r\n\r\n

\r\n\r\n

\r\n\r\n

๓.วัดหนองจระเข้ 🔔
\r\nวัดคาร์บอนต่ำ บรรยากาศสงบและเต็มไปด้วยความร่มรื่น ภายในบริเวณวัดมีสวนป่าที่เกิดจากความร่วมมือร่วมใจของคนในชุมชน ทอดผ้าป่าซื้อที่ดินมาก่อตั้ง ตั้งแต่ ปี พ.ศ.๒๕๕๖

\r\n\r\n

\r\n\r\n

\r\n\r\n

\r\n\r\n

๔.วัดราชบัลลังก์ประดิษฐาราม 🔔

\r\n\r\n

ชาวบ้านมักเรียกกันว่าวัดทะเลน้อย วัดเก่าแก่ที่มีความสําคัญทางประวัติศาสตร์ และคาดว่าสร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย โดยสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชได้นํากําลังพล ตีฝ่าวงล้อมพม่าไปทางทิศตะวันออกมาทางเมืองแกลงและหยุดพักไพร่พลที่วัดแห่งนี้ วัดราชบัลลังก์ประดิษฐาราม มีอุโบสถเก่าแก่อายุประมาณ 300 ปีเศษ ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปหลวงพ่อโครงหวาย ซึ่งทำด้วยโครงหวายฉาบปูน ให้ประชาชนได้มากราบไหว้ขอพร

\r\n\r\n

\r\n\r\n

\r\n\r\n

\r\n\r\n

๕. วัดวังหว้า 🔔
\r\nสร้างขึ้นจากแรงศรัทธาของชาวบ้าน สร้างเมื่อปี พ.ศ.๒๔๒๖ มี “หลวงปู่คร่ำ” พระเกจิอาจารย์ชื่อดังที่มีเมตตาธรรมสูง มีผู้คนเคารพนับถือและเลื่อมใสเป็นจํานวนมาก และนับว่าเป็นพระเถระที่มีพรรษาสูงสุดของเมืองไทยรูปหนึ่ง หลวงปู่คร่ํามีชื่อเสียงทางด้านวัตถุมงคล เครื่องรางของขลังมากมาย แต่สิ่งที่เปรียบเสมือนสัญลักษณ์ของหลวงปู่คร่ํา คือ “ผ้ายันต์ พัดโบก” ผ้ายันต์แห่งโชคลาภซึ่งเป็นที่นิยมของพุทธศาสนิกชนเชื่อว่าจะช่วยให้ค้าขาย เจริญรุ่งเรือง

\r\n\r\n

\r\n\r\n

\r\n\r\n

\r\n" 272 219643 ระยอง ภาคตะวันออก 5 แหล่งท่องเที่ยว แหล่งเรียนรู้สำหรับเด็ก ✨ จังหวัดระยองนอกจากจะเต็มไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวสำหรับพักผ่อนหย่อนใจแล้ว ใครที่มีลูกหลานยังอยู่ในวัยเรียน ก็มีสถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่งที่เหมาะสำหรับจะพาเด็กๆไปเปิดโลกกว้าง เรียนรู้ สัมผัสประสบการณ์ใหม่ๆ และได้ใกล้ชิดกับธรรมชาติ รับรองว่าเด็กๆ จะติดใจ "

🔹 1. ศูนย์การเรียนรู้ป่าวังจันทร์
\r\n📌 222 หมู่ 1 ต.ป่ายุบใน อ.วังจันทร์ จ.ระยอง 21210
\r\n      เปิดทำการ : วันอังคาร-อาทิตย์ เวลา 09.00 – 16.00 น.

\r\n\r\n

          เป็นโครงการโดยสถาบันปลูกป่าและระบบนิเวศของ ปตท. ที่ต้องการพัฒนาที่ดินใน อ.วังจันทร์ให้เป็นสถาบันอุดมศึกษาที่มีชื่อว่าสถาบันวิทยสิริเมธี (VISTEC) และโรงเรียนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่มีชื่อว่าโรงเรียนกำเนิดวิทย์ (KVIS) ซึ่งได้รับชื่อพระราชทานจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมทั้งพัฒนาพื้นที่ใกล้เคียงให้เป็นพื้นที่สีเขียว ภายใต้โครงการปลูกป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติ 1 ล้านไร่ โดยมีการจัดตั้งสถาบันปลูกป่า ปตท. ขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์ที่จะปลูกป่า ฟื้นฟูพื้นที่ป่า เพื่อให้เป็นแหล่งเรียนรู้และสถานที่ท่องเที่ยวเชิงนิเวศให้กับนักเรียน นิสิต นักศึกษา พร้อมเผยแพร่ความรู้ ความเข้าใจด้านสิ่งแวดล้อม และการสาธิตการปลูกป่าให้แก่ประชาชนทั่วไปด้วย เพื่อการพัฒนาเมืองและป่าให้อยู่ร่วมกันได้อย่างยั่งยืนและเกื้อกูลกัน นอกจากนี้ที่นี่ยังเป็นพื้นที่สะสมพันธุ์ไม้ป่าหายาก พันธุ์ไม้เศรษฐกิจหลายชนิด พืชอาหารตามธรรมชาติ และแหล่งเพาะชำกล้าไม้สายพันธุ์ดีต่างๆอีกทั้งเป็นเพื้นที่แห่งแรกที่เข้าร่วมโครงการลดก๊าซเรือนกระจกตามมาตรฐานของประเทศไทย เด็กๆจะได้มาพักผ่อนหย่อนใจ และเพลิดเพลินกับการเดินชมธรรมชาติอย่างใกล้ชิด ได้เรียนรู้ พร้อมปลูกจิตสำนึกความรักธรรมชาติไปพร้อมกัน

\r\n\r\n

\r\n\r\n

\r\n\r\n

🔹2. สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำระยอง (Rayong Aquarium)
\r\n📌เลขที่ 2 หมู่ 2 ต.เพ อ.เมืองระยอง จ.ระยอง21160
\r\n     เปิดทำการ : วันพุธ-ศุกร์ เวลา 10.00-16.00 น./ วันเสาร์-อาทิตย์ และ วันหยุดนักขัตฤกษ์ 10.00-17.00 น.

\r\n\r\n

          สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมสำหรับครอบครัว เพราะเด็กๆจะได้ตื่นตาตื่นใจกับโลกจำลองใต้ท้องทะเลตะวันออก ที่นี่เป็นแหล่งรวบรวมและจัดแสดงพันธุ์สัตว์ทะเลนานาชนิด และให้ความรู้เกี่ยวกับอาชีพประมงของไทย ภายในแบ่งออกเป็น 3 โซนด้วยกัน ได้แก่ ส่วนจัดแสดงพันธุ์สัตว์ทะเลมีชีวิต จะมีทั้งตู้ปลาทะเล ที่มีสัตว์น้ำเศรษฐกิจ สัตว์ทะเลหายาก สัตว์ทะเลที่มีพิษหรือเป็นอันตราย รวมทั้งบ่อแสดงระบบนิเวศน้ำตื้น ส่วนต่อมาเป็นส่วนจัดแสดงนิทรรศการด้านการประมง ซึ่งได้ให้ความรู้เกี่ยวกับอาชีพประมง เรือ เครื่องมือ ตลอดจนทรัยพยากรประมงของไทย และส่วนสุดท้ายคือพิพิธภัณฑ์เปลือกหอย ที่รวบรวมเปลือกหอยสวยงามหลากหลายพันธุ์เอาไว้ อยากให้เด็กๆได้สนุกสนานกับการเรียนรู้ พร้อมดูสัตว์น้ำในราคาไม่แพง แนะนำให้มาที่นี่เลย ค่าเข้าชมสำหรับผู้ใหญ่เพียง 30 บาท เด็กอายุไม่เกิน 15 ปี 10 บาท ส่วนเด็กเล็กความสูงไม่เกิน 120 เซนติเมตร และผู้สูงอายุเข้าชมฟรี

\r\n\r\n

\r\n\r\n

\r\n\r\n

\r\n\r\n

🔹3. ระยองสไมล์ แพลนท์
\r\n📌 ต.ตาขัน อ.บ้านค่าย จ.ระยอง 21120
\r\n      เปิดทำการ : วันจันทร์-อาทิตย์ เวลา 08.00-18.00 น.

\r\n\r\n

          ที่นี่เป็นศูนย์การเรียนรู้พืชกินแมลงที่ใหญ่ที่สุดของ จ.ระยอง และติดอันดับ 1 ใน 4 ของสวนจัดแสดงและรวบรวมพันธุ์พืชกินแมลงที่ดีที่สุดในโลก ที่นี่เด็กๆจะได้ตื่นตาตื่นใจกับการชมพืชกินแมลง หรือที่รู้จักกันในชื่อต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิง กว่า 500 สายพันธุ์ ซึ่งบางส่วนก็เกิดจากการเพาะพันธุ์อย่างมีประสิทธิภาพ จนได้พันธุ์แปลกใหม่ สวยงาม กวาดรางวัลมาแล้วมากมาย ในสวนผสมพื้นที่กว่า 30 ไร่ ถือเป็นศูนย์การเรียนรู้เชิงเกษตร และยังมีการเพาะพันธุ์พืชกินแมลงเพื่อจำหน่ายให้แก่นักสะสมและนักวิจัยพัฒนา พร้อมส่งออกเพื่อจำหน่ายให้แก่ต่างประเทศ คุณประกิต โพธิ์ศรี เจ้าของสวนแห่งนี้ริเริ่มการทำสวนภายใต้แนวคิดเชิงอนุรักษ์ โดยนำพืชกินแมลงมาเพาะพันธุ์เพื่อจำหน่ายในราคาถูก ตัดราคาพวกลักลอบขายของป่า พร้อมทั้งขยายพันธุ์แจกให้เด็กนักเรียนและผู้ที่สนใจฟรีๆ และจุดขายของที่นี่อีกอย่าง ก็คือร้านอาหารด้านในที่ชื่อ Smile Plant Café ที่มีทั้งอาหารและเครื่องดื่มจำหน่าย (เฉพาะเสาร์-อาทิตย์) ทีเด็ดอยู่ที่การนำหม้อข้าวหม้อแกงลิงมารังสรรค์เป็นเมนูสุดแหวกแนวที่รับรองไม่เคยทานที่ไหน ที่ขึ้นชื่อก็ต้องส้มตำหม้อข้าวหม้อแกงลิงที่ใส่เนื้อทุเรียนสด กับมะพร้าวอ่อน หม้อข้าวหม้อแกงลิงชุบแป้งทอด และยำหม้อข้าวหม้อแกงลิง เป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ unseen ที่ต้องมาลิ้มลอง

\r\n\r\n

\r\n\r\n

\r\n\r\n

\r\n\r\n

🔹 4. พิพิธภัณฑ์บ้านครูกัง
\r\n📌 162/6 หมู่ 5 ต.กร่ำ อ.แกลง จ.ระยอง 21190
\r\n      เวลาทำการ : วันจันทร์-อาทิตย์ เวลา 09.00-16.00 น.

\r\n\r\n

          เด็กๆ จะได้สนุกสนานกับโลกในวันวานของผู้ใหญ่ที่พิพิธภัณฑ์บ้านครูกัง ผู้ปกครองที่พาเด็กๆ มาก็จะได้ย้อนวัยไปพร้อมๆกัน เจ้าของผู้ก่อตั้งพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ก็คือครูกัง บุญเกียรติ อดีตข้าราชการครูที่หลังจากเกษียณ ก็มีไอเดียเก๋ๆในการรีโนเวทบ้านไม้ของตัวเองบนพื้นที่เกือบ 2 ไร่ มาเป็นพิพิธภัณฑ์จัดแสดงของสะสมเก่าแก่ของตัวเองกว่า 40 ปีและได้จัดสรรพื้นที่ออกเป็นโซน และห้องต่างๆ โดยตกแต่งในบรรยากาศเก่าแก่ ย้อนยุคทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นร้านตัดผม ร้านตัดเสื้อ ร้านทอง โรงภาพยนตร์ ร้านถ่ายภาพ ร้านกาแฟ ร้านขายของชำ ห้องครัว ห้องเรียน ห้องนอน โซนจัดแสดงยานพาหนะขนาดต่างๆ เช่น รถม้า รถสองแถว รถจักรยาน รถมอเตอร์ไซค์ ห้องจัดแสดงเครื่องดนตรี ของเล่น หนังสือ ธนบัตรโบราณ เป็นต้น ค่าบริการ : ผู้ใหญ่ : 80 บาท / เด็ก 30 บาท เด็กที่เกิดหลังยุค 90 มาอาจจะไม่ทันเห็นอะไรหลายๆอย่าง เชื่อว่าพวกเขาจะได้เพลิดเพลินกับโลกอีกใบที่พวกเขาไม่เคยรู้จักในยุคนี้ ผู้ใหญ่ก็จะสนุกกับการได้ถ่ายรูปและรำลึกความหลัง

\r\n\r\n

\r\n\r\n

\r\n\r\n

\r\n\r\n

🔹 5. ศูนย์บริการการพัฒนาปลวกแดง ตามพระราชดำริ
\r\n📌 หมู่ 3 ต.แม่น้ำคู้ อ.ปลวกแดง จ.ระยอง 21140
\r\n      เวลาทำการ : วันจันทร์-ศุกร์ 08.30-16.30 น. โทร. 0 38010 800

\r\n\r\n

          ที่มาของโครงการนี้ เกิดจากพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช (รัชกาลที่ 9) ที่ทรงต้องการช่วยแก้ไขปัญหาสภาพป่าที่ถูกทำลายในพื้นที่แถบจ.ระยอง-ชลบุรี ทำให้ดินขาดความอุดมสมบูรณ์ และเกษตรกรมีปัญหาด้านผลผลิต โดยพระองค์ทรงแนะนำให้จัดตั้งศูนย์กลางอาชีพเกษตรกรรมและศิลปาชีพให้แก่ราษฎรใน จ.ระยอง บริเวณริมอ่างเก็บน้ำดอกกราย อ.ปลวกแดง จ.ระยอง พื้นที่ราว 1,300 ไร่ เพราะพื้นที่ดังกล่าวสามารถส่งน้ำมาหล่อเลี้ยงพื้นที่ทำกินของชาวบ้านได้ โครงการนี้มุ่งพัฒนาและปรับปรุงแหล่งน้ำ และระบบชลประทานให้ดีขึ้น พร้อมปรับปรุงพัฒนาดินและน้ำให้กลับมาอุดมสมบูรณ์ และส่งเสริมให้เกษตรกรมีความรู้ พัฒนาอาชีพ และปรับปรุงผลผลิต โดยการจัดตั้งศูนย์พัฒนาการเกษตร ศูนย์ปศุสัตว์ ศูนย์ฝึกปฏิบัติด้านการประกอบอาชีพ พร้อมเปิดให้นักเรียน นิสิต นักศึกษา และประชาชนทั่วไปที่สนใจเข้ามาดูวิถีชีวิตของชาวบ้าน และการทำการเกษตร การเลี้ยงสัตว์ การประมง โดยมีกิจกรรมที่น่าสนใจ เช่น การทำปุ๋ยหมัก ปุ๋ยอินทรีย์น้ำ แปลงพืชสมุนไพร แปลงพืชผักปลอดสารพิษ ชมการสาธิตการเลี้ยงสัตว์ เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีการจัดนิทรรศการเพื่อให้ความรู้ ถือเป็นแหล่งเรียนรู้และแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่เปิดโอกาสให้เด็กๆได้เรียนรู้วิถีชีวิตเกษตรกรไทย และหลักเศรษฐกิจพอเพียงอย่างแท้จริง

\r\n\r\n

\r\n\r\n

\r\n\r\n

\r\n\r\n

\r\n\r\n

          นี่เป็นแค่สถานที่ท่องเที่ยวที่แนะนำสำหรับเด็กๆส่วนหนึ่งเท่านั้น จังหวัดระยองระยองยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นแหล่งเรียนรู้อีกมากมาย ถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่น่าไปสำหรับครอบครัว และเหมาะอย่างยิ่งสำหรับเด็กๆในวัยเรียน ที่จะเปิดโลกทัศน์ และให้เด็กๆได้สัมผัสกับธรรมชาติ วิถีชีวิตของคนในสมัยก่อน ได้ลิ้มรสความแปลกใหม่ ที่พวกเขาอาจไม่เคยได้มีโอกาสเห็นจากชีวิตในเมืองกรุง ผู้ปกครองสามารถจัดทริปสั้นๆ ได้แทบทุกสัปดาห์เลย

\r\n" 273 219630 ระยอง ภาคตะวันออก 5 แหล่งท่องเที่ยวศึกษาดูงาน 🌿 ใครที่กำลังมองหาสถานที่ในการท่องเที่ยวพร้อมศึกษาดูงานที่เกี่ยวข้องกับการเกษตร ศิลปวัฒนธรรม วิถีชีวิตและภูมิปัญญาไทย เรามี 5 แหล่งท่องเที่ยวศึกษาดูงานใน จ.ระยองมาแนะนำ เพราะที่นี่เป็นจังหวัดที่เดินทางมาสะดวก และก็เต็มไปด้วยภูมิปัญญาท้องถิ่นที่น่าสนใจ "

🔸1. ชุมชนปากน้ำประแส-ทุ่งโปรงทอง
\r\n📌 ต.ปากน้ำประแส อ.แกลง จ.ระยอง
\r\n      เปิดให้เข้าชม : วันจันทร์-อาทิตย์ เวลา 08.00-18.00 น.

\r\n\r\n

            ชุมชนปากน้ำประแส เหมาะสำหรับคนที่อยากมาศึกษาเกี่ยวกับระบบนิเวศป่าชายเลน ตั้งอยู่ในเขตชุมชนบ้านแสมภู่ ปากน้ำประแส มีพื้นที่กว่า 6,000 ไร่ ที่นี่เป็นชุมชนประมง แหล่งค้าอาหารทะเล และแหล่งเกษตรกรรมที่สำคัญมาตั้งแต่อดีต จนปัจจุบันพื้นที่ป่าชายเลนในบริเวณนี้ เป็นพื้นที่ป่าผืนใหญ่ที่สุดของ จ.ระยอง และเปิดให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ มีการสร้างสะพาน เพื่อเดินศึกษาเส้นทางธรรมชาติ ที่เต็มไปด้วยพืชพันธุ์ป่าชายเลน นอกจากนี้พื้นที่ยังเป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำ นักท่องเที่ยว และผู้ที่สนใจมาศึกษาดูงาน สามารถใช้บริการล่องเรือเพื่อชมธรรมชาติ และระบบนิเวศที่สมบูรณ์ของชุมชนปากน้ำประแส-ทุ่งโปรงทองได้ หรือจะมาเดินชมวิถีชีวิตของชุมชนปากน้ำประแส ชมสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญมากมาย อาทิ อนุสรณ์เรือรบหลวงประแส สะพานประแสสิน เดินชมตลาดยามเช้าท่ามกลางเรือนไม้เก่าแก่สวยๆ ก้มาเยือนกันได้ทุกวัน

\r\n\r\n

\r\n\r\n

\r\n\r\n

\r\n\r\n

\r\n\r\n

🔸 2. หมู่บ้านท่องเที่ยวทะเลน้อย
\r\n📌4/1 หมู่ 6 ต.ทางเกวียน อ.แกลง จ.ระยอง
\r\n     เวลาทำการ : วันจันทร์-อาทิตย์ เวลา 08.00-17.00 น.

\r\n\r\n

         เป็นหมู่บ้านท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ พร้อมสัมผัสกับวิถีชีวิตของคนท้องถิ่น และภูมิปัญญาไทย ภายใต้แนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง ผู้คนที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านท่องเที่ยวทะเลน้อย มีการรวมตัวกันเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนท้องถิ่น นำมรดกทางวัฒนธรรม ประเพณี และวิถีชีวิตแบบดั้งเดิมของชุมชนมาพัฒนาให้กลายเป็นจุดแข็ง และจุดขายให้แก่นักท่องเที่ยว และผู้ที่สนใจมาศึกษาดูงานในด้านต่างๆ สิ่งขึ้นชื่อของชุมชนแห่งนี้คือการปลูกผักกระชับปลอดสารพิษ วัชพืชที่ใครๆหลายคนมองข้าม ให้กลายมาเป็นสิ่งที่สร้างรายได้ให้แก่ชุมชน โดยการนำมาประกอบอาหาร จนกลายเป็นเมนูยอดนิยมที่ใครมาเยือนก็ต้องมาชิม นอกจากนี้ยังมีสินค้า OTOP ขึ้นชื่อโดยภูมิปัญญาชาวบ้านในท้องถิ่น เช่น กล้วย 3 น้ำ จากการปลูกโดยใช้น้ำจืด น้ำเค็ม และน้ำกร่อย น้ำปลาบ้านทะเลน้อย กะปิเคย 100% เป็นต้น ซึ่งผู้มาเยือนสามารถมาดูกรรมวิธีผลิต การสาธิตการเพาะปลูกผักกระชับ ใครอยากค้างคืน ที่นี่ก็มี Home Stay ให้บริการ เพื่อสัมผัสชีวิตแบบชาวท้องถิ่นอย่างแท้จริง

\r\n\r\n

\r\n\r\n

\r\n\r\n

\r\n\r\n

🔸 3. มหาวิทยาลัยบ้านนอก
\r\n📌 หมู่ 7 ต.เนินฆ้อ อ.แกลง จ.ระยอง 21110
\r\n      เวลาทำการ : วันจันทร์-อาทิตย เวลา 08.30-16.30 น.

\r\n\r\n

           มหาวิทยาลัยบ้านนอก เกิดจากความร่วมมือของชาวชุมชนบ้านจำรุง ซึ่งเดิมเป็นเพียงหมู่บ้านเล็กๆ แต่ชาวบ้านในชุมชนต่างมีแนวคิดที่อยากจะพัฒนาชุมชนให้เข็มแข็ง ตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง พร้อมสร้างรายได้ให้แก่ชาวบ้านนำผลผลิตทางการเกษตรมาขาย และพัฒนาชุมชนเพื่อรองรับนักท่องเที่ยว มีการสร้างเครือข่ายชุมชน จนเกิดเป็นมหาวิทยาลัยบ้านนอก มีการทำธุรกิจ Home Stay ให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสกับภูมิปัญญาและวิถีชีวิตของคนในชุมชนอย่างใกล้ชิด เช่น การทำการเกษตร การปลูกพืชผักสวนครัว พืชสมุนไพร ในสไตล์พื้นบ้านแบบปลอดสารพิษ การสาธิตวิธีการทำปุ๋ยอินทรีย์ ปุ๋ยชีวภาพ ที่คิดค้นโดยภูมิปัญญาชาวบ้าน มีการจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้ แบ่งออกเป็นกลุ่มต่างๆ เช่น กลุ่มชาวนา กลุ่มเกษตรพื้นบ้าน กลุ่มการผลิตน้ำปลา กะปิ เป็นต้น เพื่อสะดวกต่อผู้ที่มาเยี่ยมชมงาน สามารถศึกษาดูงานได้ตามความสนใจ และมีมัคคุเทศก์ท้องถิ่นคอยให้บริการด้วยหากใครต้องการ

\r\n\r\n

\r\n\r\n

\r\n\r\n

\r\n\r\n

🔸 4. เรือนจำชั่วคราวเขาไม้แก้ว
\r\n📌 355 หมู่ 9 ต.หนองละลอก อ.บ้านค่าย จ.ระยอง 21120
\r\n      เวลาทำการ : วันจันทร์-อาทิตย์ เวลา 08.00-12.00 น.

\r\n\r\n

          ที่นี่เป็นเรือนจำที่สร้างอาชีพให้แก่ผู้ต้องขัง โดยยึดหลักศาสตร์พระราชา เป็นอีกสถานที่หนึ่งที่เหมาะสำหรับการมาศึกษาดูงาน เพราะมีหลักการบริหารจัดการทรัพยากร ภายใต้แนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงอย่างดีเยี่ยม ในเรือนจำจะมีการแบ่งฐานฝึกวิชาชีพออกเป็น 4 ฐาน ได้แก่ ฐานปศุสัตว์และประมงน้ำจืด ฐานผักปลอดสารพิษ ฐานสาธิตเกษตรอินทรีย์ และฐานศาสตร์พระราชา การทำเกษตรทฤษฎีใหม่ โดยในแต่ละฐานจะมุ่งเน้นการสอนและพัฒนาทักษะวิชาชีพแบบนำไปใช้ได้จริง เพื่อเตรียมความพร้อมให้ผู้ต้องขังสามารถนำไปใช้ประกอบวิชาชีพได้หลังพ้นโทษแล้ว สิ่งที่น่าสนใจคือ ผลิตผลที่ได้จากการฝึกอบรมผู้ต้องขัง จะมีการนำไปจำหน่ายเพื่อสร้างรายได้ให้แก่ทางเรือนจำ เช่น การปลูกผัก การเลี้ยงสัตว์ การปลูกข้าว โดยเปิดแปลงนาสาธิตเกษตรอินทรีย์แบบผสมผสาน ปลูกข้าวพันธุ์ กข 43 ซึ่งเป็นพันธุ์ข้าวที่ดีต่อสุขภาพรวมทั้งการกรีดยาง ซึ่งทางเรือนจำมีการสอนทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติ ให้ผู้ต้องขังสามารถทำแผ่นยางได้จริงกันเลยทีเดียว โดยจะมีผู้มารับซื้อถึงเรือนจำ หรือมีการส่งไปจำหน่ายในงานสำคัญต่างๆของทางจังหวัด รวมทั้งมีการปันผลผลิตบางส่วนเพื่อส่งไปให้แก่แดนหญิง เรือนจำกลาง เพื่อใช้ประกอบอาหารอีกด้วย

\r\n\r\n

\r\n\r\n

\r\n\r\n

\r\n\r\n

🔸 5. สวนยายดา-เจ้บุญชื่น
\r\n📌 30 หมู่ 3 ต.ตะพง อ.เมือง จ.ระยอง 21000
\r\n      เปิดทำการ : วันจันทร์-อาทิตย์ 08.00-17.00 น.

\r\n\r\n

           สวนยายดา-เจ้บุญชื่น เป็นสวนผลไม้แบบผสมผสาน มีการปลูกผลไม้หลายชนิด ภายในสวนร่มรื่นด้วยต้นไม้ ดอกไม้นาพันธุ์ และมีศาลาบริการนักท่องเที่ยวเจ้าของสวนแห่งนี้คือคุณบุณชื่น โพธิ์แก้ว หรือป้าชื่น เปิดสวนนี้และพัฒนาให้กลายเป็นสวนสำหรับท่องเที่ยวเชิงเกษตร ที่สามารถสัมผัสวิถีชีวิตเกษตรกร การปลูก การเก็บผลผลิตได้อย่างใกล้ชิด รวมทั้งมีการจำหน่ายผลผลิตผลไม้สดและสินค้าแปรรูปในราคาไม่แพง ในช่วงฤดูผลไม้ทางสวนจะเปิดบุฟเฟ่ต์ผลไม้ด้วย ฤดูกาลที่เปิดให้เข้าชมสวนและทานบุฟเฟ่ต์คือประมาณช่วง ปลายเมษายน-มิถุนายนของทุกปี แต่ว่าในแต่ละปีนั้น ค่าบริการบุฟเฟ่ต์อาจมีการปรับเปลี่ยน ขึ้นอยู่กับราคาตลาดของผลผลิตและการจัดแพ็คเกจของทางสวน สำหรับประชาชนหมู่คณะที่ต้องการมาศึกษาดูงาน สามารถมาได้ตลอดทั้งปี

\r\n\r\n

\r\n\r\n

\r\n\r\n

          แค่ 5 แหล่งท่องเที่ยวแนะนำเหล่านี้ ผู้ที่สนใจมาเยี่ยมชมเพื่อการศึกษาดูงานโดยเฉพาะต้องได้ความรู้ในแขนงต่างๆ โดยเฉพาะเกี่ยวกับภูมิปัญญาท้องถิ่นกลับไปแบบเต็มที่แน่นอน และไม่ใช่แค่สิ่งที่เห็นด้วยตา แต่ยังมีแนวคิดในการดำรงชีวิต และการจัดการชุมชนของคนท้องถิ่น ซึ่งสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ทั้งกับการเรียน การประกอบวิชาชีพ หรือแม้แต่การทำธุรกิจ จังหวัดระยองยังมีภูมิปัญญาท้องถิ่น และสถานที่ที่น่าสนใจอีกมาก ให้ได้มาเรียนรู้และศึกษาดูงานกัน
\r\n.

\r\n\r\n

 

\r\n" 274 219618 ระยอง ภาคตะวันออก 5 เส้นทางประวัติศาสตร์ 5 เส้นทางประวัติศาสตร์ 🔔\r\n\r\nจังหวัดระยองเป็นอีกหนึ่งจังหวัดในประเทศไทยที่มีประวัติความเป็นมาอย่างยาวนาน มีความสำคัญในแง่ของประวัติศาสตร์และมีความสำคัญในฐานะที่เป็นฐานทัพและที่ยาตราทัพผ่านของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ก่อนที่จะทรงบุกตีเมืองจันทบูร "

5 เส้นทางประวัติศาสตร์ 🔔

\r\n\r\n

จังหวัดระยองเป็นอีกหนึ่งจังหวัดในประเทศไทยที่มีประวัติความเป็นมาอย่างยาวนาน มีความสำคัญในแง่ของประวัติศาสตร์และมีความสำคัญในฐานะที่เป็นฐานทัพและที่ยาตราทัพผ่านของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ก่อนที่จะทรงบุกตีเมืองจันทบูร ดังนั้นจึงมีหลายๆ สถานที่ในจังหวัดระยองที่ถือเป็นเส้นทางประวัติศาสตร์ โดยมี 5 สถานที่สำคัญ ที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาดที่จะแวะไปเยี่ยมชม เพื่อศึกษาประวัติศาสตร์ ภูมิปัญญา และวิถีชีวิตในอดีตของชาวเมืองระยอง

\r\n\r\n

🔸1.วัดแหลมสน
\r\n📌 ต.ปากน้ำกระแส อ.แกลง จ.ระยอง 21110

\r\n\r\n

          วัดแหลมสน มีชื่อเรียกทางการว่า วัดสมมติเทพฐาปนาราม จากประวัติความเป็นมา วัดนี้ถูกสร้างขึ้นตามพระบรมราชโองการของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) เมื่อครั้งที่เสด็จประพาสเมืองชายทะเลฝั่งตะวันออก เมื่อวันขึ้น 10 ค่ำ เดือน 3 ปี พ.ศ 2427 ซึ่งพระองค์ได้เสด็จขึ้นประทับที่ ต.ปากน้ำประแส ฝั่งแหลมสน ซึ่งเดิมเป็นพื้นที่ป่าชายเลน และเสด็จมายังบริเวณใกล้กับเจดีย์สถานที่ตั้งอยู่ในบริเวณนั้น ซึ่งถูกสร้างขึ้นราวปี พ.ศ 2416 เมื่อพระองค์ทอดพระเนตรเห็น จึงทรงมีพระราชดำริ และประทานพระบรมราชโองการให้พระแกลงแกล้วกล้า (มั่ง) ผู้ว่าราชการเมืองแกลงในเวลานั้น ให้สร้างพระอารามขึ้น เพื่อเป็นพระราชกุศลในพระองค์ และพระราชทานนามว่า “วัดสมมติเทพฐาปนาราม”โดยทรงพระราชทานเนื้อที่ 10 ไร่ในการสร้างกุฎิเจ้าอาวาส กุฏิสงฑ์ หอสวดมนต์ และหอฉัน พร้อมพระราชทานทรัพย์สินหลายอย่างที่มีความสำคัญทางศาสนาให้แก่วัด ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นโบราณวัตถุที่มีค่าทางประวัติศาสตร์ด้วย เช่น ตู้พระไตรปิฏก และหนังสือพระไตรปิฏก ธรรมสาสน์ลายรำน้ำ โต๊ะหมู่บูชาลายทอง ตะเกียงโคมแขวน ถุงย่ามจากการเสด็จประพาสยุโรป เป็นต้น ตัววัดก่อสร้างโดยใสช้ทรายจากทะเลและดินลูกรังมาถมเป็นบริเวณวัด ในปีที่มีการผูกพัทธสีมาครั้งแรง ทางกระทรวงธรรมการได้ส่งธรรมาสน์และพระบรมรูปหล่อของรัชกาลที่ 5 มาประทับ ณ พระอารามหลวง ต่อมาได้มีการสร้างพระอุโบสถใหม่ขึ้น โดยปัจจัยเงินบริจาคจากชาวบ้านและพ่อค้าวานิชต่างๆ กระทั่งปี พ.ศ. 2521 ได้รับพระราชทานที่ดินเพิ่ม จึงมีการขยายพื้นที่วัดออกไปอีก ร่วม 131 ไร่ ปัจจุบันชาวบ้านนิยมเรียกวัดแห่งนี้ว่าวัดแหลมสน

\r\n\r\n

\r\n\r\n

\r\n\r\n

🔸2. วัดบ้านค่าย
\r\n📌 145 หมู่ 5 ต.บ้านค่าย อ.บ้านค่าย จ.ระยอง 21120

\r\n\r\n

          วัดบ้านค่าย เดิมเรียกขานกันว่าวัดชัยชมภูพล ที่มีความหมายว่า ชัยชนะศึกในแผ่นดิน เพราะวัดแห่งนี้มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ เคยเป็นป้อมปราการไพร่ผล ช้าง และ ม้าศึกของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช สมัยที่พระองค์ได้นำทัพไปกอบกู้เอกราชให้ชาติบ้านเมือง โดยการเข้าตีเมืองระยอง ก่อนจะยาตราทัพไปยังจันทบุรี จนได้รับชัยชนะ มีคำบอกเล่าจากหลายทางเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของวัด จากหลักฐานที่คัดลอกมาจากหนังสือประวัติวัดในจังหวัดระยอง เชื่อกันว่าวัดนี้สร้างขึ้นในสมัยกรุงสุโขทัยเป็นราชธานี สมัยที่อาณาจักรขอมยังรุ่งเรืองในแถบนี้ ดังจะเห็นได้จากซากปรักหักพังของโบสถ์เก่าที่ชาวบ้านเรียกโบสถ์ขอม จากร่องรอยของศิลาแลงเก่าแก่ เสมา และธรรมจักรที่มีลวดลายแบบศิลปะขอม ซึ่งจากการพิจสูจน์โดยกรมศิลปากร พบว่ามีอายุร่วม 1,000 ปีเลยทีเดียว จากคำเล่าขาน เชื่อกันว่าวัดนี้ได้ถูกทิ้งร้างมานาน จนมีชาวระยองผู้หนึ่งนามว่านายตาล ได้มาตั้งบ้านเรือนบริเวณนี้ และได้ขอแรงชาวบ้านให้มาช่วยกันสร้างกุฏิสงฆ์ขึ้น ก่อนจะอาราธนาอุปัชฌาย์แป้น จากวัดวงเวียนตะเคียน 7 ต้นมาจำพรรษา จากนั้นก็คิดที่จะสร้างพระอุโบสถหลังใหม่ขึ้น เพื่อให้มีสถานที่ประกอบพิธีกรรมและทำกิจของสงฆ์ ทว่าทำเลที่ตั้งของวัดซึ่งอยู่ใกล้แม่น้ำระยองนั้น เป็นจุดที่กระแสน้ำไหลผ่าน ทำให้น้ำเซาะตลิ่งในฤดูน้ำหลาก จึงย้ายวัดมายังตอนล่าง ซึ่งมีผู้ถวายที่ดินให้แก่วัดราว 40 ไร่นามว่านายเรือง เมื่อสร้างวัดใหม่ขึ้นจึงเรียนวัดเดิมว่าวัดบน และวัดใหม่เรียกวัดล่าง ปัจจุบันเปลี่ยนเป็นวัดบ้านค่าย นอกจากจะเป็นวัดที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ ยังมีอีกเรื่องเล่าขานขึ้นชื่อเกี่ยวกับวัดบ้านค่าย ก็คือเรื่องราวของหลวงพ่อวงศ์ (พระครูวิจิตรธรรมานุวัติ) เจ้าอาวาสลำดับที่ 7 ของวัด ที่ชาวเมืองร่ำลือว่าท่านเชี่ยวชาญในวิชาไสยศาสตร์ โหราศาสตร์ และแพทย์โบราณ รวมทั้งมีอภิญญาจิต สามารถหยั่งรู้ว่ามีทรัพย์ทสมบัติฝังอยู่ใต้ดินตามจุดต่างๆของบริเวณวัด หลวงพ่อวงศ์ได้ทำการตั้งจิตอธิษฐานขอสมบัตินั้นจากเจ้าของสมบัติ เพื่อนำมาบูรณะปฏิสังขรณ์วัด เล่ากันว่าเมื่อหลวงพ่อวงศ์ได้ตั้งจิตขอ ก็จะมีสมบัติล้ำค่าปรากฏให้เห็นตามที่ต่างๆ หลวงพ่อวงศ์จึงนำสมบัตินั้นมาเปลี่ยนเป็นเงิน และนำมาบูรณะวัดตามความตั้งใจทีละส่วน จนชาวบ้านได้ยินคำร่ำลือ จึงมีจิตศรัทธาที่จะร่วมบริจาคปัจจัย เพื่อสร้างโบสถ์ วิหาร ศาลาการเปรียญ และกุฏิ ภายหลังที่วัดเสร็จสมบูรณ์แล้ว หลวงพ่อวงศ์จึงได้ใช้ปัจจัยที่เหลือซื้อของมีค่าที่คล้ายกับสมบัติเดิมที่ท่านเคยยืมจากผีเจ้าของทรัพย์กลับมาคืน โดยวางในที่ลับตา เล่ากันว่าของมีค่าเหล่านั้นจะหายไปอย่างไร้ร่องรอย วัดนี้จึงเป็นวัดที่ชาวเมืองระยองต่างศรัทธาเลื่อมใสมาจนถึงทุกวันนี้ และเรื่องเล่าขานเกี่ยวกับวัดและหลวงปู่วงค์ก็ยังคงมีอยู่สืบมา

\r\n\r\n

\r\n\r\n

\r\n\r\n

\r\n\r\n

🔸3. วัดราชบัลลังก์
\r\n📌 ถ.สุนทรภู่ ต.ทางเวียน อ.แกลง จ.ระยอง 21110

\r\n\r\n

           วัดราชบัลลังก์ มีอีกชื่อเรียกว่า “วัดทะเลน้อย” ซึ่งเรียกตามชื่อหมู่บ้านอันเป็นที่ตั้งของวัด ความสำคัญทางประวัติศาสตร์ของวัดแห่งนี้ คือเป็นหนึ่งในสถานที่ตั้งค่ายของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ในช่วงกลางปี พ.ศ. 2310 พระองค์ได้ทรงช้างพระที่นั่งคีรีบัญชร พร้อมยกกำลังทหารออกจากเมืองระยอง และเสด็จมาพักทัพทีวัดแห่งนี้ เล่าขานกันว่ามีพระองค์ได้ทรงทำพิธีอันศักดิ์สิทธิ์ที่วัดแห่งนี้ เพื่อเป็นการเอาฤกษ์เอาชัย และเรียกขวัญกำลังใจให้แก่ทหาร ชื่อวัดแห่งนี้มาจากบัลลังก์ที่ประทับของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชในครั้งนั้น ซึ่งทรงพระราชทานให้แก่วัด พร้อมกับแท่นรองพระบาทที่มีการลงรักปิดทองด้วยฝีมือช่างชั้นสูง ผสมกับลวดลายศิลปะแบบจีน ปัจจุบันได้มีการขนย้ายไปไว้ที่พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ ที่กรุงเทพมหานครแล้ว ภายในวัดยังมีโบราณสถาน และโบราณวัตถุที่สำคัญอื่นๆอีก ซึ่งล้วนแต่มีความเก่าแก่และคุณค่าทางประวัติศาสตร์ ไม่ว่าจะเป็น องค์เจดีย์ ที่สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยอยุธยาตอนปลาย ราวปี พ.ศ. 2430 พระอุโบสถหลังเก่า ที่จากบันทึกทางประวัติศาสตร์กล่าวว่าสร้างขึ้นในสมัยกรุงธนบุรี ซึ่งมีรูปแบบสถาปัตยกรรมผสมผสานแบบไทยกึ่งจีน เห็นได้จากซุ้มประตูและหน้าต่างที่ประดับด้วยกระเบื้องถ้วยลายคราม โดยภายในมีหลวงพ่อหวาย พระพุทธรูปปางมารวิชัยหนึ่งเดียวที่สร้างจากโครงสร้างหวาย ฉาบปูน ปิดทอง เป็นองค์พระประธาน นอกจากนี้ยังมีเครื่องถ้วยลายจีน เครื่องลายคราม เครื่องทองเหลือง รวมถึงตำรายาโบราณ สมุนไพร และคัมภีร์ใบลาน ซึ่งเป็นมรดกภูมิปัญญาไทยที่หลงเหลือไว้เป็นแหล่งความรู้ให้กับคนรุ่นหลังแม้ปัจจุบันจะเสียหายหรือสูญหายไปไม่น้อย แต่ก็ยังมีหลงเหลือให้เห็นอยู่

\r\n\r\n

\r\n\r\n

\r\n\r\n

🔸4. วัดลุ่ม (หหาชัยชุมพล)
\r\n📌 ถ.ตากสินมหาราช ต.ท่าประดู่ อ.เมืองระยอง จ.ระยอง 21000

\r\n\r\n

           วัดลุ่ม (มหาชัยชุมพล) ตั้งขึ้นราวปี พ.ศ. 2234 เดิมในบริเวณที่ตั้งของวัดแห่งนี้ มีวัด 2 แห่งตั้งอยู่ใกล้เคียงกัน คือ วัดลุ่ม และ วัดเนิน ซึ่งภายหลังได้มีการรวมเป็นวัดเดียวกัน โดยสมเด็จพระสังฆราช กรมหลวงวชิรณานวงศ์ (มรว.ชื่น นภวงศ์) เมื่อปี พ.ศ. 2463 เมื่อครั้งเสด็จมาตรวจคณะสงฆ์บริเวณนี้ โดยใช้ชื่อวัดลุ่ม แต่ชาวบ้านนิยมเรียกชื่อวัดมหาชัยชุมพล วัดนี้มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ เมื่อครั้งที่สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชจะยกทัพไปตีจันทบุรี โดยสมัยนั้นยังดำรงพระยศเป็นเพียงพระยาตาก พระองค์ทรงเคยเสด็จมาประทับพักแรมที่นี่ และชาวเมืองได้เริ่มขนานนามพระองค์ว่าเจ้าตากสินเป็นครั้งแรกในช่วงเวลานั้นนั่นเอง ปัจจุบันภายในวัด มีพระบรมรูปสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชขนาดเท่าองค์จริง และศาลที่ประทับของพระองค์ บริเวณด้านหน้าจะมีการจัดนิทรรศการแสดงอัตชีวประวัติพร้อมเส้นทางยาตราทัพของพระองค์ เพื่อให้ความรู้แก่คนรุ่นหลัง พระอุโบสถของวัดลุ่มมีความสวยงาม และเป็นเอกลักษณ์ เพราะออกแบบและตกแต่งโดยได้รับอิทธิพลจากศิลปะจีน เห็นได้จากหน้าบันปูนปันทาสี ด้านหน้าเป็นรูปมังกร ด้านหลังเป็นรูปหงส์ ตกแต่งด้วยลายพันธุ์พฤกษาและลายสัตว์ขนาดเล็ก ซุ้มหน้านางตกแต่งด้วยลายใบเทศตรง กึ่งกลางเป็นรูปครุฑยุดนาค ภายในเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปประทับกึ่งปางมารวิชัย ศิลปะสมัยรัตนโกสินทร์

\r\n\r\n

\r\n\r\n

\r\n\r\n

🔸5. วัดโขด (ทิมธาราม)
\r\n📌 47/1 ถนนสุขุมวิท ต.ท่าประดู่ อ.เมืองระยอง จ.ระยอง 21000

\r\n\r\n

            เป็นหนึ่งในวัดที่เก่าแก่ที่สุดของจังหวัดระยองเชื่อกันว่าวัดนี้สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย ราว พ.ศ. 2007 อายุร่วม 500 ปีเลยทีเดียว แต่จากการสำรวจของกรมศิลปากร สันนิษฐานว่าน่าจะสร้างขึ้นใน พ.ศ. 2113 ซึ่งไม่ทราบแน่ชัดว่าข้อมูลจากแหล่งใดถูกต้องกันแน่วัดโขดทิมธารามจึงมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ และนักท่องเที่ยวสามารถศึกษาร่องรอยอารยธรรมและศิลปะในสมัยอยุธยาได้จากวัดนี้ สิ่งขึ้นชื่อของวัดคือพระอุโบสถเก่าแก่ของวัด ซึ่งเป็นศิลปะโบราณตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย ชาวบ้านมักเรียกกันว่าโบสถ์มหาอุด เพราะมีทางเข้าทางเดียว มี 1 ประตู หน้าต่าง 10 บาน ด้านหลังทึบ ซึ่งจะต่างจากอุโบสถใหม่ที่มี 4 ประตู หน้าต่าง 10 บาน จิตรกรรมฝาผนังที่อยู่บนผนังพระอุโบสถเก่า มีทั้งเรื่องราวของทศชาติชาดก ตอนเตมียชาดก และวิธูรบัณฑิต เชื่อกันว่าเป็นผลงานของจิตรกรท้องถิ่นในยุคนั้น นอกจากนี้ยังมีหลวงพ่อขาว พระพุทธรูปปั้นปางมารวิชัย นั่งขัดสมาธิเพ็ชร ที่ชาวบ้านต่างเคารพสักการะ ตัวองค์ทำจากปูนขาว จึงเป็นที่มาให้ชาวเมืองระยองเรียกหลวงพ่อขาว ไม่มีผู้ใดทราบแน่ชัดว่าใครเป็นผู้สร้าง และก่อสร้างขึ้นเมื่อใด แต่เชื่อว่าหลวงพ่อขาวน่าจะเป็นประธานประจำวิหารเหนือของพระอุโบสถ หลังจากที่ตัวองค์พระทรุดโทรมมาก จึงมีการบูรณะใหม่ในปี พ.ศ. 2511 ทั้งตัวองค์พระ วิหาร และพระอัครสาวก จึงดูคล้ายของใหม่ในปัจจุบัน

\r\n\r\n

\r\n\r\n

\r\n\r\n

             จังหวัดระยองยังมีวัดวาอารามอีกหลายแห่งที่มีความเก่าแก่ อายุหลายร้อยปี ซึ่งมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ และได้ทิ้งร่องรอยอารยธรรมที่มีคุณค่าเอาไว้ให้ได้ศึกษาถึงความเจริญรุ่งเรือง และศิลปวัฒนธรรมของคนไทยในสมัยโบราณ ซึ่งนานวันก็จะยิ่งหาชมได้ยากขึ้น เพราะสิ่งต่างๆล้วนแต่เสื่อมลงตามกาลเวลา ใครมีโอกาสก็ควรจะหาเวลามาท่องเที่ยว ชมสถานที่เหล่านี้ดูสักครั้ง เพื่อเก็บเกี่ยวความรู้และความทรงจำ พร้อมกับได้โอกาสมาเคารพสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองชาวระยอง เพื่อความเป็นสิริมงคลด้วย

\r\n" 275 219605 ระยอง ภาคตะวันออก 5 แหล่งท่องเที่ยว สำหรับผู้สูงอายุ 5 แหล่งท่องเที่ยวสำหรับผู้สูงวัย 👴👵\r\nแม้จะเข้าสู่วัยเกษียณหรือวัยชราแล้ว แต่ก็มีผู้สูงวัยที่ยังไฟแรง และชอบการเดินทางท่องเที่ยวพักผ่อน การให้เวลาและพาพวกท่านไปเที่ยวบ้างก็ทำให้คนในวัยนี้ชุ่มชื่นหัวใจ "

5 แหล่งท่องเที่ยวสำหรับผู้สูงวัย 👴👵

\r\n\r\n

แม้จะเข้าสู่วัยเกษียณหรือวัยชราแล้ว แต่ก็มีผู้สูงวัยที่ยังไฟแรง และชอบการเดินทางท่องเที่ยวพักผ่อน การให้เวลาและพาพวกท่านไปเที่ยวบ้างก็ทำให้คนในวัยนี้ชุ่มชื่นหัวใจ แต่แน่นอนว่าการเลือกสถานที่ท่องเที่ยวก็ย่อมต้องคำนึงถึงความเหมาะสมกับช่วงวัยด้วย ไม่โลดโผนผจญภัยมากมายจนเกินไป ซึ่งในจังหวัดระยองก็มีสถานที่ท่องเที่ยวแนะนำที่เหมาะจะพาผู้สูงวัยไปชิลล์ มีที่ไหนบ้างมาดูกันเลย

\r\n\r\n

 1. สวนสมุนไพรสมเด็จพระเทพรัตนราชราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
\r\n📌 ต.มาบข่า กิ่งอำเภอนิคมพัฒนา จ.ระยอง
\r\n      เวลาทำการ : วันอังคาร-อาทิตย์ เวลา 09.00-16.30 น.
\r\n📞 084 930 6060

\r\n\r\n

สวนสมุนไพรแห่งนี้ ใช้ชื่อตามพระยศเดิมของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เป็นแหล่งท่องเที่ยวพักผ่อน พร้อมสัมผัสมรดกภูมิปัญญาไทย ผู้สูงวัยสามารถเข้าชมฟรี เดินเล่นภายในสวน หรือนั่งรถ NGV ชิลล์ๆ สัมผัสกับความร่มรื่นของสวน และรื่นรมย์กับการได้ดูและศึกษาพืชสมุนไพรต่างๆ ที่เหมาะกับความสนใจของคนในวัยนี้ และสามารถเอาความรู้ไปใช้ในการดูแลสุขภาพของตนเองได้ด้วย ทาง ปตท.ได้จัดทำสวนสมุนไพรแห่งนี้ขึ้นเป็นแห่งแรกในประเทศไทย บริเวณศูนย์บำรุงรักษาและบ้านพักพนักงาน พร้อมน้อมเกล้าถวายแด่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2528 เพื่อเป็นแหล่งรวมพืชสมุนไพรนานาชนิด และการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติให้แก่คนรุ่นหลังเพื่อการศึกษา ประกอบไปด้วย 2 โซนหลักๆภายในสวน ได้แก่ โซนสวนสมุนไพร ที่รวบรวมพันธุ์สมุนไพรกว่า 260 ชนิด 20 กลุ่ม ตามสรรพคุณการรักษาโรค สมุนไพรทั้งหมดรวมกันกว่า 20,000 ต้น และอีกโซนคือบริเวณอาคารเฉลิมพระเกียรติ 50 พรรษา มีการจัดแสดงนิทรรศการผ่านสื่อหลากหลายรูปแบบ โดยให้ความรู้ที่น่าสนใจหลายอย่าง เช่น บ้านหมอยา การกินยาตามธาตุ โลกของพืชสมุนไพร ห้องเจ้าฟ้าอนุรักษ์ เป็นต้น นอกจากนี้ภายในยังมีร้านนวดเพื่อสุขภาพ และร้านจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่มไว้คอยให้บริการผู้เข้าชมด้วย

\r\n\r\n

\r\n\r\n

\r\n\r\n

🔹 2. สะพานรักษ์แสม
\r\n📌 ต.เนินฆ้อ อ.แกลง จ.ระยอง
\r\n      เปิดเข้าชม : วันจันทร์-อาทิตย์ เวลา 07.00-18.00 น.

\r\n\r\n

            สะพานรักษ์แสม เป็นสะพานแขวนทางเดินไม้ทอดผ่านป่าชายเลนบริเวณคลองตาโบ๊ย บ้านเนินฆ้อ ที่นี่เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ที่มีความร่มรื่น และบรรยากาศดีมาก เหมาะสำหรับการมาเดินเล่นพักผ่อน และสัมผัสกับธรรมชาติ ป่าชายเลนบริเวณนี้เป็นเขตอนุรักษ์และเพาะพันธุ์สัตว์น้ำในฤดูวางไข่ รวมทั้งเป็นแหล่งอนุบาล และแหล่งอาศัยของสัตว์น้ำ มีธนาคารปูแสม ทางจังหวัดระยองได้จัดสรรงบประมาณเพื่อก่อสร้างสะพานรักษ์แสมขึ้น ระยะทาง 100 เมตร และทางเดินไม้อีก 200 เมตร เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้มีโอกาสเข้ามาศึกษาและเยี่ยมชมระบบนิเวศ และทัศนียภาพอันงดงามบริเวณจุดชมวิวกลางสะพาน ซึ่งเหมาะสำหรับการมาดูพระอาทิตย์ตกมาก และไม่ต้องกลัวผู้สูงอายุจะเหนื่อยจนเกินไป เพราะระหว่างทางมีจุดพักให้นั่งชมธรรมชาติถึง 3 จุดด้วยกัน เดินสบายๆ เหนื่อยก็พัก เหมาะสำหรับการพาผู้สูงอายุไปเที่ยวมาก

\r\n\r\n

\r\n\r\n

\r\n\r\n

🔹 3.สวนสละคุณพิชัย
\r\n📌 ต.ชากโดน อ.แกลง จ.ระยอง 21100
\r\n      เปิดทำการ : วันจันทร์-อาทิตย์ เวลา 08.00-17.00 น.
\r\n📞 0817824645

\r\n\r\n

           อีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร เป็นสวนขนาดใหญ่ มีบริการนั่งรถชมสวน เหมาะสำหรับผู้สูงอายุ ที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องสละพันธุ์ต่างๆ ที่ดังสุดคือพันธุ์สุมาลี สมัยก่อนสวนแห่งนี้มีการปลูกทุเรียนเป็นหลัก แต่ต่อมาผลผลิตตกต่ำ จนทางคุณพิชัย ก้องเสนาะเจ้าของสวนต้องเปลี่ยนมาปลูกสละแทน ปรากฏว่าได้ผลผลิตดี และกลายมาเป็นรายได้หลักให้แก่สวน และยังมีการจำหน่ายผลผลิตผลไม้สด และผลิตภัณฑ์แปรรูปต่างๆ เช่น สละลอยแก้ว สละกวน ทุเรียนกวน เป็นต้น นอกจากการชมสวนแบบทั่วไปแล้ว ที่นี่มีกิจกรรมหลายอย่างไว้สร้างความเพลินเพลินและน่าสนใจให้กับนักท่องเที่ยว อาทิ การเรียนรู้วิธีการปลูกและดูแลผลไม้ต่างๆ การปอกสละแข่งขัน การฝึกทำสละลอยแก้ว การเขี่ยเกสรสละ ซึ่งถ้าผสมเกสรติดแล้ว ทางพิชัยจะมีการถ่ายรูปสละที่เราเป็นคนผสมเกสร แล้วส่งทาง Line ให้เราได้ติดตามพัฒนาการด้วย เป็นไอเดียเก๋ๆที่ทำให้นักท่องเที่ยวรู้สึกผูกพันกับที่นี่ และผู้สูงวัยน่าจะชอบกิจกรรมเหล่านี้ เพราะไม่เหนื่อยจนเกินไป และอาจะได้เพื่อนใหม่ด้วย

\r\n\r\n

\r\n\r\n

\r\n\r\n

🔹 4.สวนพฤกษศาสตร์ระยอง
\r\n📌 หมู่ 2 ต.ชากพง อ.แกลง จ.ระยอง 21190
\r\n      เปิดทำการ : วันจันทร์-อาทิตย์ เวลา 08.30-16.00 น.
\r\n📞 038 638 981
\r\n      ค่าเช่าเรือท้องแบนชั่วโมงละ 600 บาท (นั่งได้ 12 คน) เรือพาย ชั่วโมงละ 20 บาท

\r\n\r\n

          แหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติและแหล่งศึกษาความรู้ด้านพฤกษศาสตร์ในพื้นที่ชุ่มน้ำที่่มีความหลากหลายทางชีวภาพขนาดใหญ่ ในพื้นที่กว้างกว่า 3,800 ไร่ มีกิจกรรมศึกษาพรรณไม้ท้องถิ่น และกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ที่น่าสนใจมากมาย อาทิ การปั่นจักยานศึกษาธรรมชาติ พายเรือคายัค และล่องเรือชมธรรมชาติพื้นที่ชุ่มน้ำ สัมผัสแพหญ้าหนังหมา ชมกระจูดพืชภูมิปัญญาท้องถิ่น ชมนกน้ำมากมายหลายชนิด สัมผัสป่าเสม็ดดึกดำบรรพ์ สังคมเสม็ดขาวผืนสุดท้ายของภาคตะวันออกที่มีความสมบูรณ์ โดยสามารถเลือกกิจกรรมในการเข้าชมได้ ทั้งการนั่งเรือและเดินชมธรรมชาติ

\r\n\r\n

\r\n\r\n

\r\n\r\n

\r\n\r\n

🔹 5. พิพิธภัณฑ์บ้านครูกัง
\r\n📌 162/6 หมู่ 5 ต.กร่ำ อ.แกลง จ.ระยอง 21190
\r\n      เวลาทำการ : วันจันทร์-อาทิตย์ เวลา 09.00-16.00 น.
\r\n📞 087 129 9405
\r\n      ผู้ใหญ่ : 80 บาท / เด็ก 30 บาท

\r\n\r\n

          ผู้สูงวัยที่อยากรำลึกความหลังครั้งวัยเยาว์ แนะนำให้ไปที่พิพิธภัณฑ์บ้านครูกัง แหล่งรวบรวมของเก่าอายุกว่า 40 ปีของครูกัง บุญเกียรติ อดีตข้าราชการครู ที่เนรมิตบ้านของตัวเองบนเนื้อที่เกือบ 2 ไร่ให้กลายเป็นพิพิธภัณฑ์ โดยมีไอเดียจัดแสดงของเก่าตามคอนเซปท์ที่แตกต่างกันไป เช่น ร้านตัดผม ร้านตัดเสื้อ ร้านทอง โรงภาพยนตร์ ร้านถ่ายภาพ ร้านกาแฟ โซนจัดแสดงรถเก่าแบบคลาสสิกหลากหลายรุ่นและขนาด ซึ่งหลายๆรุ่นก็หาดูได้ยากเหลือเกิน นอกจากนี้ยังมีการจัดแสดงเครื่องดนตรีโบราณ ของเล่นหายาก ธนบัตรรุ่นเก่า หนังสือ เครื่องใช้ไม้สอยอายุหลายสิบปี เรียกว่าได้ย้อนวันวานยังหวานอยู่ของผู้สูงวัยกันแบบเต็มที่ ท่ามกลางบรรยากาศเก่าๆของบ้าน่ไม้ที่เนรมิตเป็นพิพิธภัณฑ์สไตล์โบราณแห่งนี้ ซึ่งทุกมุมสามารถสัมผัสถึงอดีตของเมืองระยอง และวิวัฒนาการความเจริญของไทยในแต่ละยุคสมัย พร้อมถ่ายภาพเป็นที่ระลึกได้

\r\n\r\n

\r\n\r\n

           สิ่งสำคัญที่สุดในการพาผู้สูงอายุเที่ยว คือความสุขทางใจ และความสบายกาย การที่ให้พวกท่านได้เปิดหูเปิดตา แบบไม่ต้องเหนื่อยมากจนเกินไป และใช้เวลาอยู่กับธรรมชาติที่สดชื่น หรือย้อนอดีตอันรื่นรมย์ เป็นทางเลือกง่ายๆที่เหมาะสำหรับคนในวัยนี้ นี่เป็นเพียง 5 สถานที่ในจังหวัดระยองที่เราเลือกสรรมาแนะนำสำหรับช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์สบายๆ ที่สามารถพาพวกท่านไปพักผ่อนแบบไม่ต้องเดินทางไกลมาก ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอีกมากมายที่สามารถพาผู้สูงอายุไปเที่ยวได้ในจังหวัดระยอง พร้อมกับทำกิจกรรมร่วมกันในครอบครัว รับรองว่าพวกท่านจะต้องมีความสุขกลับไปแน่นอน

\r\n" 276 225016 ศรีสะเกษ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เส้นทางท่องเที่ยวเชิงศาสนา – ท่องเที่ยวเชิงอารยธรรมขอม – ท่องเที่ยวโดยชุมชน เส้นทางท่องเที่ยวเชิงศาสนา – ท่องเที่ยวเชิงอารยธรรมขอม – ท่องเที่ยวโดยชุมชน สัมผัสวิถีชีวิตแบบ Slow life "\r\n\r\n

เที่ยง

\r\n\r\n\r\n\r\n

เย็น

\r\n\r\n\r\n" 277 225014 ศรีสะเกษ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เส้นทางท่องเที่ยวเชิงศาสนาและท่องเที่ยวเชิงเกษตร เส้นทางท่องเที่ยวเชิงศาสนาและท่องเที่ยวเชิงเกษตร นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสกับกลิ่นอายความมีเสน่ห์ของจังหวัดศรีสะเกษ "

ช่วงเช้า

\r\n\r\n\r\n\r\n

เที่ยง

\r\n\r\n\r\n\r\n

ช่วงเย็น

\r\n\r\n\r\n" 278 223996 ลำพูน ภาคเหนือ Baan Suan Suk Jai Organic Farm ‘สุขใจฟาร์ม’ \r\nฟาร์มที่เริ่มต้นบนผืนดินของคุณตาและคุณยาย โดยชื่อ ตาใจ และ ยายสุข มรดกผืนสุดท้าย ในพื้นที่ 15 ไร่ ในอำเภอเมือง จังหวัดลำพูน ถูกส่งผ่านสู่รุ่นลูก รุ่นหลาน โดยการศึกษาเรียนรู้ ลองผิดลองถูกอยู่ 2 ปี จนประสบความสำเร็จ "

‘สุขใจฟาร์ม’

\r\n\r\n

ฟาร์มที่เริ่มต้นบนผืนดินของคุณตาและคุณยาย โดยชื่อ ตาใจ และ ยายสุข มรดกผืนสุดท้าย ในพื้นที่ 15 ไร่    ในอำเภอเมือง จังหวัดลำพูน ถูกส่งผ่านสู่รุ่นลูก รุ่นหลาน เดิมทีครอบครัวทำเกษตรกรรมเชิงเดี่ยวแบบเคมี      แต่ประสบปัญหาขาดทุนมาโดยตลอด จึงมีแนวคิดอยากปรับเปลี่ยนมาเป็นเกษตรอินทรีย์ ในระบบเกษตรกรรมยั่งยืน โดยการศึกษาเรียนรู้ ลองผิดลองถูกอยู่ 2 ปี จนประสบความสำเร็จ สร้างระบบนิเวศที่หมุนเวียน    ภายในฟาร์ม สามารถพึ่งพาตนเองได้ แล้วจึงขับเคลื่อนชุมชน ให้เติบโตไปด้วยกัน เพื่อสร้างเครือข่ายชุมชนเกษตรกรรมยั่งยืน ให้มีความความมั่นคงทางอาหาร สร้างระบบนิเวศที่เกื้อกูลซึ่งกันและกัน และสร้างกลไกตลาดที่เป็นธรรม โดยมีฟาร์มมาร์เก็ตเป็นพื้นที่ในการแลกเปลี่ยนความรู้ และ พืชผัก ให้คนปลูกกับคนกินได้มาเจอกัน ส่วนสินค้าของฟาร์ม นอกเหนือจากข้าวแล้ว ยังมีไข่ไก่ และ ผักตามฤดูกาล อีกทั้งยังเปิดเป็นฟาร์มสเตย์       เพื่อให้คนที่สนใจได้มาพักผ่อน และ เรียนรู้เรื่องของการทำเกษตรอินทรีย์อีกด้วยจ้า

\r\n\r\n

Baan Suan Suk Jai Organic Farm

\r\n\r\n

สุขใจฟาร์ม มีทั้งที่พักและกิจกรรม Workshop อาทิ การปลูกข้าว ปลูกผัก การเพาะเมล็ดพันธุ์พืชผักสวนครัว       รั้วกินได้  การทำบัญชีครัวเรือน และการแบ่งปันเมล็ดพันธุ์อินทรีย์​ เพื่อร่วมกันสร้างความมั่นคงทางอาหาร      สร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีในชีวิต เมื่อมีวิกฤติ (Covid-19) ย่อมมีโอกาสในการสร้างสิ่งดีๆ บนฐานของภูมินิเวศวัฒนธรรมของชุมชน

\r\n\r\n

"เพราะเราเชื่อว่าการสร้างความมั่นคงทางอาหาร คือ ความมั่นคงของชีวิต"

\r\n\r\n

Baan Suan Suk Jai Organic Farm

\r\n\r\n

ที่นี่ยังมีการแบ่งปันความสุขรูปแบบของฝากของขวัญในเทศกาลพิเศษสำหรับทุกๆครอบครัว ด้วยชุดข้าว "ปันสุข"  สุขที่ได้ร่วมแบ่งปัน กับข้าว Organic 6 ชนิด ได้แก่ ข้าวไรเบอรี่สุขใจ ข้าวกล้องหอมมะลิดอกสัก ข้าวเหนียวกล่ำแบบผสม ข้าวไรเบอรี่แบบผสม ข้าวเหนียวหอมแม่โจ้ ข้าวขาวหอมมะลิดอกสัก ที่ปลูกด้วยระบบเกษตรอินทรีย์ ตระกล้าไม้ไผ่สานและผ้าคลุม จากคุณป้าคุณยาย กลุ่มผู้สูงอายุศรีเกตุ ร่วมเป็นส่วนหนึ่ง ในการขับเคลื่อนชุมชน สังคม    กลไกตลาดที่เป็นธรรมไปด้วยกัน

\r\n\r\n

Baan Suan Suk Jai Organic Farm

\r\n\r\n

ทำกิจกรรมกันมาทั้งวันแล้ว...เหนื่อยนักก็พักที่นี่เลยยยยย...ละกัน “สุขใจออแกนิคฟาร์ม” มีห้องพักบริการ          แก่นักท่องเที่ยวด้วยกัน 3 ห้องนอน ให้พักกันแบบสบายๆ กินอิ่มนอนอุ่น ราคาสบายๆเช่นกันนนนนนนน...      ราคาห้องละ 850 บาท (มีอาหารเช้าบริการด้วยนะจ๊ะ)

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

 

\r\n" 279 225717 อุบลราชธานี ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ One day trip in Ubon 4 รายการโปรแกรมทัวร์\r\nความทรงจำคาเฟ่\r\nสวนเกษตรริมโขง\r\nหมู่บ้านท่องเที่ยวทางธรรมชาติและวัฒนธรรมพื้นบ้านอีสาน ซะซอมโฮมสเตย์\r\n "

\r\n\r\n

ความทรงจำคาเฟ่ ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติผาแต้ม อ.โขงเจียม ซึ่งเป็นอำเภอที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกสุดของประเทศไทย ติดกับแม่น้ำโขง ฝั่งตรงข้ามติดกับแขวงสาละวันและแขวงจำปาศักดิ์ประเทศลาว นั่นเอง

\r\n\r\n

\r\n\r\n

  วัดภูหล่น ปฐมสมถวิปัสสนากัมมัฎฐานหรือสถานที่ศึกษาและปฏิบัติธรรมแห่งแรกของพระอาจารย์มั่น ภูริทัตตะเถระ ซึ่งอยู่ใกล้กับบ้านเกิดของท่านด้วย  วัดภูหล่นเจริญรุ่งเรืองขึ้นด้วยการพัฒนาของพระครูกมลภาวนากร (สีทน กมโล) พระนักพัฒนาสงเคราะห์ที่มีความกตัญญูและเสียสละเป็นทิฏฐานุคติแก่บุคคล ตั้งอยู่ในอำเภอศรีเมืองใหม่ จังหวัดอุบลราชธานี

\r\n\r\n

 

\r\n\r\n

•วัดมณีวนาราม หรือวัดป่าน้อย สร้างเมื่อประมาณ พ.ศ. 2332 ผู้สร้างคือ อุปฮาดก่ำ โอรสของพระประทุมวรราชสุริยวงศ์ (เจ้าคำผง) มีพระอริยวงศาจารย์ (สุ้ย) เป็นเจ้าอาวาสรูปแรก วัดป่าน้อยเป็นศูนย์การศึกษา ศูนย์การปกครอง

\r\n\r\n

\r\n\r\n

•ศูนย์อนุรักษ์หัตถกรรมหล่อทองเหลือง ตั้งอยู่บ้านปะอาว หมู่ 5 เป็นศิลปะหัตถกรรมที่สืบสานแบบโบราณมานานกว่า 200 ปี จนถึงปัจจุบันเป็นรุ่นที่ 6 แล้ว เป็นแหล่งเรียนรู้แห่งเดียวในภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่ยังคงอนุรักษ์ไว้ให้รุ่นลูกรุ่นหลานได้สืบทอด หัตถกรรมทองเหลืองแต่ละชิ้นทำขึ้นด้วยมือของมนุษย์ยังคงอนุรักษ์ลายลวดแบบโบราณ แบบพิมพ์ใช้ได้ครั้งเดียว ปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติมาเที่ยวชมเป็นจำนวนมาก สร้างงานสร้างรายได้ให้กับชุมชนเป็นจำนวนมากขอเชิญนักท่องเที่ยวที่สนใจแวะมาเยี่ยมชมได้

\r\n\r\n

วันแรก

\r\n\r\n

ช่วงเช้า  

\r\n\r\n

– เดินทางไป ชุมชนบ้านจำรุง ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยบ้านนอกจากการรวมกลุ่มของชาวบ้าน เน้นพึ่งพาตนเอง ปรัชญาพอเพียง มีชุดการเรียนรู้แบบบ้านนอก กิจกรรมด้านการเกษตร และการอนุรักษ์ เช่น กลุ่มธนาคารต้นไม้ กลุ่มเกษตรพื้นบ้าน กลุ่มตีมีด ธนาคารขยะ เป็นต้น ภายในมีการทำกิจกรรมเรียนรู้ อาทิ การแปรรูปปลาไส้ตัน  การทำกะปิ เป็นต้น (สามารถรับประทานอาหารกลางวันได้ที่ชุมชนบ้านจำรุง หรือ ร้านอาหารตามเอกสารแนบ)

\r\n\r\n

รับประทานอาหารกลางวัน

\r\n\r\n

ช่วงบ่าย 

\r\n\r\n

– เดินทางชม สวนพฤกษศาสตร์ จังหวัดระยอง เป็นแหล่งรวบรวมพรรณไม้ประจำถิ่นในภาคตะวันออก แหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศสำหรับเรียนรู้เกี่ยวกับธรรมชาติ

\r\n\r\n

นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งรวมของพรรณไม้น้ำชนิดต่างๆ อีกหลายชนิดเนื่องจากพื้นที่เกือบทั้งหมดของสวนพฤกษศาสตร์แห่งนี้เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำ คือมีน้ำขังตลอดทั้งปี ประโยชน์มากมายของพื้นที่ชุ่มน้ำคือช่วยไม่ให้น้ำเค็มเข้ามาในแผ่นดินมากจนเกินไป ลดการทำลายชายฝั่ง อีกทั้งยังเป็นแหล่งอาศัยของสัตว์และพืชต่างๆ อีกด้วย

\r\n\r\n

– เดินทางช้อปของดีเมืองระยองที่ ตลาดบ้านเพ ร้อยเสา เช่น อาหารทะเลแปรรูป ทุเรียนทอด ฯลฯ

\r\n\r\n

– รับประทานอาหารเย็น

\r\n\r\n

– เดินทางเข้าโรงแรมที่พัก

\r\n\r\n

วันที่สอง

\r\n\r\n

ช่วงเช้า   

\r\n\r\n

-ชมสวน Rayong Smile Plants แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร ในกลุ่ม Young smart farmers จ. ระยอง แหล่งรวบรวมพันธุ์หม้อข้าวหม้อแกงลิงกว่า 500 สายพันธุ์และเป็นแห่งเดียวในประเทศไทยที่เปิดให้เข้าชมได้อย่างใกล้ชิด และชิมเมนูอาหารสุดพิเศษจากหม้อข้าวหม้อแกงลิง (สามารถรับประทานอาหารกลางวันได้ หรือ ร้านอาหารตามเอกสารแนบ)

\r\n\r\n

รับประทานอาหารกลางวัน

\r\n\r\n

ช่วงบ่าย   

\r\n\r\n

– นมัสการหลวงปู่ทิม “วัดละหารไร่” อ.บ้านค่ายพระเกจิอาจารย์ชื่อดังแห่งภาคตะวันออก

\r\n\r\n

-เดินทางกลับโดยสวัสดิภาพ

\r\n" 284 226279 ระยอง ภาคตะวันออก วิถีชุมชนประมงริมแม่น้ำประแส วิถีชุมชนประมงริมแม่น้ำประแส การจัดการท่องเที่ยวชุมชน โดยใช้รถสามล้อพ่วงข้างในการนำเที่ยวชุมชน ซึ่งมีเอกลักษณ์ของวิถีชีวิต ประวัติศาสตร์ และธรรมชาติที่สวยงามของพื้นที่

1. เดินชมทุ่งโปรงทอง สัมผัสความงามของทุ่งโปรงทองวิวพานอรามา

\r\n\r\n

2. สักการะสิ่งศักดิ์คู่ชุมชน ศาลเจ้าพ่อแสมผู้
\r\n3. ล่องเรือชมธรรมชาติป่าชายเลน ในคลองแสมผู้ ชมปูก้ามดาบ แนวกันคลื่นที่สวยงามการทำประมงพื้นบ้าน เพาะเชื้อหอยนางรม วางลอบปู จับสัตว์หาอาหารทะเล
\r\n4. ชมและชิมการแปรรูปชาใบขลู่
\r\n5. ชมชุมชนเก่าแก่ปากน้ำประแส ย่านเก่าแก่ริมฝั่งแม่น้ำ มีโฮมสเตย์ให้บริการนักท่องเที่ยวกลมกลืนกับชุมชน
\r\n6. สักการะศาลสมเด็จกรมหลวงชุมพรฯ ประแส
\r\n7.ชมและถ่ายรูปกับอนุสรณ์เรือหลวงประแส อนุสรณ์ของเรือที่มีความความสำคัญต่อประวัติศาสตร์ราชนาวีไทยของไทย สมัยสงครามเกาหลี
\r\nรายละเอียด
\r\nชุมชนปากน้ำประแส เป็นชุมชนโบราณดั้งเดิมตั้งแต่สมัยอยุธยา ชาวบ้านในชุมชนรวมกลุ่มกันอนุรักษ์วิถีชีวิตดั้งเดิม ล่องเรือชมหิ่งห้อย เหยี่ยวแดง ค้างคาวแม่ไก่ ในพื้นที่มีบ้านพักโฮมสเตย์ไว้รองรับนักท่องเที่ยว
\r\nลักษณะเด่น
\r\n-เป็นแหล่งประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม ของชุมชนที่ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำประแสที่ไหลลงอ่าวไทย
\r\nประวัติ
\r\nแม่น้ำประแสร์เป็นแม่น้ำสายสำคัญสายหนึ่งของ จังหวัดระยอง มีต้นกำเนิดจากลำคลองหลายสาย สายหลักคือ คลองไผ่ที่มีต้นน้ำอยู่ในเทือกเขาชะเมา ช่วงที่เป็นแม่น้ำประแสร์ยาวประมาณ 26 กิโลเมตร และออกสู่ปากอ่าวไทยที่ทะเลแกลงบริเวณปากน้ำประแสร์ฝั่งตะวันตกเป็นที่ตั้งของบ้านแหลมสน หมู่บ้านชาวประมง มีวัดแหลมสนซึ่งมีเจดีย์เก่าแก่ที่ชาวเรือปากน้ำประแสร์ให้ความเคารพ ส่วนฝั่งตรงข้ามกันเป็นบ้านตลาดประแสร์ ซึ่งเป็นชุมชนใหญ่มีบ้านเรือนหนาแน่น หาดแหลมสน เป็นหาดทรายที่ยื่นออกไปคล้ายแหลม มีป่าสนทะเลขึ้นอยู่เหนือชายหาด บรรยากาศเงียบสงบหามุมส่วนตัวได้ง่าย ชายหาดเล่นน้ำได้
\r\nกิจกรรมที่น่าสนใจอีกอย่างหนึ่ง คือ การมา ล่องเรือชมหิ่งห้อย ไปตามปากน้ำประแส ชมธรรมชาติสองฝั่งน้ำที่เรียงรายด้วยต้นโกงกาง และสำหรับใครที่สนใจอยากสัมผัสบรรยากาศใกล้ชิดสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม เทศบาลตำบลปากน้ำประแส โทร. 0 3866 1720-1 การเดินทาง ด้วยรถยนต์ ใช้ถนนสุขุมวิท เส้นทางระยอง-จันทบุรี ขับเลยอำเภอแกลงไปประมาณ 12 กิโลเมตรจะพบสามแยกประแส แล้วเลี้ยวขวาก็จะมายังหมู่บ้านปากน้ำประแส

\r\n 285 225875 นครศรีธรรมราช ภาคใต้ เที่ยวเขาศูนย์ วันเดย์ทริป เส้นทางที่ 1 ย้อนตำนานเขาศูนย์ จุดชมวิวทะเลหมอก  ตามรอยประวัติศาสตร์เขาศูนย์  ชมหลุมแร่นายกรีด เดินป่าศึกษาธรรมชาติ\r\n\r\n "

เที่ยวเขาศูนย์ วันเดย์ทริป เส้นทางที่ 1 ย้อนตำนานเขาศูนย์

\r\n\r\n

จุดชมวิวทะเลหมอก  ตามรอยประวัติศาสตร์เขาศูนย์  ชมหลุมแร่นายกรีด เดินป่าศึกษาธรรมชาติ

\r\n\r\n

อนุสาวรีย์สุนทรภู่
\r\nตั้งอยู่เลยแหลมแม่พิมพ์ตามทางไป อำเภอแกลง ประมาณ 5 กม. เป็นอนุสาวรีย์ที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ระลึกถึงท่านสุนทรภู่ กวีเอกของไทยในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น โดยเปิดให้เข้าชมตั้งแต่เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2513 ภายในมีอาคารจัดแสดงเรื่องเล่า และชีวประวัติต่างๆ เกี่ยวกับท่านสุนทรภู่ บริเวณอนุสาวรีย์มีรูปปั้นตัวละครเอกในเรื่องพระอภัยมณี จัดแสดงไว้ให้ชมด้วย

\r\n\r\n

วัดวังหว้า (หลวงปู่คร่ำ ยโสธโร)
\r\nตั้งอยู่ที่ตำบลวังหว้า บนเส้นทางหลวงหมายเลข 3161 ห่างจากตังอำเภอแกลง ประมาณ 4 กม. และห่างจากอนุสาวรีย์สุนทรภู่ ประมาณ 6 กม. วัดแห่งนี้สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2426 และได้รับการบูรณะปฏิสังขรณ์เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งเป็นสมัยที่อาจกล่าวได้ว่าเป็นช่วงเวลาที่วัดวังหว้ามีชื่อเสียงมากที่สุด ทั้งนี้ก็เนื่องมาจากหลวงปู่คร่ำ ยโสธโร (คร่ำ อรัญวงศ์) ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสที่วัดแห่งนี้มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2465 - 2540 ได้อุทิศตนในการพัฒนาวัดและชุมชนตำบลวังหว้าแห่งนี้มาโดยตลอด อาทิ การชักชวนชาววบ้านในการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างเดิมในวัดวังหว้าที่ทรุดโทรมจนไม่สามารถบูรณะให้ดีดังเดิมได้ เพื่อทำการปลูกสร้างใหม่ การจัดสร้างโรงเรียน และการรวบรวมปัจจัยต่างๆ ในการทำนุบำรุงการศึกษาให้แก่โรงเรียนต่างๆ โดยเฉพาะในเขตตำบลวังหว้า นอกจากนี้ หลวงปู่คร่ำ ยโสธโร ยังมีชื่อเสียงในทางวิปัสสนาอันเป็นที่เลื่องลืออีกด้วย

\r\n\r\n

วัดราชบัลลังก์
\r\nตำบลทางเกวียนยังเป็นตำบลในประวัติศาสตร์อีกตำบลหนึ่ง เนื่องจากเป็นตำบลที่พระเจ้าตากสินมหาราช (เจ้าตาก) ได้เสด็จผ่าน เพื่อนำทหารขึ้นไปตีข้าศึกยังเมืองจันทบุรี โดยประทับพักแรมที่บ้านทะเลน้อย หมู่ที่ 6 ตำบลทางเกวียน อำเภอแกลง จังหวัดระยอง
\r\n  ปัจจุบันยังมีอนุสรณ์ทิ้งเป็นร่องรอยทางประวัติศาสตร์ให้คนรุ่นหลังได้ศึกษาเป็นจำนวนมากที่วัดราชบัลลังก์ หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า วัดทะเลน้อย ตั้งอยู่ที่หมู่ 6 ตำบลทางเกวียน อำเภอแกลง จังหวัดระยอง มีโบราณสถานโบราณวัตถุที่สำคัญ เช่น เจดีย์ โบสถ์ พระประธานก่อสร้างด้วยโครงหวายฉาบปูน ตู้ลายรดน้ำ บัลลังภ์ มีดดาบ และของเก่าอีกมากมายพระพุทธรูปโครงสร้างหวายฉาบปูนปิดทอง 1 องค์ เดิมเป็นพระประธานในอุโบสถ ปัจจุบันชำรุดมาก ทางวัดนำมาประดิษฐานอยู่ทีหอสวดมนต์เจดีย์เก่าแก่ 1 องค์ สร้างประมาณ พ.ศ. 2430 ภายในเจดีย์บรรจุวัตถุมงคลและของมีค่าหลายอย่าง ปัจจุบันชำรุดมาก  ทราบว่าของที่บรรจุอยู่หายไปเป็นจำนวนมากตู้ลายรดน้ำ เป็นของพระราชทานซึ่งเจ้าคุณธรรมเจดีย์ (อยู่) เจ้าอาวาสวัดโมลีโลกยาราม ชาวแกลง เรียกนามท่านว่า "เจ้าอยู่" เป็นผู้นำมาถวายเมื่อประมาณ พ.ศ. 2427 พร้อมกับบัลลังก์ที่ประทับของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชและพระพุทธรูปสานด้วยโครงหวายฉาบปูน 1 องค์
\r\nสำหรับบัลลังก์ที่ประทับนั้น เมื่อ พ.ศ. 2560 สมเด็จพระสังฆราชเจ้ากรมหลวงวชิรญาณวงศ์ สมัยเมื่อมีสมณศักดิ์ที่พระญาณวราภรณ์ ตำแหน่งเจ้าคณะมณฑล จันทบุรี ได้มาตรวจการคณะสงฆ์ และเมื่อมาถึงเมืองแกลงได้มาพักแรมที่วัดราชบัลลังภ์ เพราะเป็นวัดที่เจ้าคณะแขวงประจำอยู่ ทางวัดได้นำบัลลังก์มาจัดเป็นอาสนะถวายการต้อนรับ เมื่อสอบถามได้ความว่า เป็นบัลลังก์ซึ่งได้รับพระราชทานจากสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช พระองค์จึงไม่ยอมนั่ง ต้องจัดอาสนะให้ใหม่ และปรารภว่าของนี้เป็นของพระเจ้าแผ่นดินไทยในอดีต น่าจะเก็บรักษาไว้ในสถานที่ที่เหมาะสม และถือว่าเป็นโบราณวัตถุที่สำคัญ จึงขอไปเก็บรักษาไว้ ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กรุงเทพฯ และเขียนแจ้งไว้ว่า "ได้มาจากเมืองแกลง" ส่วนตู้ลายรดน้ำ พระพุทธรูปสาน และตั่งรองพระบาทขึ้นบัลลังก์ ยังอยู่ที่ศาลพระเจ้าตาก ประชาชนสามารถเข้าไปเคารพสักการะบูชาได้ ตั้งอยู่ที่วัดราชบัลลังก์ หมู่ 6 ตำบลทางเกวียน อำเภอแกลง จังหวัดระยอง

\r\n\r\n

วัดสารนารถธรรมาราม
\r\nตั้งอยู่ในตัวอำเภอแกลง เป็นวัดใหญ่ที่สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2488 มีพระอุโบสถสวยงามมากที่สุดแห่งหนึ่งในภาคตะวันออก บริเวณมุมกำแพงแก้วได้จำลองพระพุทธเจดีย์ที่สำคัญ คือ องค์พระปฐมเจดีย์ พระธาตุพนม พระธาตุไชยา และพระเจดีพุทธคยาจำลอง

\r\n\r\n

ศาลสมเด็จกรมหลวงชุมพร
\r\nตั้งอยู่ใกล้ปากน้ำประแสร์ ห่างจาก ถนนสุขุมวิท ตรง กม. ที่ 278 เข้าไป 9 กม. ภายในศาลประดิษฐานรูปหล่อขนาดเท่าองค์จริงของพลเรือเอกสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ พระบิดาแห่งกองทัพเรือไทย ซึ่งเป็นที่เคารพสักการะของชาวเมืองระยอง เลยจากศาลสมเด็จกรมหลวงชุมพรไปตามถนนตรงไปทางทะเลจนสุดทางจะพบอนุสรน์สถานเรือรบหลวงประแสร์

\r\n 287 226381 ระยอง ภาคตะวันออก ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ จังหวัดระยอง เป็นจังหวัดหนึ่งทางภาคตะวันออกของประเทศไทย ซึ่งมีอาณาเขตติดต่อกับชายฝั่งทะเลอ่าวไทย และเป็นจังหวัดที่มีแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงามและหลากหลาย ทั้งท่องเที่ยวตามธรรมชาติ วัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ เป็นต้น "

ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช
\r\nตั้งอยูในบริเวณวัดลุ่มมหาชัยชุมพล ถนนตากสิน มีต้นสะตือขนาดใหญ่อยู่หน้าศาล อายุประมาณ 300 ปี กล่าวกันว่า สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ทรงนำช้างมาผูกไว้ที่ต้นสะตือนี้ เมื่อครั้งเสด็จและสถาปนาเป็นเจ้าตากสิน ณ เมืองระยอง ก่อนไปรวบรวมไพร่พลและตั้งทัพมั่นที่จันทบุรี เพื่อเตรียมกอบกู้อิสรภาพของชาติไทย ภายในศาลมีพระรูปหล่อของสมเด็จพระเจ้าตากสินในท่าประทับยืน ศาลแห่งนี้เป็นที่เคารพนับถือของชายเมืองระยอง และมีการจัดงานสมโภชประจำปีขึ้นในช่วงตรุษจีน

\r\n\r\n

ศาลหลักเมือง
\r\nตั้งอยู่ที่ ถนนหลักเมือง ในเขตเทศบาลนครระยอง เดิมเป็นศาลไม้ ต่อมาได้รับการปฏิสังขรณ์ เป็นอาคารก่ออิฐถือปูน ลักษณะอาคารเป็นแบบศาลเจ้าจีน ตัวหลักเมืองเดิมอยู่หน้าศาล มีร่มกางกันแดดกันฝน ปัจจุบันมีการสร้างเสาหลักเมืองใหม่ และสร้างมณฑปจตุรมุขครอบ เมื่อปี พ.ศ. 2535 ศาลหลักเมืองเป็นที่เคารพนับถือของชาวเมืองระยอง มีการจัดงานสมโภชขึ้นเป็นประจำทุกปี

\r\n\r\n

วัดป่าประดู่
\r\nตั้งอยู่ในเขตเทศบาลนครระยอง บนถนนสุขุมวิทเป็นวัดเก่าแก่ซึ่งสันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยา ภายในพระวิหารมีพระพุทธไสยาสน์ขนาดใหญ่ยาว 11.95 เมตร สูง 3.60 เมตร เป็นพระพุทธไสยาสน์ซึ้งประทับอยู่ในท่านอนตะแคงซ้าย ซึ้งอาจกล่าวได้ว่าเป็นพุทธลักษณะที่พิเศษกว่าพระพุทธรูปองค์อื่นๆ เดินอยู่กลางแจ้ง เพิ่งจะมีการสร้างวิหารครอบเมื่อปี พ.ศ.2524 และวัดแห่งนี้ได้รับการยกฐานะเป็นอารามหลวงตั้งแต่ปี 2533

\r\n\r\n

พระเจดีย์กลางน้ำ
\r\nตั้งอยู่สุดถนนตากสินมหาราช แยกขวาเข้าถนนสมุทรคงคา ห่างจากตัวเมืองไปทางใต้ 2 กม. องค์พระเจดีย์ตั้งอยู่บนเกาะกลางน้ำแม่น้ำระยอง สร้างในสมัยเมื่อครั้งที่ใช้เส้นทางคมนาคมทางน้ำ "เจดีย์กลางน้ำ" ใช้เป็นสัญลักษณ์ของชาวเรือว่าได้เดินทางมาถึงเมืองระยองแล้ว ปัจจุบันอยู่ในความดูแลของวัดปากน้ำ ในวันเพ็ญเดือนสิบสองของทุกปี จะมีงานประเพณีห่มผ้าพระเจดีย์ แข่งเรือยาว และงานลอยกระทง ซึ่งจัดสืบเนื่องกันมากว่า 60 ปี

\r\n\r\n

พิพิธภัณฑ์หนังใหญ่วัดบ้านดอน
\r\nตั้งอยู่ที่วัดบ้านดอน ต.เชิงเนิน อ.เมือง จ.ระยอง ห่างจากตัวเมืองระยอง 5 กม. ภายในพิพิธภัณฑ์จัดเก็บตัวหนังใหญ่อายุมากกว่า 200 ปี จำนวนถึง 110 ตัว ซึ่งนับเป็นมรดกทางศิลปะอันทรงคุณค่า ปัจจุบันการเล่นหนังใหญ่ของ จังหวัดระยอง จะมีให้ชมในงานบุญที่มีผู้สนใจนำหนังใหญ่มาจัดแสดง เพื่อให้คนรุ่นหลังได้มีโอกาสเห็นมรดกอันล้ำค่าของ จังหวัดระยอง โดยจะใช้ตังหนังชุดใหม่ในการแสดงเท่านั้น

\r\n\r\n

สวนพฤษชาติโสภา
\r\nตั้งอยู่ไกล้ปากทางเข้าบ้านเพ ทางด้านขวามือ เป็นสวนที่มีต้นไม้มากชนิดแห่งหนึ่งในประเทศไทย มีเนื้อที่ประมาณ 32 ไร่ ภายในสวนมีเรือนไทยโบราณอายุกว่า 100 ปี จำนวน 3 หลัง ซึ่งตกแต่งด้วยเครื่องเรือนและเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันของคนไทยสมัยก่อน นอกจากนี้ยังมีโบราณวัตถุและศิลปวัตถุโดยเฉพาะเครื่องปั้นดินเผาสมัยบ้านเชียง มาจัดแสดงให้ชม สวนพฤษชาติโสภานี้ เจ้าของได้อุทิศให้แก่มูลนิธิเศวตโสภา เพื่อให้เป็นมรดกไทยสำหรับให้ประชาชนได้ศึกษาหาความรู้ในด้านพฤษศาสตร์และโบราณคดี เปิให้ข้าชมทุกวัน ยกเว้นวันพฤหัสบดี ตั้งแต่เวล 09.00 - 16.30 น. 

\r\n" 288 221153 ชัยนาท ภาคกลาง "TRIP 2 วัน 1 คืน @ CHAINAT ""ชัยนาทเมืองต้องห้าม...พลาด""" "Trip 2 วัน 1 คืน @ CHAINAT ""ชัยนาทเมืองต้องห้าม...พลาด""" "

ยิ่งรู้จัก ยิ่งรักชัยนาท More you know, More you love CHAINAT   ชัยนาทเมืองต้องห้าม ... พลาด

\r\n\r\n

\r\n" 289 226354 ระยอง ภาคตะวันออก เส้นทางท่องเที่ยว จังหวัดระยอง (2 วัน 1 คืน) ระยอง ฮิ จังหวัดนี้ไม่ได้มีดีแค่ทะเลสวย แต่เป็นเมืองที่มีที่เที่ยวหลากหลายรูปแบบ ทั้งสถานที่ขึ้นชื่ออย่าง เกาะเสม็ด เกาะทะลุ อุทยานเขาแหลมหญ้า ทุ่งโปรงทอง เที่ยวสวนผลไม้ โอ้ จัดว่าที่เที่ยวเพียบไปได้ตลอดทั้งปี แถมใกล้กรุงแค่นี้ เที่ยวได้ง่ายมาก

วันแรก

\r\n\r\n

ช่วงเช้า     

\r\n\r\n

– เดินทางไป ชุมชนปากน้ำประแสร์ ซึ่งตั้งอยู่ในอำเภอแกลง โดยนั่งรถเตอร์ไซต์พ่วงข้างเที่ยวชมวิถีชีวิตชาวปากน้ำประแสร์ มีแหล่งชุมชนริมแม่น้ำดั้งเดิม ตั้งแต่สมัยอยุธยา โดยสภาพบ้านเรือนเก่าๆ นั้นยังคงมีเหลือให้ได้คิดถึงวันคืนในอดีตอยู่พอสมควร

\r\n\r\n

– เดินทางไป ทุ่งโปรงทอง ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ตั้งอยู่ในเขตชุมชนบ้านแสมภู่ ปากน้ำประแส อำเภอแกลง จะเต็มไปด้วยต้นโปรงที่ขึ้นเรียงรายกันนับพันนับหมื่นต้น โดยเฉพาะยามเช้าตรู่และยามเย็นที่มีแสงพระอาทิตย์อ่อน ๆ ฉาบทาลงมาที่ทุ่งแห่งนี้ สะท้อนใบของต้นโปรงให้กลายเป็นสีเหลืองทองอย่างสวยงาม

\r\n\r\n

ที่นี่จึงได้ชื่อเรียกว่า “ทุ่งโปรงทอง”  โดยจะมีทางเดินไม้ระยะทางประมาณ 2.6กิโลเมตร จากนั้นเดินทางไปชม อนุสรณ์เรือหลวงประแส ตั้งอยู่บริเวณหัวโขด ชายหาดประแส สถานที่ท่องเที่ยวระยอง แห่งนี้ยังเป็น  เกียรติประวัติและเป็นที่ศึกษาและท่องเที่ยวของตำบล ที่ในปัจจุบันบริเวณรอบตัวเรือ ถูกปรับเปลี่ยนภูมิทัศน์แปรสภาพให้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยว

\r\n\r\n

รับประทานอาหารกลางวัน

\r\n\r\n

ช่วงบ่าย   

\r\n\r\n

-เดินทางไป สะพานรักษ์แสม ที่เที่ยวระยองที่น่าไปเช็คอิน เพราะเป็นสะพานแขวนทางเดินไม้ที่ทอดผ่านป่าชายเลนคลองท่าตาโบ๊ย บ้านเนินฆ้อ อ.แกลง เงียบสงบท่ามกลางธรรมชาติ

\r\n\r\n

-เดินทางชม พิพิธภัณฑ์บ้านครูกัง แหล่งเรียนรู้แห่งใหม่ที่ได้รวบรวมของสะสม ของเล่น ของเก่าโบราณไว้มากมาย ซึ่งบางชิ้นวัยรุ่นอย่างเราอาจไม่เคยเห็นเลยก็ว่าได้ อาทิ ของใช้สอยต่างๆ รถโบราณ ธนบัตร ตะเกียง รถเข็น เครื่องครัว เครื่องดนตรี ฯลฯ โดย “ครูกัง”  ผู้เป็นเจ้าของใช้เวลาสะสมของเก่านานกว่า 40 ปี และใช้ชีวิตหลังเกษียณเริ่มต้นเนรมิตรบ้านของตนเองบนเนื้อที่เกือบ 2 ไร่ สร้างเป็นพิพิธภัณฑ์ให้นักท่องเที่ยวได้ชม ด้วยเหตุผลที่ว่าครูไม่อยากเก็บไว้ดูคนเดียว

\r\n\r\n

-แวะช้อป ตลาดบ้านเพ ร้อยเสา เช่น อาหารทะเลแปรรูป ทุเรียนทอด ฯลฯ

\r\n\r\n

-รับประทานอาหารเย็น

\r\n\r\n

– เดินทางเข้าโรงแรมที่พัก

\r\n\r\n

วันที่สอง

\r\n\r\n

ช่วงเช้า    

\r\n\r\n

– เดินทางไป แชะ ชม ชิม สตรอว์เบอร์รี ทาวน์ สถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ในจังหวัดระยอง ตั้งอยู่ภายในพื้นที่ของ Brookside Valley Resort  ซึ่งชื่อของ สตรอว์เบอร์รี ทาวน์ ถูกตั้งขึ้นมาเพื่อสื่อถึงความหวานและสดใสของเมืองแห่งนี้ สตรอว์เบอร์รี ทาวน์ จึงเป็นพื้นที่ของความสุขทุกรูปแบบอย่างแท้จริง และได้รับการออกแบบให้มีสถาปัตยกรรมที่เป็นเอกลักษณ์โดดเด่นสไตล์ตะวันตก

\r\n\r\n

โดยเฉพาะการออกแบบให้เป็นเมืองจำลองของประเทศเนเธอร์แลนด์ ที่มีสีสันโดดเด่นสวยงาม เพื่อให้นักท่องเที่ยวที่เข้ามาชมจะได้เก็บภาพความทรงจำพร้อมสวนดอกไม้สวย ๆ (สามารถรับประทานอาหารกลางวันได้ที่สตรอว์เบอร์รี ทาวน์ หรือร้านอาหารตามเอกสารแนบ)

\r\n\r\n

รับประทานอาหารกลางวัน

\r\n\r\n

ช่วงบ่าย

\r\n\r\n

-ชมสวน Rayong Smile Plants แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร ในกลุ่ม Young smart farmers จ. ระยอง แหล่งรวบรวมพันธุ์หม้อข้าวหม้อแกงลิงกว่า 500 สายพันธุ์และเป็นแห่งเดียวในประเทศไทยที่เปิดให้เข้าชมได้อย่างใกล้ชิด และชิมเมนูอาหารสุดพิเศษจากหม้อข้าวหม้อแกงลิง

\r\n\r\n

-เดินทางกลับโดยสวัสดิภาพ

\r\n 290 226933 ระยอง ภาคตะวันออก เรียน รู้ ดู ทำ Let's get more fun @ ระยอง จังหวัดระยอง เป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมอีกแห่งหนึ่งของนักท่องเที่ยว เพราะตั้งอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ อีกทั้งยังมีท้องทะเลสวย ๆ ให้ได้ไปเอาตัวแช่น้ำ มีแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติอื่น ๆ ให้เราไปค้นหาและพักผ่อนอีกเพียบ "

- วันที่ 1 ช่วงเช้า - 

\r\n\r\n

             เดินทางออกจากกรุงเทพฯ โดยใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 344 (บ้านบึง-แกลง) เข้าสู่จังหวัดระยอง ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2.30 ชั่วโมง เริ่มด้วยสักการะพระพุทธรูปโครงหวายเก่าแก่มีห่วงรอบฐานที่เชื่อว่าเดินทางมาพร้อมกับทัพสมเด็จพระเจ้าตากสิน พร้อมทั้งชมความสวยงามของโบสถ์โบราณอายุกว่า 300 ปี ที่ วัดราชบัลลังก์ประดิษฐาราม หมู่บ้านทะเลน้อย จากนั้นสักการะศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ศาลดั้งเดิมที่ซึ่งชาวบ้านเชื่อว่าสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชเคยตั้งค่ายที่นี่ ก่อนจะยกทัพไปเมืองจันทบูร และชมหลักฐานชิ้นสาคัญทางประวัติศาสตร์เส้นทางทัพสมเด็จพระเจ้าตากสิน คือบัลลังก์พรเจ้าตาก จาลอง (ของจริงเก็บรักษาไว้ ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร)
\r\n              รับประทานอาหารกลางวันเมนูอาหารถิ่นแกงส้มผักกระชับ จากเชฟชุมชนระยอง การันตีฝีมือจากการประกวดโครงการเชฟชุมพล สร้างเชฟชุมชน พร้อมชมแปลงเพาะปลูกผักกระชับ วัชพืชล้าค่าที่ชาวบ้านบ้านทะเลน้อยเพาะเป็นพืชเศรษฐกิจชุมชน ซึ่งกว่าจะได้ทาน 1 ต้นต้องใช้เวลากว่า 7 เดือน มีสรรพคุณทานแล้วกระชับสมชื่อ ณ ครัวสารภี (บ้านทะเลน้อย) และช็อป สินค้าชุมชน อาทิกะปิ น้าปลาแท้ ปลาเค็ม กล้วยน้าหว้า 3 น้า ที่ร่าลือกันว่าอร่อยที่สุดในประเทศไทย รอให้คุณมาพิสูจน์ความอร่อยที่บ้านทะเลน้อย

\r\n\r\n

- ช่วงบ่าย - 

\r\n\r\n

               ชมความอลังการป่าสีทองอร่ามสุดลูกหูลูกตาที่ ทุ่งโปรงทอง เดินชมธรรมชาติป่าชายเลนและผ่อนคลายนั่งเรือชิวชมฟาร์มหอยนางรมท่ามกลางป่าโกงกาง ต่อด้วยนั่งสามล้อพ่วงข้างสไตล์ประแสไปชม เรือหลวงประแส เรือรบปลดระวางที่ครั้งหนึ่งเคยร่วมรบในสงครามเกาหลี ต่อด้วยไปสัมผัสวิถีประมง “ชุมชนปากน้าประแส” ชมบ้านไม้เก่าริมแม่น้า และดื่มด่าวิวยามเย็นแบบพาโนรามาปากน้าประแส-หมู่บ้านประมงบน สะพานประแสสิน ก่อนเดินทางกลับเข้าที่พัก และผ่อนคลายกับบรรยากาศท่ามกลางวิถีประมงพื้นบ้านแบบ Homestay หรือจะเลือกนอนนอนฟังเสียงคลื่นริมทะเลแหลมแม่พิมพ์

\r\n\r\n

- วันที่ 2 ช่วงเช้า - 

\r\n\r\n

                เติมความสดชื่นให้วันใหม่ ด้วยกาแฟหอมกรุ่นและเครื่องดื่มหลากรส กับร้านกาแฟ De Poem Coffee & Bistro ริมทะเลหาดแหลมแม่พิมพ์ จากนั้นไปทากิจกรรมสนุกๆ และร่วมฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมกับกลุ่มประมงพื้นบ้านเนินฆ้อ ร่วมทาซั่งเชือก เพื่อสร้างบ้านและแหล่งหลบภัยให้ปลาน้อย ณ ศูนย์เรียนรู้ชุมชนประมงเนินฆ้อ และรู้อย่างลึกซึ้งไปกับ Local Hero คุณลุงสาออย รัตนวิจิตร ผู้บุกเบิกการอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่งทะเลของตาบลเนินฆ้อ แวะสะพานรักษ์แสมถ่ายภาพมุมสวยๆ ของสะพานแขวนไม้ทอดข้ามคลองท่าตาโบสู่ป่าชายเลนผืนใหญ่ ทักทายกับเจ้าปูตัวน้อยๆ และ ไฮไลท์เด็ด Must do คือกิจกรรมปล่อยปู คืนสมดุลให้ธรรมชาติอิ่มบุญอิ่มใจไปพร้อมกัน ณ เรือนหอสะพานรักษ์แสม ส่วนพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ปูหาซื้อได้ที่ชาวบ้านปากทางเข้สะพาน หรือถ้าอยากปล่อยปูปริมาณมากสามารถโทรแจ้งล่วงหน้าที่เทศบาลตาบลเนินฆ้อ มีเจ้าหน้าที่คอยให้บริการและอานวยความสะดวก
\r\n                 รับประทานอาหารกลางวันที่วาสนาฟิชชิ่งปาร์คร้านเด็ดของอาเภอแกลง ที่ใครได้มาลิ้มลองรสชาติเป็นต้องติดใจ เมนูเด็ดแกงส้มไข่ปลาเรียวเซียวใส่ผักกระชับหรือผักรวม ยาวาสนา หอยตลับผัดโหระพา และที่ขาดไม่ได้คือซีฟู้ดสดๆ เนื้อหวาน จิ้มน้าจิ้มซีฟูดรสเด็ดแบบถึงเครื่อง หรือจะไปแซบกับส้มต้าป้าแมวเนินทราย เจ้าเก่า ชิมข้าวมันส้มตาปลาย่างจานเด็ดเมนูท้องถิ่นหาทานยาก ก่อนไปแนะนาให้โทรจองคิวก่อนเพราะด้วยฝีมือของป้าแมวทาให้มีลูกค้าตามมาลิ้มรสความอร่อยกันไม่ขาดสาย

\r\n\r\n

- ช่วงบ่าย -     

\r\n\r\n

                  ก่อนกลับ แวะไปทำอีกหนึ่งกิจกรรมสนุกๆ ที่สวนลุงพิชัย แหล่งปลูกสละสุมาลีหวานกรอบ ทดลองเขี่ยดอกสละกับชาวสวนใจดีที่คอยสอนและให้ความรู้ หากใครอยากชิมสละที่ตัวเองเขี่ยดอกไว้ก็สามารถเขียนชื่อติดไว้ที่พวง เมื่อครบกาหนด 9 เดือน สละแก่พร้อมทานชาวสวนจะจัดส่งสละให้ถึงที่ และห้ามพลาดชิมสละลอยแก้วหวานเย็นชื่นใจ สินค้าแปรรูปขึ้นชื่อของจังหวัดระยอง ก่อนเดินทางกลับกรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพฯ
\r\n 

\r\n" 291 227696 เชียงราย ภาคเหนือ 5 เส้นทางสร้างสุขท่องเที่ยวแหล่งน้ำพุร้อน น้ำพุร้อนเกิดจากความร้อนใต้พิภพ ที่ทำให้น้ำที่อยู่ใต้ดินได้รับความร้อนทั้งอุณหภูมิของน้ำยังได้ละลายแร่ธาตุจากหินใต้ดินออกมา ทำให้น้ำพุร้อนปราศจากสารสังเคราะห์และอุดมไปด้วยแร่ธาตุมากมาย การแช่น้ำพุร้อนเป็นศาสตร์อย่างหนึ่งของวารีบำบัด (Water Therapy)

น้ำพุร้อนเกิดจากความร้อนใต้พิภพ ที่ทำให้น้ำที่อยู่ใต้ดินได้รับความร้อนไปด้วย ทั้งอุณหภูมิของน้ำยังได้ละลายแร่ธาตุจากหินใต้ดินออกมา เมื่อแทรกตัวขึ้นที่บนผิวโลกก็ได้ผ่านกระบวนการกรองตามธรรมชาติ ทำให้น้ำพุปราศจากสารสังเคราะห์และอุดมไปด้วยแร่ธาตุมากมาย การแช่น้ำพุร้อนได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของศาสตร์วารีบำบัด (Water Therapy) โดยน้ำที่มีอุณหภูมิสูงพอเหมาะจะช่วยเพิ่มการไหลเวียนของโลหิน มีผลต่อการผ่อนคลายความตึงเครียดของกล้ามเนื้อ ขยายรูขุมขน ช่วยชะล้างสิ่งสกปรกในผิวหนังออกได้เป็นอย่างดี มาทำความรู้จักกับ 5 เส้นทางที่จะนำคุณไปพักผ่อนกับแหล่งน้ำพุร้อนและสถานที่ที่มีความสวยงาม ดังนี้

\r\n\r\n

1. เส้นทางที่ 1 น้ำพุร้อนผาเสริฐห้วยหมากเลี่ยม

\r\n\r\n

2. เส้นทางที่ 2 น้ำพุร้อนโป่งพระบาท

\r\n\r\n

3. เส้นทางที่ 3 น้ำพุร้อนป่าตึง

\r\n\r\n

4. เส้นทางที่ 4 น้ำพุร้อนโป่งปูเฟือง-ทุ่งเทวี-แม่ขะจาน

\r\n\r\n

5. เส้นทางที่ 5 น้ำพุร้อนแม่จอก

\r\n 292 227923 ระยอง ภาคตะวันออก Chill Out and Relax @Rayong เชิญท่องเที่ยวจังหวัดระยอง "

\r\n" 293 227920 ระยอง ภาคตะวันออก 9 แหล่งเช็คอิน ที่น่าสนใจในระยอง ระยอง นอกจากเกาะเสม็ดที่ยังมีแหล่งท่องเที่ยวในระยองอีกมากมายรอให้เราเข้าไปค้นหาและชื่นชมความงามของธรรมชาติ วันนี้เราจะพาคุณไปรู้จักระยองมุมมองใหม่กับ 9 แหล่งเช็คอินที่น่าสนใจ "

1. อ่าวไข่ 

\r\n\r\n

\r\n\r\n

เป็นแหล่งท่องเที่ยวในระยองลักษณะอ่าวเล็กๆ มีหาดสั้นๆ ระยะทางประมาณ 500 เมตร บรรยากาศค่อนข้างเงียบสงบ เนื่องจากบริเวณสุดหาดนั้นจะเป็นบริเวณที่พักส่วนบุคคล ทำให้ไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวที่นี่มากนัก แต่ก็นับว่าเป็นหาดที่มีน้ำใสสะอาด ผืนทรายละเอียด และมีความลาดชันน้อย รวมถึงมีที่พักและร้านอาหารบริการพร้อม นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติจึงนิยมมานอนอาบแดดกันที่นี่กันอย่างไม่ขาดสาย

\r\n\r\n

2. ป่าชายเลนพระเจดีย์กลางน้ำ 

\r\n\r\n

\r\n\r\n

แหล่งท่องเที่ยวในระยองที่อยู่ในรูปแบบของสถานที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ มีสะพาน เพื่อใช้เป็นเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติเกี่ยวกับป่าชายเลน และยังมีพระเจดีย์กลางน้ำที่สันนิษฐานว่าน่าจะสร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 4 สำหรับเป็นสัญลักษณ์ของชาวเรือที่มาถึงจังหวัดระยอง นอกจากนี้ยังมี หอชมวิวเฉลิมพระเกียรติ ศูนย์การเรียนรู้ระบบนิเวศป่าชายเลนพระเจดีย์กลางน้ำ ที่มีสะพานระยะทางไม่ไกลมากไว้สำหรับเดินศึกษาธรรมชาติ ท่ามกลางป่าชายเลนแสนร่มรื่น ต้นไม้น้อยใหญ่แผ่กิ่งก้านสวยงาม ที่ปลายสุดของสะพานจะมีหอชมวิว ที่สามารถเห็นวิวทิวทัศน์ของแนวป่าชายเลนแม่น้ำระยองและทะเลได้อย่างสวยงาม

\r\n\r\n

3. เขาชะอางคร่อมคลอง

\r\n\r\n

\r\n\r\n

แหล่งท่องเที่ยวในระยองแห่งใหม่ที่มีความน่าสนใจตรงที่ “มีคลองอยู่ใต้ภูเขา” โดยมีลักษณะเป็นภูเขาหินปูนที่ถูกน้ำกัดเซาะไหลผ่านจนกลายเป็นถ้ำ ซึ่งมีระยะทางยาวประมาณ 350 เมตร อีกทั้งยังมีหินงอกหินย้อยอย่างสวยงามตามธรรมชาติ โดยนักท่องเที่ยวสามารถชมความงามเหล่านี้ได้ด้วยการใช้บริการนั่งเรือล่องคลองลอดถ้ำที่อยู่ใต้ภูเขา โดยจะมีอาสาสมัครมาช่วยเข็นเรือให้ เปิดให้บริการเฉพาะวันเสาร์และวันอาทิตย์ เท่านั้น

\r\n\r\n

4. เขาแหลมหญ้า

\r\n\r\n

\r\n\r\n

อุทยานเขาแหลมหญ้า จ.ระยอง สถานที่พักผ่อนหย่อนใจยอดฮิตที่มีทั้งภูเขาและทะเล ลมทะเลไม่เหนียว มีวิวสวยๆ ให้ถ่ายรูปเก๋ๆ สามารถทำกิจกรรมได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นเดินศึกษาเส้นทางธรรมชาติ รอชมพระอาทิตย์ตกบนเนินเขา ปั่นจักรยาน วิ่งเบาๆ หรือกางเต็นท์นอนรับลมทะเลสักคืน

\r\n\r\n

5. เกาะทะลุ

\r\n\r\n

\r\n\r\n

เกาะทะลุ มนต์เสน่ห์ของทะเลตะวันออก เป็นเกาะที่มีทิวทัศน์สวยงามและน้ำทะเลที่ใสสะอาด และยังมีแนวปะการังน้ำตื้นอันเหมาะแก่การดำน้ำ เพื่อชมความมหัศจรรย์ของโลกใต้ทะเล และไม่ควรพลาดการถ่ายรูปกับแหล่งเช็คอินสำคัญก็คือช่องเขาทะลุ ที่มาของชื่อ รวมไปถึงจุดชมวิวบนเกาะทะลุ ซึ่งเป็นความ Unseen ของธรรมชาติที่รังสรรค์ขึ้นมา

\r\n\r\n

6. ชุมชนปากน้ำประแส

\r\n\r\n

\r\n\r\n

ชุมชนที่ตั้งอยู่ริมน้ำที่มีแม่น้ำประแสเปรียบเสมือนเป็นเส้นเลือดใหญ่ คอยหล่อเลี้ยงชีวิตผู้คนที่อาศัยอยู่ริมน้ำ อีกทั้งยังเป็นชุมชนของชาวประมงขนาดใหญ่ ซึ่งดำรงชีพทางด้านการประมงและเกษตรกรรมที่สืบทอดมาตั้งแต่สมัยอยุธยา เรียกว่าเป็นแหล่งเช็คอินอันน่ามาสัมผัสถึงความเรียบง่าย อีกทั้งยังมีกิจกรรมที่น่าสนใจอย่างเช่น การสักการะศาลสมเด็จกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ แวะเยี่ยมชมเรือรบหลวงประแส หาของอร่อยกินในตลาดประแสยามเช้าตรู่ ถ่ายรูปกับบ้านเรือนเก่าแก่ในมุมต่างๆ นั่งรถพ่วงข้างชมวิถีชุมชน หรือล่องเรือชมความงามของแม่น้ำประแส

\r\n\r\n

7. สะพานรักษ์แสม 

\r\n\r\n

\r\n\r\n

เราอาจกล่าวได้ว่าสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นแหล่งเช็คอินแห่งนี้ คือไฮไลท์อีกอย่างหนึ่งของแหล่งท่องเที่ยวในระยอง เนื่องจากสะพานรักษ์แสมเป็นสะพานแขวนที่สร้างจากไม้ ซึ่งในอดีตชาวบ้านท้องถิ่นจะใช้เส้นทางสัญจรเพื่อข้ามจากฝั่งหมู่บ้านไปยังป่าชายเลน สำหรับดูแลคอกปูแสมที่เลี้ยงไว้ในดงป่าแสม โดยนักท่องเที่ยวจะรู้สึกได้ถึงความโยกแยกจากความสะเทือนของแรงเดินบนสะพานไม้ นอกจากนี้ยังมีหอชมวิวสูงที่กว่า 30 เมตร ให้คุณได้ชมทัศนียภาพรวมถึงความอุดมสมบูรณ์ของป่าชายเลนแห่งนี้อีกด้วย

\r\n\r\n

8. สวนพฤกษศาสตร์ระยอง

\r\n\r\n

\r\n\r\n

แหล่งเรียนรู้ธรรมชาติพื้นที่ชุ่มน้ำ ล่องเรือชมความงามทางธรรมชาติบนบึงน้ำขนาดใหญ่ ตื่นตาไปกับพรรณไม้ท้องถิ่น สนุกไปกับการเดินบนน้ำกับแพหญ้าหนังหมา สวนพฤกษศาสตร์ระยอง ตั้งอยู่ในพื้นที่บึงสำนักใหญ่ (บึงจำรุง) ตำบลชากพง อำเภอแกลง จังหวัดระยอง เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยสัตว์น้ำ พรรณไม้น้ำ ป่าเสม็ด เฟิร์น ต้นชะมวง และนกหลายชนิด

\r\n\r\n

9. ทุ่งโปรงทอง

\r\n\r\n

\r\n\r\n

ทุ่งโปรงทอง แหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมในจังหวัดระยอง มีลักษณะเป็นป่าชายเลนขึ้นเรียงรายทอดยาวไกลสุดตา ใบสีเขียวอมเหลืองฉาบกับแสงอาทิตย์แสนสะดุดตา มีสะพานไม้เป็นทางเดินระยะทางกว่า 2 กิโลเมตร ให้เดินชมความสวยงาม นอกจากนี้ยังมีบริการลองเรือชมธรรมชาติป่าชายเลนด้านนอกที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์รอให้นักท่องเที่ยวมาชมได้ทุกวัน

\r\n" 294 228927 ระยอง ภาคตะวันออก ท่องเที่ยวชวนกิน...ชิมผลไม้@อ.แกลงจ.ระยอง ท่องเที่ยวชวนกิน...ชิมผลไม้@อ.แกลงจ.ระยอง 2 วัน 1 คืน "

\r\n\r\n

\r\n" 295 228925 ระยอง ภาคตะวันออก """ไหว้พระทั่วไทย…สุขใจถ้วนหน้า""@ระยอง" "🙏 มาเที่ยวระยอง อิ่มบุญ สุขใจ ไหว้พระ เสริมบารมี ช่วงเทศกาลเข้าพรรษากับกิจกรรม ""ไหว้พระทั่วไทย…สุขใจถ้วนหน้า""@ระยอง " "

เส้นทางที่ ๑ "เที่ยวระยอง อิ่มบุญ สุขใจ สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์"
\r\n๑.สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ณ วัดเนินพระ หรือวัดมรคากันดาร อ.เมือง

\r\n\r\n


\r\n๒.สักการะพระนอนตะแคงซ้ายองค์ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยและลอดใต้โบสถ์ เพื่อเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต ณ วัดป่าประดู่ อ.เมือง

\r\n\r\n


\r\n๓.แวะสักการะศาลสมเด็จพระเจ้าตากสิน ณ วัดลุ่มมหาชัยชุมพล อ.เมือง

\r\n\r\n


\r\n๔.ชมสถาปัตยกรรมและสักการะพระเจดีย์กลางน้ำ ณ วัดปากน้ำ อ.เมือง

\r\n\r\n


\r\n๕.ชมอุโบสถเก่าแก่ที่มีอายุหลายร้อยปี สักการะหลวงพ่อขาว ณ วัดโขด (วัดทิมธาราม) อ.เมือง

\r\n\r\n

\r\n\r\n

เส้นทางที่ ๒ "เที่ยวระยอง สักการะเกจิดัง สร้างบุญ เสริมบารมี"
\r\n๑.สักการะหลวงปู่ทิม อิสริโก เกจิอาจารย์ที่มีชื่อเสียงของภาคตะวันออก ณ วัดละหารไร่ อ.บ้านค่าย

\r\n\r\n


\r\n๒.สักการะพระครูสุภัททาจารคุณ (หลวงพ่อสิน ภทฺทาจาโร) พระเกจิซึ่งเป็นที่เลื่อมใสศรัทธาของชาว จ.ระยอง ณ วัดละหารใหญ่ อ.บ้านค่าย

\r\n\r\n


\r\n๓.สักการะหลวงพ่อสาคร มนุญโญ หรือพระครูมนูญธรรมวัตร อดีตเจ้าอาวาส ซึ่งเป็นศิษย์ผู้สืบทอดพุทธาคมจากหลวงปู่ทิม อิสริโก ณ วัดหนองกรับ อ.บ้านค่าย

\r\n\r\n

\r\n" 296 232430 อุทัยธานี ภาคเหนือ เที่ยวยุคจูราสสิคที่อุทัย เที่ยวยุคจูราสสิคที่อุทัย "

06.00 น. - ออกเดินทางจากกรุงเทพมหานครไปจังหวัดอุทัยธานี 

\r\n\r\n

09.00 น. - เดินทางถึงวัดจันทาราม (วัดท่าซุง) อำเภอเมืองอุทัยธานี

\r\n\r\n

               - เข้าชมวิหารแก้วสถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งเมืองอุทัยธานี

\r\n\r\n

               - เข้าชมปราสาททองคำ

\r\n\r\n

               - นมัสการหลวงพ่อเงินไหลมา

\r\n\r\n

               - ชมแหล่งอนุรักษ์ปลาหน้าวัดจันทาราม และเลี้ยงอาหารปลา

\r\n\r\n
\r\n

"เที่ยวยุคจูราสสิคที่อุทัย" 

\r\n
\r\n\r\n

10.30 น. - ออกเดินทางไปหุบป่าตาด อำเภอลานสัก

\r\n\r\n

11.15 น. - เข้าชมบรรยากาศในหุบป่าตาด พรรณไม้ยุคจูราสสิค หินงอกหินย้อยตระการตา และสัตว์หายากกิ้งกือสีชมพู

\r\n\r\n

12.00 น. - ออกเดินทางจากหุบป่าตาดไปตลาดลานสักเพื่อรับประทานอาหารกลางวัน

\r\n\r\n

               - รับประทานอาหารกลางวัน

\r\n\r\n

               - แตนโภชนา

\r\n\r\n

13.00 น.  - ออกเดินทางไปวัดปากเหมือง (ป่าสักธรรมชาติ)

\r\n\r\n

13.15 น. - เดินทางถึงวัดปากเหมืองชมบรรยากาศและนมัสการพระพุทธรูปในอุโบสถวัดปากเหมือง

\r\n\r\n

14.00 น. - ออกเดินทางจากวัดปากเหมืองไปศูนย์ OTOP เมืองพระชนกจักรี อำเภอเมืองอุทัยธานี

\r\n\r\n

15.00 น. - เดินทางถึง ศูนย์ OTOP เมืองพระชนกจักรี และเลือกซื้อของฝาก ของที่ระลึก

\r\n\r\n

16.00 น. - ออกเดินทางจากศูนย์ OTOP เมืองพระชนกจักรี ไปวัดอุโปสถาราม (วัดโบสถ์)

\r\n\r\n

16.15 น. - เข้าชมภาพจิตรกรรมฝาผนังและนมัสการพระพุทธรูปในวิหาร

\r\n\r\n

               - ชมเจดีย์สามองค์ สามยุค สามสมัย ชมหอสวดมนต์ไม้สักและมณฑปแปดเหลี่ยม

\r\n\r\n

17.00 น. - ออกจากวัดอุโปสถารามเดินข้ามสะพานแม่น้ำสะแกกรังไปชมตลาดอาหารยามเย็น เมืองพระชนกจักรี และเลือกซื้ออาหาร ของฝาก

\r\n\r\n

18.00 น. เดินทางกลับกรุงเทพมหานคร

\r\n"